เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10 : ติดอาวุธ

ตอนที่ 10 : ติดอาวุธ

ตอนที่ 10 : ติดอาวุธ


ตอนที่ 10 : ติดอาวุธ

ผู้รอดชีวิต

ต้องเป็นผู้รอดชีวิตแน่ๆ

ทุกคนในโลกนี้ไม่ได้กลายเป็นซอมบี้ไปซะหมด มันยังมีผู้รอดชีวิตเหลืออยู่

รถบัสที่อยู่ในระยะไกลเหมือนกับหนังดังของฮอลลีวูด มันพุ่งไปตามถนน กระแทกซอมบี้กระเด็นออกไปหรือไม่ก็บดพวกมันเป็นเนื้อสับ

ยานพาหนะที่ขวางทางอยู่และสิ่งกีดขวางต่างๆ ถูกกระแทกออกไปอย่างรุนแรง และรถบัสก็เคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง

จำนวนของซอมบี้ที่ไล่ตามรถบัสเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่พวกมันก็ไม่สามารถไล่ตามรถบัสได้ทันด้วยขาของพวกมัน

ด้วยความเร็วขนาดนี้ เว้นแต่จะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น รถบัสคันนี้ก็น่าจะสลัดซอมบี้พวกนี้ให้หลุดไปได้

หากไปถึงถนนสายหลัก รถบัสก็มีชัยไปมากกว่าครึ่งแล้ว

ถนนที่นั่นกว้างกว่ามาก และจำนวนซอมบี้ก็ไม่ได้หนาแน่นเท่ากับบริเวณพื้นที่อยู่อาศัย

หวู่เหิงเฝ้าดูสถานการณ์บนท้องถนนอย่างตั้งใจ และมองตามรถบัส

ทันทีที่รถบัสมาถึงสี่แยกและเริ่มชะลอความเร็วเพื่อเลี้ยว…

ทันใดนั้นมันก็มีเสียงดัง ‘ปัง’ และกระจกสูงจากพื้นจรดเพดานของร้านค้าริมถนนแห่งหนึ่งแตกออก พร้อมกันนั้นก็มีร่างขนาดใหญ่ผิวสีแดงเข้มพุ่งเข้าหารถบัสที่ชะลอความเร็วลงพร้อมกับเศษกระจกที่กระจัดกระจายออกมา

ตู้ม~!

ซอมบี้ขนาดมหึมาชนเข้ากับด้านข้างของรถบัส ทำให้มันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

จากนั้นรถบัสที่หลุดออกจากการควบคุมก็กระแทกเข้ากับเสาไฟฟ้าข้างถนน

รถบัสหยุดลง พร้อมกับมีควันดำลอยออกมา

ก่อนที่คนที่อยู่ด้านในจะทันได้ตอบสนอง ซอมบี้จากทุกทิศทางก็กรูกันเข้าหารถบัสทันที

ระหว่างช่องว่างของซอมบี้ที่อัดแน่น มันก็สามารถมองเห็นท่อเหล็กที่แทงออกมาด้านนอกได้

ผู้รอดชีวิตที่อยู่ข้างในยังคงพยายามต่อต้าน

แต่พวกมันก็ดึงดูดซอมบี้มามากเกินไประหว่างทาง ทำให้มันเต็มไปด้วยฝูงซอมบี้

จากสถานการณ์ในตอนนี้ พวกเขาก็น่าจะไม่สามารถหนีรอดไปได้แม้ว่ารถบัสจะขยับได้อีกครั้ง

หวู่เหิงเฝ้ามองจากชั้นดาดฟ้า

หวู่เหิงรู้สึกเป็นกังวลขึ้นมา แต่เขาก็ตระหนักได้ว่าเขาไม่สามารถช่วยอะไรคนพวกนั้นได้เลย

หากเขาพุ่งออกไป มันคงลงเอยด้วยการกลายเป็นอาหารอีกมื้อของเหล่าซอมบี้เท่านั้น

เขาถอนหายใจออกมาเล็กน้อย และหันเหความสนใจไปยังสัตว์ประหลาดยักษ์ที่ล้มรถบัส

มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์ มีความสูงเกือบ 3 เมตร มีผิวสีแดงเข้ม และมีแขนกับลำตัวที่แข็งแกร่งมาก กล้ามเนื้อของมันพองออกมาเหมือนกับเนื้องอก และเต็มไปด้วยการระเบิดพลัง

“นี่มันตัวอะไรกัน”

ซอมบี้เท็ดดี้มีขนาดตัวเพิ่มขึ้นจากเดิมจนมีขนาดแทบจะเท่ากับสิงโต และซอมบี้ที่อยู่ตรงหน้าของเขาก็น่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงคล้ายๆ กัน

นอกจากนี้กำลังรบของมันยังน่าสะพรึงกลัวมาก

การปะทะกับรถบัสด้วยร่างกายของมันย่อมบ่งบอกว่ามันแข็งแกร่งแค่ไหน

ซอมบี้ยักษ์ที่เวียนหัวเล็กน้อยเดินโซเซไปยังรถบัส

มันเหวี่ยงซอมบี้ที่ขวางทางออกไป และเหวี่ยงหมัดเข้าใส่รถบัส

ปัง ปัง ปัง~!

ทุกครั้งที่หมัดปะทะเข้าใส่รถบัส กันชนก็จะบุบ และเหล็กเส้นของรถก็จะหลุดออกมา

เมื่อช่องว่างเริ่มใหญ่ขึ้น เหล่าซอมบี้ก็กรูกันเข้าไปในรถบัสและเริ่มฉีกทึ้งคนที่อยู่ข้างใน

ความวุ่นวายกินเวลาอยู่ไม่นาน

ในเวลาแค่ 2-3 นาที รถบัสก็หยุดสั่นไหว

พวกซอมบี้เป็นเหมือนกับสัตว์ร้ายที่สูญเสียเหยื่อของมันไป พวกมันสงบลง และกระจัดกระจายกันออกไป

รถบัสที่อยู่ตรงกลางนั้นโค้งงอผิดรูป โดยมีชิ้นส่วนของร่างกายที่แยกเป็นชิ้นๆ ห้อยอยู่

จากเริ่มจนจบ หวู่เหิงก็ไม่รู้เลยว่ามันมีผู้รอดชีวิตอยู่ภายในนั้นกี่คนหรือว่าพวกเขาหน้าตาเป็นยังไง

ซอมบี้ยักษ์กลายพันธุ์เดินไปข้างๆ และหายกลับเข้าไปในร้านริมทาง

เมื่อเห็นเช่นนี้ หวู่เหิงก็รู้สึกถึงอันตรายมากยิ่งขึ้น

ไม่ว่ามันจะเป็นฝูงซอมบี้เมื่อครู่หรือซอมบี้ยักษ์กลายพันธุ์ มันก็ทำให้เขารู้สึกกดดันได้เป็นอย่างมาก

ด้วยจำนวนของโครงกระดูกในตอนนี้ การเผชิญหน้ากับพวกมันก็ย่อมเป็นการรนหาที่ตายชัดๆ

“คงต้องระวังตัวเข้าไว้ และเมื่อข้ามีจำนวนโครงกระดูกมากพอ มันก็คงจะไม่น่ากลัวอีก”

เขาพึมพำกับตัวเองในขณะที่มองฝูงซอมบี้ที่ค่อยๆ แยกย้ายกันไป

“หืม?”

ทันใดนั้นซอมบี้ตัวหนึ่งก็ดึงดูดความสนใจของเขา

มันเป็นซอมบี้ที่สวมเสื้อสีน้ำเงินที่ไม่มีอะไรพิเศษยกเว้นที่เข็มขัดของมัน

เข็มขัดหนังสีดำผูกเชือกสีดำที่มีปืนพกสีดำมัดเอาไว้ได้ห้อยลงมาถึงที่น่องของมัน

“ซอมบี้ติดอาวุธงั้นเหรอ?”

ในการต่อสู้กับพวกซอมบี้ เขาสามารถพึ่งพานักรบโครงกระดูกของเขาได้ และเขาก็จะไม่เป็นอะไรตราบใดที่เขาไม่เสี่ยง

แต่ในโลกที่มนุษย์ทุกคนเป็นนักรบในเมืองหินดำ ในกรณีฉุกเฉิน เขาก็ยังขาดความสามารถในการป้องกันตัวเองอยู่

หากเขาได้รับอาวุธนั่น มันก็จะทำให้เขารู้สึกปลอดภัยขึ้นมา

การเหนี่ยวไกนั้นง่ายกว่าการยิงธนูมาก

“ข้าต้องเอามันมาให้ได้”

เขาพึมพำกับตัวเอง และหวู่เหิงก็เริ่มคิดหาวิธีเอามันมา

การพุ่งออกไปตรงๆ ย่อมเป็นไปไม่ได้

วิธีที่ดีที่สุดก็คือการหาทางทำให้มันมาที่นี่เพียงตัวเดียว

หลังจากคิดดูแล้ว หวู่เหิงก็เหลือบมองเชือกปีนเขาในมือ

มันคุ้มค่าที่จะลองดู

...

บนถนน

เชือกถูกหย่อนลงมาจากท้องฟ้า

หลังจากคล้องซอมบี้ได้แล้ว มันก็รัดและลากซอมบี้ตัวนั้นขึ้นมา

แรงดึงอย่างกะทันหันทำให้ซอมบี้ตกใจและมองไปรอบๆ ด้วยความตื่นตระหนก และมันก็คำรามออกมา

ดูเหมือนว่ามันจะสับสนว่าทำไมมันถึงเคลื่อนไหวโดยไม่สามารถควบคุมตัวเองได้

ในระหว่างการดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง ซอมบี้ตัวนั้นก็ถูกดึงขึ้นมาตามผนังของตึก

หวู่เหิงยืนอยู่บนหลังคาและสั่งให้นักรบโครงกระดูกเปลี่ยนทิศทางของการลากเพื่อหลีกเลี่ยงระเบียงและราวด้านนอกเผื่อว่ามันจะมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นระหว่างทาง

ไม่ไกลจากเขามีนกพิราบโครงกระดูกสองตัวที่มีลำตัวเป็นโครงกระดูกสีขาว แต่ปีกของพวกมันก็ยังมีชั้นเนื้อหุ้มอยู่เพื่อรักษาความสามารถในการบินของพวกมันเอาไว้

บ่วงบาศบนตัวซอมบี้ก็เป็นฝีมือของโครงกระดูกนกพิราบทั้งสองตัวนี้นั่นเอง

เขาไม่ได้มีความสามารถในการขว้างบ่วงบาศในระยะไกลเช่นนั้น

แม้ว่านกพิราบโครงกระดูกจะปล่อยบ่วงบาศลงมาจากท้องฟ้า แต่มันก็ยังต้องใช้ความพยายามไปกว่า 20 ครั้งจึงจะสำเร็จ

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงระมัดระวังมากในระหว่างกระบวนการลาก และกลัวว่ามันจะหลุดออกไปกลางทาง

ในที่สุดซอมบี้ที่กำลังดิ้นรนก็ถูกดึงขึ้นไปบนหลังคา ก่อนที่มันจะทันได้ลุกขึ้นมาโจมตี มันก็ถูกมีดทำครัวกลุ้มรุมในทันที

หวู่เหิงก้มลงและถอดกางเกงของศพออก จากนั้นเขาก็ได้สิ่งที่ต้องการมาอยู่ในมือ

เขาไม่ได้ไม่คุ้นเคยกับปืน

มันเป็นของปกติทั่วไปในภาพยนตร์และโทรทัศน์

นอกจากนี้เขายังเคยเล่นเกมที่มีชื่อว่า ‘กันซิมูเลเตอร์ (เกมจำลองการยิงปืน)’ มาก่อนด้วย ทำให้เขารู้ระบบการทำงานของมันอยู่บ้าง

ดังนั้นแม้ว่ามันจะเป็นครั้งแรกที่เขาได้จับปืน แต่เขาก็ถือว่าคุ้นเคยกับมันอยู่พอสมควรเลย

เมื่อถอดแม็กกาซีนออก มันก็ยังมีกระสุน 9 นัดอยู่ข้างใน

เขาค้นร่างศพอย่างละเอียด แต่ก็ไม่เจอกระสุนเพิ่มเติมเลย

เขาไม่มั่นใจว่าเจ้าของร่างมีกระสุนติดตัวมาแค่นี้หรือว่ามันทำหายไปกันแน่

ปืนพกอยู่ในสภาพดี และไม่มีความเสียหายที่รุนแรงเลย

หวู่เหิงถือปืนเอาไว้ พยายามบรรจุกระสุน และเล็งเป้า แต่เขาก็ไม่คิดจะยิงออกไป เพราะมันคงจะเป็นการเปลืองกระสุนไปเปล่าๆ

หลังจากซ้อมท่าทางการชักปืนและเล็งเป้าอยู่หลายครั้งแล้ว เขาก็เก็บปืน

ของที่เขาหาได้ในวันนี้ดีอย่างไม่น่าเชื่อเลย

หลังจากเปลี่ยนศพให้กลายเป็นนักรบโครงกระดูกแล้ว เขาก็ได้จัดของและเตรียมที่จะกลับไปยังเมืองหินดำ

...

ณ เมืองหินดำ

หวู่เหิงได้ตรงไปยังโรงตีเหล็กเพื่อถามซื้อบันไดเหล็ก

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความคิดของเขาก็ไร้เดียงสาไปบ้าง

ไม่ต้องพูดถึงว่าบันไดจะใช้ได้จริงไหม แต่แค่การผลิตมันเพียงอย่างเดียวก็ต้องใช้เวลากว่าครึ่งเดือนแล้ว

ช่างตีเหล็กเสนอข้อเสนอแนะอื่น

แทนที่จะใช้บันไดเหล็กที่ทำจากไม้เนื้อแข็ง มันคงง่ายกว่านั้นถ้าจะใช้เชือกเชื่อมต่อจากทั้งสองด้านและปีนข้ามไป

หวู่เหิงรับฟัง และพยักหน้าเห็นด้วยโดยไม่ได้พูดอะไรอีก

ถ้าเขาใช้มัน มันก็คงยากที่จะหาไม้กระดานยาวขนาดนั้น แม้ว่าจะหาได้ แต่มันก็อาจจะหักได้เมื่อรับน้ำหนักมากเกินไปเนื่องจากระยะห่างที่ไกล

แนวคิดในการใช้เชือกอาจใช้ได้ผลกับมนุษย์ แต่ไม่ใช่สำหรับเหล่านักรบโครงกระดูก

ดังนั้นทั้งสองวิธีจึงไม่อาจใช้การได้

หลังจากออกมาจากโรงตีเหล็กแล้ว เขาก็มุ่งหน้าไปยังโรงเตี๊ยมเพื่อทานมื้อเย็น

หลังจากดูกลุ่มชายฉกรรจ์งัดข้อกันอยู่สักพัก มันก็ค่อนข้างมืดแล้วเมื่อถึงเวลาที่เขากลับมา

มันมีคนเดินไปมาบนถนนไม่มากนัก

ในขณะที่เขาเดินเข้าไปในตรอกที่นำไปสู่ที่พักของเขา ร่างสองร่างก็เดินเข้ามาหาเขาจากทางด้านหลัง

ในทันทีที่พวกเขาเข้ามา พวกเขาก็เห็นว่าหวู่เหิงได้ยืนรออยู่แล้ว

“เด็กคนนี้ระวังตัวชะมัด!” หนึ่งในนั้นพูดออกมา

ทั้งสองคนดูไม่เป็นกังวลอะไรเลยแม้ว่าหวู่เหิงจะรู้ตัว

“มีอะไรให้ข้าช่วยงั้นเหรอ?” หวู่เหิงถาม

เขารู้สึกว่ามีคนตามเขามาตั้งแต่ที่เขาออกมาจากโรงเตี๊ยมแล้ว

เขาคิดว่ามันเป็นทหารลาดตระเวนที่จับตาดูเขาอยู่ แต่เห็นได้ชัดว่าผู้ชายสองคนนี้ไม่ใช่

“น้องชาย พวกเรามีปัญหาเรื่องเงินนิดหน่อยน่ะ พวกเราขอยืมจากเจ้าสักหน่อยสิ”

ชายที่อยู่ด้านหน้าไม่เสียเวลาอีกและพุ่งเข้าใส่หวู่เหิงราวกับเสือชีตาห์

ในระหว่างนี้เขาก็ได้ชักดาบสั้นสองเล่มออกมาจากเอว ใบมีดสะท้อนแสงจันทร์สีเงิน ทำให้มันดูเย็นเฉียบและคมกริบมาก

หวู่เหิงเหลือบมองชายคนที่สองอย่างรวดเร็ว

ชายอีกคนหนึ่งยังคงยืนอยู่ตรงทางเข้าซอย เขาเอนตัวพิงผนัง และมองไปทุกทิศทางด้วยความระมัดระวัง

ระวังตัวซะจริง!

สองคนนี้เป็นโจรที่มีประสบการณ์

พวกเขาค่อนข้างมั่นใจว่าชายเพียงคนเดียวน่าจะพอแล้วที่จะจัดการกับเขาได้

เมื่อศัตรูพุ่งเข้ามาใกล้กับเขา หวู่เหิงก็ปักหลักและจ้องไปที่เป้าหมายของเขา

เมื่อระยะห่างเหลือประมาณ 3-4 เมตร…

ปัง!

เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว และกระสุนก็พุ่งเข้าใส่เอวของชายคนนั้นทันที

ความเจ็บปวดแสนสาหัสที่ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันทำให้ชายคนนั้นเซไปเล็กน้อย

นี่มันบ้าอะไรกัน?

“เจ้า…”

เขาเพิ่งจะได้พูดคำแรกออกมาเท่านั้น…

ปัง! ปัง! ปัง!!

กระสุนอีกสามนัดถูกยิงออกมา

หน้าอก หน้าท้อง และไหล่ของเขาถูกกระแทกอย่างต่อเนื่อง

ด้วยแรงปะทะของกระสุน ร่างกายของเขาก็ถูกกระแทกไปข้างหลัง และเขาก็ล้มลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวดเกินกว่าที่จะเคลื่อนไหวต่อได้

เขาคิดว่าหวู่เหิงจะเป็นเหยื่อหมูๆ แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะมาเจอตอเข้าให้แล้ว

“ช่วย…” ชายผู้นั้นหันไปหาคู่หูที่กำลังดูต้นทางอยู่

ปัง!

เสียงปืนดังขึ้นอีก และกระสุนก็ทะลุเบ้าตาของเขา

[ท่านได้รับค่าประสบการณ์ +64]

การแจ้งเตือนของระบบปรากฏขึ้นเพื่อระบุว่าคนผู้นั้นได้ตายไปแล้ว

จากนั้นหวู่เหิงก็ยกปืนขึ้นและเล็งมันไปที่ชายอีกคนที่กำลังพุ่งเข้ามาหาเขา

ชายคนนั้นหยุดชะงักไปในทันที และระวังอาวุธในมือของหวู่เหิง

เขาเหลือบมองคู่หูที่ไร้ชีวิตของเขาบนพื้น จากนั้นก็ค่อยๆ ถอยกลับไปจนถึงทางเข้าตรอก

เขามองมาที่หวู่เหิงด้วยความอาฆาต จากนั้นก็หนีไปในทันที

เสียงรบกวนเริ่มดังไปทั่วบริเวณเมื่อเสียงปืนดังขึ้น

หวู่เหิงเหลือบมองไปที่ร่างที่เท้าของเขา ร่างนั้นอยู่ในชุดเกราะหนังและผ้าคลุม และมีเลือดไหลออกมาเพียงเล็กน้อย

เขาหยิบอาวุธของอีกฝ่ายขึ้นมา ห่อศพเอาไว้ในผ้าคลุม และลากมันเข้าไปที่ห้องของเขา

ไม่นานหลังจากนั้น…

ปัง! ปัง! ปัง!!

มันมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

เสียงของเจ้าของบ้านดังออกมา “หวู่เหิง เจ้าอยู่ในห้องรึเปล่า? เจ้าได้ยินเสียงดังเมื่อครู่รึเปล่า?”

หวู่เหิงเปิดประตูและพูดออกมา “ได้ยินขอรับ ข้าสงสัยเหมือนกันว่าใครมันเป็นคนทำเสียงดังแบบนั้นในตอนดึกๆ แบบนี้”

เจ้าของบ้านมองเขาอย่างไม่ชอบใจ และลอบมองเข้ามาภายในห้อง

เขาพูดออกมาว่า “เจ้าไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้ไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไร ล็อคประตูของเจ้าไว้ให้ดีล่ะ”

“ขอรับ”

หลังจากเจ้าของบ้านจากไปแล้ว หวู่เหิงก็เริ่มการฝึกใช้หอกราวกับว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากนั้นเสียงอาวุธกระทบกับเป้าซ้อมไม้ก็ดังขึ้น

ส่วนภายนอกนั้น ความปั่นป่วนและเสียงพูดคุยก็ยังคงดำเนินต่อไป และทหารลาดตระเวนก็เดินทางมาตรวจสอบ

...

เช้าวันต่อมา เมื่อท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้น หวู่เหิงก็ได้มุ่งหน้ากลับไปยังโลกซอมบี้

ดูเหมือนฝนจะตกเล็กน้อยเมื่อคืนนี้

เหล่านักรบโครงกระดูกล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยเม็ดฝน

เม็ดฝนเหล่านี้ได้ชะล้างความสกปรกออกไปจากพวกโครงกระดูก

หวู่เหิงสั่งให้พวกโครงกระดูกหามศพที่นำมาไว้บนหลังคาเมื่อคืนนี้เข้ามา

จากนั้นเขาก็เริ่มถอดอุปกรณ์ของชายคนนั้นออก

จบบทที่ ตอนที่ 10 : ติดอาวุธ

คัดลอกลิงก์แล้ว