เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 110 - นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น? แดนสุขาวดีบุกมาถล่มฐานเรางั้นเหรอ?

บทที่ 110 - นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น? แดนสุขาวดีบุกมาถล่มฐานเรางั้นเหรอ?

บทที่ 110 - นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น? แดนสุขาวดีบุกมาถล่มฐานเรางั้นเหรอ?


บทที่ 110 - นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น? แดนสุขาวดีบุกมาถล่มฐานเรางั้นเหรอ?

ทดสอบ... นิดหน่อย...

นิดหน่อย... ไม่ใช่ระดับสอง...

สิ้นคำพูดนั้น

มุมปากของสือเว่ยและเพื่อนอีกสองคนก็กระตุกยิกๆ พร้อมกัน

นี่มันภาษาคนหรือไง?

กู่ซือระดับสองที่เพิ่งไปทดสอบเลื่อนระดับมาหมาดๆ ดันเดินมาตบกู่ซือระดับสี่ร่วงในหมัดเดียวเนี่ยนะ?

นายยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า!

แถมอีกอย่าง!

นี่มันใช่เรื่องที่จะมาเถียงกันว่าเป็นระดับสองหรือระดับสามอีกเหรอ?

นายเพิ่งจะตบหวังต้าเหมิ่งที่เป็นถึงระดับสี่ปลิวไปกระแทกกำแพงเลยนะ!

ความแข็งแกร่งระดับนี้

คงมีแค่หัวหน้ากับหลี่เหลิ่งเท่านั้นแหละที่ทำได้?

ขนาดจูอวี่ยังทำไม่ได้เลย!

เยี่ยเหวยซือหลับตาปี๋ แหงนหน้ามองเพดาน มุมปากยังคงกระตุกไม่หยุด "ฉันไม่น่าไล่นายไปทดสอบเลย ฉันว่านายเป็นกู่ซือระดับสองต่อไปก็ดีอยู่แล้ว ปากพาซวยจริงๆ เลยกู..."

สือเว่ยตวัดสายตาอาฆาตใส่เยี่ยเหวยซือ

"ใช่ ความผิดแกเต็มๆ!"

ส่วนไป๋จิ้งเยวี่ยปรับอารมณ์ได้เร็วกว่าใคร เธอคลี่ยิ้มกว้างแล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

"ดีจังเลย ในฐานะซัพพอร์ตตัวน้อยๆ อ่อนปวกเปียกอย่างฉัน ยิ่งเพื่อนร่วมทีมเก่งเท่าไหร่ฉันก็ยิ่งชอบ จะได้รู้สึกปลอดภัยไงล่ะ! ดีใจสุดๆ ไปเลย!"

"น้องกู้ จุ๊บ! รักน้า!"

พอคิดตกได้แบบนั้น อารมณ์ของไป๋จิ้งเยวี่ยก็ดีดขึ้นมาทันตาเห็น

ปกติเวลาหน่วยที่หนึ่งยกขบวนไปลุยดินแดนเร้นลับ หน้าที่หลักของเธอคือการซัพพอร์ตจูอวี่

ส่วนหลี่เหลิ่งนั้นฝีมือเก่งกาจเกินใครอยู่แล้ว เลยไม่จำเป็นต้องมีซัพพอร์ตคอยป้วนเปี้ยน หมอนั่นสามารถบุกเดี่ยวไปไล่เชือดศัตรูได้สบายๆ

สำหรับสือเว่ยกับเยี่ยเหวยซือนั้น ฝีมือของพวกเขายังไม่ถึงขั้นที่ไป๋จิ้งเยวี่ยจะต้องทุ่มเทเป็นซัพพอร์ตส่วนตัวให้ อย่างมากก็แค่รอจังหวะที่พวกนั้นบาดเจ็บ แล้วค่อยโยนสกิลฮีลจากกู่สายรักษาไปช่วยต่อชีวิตให้ก็พอ

ดังนั้น

ไป๋จิ้งเยวี่ยจึงต้องทนเป็นเงาตามตัวซัพพอร์ตให้แค่จูอวี่มาตลอด ซึ่งนั่นทำให้เธอหงุดหงิดใจและรู้สึกเหมือนชีวิตมืดมนมาพักใหญ่

แต่ตอนนี้!

กู้เหวินโผล่มาเป็นฮีโร่ขี่ม้าขาวแล้ว!

ในที่สุดเธอก็ไม่ต้องไปทนซัพพอร์ตไอ้บ้าจูอวี่นั่นอีกต่อไป!

กู้เหวินยักไหล่เบาๆ เขาปรายตามองหวังต้าเหมิ่งแล้วพูดขึ้น

"อันที่จริงฉันไม่ได้เก่งอะไรขนาดนั้นหรอก เพียงแต่... เป็นเพราะหวังต้าเหมิ่งมันอ่อนหัดเกินไปต่างหาก ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าหมอนี่จะเป็นกู่ซือระดับสี่"

"หรือว่าโดนหลิวเยวี่ยหรูสูบพลังไปจนหมดตัวแล้วล่ะมั้ง?"

โคตรจะแทงใจดำ!

ตบหวังต้าเหมิ่งร่วงในหมัดเดียวยังไม่พอ ยังมีหน้ามาด่าว่าเขาห่วยแตกอีก!

หวังต้าเหมิ่งที่นอนกองอยู่ริมกำแพงเนื้อตัวสั่นเทิ้ม ดวงตาแดงก่ำ น้ำตาแทบจะไหลพรากออกมา นี่มันไม่ใช่บทสรุปที่เขาคิดไว้ในหัวเลยสักนิด!

มันไม่ใช่อะ!

เขาตั้งใจจะโชว์ความน่าเกรงขามในฐานะยอดฝีมือ ซัดคนในหน่วยที่หนึ่งให้หมอบกระแตไปทั้งหมด แล้วค่อยเดินยืดอกไปรับบทลงโทษอย่างภาคภูมิ แบบนั้นเขาถึงจะดูเป็นลูกผู้ชายตัวจริง

แต่ตอนนี้...

หวังต้าเหมิ่งก้มมองแขนขวาของตัวเองที่โดนย่างสดจนเกรียมเหมือนขาหมู ความรู้สึกอัปยศอดสูและความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง...

และที่เลวร้ายที่สุดก็คือ

วารีเพลิงยังคงลุกท่วมแขนของเขาอยู่เลย ย่างซะจนจะได้กลิ่นหอมโชยออกมาอยู่แล้ว!

คนในหน่วยที่สามก็ยืนเอ๋อรับประทาน สีหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความสับสนมึนงง พวกเขาทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะต้องยืน นั่ง หรือเอามือกุมหัวลงไปหมอบกับพื้นดี

การต่อสู้มันเพิ่งจะเริ่มปุ๊บก็จบปั๊บเลยเนี่ยนะ?

แล้วหัวหน้าของพวกเขาไปไหนแล้วล่ะ?

และในที่สุด!

สมาชิกหน่วยที่หนึ่งทุกคนก็ตะโกนร้องเฮลั่นด้วยความสะใจ!

"พี่กู้โคตรตึง!"

แววตาของพวกเขาเปล่งประกาย เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและภาคภูมิใจสุดขีด!

หลี่เหลิ่งกับจูอวี่ไม่อยู่แล้วไงล่ะ?

เหอะ!

หน่วยที่หนึ่งของพวกเขามียอดฝีมือโผล่มาไม่ขาดสายอยู่แล้ว!

นี่ไง

เด็กใหม่ที่เก่งกาจยิ่งกว่าจูอวี่ โผล่มาจุติให้เห็นกันจะจะแล้วเนี่ย!

กู้เหวินตีหน้านิ่ง เขากวาดสายตามองไปทางคนในหน่วยที่สามก่อนจะเอ่ยขึ้น

"ไม่มีธุระอะไรของพวกแกแล้ว แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเองซะ"

สิ้นคำสั่งนั้น

คนของหน่วยที่สามก็วงแตกกระเจิงหนีหายไปในพริบตา

พวกเขารีบพุ่งกลับไปนั่งประจำโต๊ะทำงานของตัวเอง คนที่ดูคอมก็จ้องจอคอม คนที่เล่นมือถือก็ก้มหน้าไถมือถือไป...

แต่หางตาของทุกคนกลับแอบชำเลืองมองกู้เหวินกันเป็นแถว

เมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้า

หวังต้าเหมิ่งก็แทบจะกระอักเลือดออกมาเป็นลิ่มๆ!

เขาเป็นถึงหัวหน้าหน่วยที่สาม โดนซัดจนปางตายขนาดนี้ แขนขวาก็โดนย่างจนเกรียมเป็นขาหมูอยู่รอมร่อ กลับไม่มีลูกน้องหน้าไหนโผล่หัวออกมาพูดเข้าข้างเขาสักคนเลยเหรอ?

อืม...

ก็เห็นๆ กันอยู่ว่า

ไม่มี!

สือเว่ยจ้องหน้าหวังต้าเหมิ่งแล้วพูดจาถากถาง

"ไอ้หมีเหมิ่งเอ๊ย ดูท่าปกติแกคงจะทำตัวไม่ค่อยดีสินะ จึ๊ มิน่าล่ะหน่วยที่สามถึงได้ห่วยแตกที่สุด!"

หวังต้าเหมิ่งที่นั่งกองอยู่บนพื้นกัดฟันกรอด สวนกลับไป

"เหอะ ผู้ชนะคือราชา ตอนนี้พวกมึงอยากจะเห่าอะไรก็เชิญ แต่กูไม่มีวันยอมรับความพ่ายแพ้หรอก กู้เหวิน มึงมันเล่นสกปรก ถ้ามึงยอมบอกแต่แรกว่ามึงไม่ใช่กู่ซือระดับสอง! ผลแพ้ชนะวันนี้คงยังไม่แน่หรอกโว้ย!"

หวังต้าเหมิ่งคับแค้นใจและไม่ยอมแพ้จริงๆ

กู้เหวินตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"ยุติธรรมงั้นเหรอ?"

"นายควรจะขอบคุณสวรรค์นะ ที่ตอนนี้ฉันเป็นคนของนักทำความสะอาด และนายเองก็เป็นคนของนักทำความสะอาดเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นป่านนี้นายกลายเป็นศพไปนานแล้ว!"

"จำใส่กะโหลกไว้ให้ดี วันหลังถ้าเห็นคนของหน่วยที่หนึ่งเดินมา ก็หัดหลบทางและก้มหัวให้ด้วยล่ะ!"

หวังต้าเหมิ่งกำหมัดแน่นด้วยความเจ็บใจสุดขีด

แต่ทว่า

เขากลับไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเถียงกลับ โดนกู้เหวินซัดร่วงในหมัดเดียวขนาดนี้ เขาจะเอาหน้าไปท้าทายอะไรได้อีก

กู้เหวินหมุนตัวกลับมามองสมาชิกหน่วยที่หนึ่งแล้วออกคำสั่ง

"สลายตัว แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเองได้แล้ว!"

คนในหน่วยที่หนึ่งหัวเราะร่วนพร้อมกับขานรับเสียงดังฟังชัด

"รับทราบ!"

สือเว่ยมองเยี่ยเหวยซือด้วยสายตาตัดพ้อ "ทำไมฉันรู้สึกว่าตอนนี้น้องกู้มันมีบารมีในหน่วยที่หนึ่งมากกว่าพวกเราอีกวะ?"

เยี่ยเหวยซือยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้

"ก็ต้องยอมรับล่ะนะ ว่าออร่าความเป็นผู้นำของคนบางคนมันติดตัวมาตั้งแต่เกิด"

ไป๋จิ้งเยวี่ยพูดหยอกล้อ

"ทำไมจ๊ะ? พวกนายไม่พอใจเหรอ? หรืออยากจะลองไปเทสต์อานุภาพระเบิดวารีเพลิงของน้องกู้ดูบ้างล่ะ?"

ชายหนุ่มทั้งสองหน้ามืดครึ้มลงทันที

"ไสหัวไปเลย!"

ขนาดระดับสี่อย่างหวังต้าเหมิ่งยังโดนซัดร่วงในหมัดเดียว ถ้าพวกเขาสองคนทะเล่อทะล่าเข้าไป มันจะเรียกว่าไปเทสต์ได้ไง?

มันเรียกว่าไปแจกคิลชัดๆ!

กู้เหวินมองทั้งสามคนพลางยักไหล่เบาๆ "มันเป็นแค่ความโชคดีน่ะ อีกอย่าง หลังจากพวกนายหลอมรวมกู่เซตนั้นเสร็จก็น่าจะเลื่อนขั้นเป็นกู่ซือระดับสี่กันแล้วใช่ไหมล่ะ?"

"เดี๋ยวพวกเราก็กลับมาจุดสตาร์ตเดียวกันแล้วน่า"

พอได้ยินประโยคนี้

ดวงตาของทั้งสามคนก็ฉายแววดีใจขึ้นมาทันที!

ถูกต้อง!

พื้นฐานเดิมของพวกเขาก็เป็นยอดฝีมือระดับสามอยู่แล้ว พอได้หลอมรวมกู่หลักระดับสีม่วงเข้าไปอีก เดี๋ยวพวกเขาก็สามารถยื่นเรื่องขอประเมินเลื่อนขั้นเป็นระดับสี่ได้แล้ว!

แต่เดี๋ยวก่อนนะ...

ทำไมมันยังรู้สึกทะแม่งๆ อยู่ล่ะ?

ประโยคที่กู้เหวินพูดเมื่อกี้มันหมายความว่าไง?

นี่หมอนี่ยอมรับแล้วใช่ไหมว่าตอนนี้ตัวเองเป็นกู่ซือระดับสี่น่ะ?!

ไป๋จิ้งเยวี่ยยกมือทาบอก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเป็นประกาย ร้องถามด้วยความตกตะลึง "นี่นาย... นายข้ามขั้นเลื่อนระดับเลยเหรอ?"

กู้เหวินคลี่ยิ้มบางๆ

"ก็น่าจะ... ประมาณนั้นมั้ง"

ถึงแม้สือเว่ยกับเพื่อนจะพอเดาทางได้อยู่แล้ว แต่พอได้ยินกู้เหวินยอมรับออกมาตรงๆ พวกเขาก็ยังอึ้งจนทำตัวไม่ถูกอยู่ดี

สายตาที่พวกเขามองกู้เหวินในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับการมองตัวประหลาดหลุดโลก

แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ

กู้เหวินไม่ได้แค่ข้ามขั้นธรรมดา!

แต่หมอนี่ข้ามไปถึงสองขั้นรวด!

ตอนนี้เขากลายเป็นกู่ซือระดับห้าไปแล้ว!

เป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดในองค์กรนักทำความสะอาดสาขาเมืองอิ๋นเหอ!

และเป็นกู่ซือระดับห้าเพียงคนเดียวของที่นี่!

แต่แน่นอนว่า...

ตำแหน่ง 'ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุด' มันไม่ได้สะท้อนออกมาในรูปแบบของพลังต่อสู้เพียวๆ เพราะตำแหน่งกู่ซือระดับห้าของกู้เหวิน มันได้มาจากการประเมินสายซัพพอร์ตของฟ้าดินต่างหาก

ส่วนถ้าพูดถึงเรื่องพลังต่อสู้นั้น

การที่กู้เหวินบอกว่าตัวเองอยู่ระดับสี่ก็ถือว่าคู่ควรและเหมาะสมสุดๆ!

เพราะขนาด...

กู่ซือระดับสี่อย่างหวังต้าเหมิ่ง ยังโดนหมอนี่ซัดร่วงในหมัดเดียวมาแล้ว

ทั้งสามคนจ้องหน้ากู้เหวินก่อนจะสบถออกมาพร้อมกัน

"ไอ้ปีศาจเอ๊ย!"

และในจังหวะนั้นเอง

หัวหน้าหลิวฮ่าวก็ก้าวเท้าเดินออกจากลิฟต์มาพอดี ทันทีที่เขาเห็นสภาพของหวังต้าเหมิ่งที่นอนกองอยู่มุมห้อง สีหน้าของเขาก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันที เขารีบเดินขมวดคิ้วเข้าไปถาม

"นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น? แดนสุขาวดีบุกมาถล่มฐานเรางั้นเหรอ?"

จบบทที่ บทที่ 110 - นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น? แดนสุขาวดีบุกมาถล่มฐานเรางั้นเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว