- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นบรรพชนมนุษย์แห่งหงฮวง ทั้งที ทำไมถึงโดนลากเข้ากลุ่มแชตข้ามมิติได้ล่ะเนี่ย
- บทที่ 140 - หลอมสร้างราชสำนักศักดิ์สิทธิ์
บทที่ 140 - หลอมสร้างราชสำนักศักดิ์สิทธิ์
บทที่ 140 - หลอมสร้างราชสำนักศักดิ์สิทธิ์
บทที่ 140 - หลอมสร้างราชสำนักศักดิ์สิทธิ์
โลกต้าฉิน ศาลบรรพชนเผ่าพันธุ์มนุษย์นอกเมืองเสียนหยาง
เมื่ออิ๋งเจิ้งอ่านบทบวงสรวงจบ แสงศักดิ์สิทธิ์หมื่นจั้งบนรูปปั้นบรรพชนมนุษย์ก็หดตัวลงอย่างรวดเร็ว กลายร่างเป็นเงาร่างหนึ่ง จุติลงมา ณ ที่แห่งนี้
หลังจากเงาร่างนั้นปรากฏขึ้น ทั่วทั้งโลกต้าฉินก็มีเสียงบทเพลงสรรเสริญดังกึกก้อง
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีปราณสีม่วงไร้ขอบเขตพวยพุ่งขึ้นมา ทอดยาวนับร้อยล้านลี้ ปกคลุมไปทั่วทั้งโลก
บนท้องฟ้า นิมิตประหลาดนานาชนิดก็ปรากฏขึ้นตามมา ซึ่งเกิดจากการจำแลงกายของกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินในโลกนี้
มีมังกรแท้จริงโผล่หัวออกมาจากหมู่เมฆ มีนกเฟิ่งหวง (หงส์) โบยบินขึ้นสู่ท้องฟ้า มีกิเลนเหยียบเมฆาเข้ามา มีนกกระเรียนเซียนส่งเสียงร้องกังวาน
ล้วนเป็นนกเซียนและสัตว์เทพในตำนาน เพื่อเฉลิมฉลองการจุติของบุคคลผู้ยิ่งใหญ่
สุดท้าย ปราณวิญญาณเต็มท้องฟ้าก็กลายเป็นหยาดฝน โปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า เพื่อปกปักรักษาผู้คนบนโลก
"เจิ้ง ขอกราบคารวะบรรพชนเผ่าพันธุ์มนุษย์!"
เมื่อเห็นเงาร่างในชุดหนังสัตว์ปรากฏขึ้น อิ๋งเจิ้งก็รีบนำเหล่าพสกนิกรคุกเข่าต้อนรับทันที
"จิ๋นซีฮ่องเต้อิ๋งเจิ้งรวบรวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่น สร้างผลงานอันยิ่งใหญ่เหนือใคร ขอประทานพรให้ราชวงศ์ต้าฉินคงอยู่ตลอดกาล และมอบคัมภีร์ 'หลอมสร้างราชสำนักศักดิ์สิทธิ์' ให้หนึ่งเล่ม!"
น้ำเสียงอันเปี่ยมไปด้วยความน่าเกรงขามดังกังวานออกมาจากปากของเงาร่างนั้น สะท้อนก้องไปทั่วทั้งโลก
ลำแสงสายหนึ่งร่วงหล่นลงมา ลอยอยู่ตรงหน้าอิ๋งเจิ้ง มันคือสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง ที่ส่องประกายแสงสีทองคำอันสูงส่ง
ทันใดนั้น เงาร่างก็แตกสลายกลายเป็นจุดแสงเล็กๆ กระจัดกระจายหายไปในอากาศ
พลังที่หลี่ลั่วพกพามาร่วมด้วยไม่ได้ถูกนำกลับไป แต่แตกสลายกลายเป็นปัจจัยหล่อเลี้ยงให้โลกใบนี้เติบโตขึ้น ทำให้รากฐานของโลกแข็งแกร่งขึ้นอย่างมหาศาล
"น้อมส่งบรรพชนเผ่าพันธุ์มนุษย์!"
อิ๋งเจิ้งมีสีหน้าเคารพนอบน้อม จนกระทั่งเงาร่างที่เกิดจากจิตวิญญาณของหลี่ลั่วหายไป เขาจึงเอื้อมมือไปรับสมุดบันทึกตรงหน้า
บนหน้าปกของสมุดบันทึก มีตัวอักษรเขียนไว้ว่า "หลอมสร้างราชสำนักศักดิ์สิทธิ์"
วินาทีที่เปิดหน้าปกออก สมุดบันทึกทั้งเล่มก็กลายเป็นลำแสง พุ่งเข้าสู่สมองของอิ๋งเจิ้ง
"อึก"
ด้วยความไม่ทันตั้งตัว อิ๋งเจิ้งก็ส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ หลับตาลงเพื่อตรวจสอบลำแสงนั้น
"หลอมสร้างราชสำนักศักดิ์สิทธิ์" เคล็ดวิชาลับในการบุกเบิกราชวงศ์แห่งโชคชะตา (ยุ่นเฉา) หล่อหลอมราชสำนักศักดิ์สิทธิ์
รวบรวมโชคชะตา สร้างความผาสุกให้แก่ราษฎร วิถีแห่งการฝึกฝนโชคชะตา นั่นคือราชวงศ์แห่งโชคชะตา
บุกเบิกราชวงศ์แห่งโชคชะตา รวบรวมใจคน ขยายอาณาเขต ภายนอกข่มขวัญศัตรู ภายในสร้างความผาสุกให้แก่ราษฎร
เมื่อใจคนรวมเป็นหนึ่ง โชคชะตาย่อมก่อเกิด
จากนั้น ก็เป็นคำอธิบายโดยละเอียดเกี่ยวกับวิธีการรวบรวมโชคชะตา และการก่อตั้งราชวงศ์แห่งโชคชะตา
"ราชวงศ์แห่งโชคชะตา..."
ครู่ต่อมา ในแววตาของอิ๋งเจิ้งก็มีประกายแสงวาบขึ้นมา เขาได้สติกลับคืนมา
ตามที่เคล็ดวิชาลับกล่าวไว้ หลังจากก่อตั้งราชวงศ์แห่งโชคชะตาแล้ว จะสามารถรวบรวมโชคชะตาของประเทศชาติได้ จากนั้นก็ใช้ของวิเศษสะกดโชคชะตาเอาไว้ ก็จะทำให้ราชวงศ์แห่งโชคชะตาคงอยู่เป็นอมตะตลอดกาล
และหลังจากก่อตั้งราชวงศ์แห่งโชคชะตาแล้ว ก็จะได้รับประโยชน์อย่างมหาศาล
ในฐานะเจ้าแห่งราชวงศ์แห่งโชคชะตา จะได้รับการเสริมความเร็วในการบำเพ็ญเพียรถึง 49 เท่า
ส่วนฮองเฮา ไท่จื่อ (องค์รัชทายาท) พระสนม องค์ชาย ขุนนางบุ๋นบู๊ และอื่นๆ ก็จะได้รับการเสริมความเร็วในการบำเพ็ญเพียรในอัตราส่วนที่แตกต่างกันไป
แม้แต่ราษฎรธรรมดาทั่วไป ก็จะได้รับการปกป้องจากโชคชะตาของประเทศ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ อายุยืนยาว ย่อมไม่ใช่เรื่องยาก
สรุปแล้ว มีข้อดีมากมายมหาศาล
ของวิเศษสำหรับสะกดโชคชะตามีอยู่สามสิ่ง ได้แก่ ตราหยกแผ่นดิน ราชโองการ และแท่นบวงสรวงสวรรค์
ตราหยกและราชโองการ ย่อมไม่ต้องอธิบายให้มากความ ชัดเจนอยู่แล้ว
จุดสำคัญอยู่ที่แท่นบวงสรวงสวรรค์ นี่คือสื่อกลางในการสื่อสารกับเบื้องบน เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด จะทำลวกๆ ไม่ได้เด็ดขาด
"ราชวงศ์แห่งโชคชะตาแม้มันจะดี แต่ของวิเศษที่ต้องเตรียมก็มีไม่น้อย โชคดีที่ในระบบแลกเปลี่ยนของกลุ่มแชทมีครบทุกอย่าง สามารถใช้แต้มบุญแลกเปลี่ยนได้!"
พวกเส้นไหมหนอนไหมมังกรเจ็ดสี หยกสวรรค์หมื่นปี อะไรเทือกนี้ หากให้อิ๋งเจิ้งไปหาเอง เกรงว่าต่อให้ใช้เวลาทั้งชีวิตก็คงหาไม่พบ
เมื่อเปิดระบบแลกเปลี่ยนของกลุ่มแชท อิ๋งเจิ้งก็เห็นว่าวัตถุดิบที่ต้องใช้ในการหลอมสร้างราชสำนักศักดิ์สิทธิ์ สามารถใช้แต้มบุญแลกมาได้ทั้งหมด ในที่สุดเขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"ทั้งหมดต้องใช้แต้มบุญเกือบห้าหมื่นแต้ม แต่ยอดคงเหลือแต้มบุญของข้าในตอนนี้ ยังมีไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ..."
หลังจากคำนวณดูแล้ว อิ๋งเจิ้งก็พบว่า หากต้องการหลอมสร้างราชวงศ์แห่งโชคชะตา แต้มบุญของเขายังขาดอยู่อีกมาก
สรุปสั้นๆ คำเดียว ยากจนเกินไป!
"ค่อยเป็นค่อยไปเถอะ ข้ายังมีเวลาอีกถมเถ สักวันหนึ่งจะต้องรวบรวมแต้มบุญได้มากพออย่างแน่นอน..."
แววตาของอิ๋งเจิ้งสาดประกายแปลบปลาบ ในวินาทีนั้น เขานึกถึงผลประโยชน์มากมายหลังจากที่ได้หลอมสร้างราชสำนักศักดิ์สิทธิ์แล้ว
เขาพ่นลมหายใจออกมายาวๆ กดข่มความตื่นเต้นในใจเอาไว้
"ออกเดินทาง กลับวัง!"
เขาตะโกนเสียงดัง
"พ่ะย่ะค่ะ!"
ทุกคนขานรับโดยพร้อมเพรียง
จิ๋นซีฮ่องเต้แห่งต้าฉิน: "ข้าเพิ่งทำพิธีเซ่นไหว้บรรพชนเผ่าพันธุ์มนุษย์ และได้รับคัมภีร์เคล็ดวิชาลับ 'หลอมสร้างราชสำนักศักดิ์สิทธิ์' มาหนึ่งม้วน!"
ระหว่างทางกลับวัง อิ๋งเจิ้งก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา เขาแคปหน้าจอคำอธิบายของการหลอมสร้างราชสำนักศักดิ์สิทธิ์ แล้วอัปโหลดลงในกลุ่มแชท
ได้รับของวิเศษมาทั้งที อย่างไรก็ต้องขออวดเพื่อนๆ ในกลุ่มสักหน่อย
ตั้งแต่เข้ากลุ่มแชทมา อิ๋งเจิ้งรู้สึกว่าสภาพจิตใจของตนเองเด็กลงไปอย่างน้อยยี่สิบปี
เพราะในต้าฉิน เขาคือจิ๋นซีฮ่องเต้ผู้มีอำนาจเด็ดขาด
อยู่ในจุดที่สูงส่งเหนือใคร เรียกตนเองว่า 'กู' ไม่มีเพื่อนที่สามารถพูดคุยอย่างเปิดอกได้เลยแม้แต่คนเดียว
แต่พอเข้ามาในกลุ่มแชทกลับไม่เหมือนกัน ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน ไม่มีใครสูงส่งกว่าใคร
เขาสามารถถอดหน้ากากอันแสนเย็นชาที่สวมใส่อยู่เป็นประจำออก แล้วกลายร่างเป็นคนตลกขบขัน เพื่อผ่อนคลายความกดดันในใจได้
หากเหล่าขุนนางแห่งต้าฉินล่วงรู้ถึงท่าทีของฮ่องเต้ของพวกเขาในกลุ่มแชท เกรงว่าคงจะตกตะลึงจนคางร่วงถึงพื้นเป็นแน่
จางเต้าเหรินแห่งอู่ตัง: "ซี๊ด... หลอมสร้างราชสำนักศักดิ์สิทธิ์ โชคชะตาไม่มีวันดับสูญ ราชวงศ์แห่งโชคชะตาไม่มีวันดับสูญ! ขอแสดงความยินดีกับจิ๋นซีฮ่องเต้ด้วย ในที่สุดก็สมปรารถนาเสียที!"
เมื่อเห็นภาพหน้าจอที่อิ๋งเจิ้งส่งมา จางซานเฟิงก็ตกใจ
คิดไม่ถึงเลยว่า บนโลกใบนี้จะมีเคล็ดวิชาลับเช่นนี้อยู่ด้วย ช่างเป็นการเปิดหูเปิดตาเสียจริง
แต่ทว่า เมื่อนึกถึงป้ายแต่งตั้งเทพในมือ เขาก็ยิ้มบางๆ
ป้ายแต่งตั้งเทพของนักพรตเฒ่าก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเคล็ดวิชาลับหลอมสร้างราชสำนักศักดิ์สิทธิ์ของท่านหรอกนะ
ยิ่งไปกว่านั้น จิ๋นซีฮ่องเต้ก็จ้องมองป้ายแต่งตั้งเทพตาเป็นมันมาไม่ใช่วันสองวันแล้ว
แม้จะไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่จางซานเฟิงจะดูไม่ออกได้อย่างไร
ตอนนี้ ในที่สุดเขาก็สมปรารถนาแล้ว
นี่ก็ถือเป็นเรื่องดี
เทพธิดาสงครามแห่งฮวาสซาน: "หลอมสร้างราชสำนักศักดิ์สิทธิ์... ข้าอิจฉามากกกก!"
เมื่อมองดูรูปภาพในกลุ่มแชท หวงหรงก็อ้าปากค้าง น้ำลายแทบจะไหลออกมา
หลังจากออกท่องยุทธภพไปรอบหนึ่ง ระดับพลังก็บรรลุถึงระดับห้า ขอบเขตหยินเสินแล้ว หวงหรงก็หมดแรงจูงใจอีกครั้ง
แต่ทว่า ต้นไม้แก่ผลิดอก หวงเย่าซือก็แอบมีลูกหลง (ลูกคนเล็ก) มาคนหนึ่ง
สำหรับน้องชายที่โผล่มาอย่างกะทันหัน หวงหรงก็รู้สึกชอบใจมาก แต่ละวันก็พาน้องชายตัวน้อยไปเที่ยวเล่น ใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน
จ้าวหลิงเอ๋อร์: "ช่วงนี้ บรรพชนเผ่าพันธุ์มนุษย์มอบของรางวัลใหญ่ๆ ติดต่อกัน มีความนัยลึกซึ้งอะไรแอบแฝงอยู่หรือไม่เจ้าคะ?"
จิ๋นซีฮ่องเต้แห่งต้าฉิน: "บางที อาจจะเป็นเพราะบรรพชนเผ่าพันธุ์มนุษย์รังเกียจที่พวกเราอ่อนแอเกินไปกระมัง?"
หลินจิ่ว: "จิ๋นซีฮ่องเต้ถ่อมตัวเกินไปแล้ว!"
เกาเย่า: "หากพูดถึงความอ่อนแอแล้ว ดูเหมือนว่าในบรรดาสมาชิกทั้งเก้าคนในกลุ่มแชท ฝีมือของข้าจะอ่อนแอที่สุดแล้วใช่ไหม?"
เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งในร่างกาย เกาเย่าก็หัวเราะแหะๆ ออกมาด้วยความดีใจ
พลังในระดับสาม ขอบเขตปรมาจารย์ เมื่อนำมาเทียบในกลุ่มแชท ก็ถือว่ารั้งท้ายสุด
แต่ถ้านำไปเทียบในโลกของเซียนเทียน พลังระดับนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้เขาไร้เทียมทาน ไม่มีใครต่อกรได้แล้ว
ต่อให้อยู่ท่ามกลางกองทัพนับหมื่น ก็สามารถเด็ดหัวแม่ทัพศัตรูได้อย่างง่ายดาย
แน่นอนว่า ไม่มีใครรังเกียจที่ตนเองมีพลังแข็งแกร่งเกินไป มีแต่จะรังเกียจที่ตนเองมีพลังไม่เพียงพอเท่านั้น
เฉาเจิ้งฉุน: "ข้ากับฮ่องเต้น้อยร่วมมือกัน กวาดล้างขุนนางชั่ว จัดระเบียบราชสำนัก ในที่สุดก็บีบให้จูเถี่ยต่านต้องยกทัพก่อกบฏ อ้างว่ากำจัดขุนนางกังฉินข้างกายกษัตริย์ได้สำเร็จแล้ว!"
เมื่อมองดูกองทัพกบฏที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรอยู่ภายนอกเมืองหลวง เฉาเจิ้งฉุนก็ยิ้มจนตาหยี
จูเถี่ยต่านเอ๋ยจูเถี่ยต่าน ในที่สุดเจ้าก็ก่อกบฏเสียที!
[จบแล้ว]