- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นตัวร้ายที่รายรอบไปด้วยสัตว์อสูรสุดหล่อทั้งห้า
- บทที่ 340 - เพราะว่าข้าชอบเจ้าอย่างไรล่ะ หลีเยว่
บทที่ 340 - เพราะว่าข้าชอบเจ้าอย่างไรล่ะ หลีเยว่
บทที่ 340 - เพราะว่าข้าชอบเจ้าอย่างไรล่ะ หลีเยว่
ทว่าหัวใจของหลีเยว่กลับคล้ายกับถูกมืออันเย็นเฉียบบีบรัดเอาไว้ เลือดในกายแทบจะจับตัวเป็นก้อนในวินาทีนี้
นางจำได้อย่างชัดเจนว่า เยว่ไป๋กระโดดเข้ามาช่วยนางจนถูกสัตว์ดุร้ายระดับสีม่วงที่กำลังคลุ้มคลั่งกัดเข้าที่คอ กระดูกคอหักสะบั้นและสิ้นใจตายไปแล้ว
นางเห็นกับตาว่าจิ้นเหยี่ยเป็นคนฝังศพอันเย็นชืดของเยว่ไป๋ และนางยังเป็นคนสลักรูปกระต่ายตัวเล็กๆ ไว้บนต้นกระบองเพชรข้างๆ ด้วยมือของตัวเอง นั่นคือการรำลึกถึงที่อ่อนโยนที่สุดเท่านางจะนึกออก
คนตายไม่อาจฟื้นคืนชีพ นี่คือสัจธรรมที่นางรู้มาตั้งแต่เด็ก ต่อให้โลกสัตว์ร้ายแห่งนี้จะเต็มไปด้วยเรื่องราวแฟนตาซีที่แตกต่างจากโลกแห่งความเป็นจริงมากเพียงใด ก็ไม่ควรมีเรื่องที่ขัดต่อหลักความเป็นจริงเช่นนี้เกิดขึ้นได้
สายตาของหลีเยว่มองไปที่ลำคอของอีกฝ่ายโดยสัญชาตญาณ ปกคอเสื้อของชุดคลุมดำตัวโคร่งบดบังไปเสียส่วนใหญ่ เผยให้เห็นเพียงผิวหนังเรียบเนียนส่วนเล็กๆ เท่านั้น มองไม่ออกเลยว่าบริเวณนั้นมีรอยแผลเป็นจากการถูกกัดหรือไม่
ทว่ายิ่งเป็นเช่นนี้ ความเหน็บหนาวในใจของนางก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ตัวผู้ตรงหน้านี้ แม้จะมีใบหน้าเหมือนกับเยว่ไป๋ไม่มีผิดเพี้ยน ทว่าก็อาจจะไม่ใช่เยว่ไป๋ตัวจริง
"หลีเยว่ ไม่ต้องสงสัยไปหรอก ข้าก็คือเยว่ไป๋"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและอ่อนโยนดังขึ้น เหมือนกับเสียงของเยว่ไป๋ในความทรงจำไม่มีผิดเพี้ยน เป็นเสียงของเยว่ไป๋จริงๆ
หลีเยว่ได้สติกลับมาในทันที น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง "เป็นไปไม่ได้ ข้าตรวจดูอย่างแน่ชัดแล้วว่าตอนนั้นเจ้าสิ้นใจไปแล้ว กระดูกคอหักสะบั้นไปแล้ว จะยังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร"
เยว่ไป๋มองดูท่าทางตึงเครียดของนาง นัยน์ตาฉายแววอ่อนโยนจางๆ วูบหนึ่ง เจือปนไปด้วยความยึดติดที่ยากจะคาดเดา
เขาก่อยๆ ยกมือขึ้น ปลายนิ้วลูบไล้ผ่านลำคอของตนเองอย่างแผ่วเบา น้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว "ใช่ ข้าเคยตายไปแล้วครั้งหนึ่ง เป็นเจ้าที่ช่วยชีวิตข้ากลับมาต่างหาก หลีเยว่"
เขาชะงักไปเล็กน้อย สายตาจับจ้องไปยังความมืดมิดในส่วนลึกของถ้ำ "ตอนที่ถูกสัตว์ดุร้ายกัด ข้าคิดว่าทุกอย่างจบสิ้นลงแล้ว ทว่าไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด ข้าก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมา แล้วก็ ... ตะเกียกตะกายออกมาจากหลุมศพ"
หลีเยว่มองเขาอย่างเหม่อลอย ในใจสับสนวุ่นวายไปหมด
หรือว่าน้ำจากบ่อน้ำพุวิเศษที่นางหยดลงบนตัวเขาในตอนนั้นจะออกฤทธิ์อย่างนั้นหรือ
ทว่าแม้น้ำจากบ่อน้ำพุวิเศษจะสามารถรักษาบาดแผลได้ แต่ก็ไม่มีทางทำให้คนที่คอหักตายไปแล้วฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้อย่างเด็ดขาด
แต่พอลองคิดดูอีกที ในโลกที่นางจากมาก็เคยมีกรณีแกล้งตายแล้วฟื้นขึ้นมาอย่างปาฏิหาริย์อยู่เหมือนกัน หรือว่าตอนนั้นเยว่ไป๋แค่หยุดหายใจไปชั่วคราว แล้วพอนางใช้น้ำจากบ่อน้ำพุวิเศษรักษาบาดแผลให้เขา เขาก็เลยรอดชีวิตกลับมาได้
ความคิดอันสับสนวุ่นวายทำให้นางปวดหัวแทบระเบิด นางบังคับตัวเองให้ใจเย็นลง "ต่อให้เจ้าจะเป็นเยว่ไป๋ตัวจริง แล้วทำไมต้องขังข้าไว้ที่นี่ด้วย สามีสัตว์ร้ายของข้าอยู่ที่ไหน"
จู่ๆ เยว่ไป๋ก็หัวเราะออกมา เสียงหัวเราะนั้นเบามาก ทว่าในถ้ำทรายอันเงียบสงัดกลับมีเสียงสะท้อนอย่างแปลกประหลาด แสงไฟสลัวสะท้อนลงบนใบหน้าของเขา มองไม่ออกถึงอารมณ์ที่แท้จริง "ไม่ต้องรีบร้อนไปหรอก"
เขาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด หลีเยว่ได้กลิ่นเหม็นคาวเลือดอย่างรุนแรงจากตัวเขาได้อย่างชัดเจน ทำให้นางอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วแน่นและขยับตัวถอยหนีตามสัญชาตญาณ
น้ำเสียงของเยว่ไป๋ยังคงอ่อนโยน ทว่ากลับแฝงความดุดันที่ไม่อาจปฏิเสธได้ "ข้าก็แค่อยากจะคุยกับเจ้าตามลำพังเท่านั้น พอพวกเราคุยกันจบ เจ้าก็จะได้เจอสามีสัตว์ร้ายของเจ้าแล้วล่ะ"
"ดังนั้น ความหมายของเจ้าก็คือ สามีสัตว์ร้ายของข้ายังปลอดภัยดีใช่หรือไม่" หลีเยว่จับประเด็นสำคัญในคำพูดของเขาได้ทันที หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น
ขอเพียงบรรดาสามีสัตว์ร้ายยังปลอดภัย ก็ยังมีความหวัง
เยว่ไป๋หัวเราะเสียงต่ำ เสียงหัวเราะนั้นซุกซ่อนความหมายที่ไม่อาจอธิบายได้เอาไว้ เขาไม่ได้ตอบตรงๆ เพียงแค่เอ่ยช้าๆ "วางใจเถอะ พวกเขายังมีชีวิตอยู่"
คำพูดสั้นๆ ไม่กี่คำกลับเปรียบเสมือนมีดอันแหลมคมและเย็นเฉียบที่แทงทะลุความหวังที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้นมาของหลีเยว่ในพริบตา
ขนอ่อนทั่วร่างของนางลุกซันขึ้นมาในทันที แผ่นหลังมีเหงื่อเย็นผุดซึมออกมา สัมผัสอันเย็นเยียบแล่นพล่านไปตามผิวหนัง
สิ่งที่เขาพูดคือ 'ยังมีชีวิตอยู่' ไม่ใช่ 'ปลอดภัย'
ความแตกต่างของสองคำนี้ ถูกขยายให้ใหญ่ขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุดในใจของหลีเยว่ในเวลานี้
การมีชีวิตอยู่ เป็นเพียงการรับประกันชีวิตขั้นพื้นฐานที่สุดเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ได้รับบาดเจ็บ และไม่ได้หมายความว่าจะไม่ตกอยู่ในอันตราย
บางทีตอนนี้บรรดาสามีสัตว์ร้ายของนางอาจจะกำลังตกอยู่ในอันตราย หรืออาจจะเสียชีวิตได้ทุกเมื่อ
หลีเยว่บังคับตัวเองให้ใจเย็นลง สมองคิดคำนวณอย่างรวดเร็ว
ไม่ต้องพูดถึงว่าตัวผู้ตรงหน้านี้ใช่เยว่ไป๋ตัวจริงหรือไม่ ลำพังแค่เขาสามารถลักพาตัวนางมายังถ้ำทรายอันแปลกประหลาดแห่งนี้ได้อย่างไร้ร่องรอย ก็เพียงพอที่จะบ่งบอกได้แล้วว่าซิงอี้จะต้องตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน
ตอนนั้นซิงอี้เพื่อปกป้องนาง ถึงกับยอมขัดคำสั่งของนายหญิงและทุบนางจนสลบแล้วพาหนีมา หากไม่ใช่เพราะตัวเองเอาตัวไม่รอด เขาก็ไม่มีทางปล่อยนางไว้ในมือของคนอื่นอย่างแน่นอน
บางทีซิงอี้อาจจะได้รับบาดเจ็บสาหัสไปแล้ว หรือไม่ก็ ... นางไม่กล้าคิดต่อเลย
เยว่ไป๋ที่อยู่ตรงหน้านี้ ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
หลีเยว่สะกดกลั้นความกังวลที่พลุ่งพล่านอยู่ในใจ ปลายนิ้วแอบกำแน่นเพื่อรักษาความเยือกเย็นภายนอกเอาไว้
นางเงยหน้าขึ้นมองเยว่ไป๋ น้ำเสียงยังถือว่าราบเรียบ หากมองข้ามเสียงสั่นเครือที่แฝงอยู่ไปได้
"เจ้าพูดมาเถอะ มีเรื่องอะไรถึงกับต้องวางแผนลักพาตัวข้ามาคุยกันตามลำพังในสถานที่แบบนี้ด้วย"
เยว่ไป๋ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเสียงต่ำ
เสียงหัวเราะนั้นเบามาก ทว่ากลับแฝงความเย็นเยียบที่แทงทะลุกระดูก มันสะท้อนก้องอยู่ในถ้ำทรายอันเงียบสงัด คล้ายกับเสียงกระซิบจากขุมนรก ทำเอาคนฟังรู้สึกขนลุกซู่
แสงไฟสลัวกะพริบไหวบนใบหน้าของเขา สะท้อนให้เห็นความยึดติดในดวงตาได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
หัวใจอยู่เนิ่นนานกว่าเขาจะค่อยๆ หุบรอยยิ้มลง สายตาจับจ้องไปที่หลีเยว่เขม็ง เขาเอ่ยออกมาทีละคำ "ข้าต้องการให้เจ้าหยดเลือดทำสัญญากับข้า"
"หยดเลือดทำสัญญาหรือ เพราะอะไรล่ะ" หลีเยว่ขมวดคิ้วแน่น นางเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติของเขา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
นางคิดอย่างไรก็คิดไม่ตก เยว่ไป๋อุตส่าห์วางแผนสารพัดเพื่อพาตัวนางมาที่นี่ เพียงเพื่อต้องการทำสัญญากับนางอย่างนั้นหรือ
เยว่ไป๋ขยับเข้ามาใกล้อีกนิด กลิ่นคาวเลือดบนตัวยิ่งรุนแรงขึ้น
เขาเอ่ยเสียงเบา "เพราะว่าข้าชอบเจ้าอย่างไรล่ะ หลีเยว่"
น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนจนแทบจะเรียกได้ว่าห่วงหาอาทร ทว่าความยึดติดในคำพูดนั้นกลับทำให้คนฟังรู้สึกหนาวสั่น
"เพื่อที่จะได้ทำสัญญากับเจ้า ข้ายอมสูญเสียไปมากมาย แม้กระทั่งชีวิตก็ยังยอมพลีให้ ยังไม่พอที่จะพิสูจน์อีกหรือว่าข้าชอบเจ้ามากแค่ไหน"
ตอนที่พูดประโยคนี้ นัยน์ตาที่เคยอ่อนโยนของเขากลับมีแสงสีแดงอันแปลกประหลาดสว่างวาบขึ้นมาจางๆ ภายในดวงตาสีแดงนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความต้องการครอบครองอย่างรุนแรง ราวกับจะกลืนกินหลีเยว่เข้าไปทั้งตัว
หลีเยว่ขยับตัวถอยหลังตามสัญชาตญาณ แผ่นหลังแนบชิดกับผนังถ้ำอันเย็นเฉียบ หัวใจเต้นรัวไม่หยุด
นางสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของเยว่ไป๋ตรงหน้าได้อย่างชัดเจน ทว่ากลับหาคำพูดมาอธิบายความแปลกประหลาดนี้ไม่ได้เลย
เขามีใบหน้าที่งดงามและอ่อนโยนเหมือนเยว่ไป๋ เอ่ยถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความรักใคร่ ทว่าภายในกลับคล้ายกับกลวงโบ๋ หลงเหลือเพียงความยึดติดที่เข้มข้นจนไม่อาจลบเลือนได้ ราวกับหุ่นเชิดที่ถูกครอบงำด้วยความหมกมุ่น
หลีเยว่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ บังคับตัวเองให้ข่มความหวาดกลัวในใจเอาไว้ นางแสร้งทำเป็นใจเย็นและเอ่ยปาก น้ำเสียงเจือความโอนอ่อนผ่อนตามอย่างจงใจ
"หากจุดประสงค์ของเจ้ามีแค่การให้ข้าหยดเลือดทำสัญญา ก็ไม่เห็นจะต้องทำเรื่องพวกนี้เลย เจ้าพูดออกมาตรงๆ บางทีข้าอาจจะตกลงก็ได้นะ"