- หน้าแรก
- ถูกทิ้งแล้วไง แค่ปล่อยชีวิตตามมีตามเกิด ก็บังเกิดความไร้เทียมทาน
- บทที่ 30 เอาของวิเศษระดับเทพมาเลี้ยงสัตว์? พ่อที่เป็นถึงเทพยุทธ์โกรธจัด
บทที่ 30 เอาของวิเศษระดับเทพมาเลี้ยงสัตว์? พ่อที่เป็นถึงเทพยุทธ์โกรธจัด
บทที่ 30 เอาของวิเศษระดับเทพมาเลี้ยงสัตว์? พ่อที่เป็นถึงเทพยุทธ์โกรธจัด
บทที่ 30 เอาของวิเศษระดับเทพมาเลี้ยงสัตว์? พ่อที่เป็นถึงเทพยุทธ์โกรธจัด
ยามเช้าตรู่ แสงอรุณรุ่งสาดส่องเจิดจ้าอาบไล้ตึกระฟ้าที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลลิบ
วันนี้เจียงอี้เฉินตื่นขึ้นมาเองตามธรรมชาติ เขายกนาฬิกาขึ้นดูเวลา ก็พบว่าเลยหกโมงเช้ามาแล้ว
ดูเหมือนว่านาฬิกาชีวิตของเขาจะเริ่มปรับตัวได้ดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อร่างกายและจิตใจได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่
การใช้ชีวิตแบบ 'ปลาเค็มนอนราบ' นี่มันช่างอิสระและมีความสุขเสียจริง
"ติง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ระดับพลังบรรลุ 'ขั้นสี่ ระดับเจ็ด' และการเจริญเติบโตของป๋ายเจ๋อแตะ '14%'"
ผลจากการบ่มเพาะแบบนอนกินนอนใช้ก็มาถึงแล้ว ช่างเป็นเช้าที่สดใสอะไรเช่นนี้
ถ้าเขาสามารถทะลวงระดับย่อยได้ภายในเวลาเพียง 10 ชั่วโมง งั้นก่อนถึงวันทดสอบจบการศึกษา เขาจะไม่บรรลุถึงขั้นปรมาจารย์ระดับห้าเลยงั้นหรือ?
ระดับสูงสุดของบัณฑิตมหาวิทยาลัยหัวจงและมหาวิทยาลัยอื่นๆ ปกติจะอยู่ที่ปรมาจารย์ยุทธ์ขั้นสี่เท่านั้น แบบนี้มันคือเกมไล่บี้ตบเกรียนชัดๆ!
เจียงอี้เฉินบิดขี้เกียจอย่างสบายอารมณ์ มุมปากประดับรอยยิ้มบางๆ ขณะเดินไปล้างหน้าแปรงฟัน
หลังจากจัดการธุระส่วนตัวและแต่งตัวเสร็จ เขาก็เดินออกไปที่ห้องนั่งเล่น
ซูหลินอวี่นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารเหมือนเช่นเคย สองมือประคองกล่องข้าวกล่องหนึ่งไว้ พลางชะเง้อคอมองซ้ายมองขวาอย่างคาดหวัง
ทันทีที่เห็นเขาเดินออกมาจากห้อง ริมฝีปากบางก็คลี่ยิ้มหวานหยาดเยิ้มออกมาทันที
"อรุณสวัสดิ์ค่ะ พี่อี้เฉิน วันนี้หล่อจังเลยนะเนี่ย~" ซูหลินอวี่เอ่ยชมเสียงหวานหยดย้อย
เจียงอี้เฉินอดไม่ได้ที่จะยิ้มตอบ เขานั่งลงจัดการกับอาหารเช้าที่เธอเป็นคนเตรียมให้ด้วยตัวเอง ซึ่งรสชาติก็ยังคงถูกปากเขาอย่างไร้ที่ติ
ซูหลินอวี่ยกมือขึ้นเท้าคาง สองขาแกว่งไกวไปมาอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหยิบถุงผ้าใบใหญ่ที่วางอยู่ข้างๆ ขึ้นมา
"พี่อี้เฉิน เมื่อวานพี่บอกว่าอยากไปตกปลาไม่ใช่เหรอคะ? ฉันเตรียมเบ็ดตกปลากับเหยื่อมาให้แล้ว... ฉันไม่รู้ว่าพี่ชอบแบบไหน ก็เลยเหมามาให้ทุกแบบเลยค่ะ"
"แล้วก็ยังมีนี่อีก..."
เธอหยิบแผนที่ออกมาแผ่นหนึ่ง กางมันลงตรงหน้าเขา แล้วชี้ไปที่แม่น้ำหลายสายที่ถูกวงกลมสีแดงเอาไว้
"เมื่อคืนฉันไปหาข้อมูลมา แถมยังลงพื้นที่ไปสำรวจดูด้วยตัวเองว่าปลาแถวไหนชุมบ้าง สามที่นี้มีปลาหลากหลายสายพันธุ์ที่สุดเลยค่ะ พี่อี้เฉิน เราจะไปที่ไหนกันดีคะ?"
เห็นดังนั้น เจียงอี้เฉินก็ถึงกับชะงักไปชั่วครู่ สายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่รอยคล้ำใต้ตาจางๆ ของซูหลินอวี่
เขาแค่พูดเปรยๆ ขึ้นมาเล่นๆ แต่ยัยเด็กนี่ถึงขั้นลงทุนไปกว้านซื้ออุปกรณ์ตกปลามาทั้งคืน แถมยังไปสำรวจจุดตกปลาด้วยตัวเองอีกงั้นเหรอ?
เจียงอี้เฉินยอมแพ้ใจเธอจริงๆ เขาไม่อยากให้ความพยายามของเธอสูญเปล่า จึงชี้ไปที่ 'แม่น้ำชิงหลิน' ซึ่งเป็นหนึ่งในสามแม่น้ำที่เธอวงไว้
"โอเคค่ะ ตามใจพี่อี้เฉินเลย"
ซูหลินอวี่ไม่ขัดข้องแม้แต่น้อย เธอรับคำอย่างว่าง่าย
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ เจียงอี้เฉินทอดสายตามองคฤหาสน์ที่ยังคงอยู่ระหว่างการต่อเติมแก้ไขเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
"ลุงเฟิง วันนี้พวกเราจะไปตกปลากัน รบกวนลุงช่วยดูพวกช่างเขาทำงานด้วยนะครับ"
เมื่อได้ยินดังนั้น ลุงเฟิงที่มีใบหน้าเหี่ยวย่นตามกาลเวลาก็พยักหน้ารับ "ครับ นายน้อย ขอให้... เที่ยวให้สนุกนะครับ"
ลุงเฟิงไม่ได้บ่นจู้จี้เหมือนอย่างเคย แววตาของเขาฉายแววจำนนอย่างเห็นได้ชัด
เจียงอี้เฉินไม่ได้ใส่ใจอะไร เขายื่นยันต์เคลื่อนย้ายระดับหกให้ซูหลินอวี่แผ่นหนึ่ง ก่อนจะโคจรพลังปราณ แล้วร่างของทั้งคู่ก็อันตรธานหายไปจากตรงนั้นทันที
วิธีนี้มันสะดวกกว่านั่งรถเป็นไหนๆ
ลุงเฟิงมองดูจุดที่นายน้อยหายตัวไปแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ "นายน้อย เมื่อไหร่ท่านจะโตเป็นผู้ใหญ่สักทีนะ?"
เมื่อวาน เขาผลาญเงินไปกว่า 3 หมื่นล้านเพื่อซื้อบริการไร้สาระพวกนั้น โดยอ้างว่าอยากจะ 'ใช้ชีวิตเป็นปลาเค็ม'
วันนี้ เขาก็ดันชวนกันไปตกปลา ไม่ยอมใส่ใจกับการบ่มเพาะพลังเลยแม้แต่น้อย
มะรืนนี้ก็ถึงวันทดสอบจบการศึกษาแล้ว หากผลการประเมินออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจ ตระกูลคงต้องทอดทิ้งเขาอย่างแน่นอน
แล้วนี่เขายังพกคุณหนูซูที่มีพรสวรรค์ด้านวรยุทธ์ระดับ SSS ไปเที่ยวเล่นด้วยอีก หากทางตระกูลซูรู้เข้า การถอนหมั้นคงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แน่
ลุงเฟิงได้แต่กลัดกลุ้มใจ ทว่าเขาก็ไม่อาจทำอะไรนายน้อยได้ เขาทำได้เพียงนั่งลงบนม้านั่งใกล้ๆ อย่างหมดอาลัยตายอยาก จมปลักอยู่กับความรู้สึกผิดที่ดูแลนายน้อยได้ไม่ดีพอ
เวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมง พระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าเต็มดวง จู่ๆ บอดี้การ์ดคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหา
"พ่อบ้านเฟิง นายท่าน คุณชายฉู่แห่งตระกูลฉู่ และคุณชายถังแห่งตระกูลถังมาถึงหน้าประตูแล้วครับ พวกเขาบอกว่ามาหานายน้อย"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของลุงเฟิงก็เปลี่ยนไปทันที เขารีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วกึ่งวิ่งกึ่งเดินออกไปที่ประตูคฤหาสน์
"นายท่าน คุณชายฉู่ คุณชายถัง"
ณ ประตูทางเข้าคฤหาสน์ ลุงเฟิงโค้งคำนับทั้งสามคนด้วยความเคารพ
ทว่าสีหน้าของเจียงเจิ้นเทียนกลับถมึงทึง เขากวาดสายตามองไปด้านหลังของลุงเฟิง "เจียงอี้เฉินอยู่ไหน? วันนี้คุณชายฉู่กับคุณชายถังอุตส่าห์มาช่วยชี้แนะแนวทางการบ่มเพาะพลังให้ถึงที่ ทำไมมันถึงไม่ออกมาต้อนรับด้วยตัวเองฮะ?!"
ลุงเฟิงลอบมองฉู่ซิงเฉินที่มีกระบี่เหน็บอยู่ข้างเอว ท่วงท่าสง่างามแผ่กลิ่นอายแห่งคุณธรรม และถังหลงที่มีรูปร่างอ้วนท้วนพร้อมกับรอยยิ้มเป็นมิตรบนใบหน้า สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความลำบากใจ
"นายท่าน นายน้อย... ไม่อยู่ครับ"
"หืม?"
เจียงเจิ้นเทียนขมวดคิ้ว "มันไปไหน?"
"...นายน้อยพาคุณหนูซูไปตกปลาครับ" ลุงเฟิงตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย
"ไอ้ลูกทรพี!"
เมื่อได้ยินดังนั้น เจียงเจิ้นเทียนก็เดือดดาลขึ้นมาทันที คลื่นพลังปราณระเบิดออกมาจากร่าง ซัดกระแทกประตูคฤหาสน์จนพังครืน เกิดประกายไฟสว่างวาบ
"มะรืนนี้ก็จะถึงวันทดสอบจบการศึกษาแล้ว มันยังมีกะจิตกะใจไปตกปลาอีกเหรอ? มันช่างไร้ความรับผิดชอบจริงๆ!"
เขาอุตส่าห์หลงคิดว่าเจียงอี้เฉินเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นแล้วตอนงานพิธีจบการศึกษา แต่ไม่นึกเลยว่ามันจะยังทำตัวเหลวไหลแก้ไม่หายเหมือนเดิม
ตอนนี้หากตระกูลเจียงต้องสูญเสียตระกูลซูไปเป็นพันธมิตร พวกเขาจะต้องเผชิญกับศึกหนักทั้งในและนอกตระกูลอย่างแน่นอน
มันไม่แม้แต่จะขยันบ่มเพาะพลังเพื่อทำผลงานให้ดีในการทดสอบ เพื่อให้ซูจ้านยอมรับในตัวมันเลยสักนิด แต่กลับ... หนีไปตกปลา นี่มันหมดหนทางเยียวยาแล้วจริงๆ ใช่ไหม?!
"นายท่าน โปรดระงับโทสะด้วยเถอะครับ นายน้อยไม่มีใจรักในวิถีแห่งวรยุทธ์เลย กระผมเองก็จนปัญญาเหมือนกัน" ลุงเฟิงถอนหายใจ
ใบหน้าของเจียงเจิ้นเทียนเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว เขาแค่นเสียงเย็นชา "งั้นก็ไปเอา 'น้ำค้างหยก' คืนมา เอาไปให้มันก็มีแต่เสียของเปล่าๆ"
"เอ่อ... นายท่าน น้ำค้างหยกนั่น นายน้อยเอาไป... ให้สัตว์เลี้ยงกินหมดแล้วครับ" ลุงเฟิงตอบเสียงสั่นด้วยความหวาดกลัว
"อะไรนะ?!"
เจียงเจิ้นเทียนแทบจะสำลักน้ำลายตัวเอง เขายืนอึ้งไปชั่วขณะ
นั่นมันของวิเศษที่เขาเสี่ยงชีวิตไปแย่งชิงมาจากซากโบราณสถานคุนหลุนเชียวนะ! มันประเมินค่าไม่ได้ด้วยซ้ำ แถมยังสามารถช่วยให้ผู้ใช้วรยุทธ์ทะลวงขีดจำกัดก้าวเข้าสู่ดินแดนแห่งเทพยุทธ์ได้เลยทีเดียว
แต่ไอ้ลูกไม่รักดีคนนี้กลับเอามันไปให้สัตว์เลี้ยงกิน... เจียงเจิ้นเทียนโกรธจนแทบจะกระอักเลือด เขายกมือกุมหน้าอกแล้วเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
ลุงเฟิงรีบถลันเข้าไปประคอง "นายท่าน เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?"
เจียงเจิ้นเทียนพูดไม่ออกอีกต่อไป ความหวังอันริบหรี่ที่เพิ่งจุดประกายขึ้นมาในงานพิธีจบการศึกษาถูกดับมอดลงอย่างสมบูรณ์แบบ
ฉู่ซิงเฉินและถังหลงที่ยืนอยู่ข้างๆ ต่างก็ลอบถอนหายใจให้กับความเหลวไหลของเจียงอี้เฉิน
การทดสอบจบการศึกษาใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว แต่เขายังมีแก่ใจไปตกปลาเที่ยวเล่นอย่างสบายใจเฉิบ
แถมยังเอาน้ำค้างหยกไปให้สัตว์เลี้ยงกินอีก นี่มันเอาของล้ำค่าระดับสวรรค์มาทิ้งขว้างชัดๆ!
ในฐานะทายาทของตระกูลใหญ่ พวกเขาย่อมเคยได้ยินชื่อเสียงของ 'น้ำค้างหยก' ซึ่งเป็นของวิเศษระดับเทพที่เพิ่งปรากฏขึ้นเมื่อซากโบราณสถานคุนหลุนเปิดออกเมื่อไม่นานมานี้
มันสามารถปลุกพลังให้กับคนที่ไม่มีพรสวรรค์ด้านวรยุทธ์ได้ในทันที และยังช่วยทะลวงระดับพลังได้อย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้นอีกด้วย
มันคือสิ่งที่ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างปรารถนาอยากครอบครองแต่ก็มิอาจเอื้อมถึง
ทั้งสองคนอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า เดิมทีพวกเขายังอยากจะมาช่วยชี้แนะแนวทางการบ่มเพาะพลังให้เจียงอี้เฉิน เพราะเห็นแก่ความเป็นเพื่อนในอดีต และเห็นว่าเขามีพัฒนาการที่ดีขึ้นในงานพิธีจบการศึกษา จึงหวังว่าเขาจะสอบผ่านเกณฑ์มาตรฐาน
แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้... เจียงอี้เฉินก็ยังเป็นเจียงอี้เฉินคนเดิม ที่เอาแต่ละทิ้งหน้าที่ของตัวเอง
"ไอ้ลูกทรพี! โอ๊ย ไอ้ลูกทรพี!"
เจียงเจิ้นเทียนโกรธจนหอบหายใจแรง เขาถอนหายใจยาวด้วยความผิดหวังอย่างสุดซึ้ง ก่อนจะตวัดสายตามองไปยังคฤหาสน์ที่กำลังถูกรื้อซ่อมแซม แล้วถามเสียงอ่อย "แล้วคนพวกนี้มาทำอะไรที่นี่?"
ลุงเฟิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบไปตามความจริง "นายน้อยบอกว่าอยากจะ 'ใช้ชีวิตเป็นปลาเค็ม' ก็เลยทุ่มเงินไปกว่า 3 หมื่นล้านเพื่อปรับปรุงคฤหาสน์ใหม่ครับ..."
เจียงเจิ้นเทียน ฉู่ซิงเฉิน และถังหลง ถึงกับยืนอึ้งเป็นไก่ตาแตกเมื่อได้ยินคำสารภาพของลุงเฟิง
ตั้ง 3 หมื่นกว่าล้าน!
นั่นมันเท่ากับรายได้ครึ่งเดือนของตระกูลเจียงเลยนะ ไม่แปลกใจเลยที่เครือเจียงกรุ๊ปถึงได้ประสบปัญหาทางการเงินในช่วงนี้
ที่แท้เจียงอี้เฉินก็เอาเงินไปผลาญเล่นเพื่อเสวยสุขและ 'ใช้ชีวิตเป็นปลาเค็ม' นี่เอง
"ไอ้ลูกล้างผลาญ!" เจียงเจิ้นเทียนโกรธจนถึงขีดสุด เขาประกาศกร้าวด้วยความเดือดดาล "เหล่าเฟิง ถ้าไอ้ลูกทรพีนั่นกลับมา แกฝากไปบอกมันด้วย"
"มันไม่คู่ควรกับตำแหน่งผู้สืบทอดตระกูลเจียงอีกต่อไป หลังจบการประเมินผลการศึกษา ฉันจะเป็นคนประกาศปลดมันออกจากตำแหน่งทายาทในที่ประชุมตระกูลด้วยตัวเอง"
ลุงเฟิงถึงกับสะดุ้งเฮือก "นายท่าน ทำแบบนี้มันไม่เหมาะสมกระมังครับ..."
"ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว หลานชายฉัน เจียงเฟิง อุตส่าห์เก็บตัวบ่มเพาะพลังอย่างหนักเพื่อทำผลงานให้ดีในการทดสอบ หวังจะทะลวงขึ้นเป็นขั้นสี่ ระดับสาม ให้ได้"
"แต่ไอ้ลูกทรพีนี่ กลับไม่ยอมเดินในเส้นทางที่ถูกต้อง เอาแต่ผลาญเงินและลุ่มหลงในความสะดวกสบาย มันเทียบไม่ได้เลยกับเจียงเฟิงที่มีความมุมานะและทะเยอทะยาน"
"มันมันก็แค่ไอ้สวะคนหนึ่ง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ปล่อยให้มันหาเลี้ยงตัวเองไปก็แล้วกัน ฉัน เจียงเจิ้นเทียน ไม่มีลูกแบบนี้"
เจียงเจิ้นเทียนทิ้งท้ายประโยคประกาศิตไว้เพียงแค่นี้ ก่อนจะกระแทกตัวนั่งลงในรถแล้วขับออกไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองอีกเลย
ฉู่ซิงเฉินและถังหลงมองหน้ากัน สีหน้าเต็มไปด้วยความอับจนหนทาง
"ลุงเฟิง ในเมื่อเจียงอี้เฉินไม่มีความตั้งใจที่จะบ่มเพาะพลัง และพอใจที่จะจมปลักอยู่กับความเสื่อมทราม งั้นพวกเราก็ขอตัวกลับก่อนแล้วกันครับ"
ฉู่ซิงเฉินส่ายหน้าแล้วหันหลังเดินจากไป
ถังหลงถอนหายใจ ก้มหน้าเดินตามไปติดๆ
ใบหน้าของลุงเฟิงดูแก่ชราลงไปอีกหลายปี หากนายน้อยถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้สืบทอดเมื่อไหร่ เขาก็จะไม่ได้รับการช่วยเหลือใดๆ จากตระกูลอีกต่อไป
เขาจะกลายเป็นเหมือนเด็กที่ถูกทอดทิ้ง
เฮ้อ! แล้วจะทำยังไงกันดีล่ะทีนี้?