- หน้าแรก
- ถูกทิ้งแล้วไง แค่ปล่อยชีวิตตามมีตามเกิด ก็บังเกิดความไร้เทียมทาน
- บทที่ 21 กล่องสุ่มเซอร์ไพรส์ เซอร์ไพรส์นี้มันใหญ่เกินไปแล้ว!
บทที่ 21 กล่องสุ่มเซอร์ไพรส์ เซอร์ไพรส์นี้มันใหญ่เกินไปแล้ว!
บทที่ 21 กล่องสุ่มเซอร์ไพรส์ เซอร์ไพรส์นี้มันใหญ่เกินไปแล้ว!
บทที่ 21 กล่องสุ่มเซอร์ไพรส์ เซอร์ไพรส์นี้มันใหญ่เกินไปแล้ว!
"แพ็กเกจของขวัญสายชิลระดับกลางอีกแล้วแฮะ ช่วงนี้ระบบทริกเกอร์บ่อยไปหน่อยมั้ง"
เจียงอี้เฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและตัดสินใจว่าจะยังไม่เปิดมันในตอนนี้
"ถึงยังไงแพ็กเกจระดับกลางก็มีโอกาสสุ่มได้ของรางวัลระดับสูงสุดอยู่ดี ถ้าเก็บสะสมไว้เปิดทีเดียวพร้อมกันหมด ความคุ้มค่าน่าจะสูงกว่า"
เจียงอี้เฉินพยักหน้าเบาๆ กวาดสายตามองผู้ชมที่กำลังซุบซิบพูดคุยกันอยู่ด้านล่างเวที ก่อนที่สายตาของเขาจะหยุดลงที่ซูหลินอวี่
"คุณชายเจียง คุณหนูซู เชิญลงไปนั่งพักด้านล่างเวทีก่อนนะครับ งานปัจฉิมนิเทศยังต้องดำเนินต่อไป" พิธีกรกล่าวขึ้นด้วยความนอบน้อม
ซูหลินอวี่พยักหน้ารับ เธอมองเขาพร้อมกับรอยยิ้ม "พี่อี้เฉิน เราลงไปกันเถอะค่ะ"
"เดี๋ยวก่อน" เจียงอี้เฉินคว้ามือซูหลินอวี่เอาไว้ แล้ววางกล่องสุ่มเซอร์ไพรส์ที่ได้เป็นรางวัลลงบนฝ่ามือของเธอ "ของขวัญสำหรับเธอ"
ของขวัญ?
เมื่อได้ยินคำสองคำนี้ ตอนแรกซูหลินอวี่ก็ชะงักไป ก่อนจะกระโดดโลดเต้นด้วยความตื่นเต้นดีใจ
"ว้าว! 4 ปีแล้ว ในที่สุดหนูก็ได้รับของขวัญจากพี่อี้เฉินเสียที!"
ซูหลินอวี่หันไปคว้าแขนพิธีกรที่อยู่ข้างๆ "คุณได้เตรียมพลุไว้บ้างไหมคะ?"
"เอ่อ... คุณหนูซู จะเอาพลุไปทำไมหรือครับ?"
"หนูอยากจุดพลุฉลองค่ะ! นี่เป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสุดๆ ไปเลย พี่อี้เฉินให้ของขวัญหนูด้วย! ซึ้งใจจังเลยค่ะ!"
ซูหลินอวี่ชูกล่องโบราณในมือขึ้นสูง ราวกับอยากจะประกาศให้ทุกคนได้รับรู้
ดูสิ นี่คือของขวัญจากพี่อี้เฉินล่ะ
เจียงอี้เฉินมองดูเธอที่มีความสุขราวกับเด็กๆ ด้วยความรู้สึกอ่อนใจและละอายใจอยู่ลึกๆ
ในชาติที่แล้ว หลังจากที่เขาตกหลุมรักหลินหว่าน เขาก็ไม่เคยให้ของขวัญใดๆ แก่ซูหลินอวี่อีกเลย
ทว่าซูหลินอวี่กลับจำวันเกิดของเขาได้อย่างแม่นยำ และมักจะเตรียมของขวัญมาให้เขาในทุกเทศกาลเสมอ
แม้แต่ตอนที่เขาโยนของขวัญที่เธอใช้เวลาเตรียมตั้งหลายเดือนทิ้งลงพื้นต่อหน้าต่อตา เธอก็ไม่เคยปริปากโทษเขา และยังคงส่งของขวัญมาให้เขาเรื่อยมา
หากจะพูดถึงตำแหน่งนักรบผู้คลั่งรักแล้วล่ะก็ เจียงอี้เฉินยังถือว่าเทียบไม่ติดกับเธอเลย
"คุณหนูซูครับ ทางเราไม่ได้เตรียมพลุเอาไว้เลย..."
"อ้าวเหรอคะ? ไม่เป็นไรค่ะ" ซูหลินอวี่รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ก่อนจะก้มลงมองกล่องโบราณในมือด้วยความคาดหวัง "ไหนดูสิว่าพี่อี้เฉินเตรียมของขวัญอะไรไว้ให้หนู"
ถึงแม้กล่องใบเล็กๆ นี้จะไม่ได้ดูเหมือนของขวัญล้ำค่าอะไร แต่ในสายตาของซูหลินอวี่ ต่อให้เจียงอี้เฉินจะให้ตะเกียบเธอสักคู่ เธอก็คงดีใจจนเนื้อเต้นอยู่ดี
กริ๊ก!
ปลายนิ้วของซูหลินอวี่ปลดล็อกกล่อง พริบตานั้น ปราณวิญญาณสีขาวบริสุทธิ์เข้มข้นก็ทะลักทะลวงออกมาจากกล่องใบจิ๋ว แล้วแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งงานอย่างรวดเร็ว
"พระเจ้าช่วย ปราณวิญญาณหนาแน่นอะไรขนาดนี้! ฉันมองไม่เห็นบนเวทีแล้วเนี่ย"
"คุณชายเจียงเตรียมของขวัญอะไรกันเนี่ย? ดูอลังการสุดๆ"
"หวาน! หวานเกินไปแล้ว! คุณชายเจียงกับเทพธิดาซูเหมาะสมกันดั่งกิ่งทองใบหยก ฉันล่ะชอบคู่นี้จริงๆ"
"ม่ายยย! เทพธิดาของช้านนน!"
"..."
ในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นตะลึงกับมวลปราณวิญญาณอันหนาแน่น ซูหลินอวี่และเจียงอี้เฉินบนเวทีก็ถูกโอบล้อมไปด้วยมวลพลังเหล่านั้น
ปราณวิญญาณเหล่านี้ค่อยๆ ถักทอร้อยเรียงกันกลายเป็นเสื้อผ้า... เส้นผมยาวสลวยของซูหลินอวี่ถูกเกล้าเป็นมวยต่ำอย่างสง่างาม ประดับด้วยมงกุฎสีเงินที่ฝังเพชรเม็ดเล็กๆ เปล่งประกายระยิบระยับ
เมื่อปราณวิญญาณสีขาวเริ่มจางลง ซูหลินอวี่ก็ปรากฏตัวในชุดแต่งงานเปิดไหล่สีขาวบริสุทธิ์ กระโปรงผ้าทูลหลายชั้นทิ้งตัวพลิ้วไหวดุจดั่งปุยเมฆอันนุ่มนวล
ประกายเพชรระยิบระยับที่ซ่อนอยู่บนกระโปรงสะท้อนแสงไฟบนเวที ส่งเสริมให้แหวนเพชรบนนิ้วนางของเธอทอประกายงดงามยิ่งขึ้น
ส่วนทางด้านเจียงอี้เฉินนั้น สวมชุดสูทสีขาวเข้ารูป โดยมีดอกกุหลาบที่ดูโดดเด่นเป็นพิเศษประดับอยู่ที่ปกเสื้อ
???
เอ๊ะ? ซูหลินอวี่ นี่เธอ... เมื่อม่านปราณวิญญาณสีขาวจางหายไป เจียงอี้เฉินก็ถึงกับยืนแข็งทื่ออยู่กับที่
เมื่อจ้องมองซูหลินอวี่ ผู้มีผิวพรรณเนียนใสราวกับหยก และนัยน์ตาภายใต้แพขนตายาวงอนที่ราวกับกำลังทอแสงอันอบอุ่น จู่ๆ เขาก็นึกถึงความปรารถนาที่ยังไม่เคยเป็นจริงของเธอขึ้นมาได้
ในชาติที่แล้ว เขาหลงกลตกลงไปในหลุมพรางของเจียงเฟิง ทำให้ตระกูลซูบุกมายกเลิกการหมั้นหมาย และซูหลินอวี่ก็ถูกตระกูลของเธอบังคับให้แต่งงานเข้าตระกูลโจว
ดังนั้น ความปรารถนาสูงสุดในชีวิตของเธอ ก็คือการได้สวมชุดแต่งงานและเข้าพิธีวิวาห์กับเขา
"ว้าว! พี่อี้เฉิน นี่พี่กำลังขอหนูแต่งงานอยู่หรือเปล่าคะ?" ซูหลินอวี่ถือช่อดอกไม้สีขาว ก้มหน้าลงเล็กน้อย ขณะที่รอยริ้วสีแดงระเรื่อค่อยๆ ลามเลียขึ้นบนพวงแก้ม
เจียงอี้เฉินนวดขมับตัวเองเบาๆ ปรายตามองผู้ชมด้านล่าง แล้วพยักหน้า "ชอบของขวัญแบบนี้ไหมล่ะ?"
สิ้นคำพูดของเขา ปราณวิญญาณสีขาวที่ล่องลอยอยู่ในอากาศก็หดตัวรวมกันเป็นลูกบอลกลมๆ ทันที ก่อนจะระเบิดออกเสียงดัง 'ปัง' กลายเป็นดอกไม้ไฟที่งดงามและตระการตา
ซูหลินอวี่เงยหน้าขึ้นมอง นัยน์ตาของเธอสะท้อนแสงสีของดอกไม้ไฟ ดูเหม่อลอยไปชั่วขณะ
เมื่อก่อน ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เธอพูดถึงเรื่องการหมั้นหมายกับพี่อี้เฉิน เธอมักจะถูกต่อว่ากลับมาเสมอ
แต่ตอนนี้ พี่อี้เฉินกลับมอบงานแต่งงานให้กับเธอ... น้ำตาของซูหลินอวี่ไหลอาบแก้ม เธอเอ่ยออกมาด้วยความตื้นตันใจสุดซึ้ง "ชอบค่ะ ชอบสุดๆ ไปเลย... หนูชอบมากค่ะ!"
ผู้ชมด้านล่างต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดี
มีเพียงเจียงเฟิงเท่านั้นที่จ้องมองทั้งสองคนบนเวทีด้วยสีหน้ามืดมนสุดขีด เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นเล็กน้อย
บอดี้การ์ดที่อยู่ข้างๆ โน้มตัวเข้ามาใกล้ "นายน้อย มีคำสั่งอะไรหรือครับ?"
"3 นาที ฉันต้องการให้ตระกูลเย่หายไปจากเขตจงหวา"
"เอ่อ... นายน้อยครับ เวลาแค่นั้นมันไม่สั้นไปหน่อย..."
"แกกล้าตั้งคำถามกับฉันงั้นรึ?" น้ำเสียงของเจียงเฟิงเย็นเยียบกระดูก
"...ครับ นายน้อย ผมจะไปจัดการเดี๋ยวนี้ครับ"
เจียงเฟิงพยักหน้าเบาๆ สายตาตวัดไปมองเย่เฉิงอวี่ที่นอนสลบไศลไม่ได้สติอยู่ใกล้ๆ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรังเกียจเหยียดหยาม
"ลากคอมันออกไป หาที่เงียบๆ จัดการมันซะ ถ้าฉันเห็นหน้ามันอีกเมื่อไหร่ พวกแกทุกคนเตรียมตัวตายตามมันไปได้เลย"
"ครับ นายน้อย!" บอดี้การ์ด 5-6 คนลนลานรีบลากร่างที่ไร้สติของเย่เฉิงอวี่ออกไปจากงาน
"ไอ้หนุ่ม แกทำให้ฉันสนใจขึ้นมาได้สำเร็จแล้ว"
เจียงเฟิงจ้องเขม็งไปที่เจียงอี้เฉินบนเวที "ครั้งนี้แกดวงดี แต่ในการประเมินผลจบการศึกษาอีก 3 วันข้างหน้า แกจะไม่โชคดีแบบนี้แน่"
ในการประเมินผลจำลองครั้งล่าสุด เจียงอี้เฉินอยู่เพียงระดับสอง ขั้นห้า รั้งอันดับสุดท้ายในหมู่ผู้สำเร็จการศึกษาทั้งหมด และไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำของการเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสามเพื่อเข้าร่วมการประเมินผลจบการศึกษาด้วยซ้ำ
ตราบใดที่ผู้อาวุโสในตระกูลได้เห็นความไร้ประโยชน์ของทายาทเช่นแก พวกเขาย่อมต้องกดดันให้เจียงเจิ้นเทียนปลดแกออกจากตำแหน่งทายาทอย่างแน่นอน
เขาไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าเจียงอี้เฉินจะสามารถทะลวงขึ้นสู่ระดับสามได้ภายในเวลาแค่ 3 วัน
"ไอ้หนุ่ม ฉันเคยบอกไปแล้ว ไม่มีใครหน้าไหนสามารถแย่งสิ่งที่ฉันหมายปองไปได้"
เจียงเฟิงลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม ก่อนจะค่อยๆ เดินก้าวออกไปจากสถานที่จัดงาน
ในขณะเดียวกัน จากห้องรับรองระดับวีไอพีด้านบน ซูจ้านจ้องมองเซอร์ไพรส์ที่เจียงอี้เฉินเตรียมไว้ให้กับลูกสาวของเขา ทว่าคิ้วของเขากลับขมวดเข้าหากันแน่น
จู่ๆ เจียงอี้เฉินก็หักหน้าปฏิเสธหลินหว่านอย่างผิดวิสัย แล้วตอนนี้ยังมาเตรียมเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานอีก นี่มันไม่เหมือนสิ่งที่เจียงอี้เฉินน่าจะทำเลยสักนิด
เมื่อ 4 ปีก่อน เพื่อที่จะยกเลิกการหมั้นหมายกับลูกสาวของเขา การที่เจียงอี้เฉินด่าทอและทำร้ายหลินอวี่นั้นยังนับเป็นเรื่องเล็ก แต่เขากลับประกาศกลางงานวันเกิดของตัวเองอย่างหน้าไม่อายว่าจะไม่แต่งงานกับหลินอวี่ ทำให้ตระกูลซูต้องอับอายขายหน้าอย่างถึงที่สุด
การเปลี่ยนแปลงกะทันหันของเขาในวันนี้ ต้องเป็นเพราะเขารู้ล่วงหน้าว่าความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลซูกับตระกูลเจียงกำลังสั่นคลอน และจงใจเล่นละครตบตาเขาแน่ๆ
เพื่อทำให้เขาลังเล ช่างเป็นแผนการที่เจ้าเล่ห์จริงๆ
แต่การที่ใช้เวลาบำเพ็ญเพียรในมหาวิทยาลัยมาตั้ง 4 ปีกลับอยู่แค่ระดับสอง ไอ้สวะแบบนี้ริอ่านจะมาแต่งงานกับลูกสาวฉันงั้นรึ? ฝันกลางวันเถอะ!
ซูจ้านหยัดกายลุกขึ้นยืนโดยใช้ไม้เท้าค้ำยัน สายตาของเขาจับจ้องไปที่เจียงเจิ้นเทียน
"พรสวรรค์ด้านวิถีบู๊และความแข็งแกร่งของลูกสาวฉันอยู่ในระดับแนวหน้า ฉันจะไม่มีวันยอมให้เธอต้องไปแต่งงานกับไอ้ขยะอย่างเด็ดขาด"
"ถ้าเจียงอี้เฉินยังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเข้าร่วมการประเมินผลจบการศึกษาในอีก 3 วันข้างหน้า การหมั้นหมายของเขากับลูกสาวฉันก็ถือเป็นอันยกเลิก"
พูดจบ ซูจ้านก็เดินออกจากห้องรับรองไปโดยใช้ไม้เท้าค้ำยัน ไม่แม้แต่จะเหลียวหลังกลับมามอง
อารมณ์ประหลาดใจของเจียงเจิ้นเทียนในตอนแรกดิ่งวูบลงทันที และสีหน้าหนักใจก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
"เฮ้อ ดูเหมือนตาเฒ่าซูจะเตรียมตัวผูกมิตรกับตระกูลโจวไว้แล้ว ตอนนี้เขาก็แค่กำลังหาข้ออ้างที่ฟังดูสมเหตุสมผลก็เท่านั้น"
"ถึงฉันจะไม่รู้ว่าไอ้ลูกทรพีคนนี้มันเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ หรือแค่แกล้งทำ แต่พลังระดับสองของมันก็ยังไม่พอที่จะมีคุณสมบัติเข้าร่วมการประเมินอยู่ดี..."
เมื่อนึกถึงการที่เจียงอี้เฉินเอาเวลาบำเพ็ญเพียรตั้ง 4 ปีไปทิ้งขว้างเพื่อหลินหว่าน และยังคงเป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสอง เจียงเจิ้นเทียนก็ปวดขมับขึ้นมาตงิดๆ
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสองนั้นไม่อาจนำไปเปรียบเทียบกับซูหลินอวี่ ผู้ครอบครองพรสวรรค์ด้านวิถีบู๊ระดับ SSS และบรรลุถึงปรมาจารย์ยุทธ์ระดับสี่ขั้นปลายได้เลยแม้แต่น้อย
ต่อให้หลินอวี่จะมีใจให้เขา ตระกูลซูก็ไม่มีทางยอมรับเด็ดขาด
นอกจากนี้ ทางตระกูลก็คงใช้ข้ออ้างเรื่องความอ่อนแอของเจียงอี้เฉินมาบีบคั้นให้เขาปลดตำแหน่งทายาทตระกูลเจียงออกไป
เจียงเจิ้นเทียนนวดขมับ "ไอ้ลูกทรพีนี่ สร้างแต่เรื่องปวดหัวให้ฉันจริงๆ"
"ไม่ได้สิ ยังเหลือเวลาอีก 3 วันก่อนการประเมินผล ต่อให้ฉันต้องทุ่มทรัพยากรจนหมดตัว ฉันก็ต้องดันให้ไอ้ลูกทรพีนั่นทะลวงขึ้นระดับสามให้ได้!"
ปัจจุบันนี้ ตระกูลเจียงกำลังเผชิญกับการต่อสู้แย่งชิงตำแหน่งทายาทจากภายใน และภัยคุกคามจากตระกูลโจวจากภายนอก
หากพวกเขาสูญเสียการสนับสนุนจากตระกูลซูไป เส้นทางในอนาคตของตระกูลเจียงก็คงจะยากลำบากแสนสาหัส
เจียงเจิ้นเทียนหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วกดโทรออก "เหล่าเฟิง ไปที่คลังสมบัติตระกูลเจียง แล้วเอาของที่ฉันได้มาจากซากบรรพกาลคุนหลุนออกมาที"
"เอาไปให้เจียงอี้เฉิน มั่นใจนะว่าเขาจะต้องทะลวงขึ้นระดับสามก่อนการประเมินผลให้ได้!"
"หา? นายท่าน นั่นมันของวิเศษที่นายท่านเสี่ยงชีวิตไปเอามาเลยนะครับ! มันสำคัญต่อการทะลวงระดับของท่านเพื่อก้าวข้ามเทพยุทธ์มาก เรื่องนี้..."
"เลิกพูดมาก แล้วทำตามที่ฉันสั่งซะ"
"...ครับ นายท่าน!"