- หน้าแรก
- ถูกทิ้งแล้วไง แค่ปล่อยชีวิตตามมีตามเกิด ก็บังเกิดความไร้เทียมทาน
- บทที่ 16 หลินหว่านบอกเลิกกลางเวที เจียงอี้เฉินถึงกับหลุดขำ
บทที่ 16 หลินหว่านบอกเลิกกลางเวที เจียงอี้เฉินถึงกับหลุดขำ
บทที่ 16 หลินหว่านบอกเลิกกลางเวที เจียงอี้เฉินถึงกับหลุดขำ
บทที่ 16 หลินหว่านบอกเลิกกลางเวที เจียงอี้เฉินถึงกับหลุดขำ
ณ แถวหน้าสุดของสถานที่จัดงาน
เจียงอี้เฉินกำลังเอนหลังอย่างสบายอารมณ์ โดยมีซูหลินอวี่คอยป้อนผลไม้ให้ด้วยรอยยิ้มอยู่เคียงข้าง
โชคดีที่คนรอบข้างล้วนเป็นเพื่อนร่วมชั้นที่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของเขาเป็นอย่างดี พวกเขาจึงทำได้เพียงแสดงความอิจฉาริษยาและหมั่นไส้อยู่ในใจ
"พี่อี้เฉิน อร่อยไหมคะ?" ซูหลินอวี่กะพริบตากลมโตสดใสพลางเอ่ยถามอย่างมีความสุข
เจียงอี้เฉินพยักหน้ารับ เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น "ซูหลินอวี่ การที่เธอมาคอยปรนนิบัติฉันแบบนี้ มันไม่สมกับฐานะของเธอไปหน่อยเหรอ?"
"จะเป็นไปได้ยังไงล่ะคะ! การได้ดูแลพี่อี้เฉินคือสิ่งที่ทำให้หนูมีความสุขที่สุดในชีวิตเลยนะ"
ซูหลินอวี่วางจานผลไม้ลง แววตาของเธอเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่ "เมื่อก่อน นอกจากตอนเอาอาหารเช้าไปให้ โอกาสจะได้เจอพี่เวลาอื่นมันยากมากเลยนะคะ"
"แต่วันนี้ หนูได้อยู่ใกล้ชิดพี่อี้เฉิน ได้ถ่ายรูปคู่ แถมยังได้ป้อนขนมให้พี่อีก... ให้ตายสิ! หนูแอบคิดว่าตัวเองกำลังฝันไปอยู่หรือเปล่าเนี่ย"
"ต่อให้ในใจพี่อี้เฉินจะมีแต่หลินหว่าน หนูแค่นี้ก็พอใจมากๆ แล้วค่ะ"
เจียงอี้เฉิน: (☉ _ ☉)
เฮ้อ! ยังคงเป็นสไตล์เดิมไม่เปลี่ยน ซูหลินอวี่มักจะทำตัวตื่นเต้นดีใจใหญ่โตเสมอแม้กับความใจดีเพียงเล็กน้อยที่เขามอบให้
แต่มันก็ดีเหมือนกัน การมีความรักมันเหนื่อย ที่ต้องมาคอยใส่ใจอารมณ์และนึกถึงความรู้สึกของอีกฝ่าย... ในชาติที่แล้ว กว่าจะตามจีบหลินหว่านติด เขาแทบจะเสียสติไปครึ่งค่อนชีวิต
มาตอนนี้เขาแค่อยากจะใช้ชีวิตแบบปล่อยจอย ซึ่งนิสัยของซูหลินอวี่ก็ตอบโจทย์มาตรฐานในอุดมคติของเขาพอดี
"พี่อี้เฉินคะ เดี๋ยวหนูต้องไปขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในฐานะตัวแทนนักศึกษาแล้ว ขออนุญาตไปเตรียมตัวก่อนได้ไหมคะ?"
จู่ๆ ซูหลินอวี่ก็บีบมือตัวเองไปมา เอ่ยปากขออนุญาตจากเขา
ริมฝีปากของเจียงอี้เฉินยกยิ้มขึ้น "นี่มันเรื่องของเธอนะ เธอตัดสินใจเองได้เลย"
"ไม่ได้หรอกค่ะ พี่อี้เฉินสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด หนูจะไปก็ต่อเมื่อพี่อนุญาตเท่านั้น" ซูหลินอวี่พูดอย่างดื้อดึง
มุมปากของเจียงอี้เฉินกระตุก "เอาล่ะ ฉันอนุญาต"
"โอเคค่ะ! ขอบคุณนะคะพี่อี้เฉิน" ซูหลินอวี่โบกมือลาแล้วเดินตรงไปยังห้องแต่งตัวหลังเวที
เจียงอี้เฉินมองตามแผ่นหลังของเธอพร้อมกับรอยยิ้ม
ตัวแทนนักศึกษา ในชาติที่แล้ว เขาจำได้ว่ามีตัวแทนนักศึกษาขึ้นกล่าวสุนทรพจน์สองคนในงานปัจฉิมนิเทศ คือ หลินหว่าน ผู้ที่ได้รับโควตาเข้าทีมเหยียนหวง และ ซูหลินอวี่ ดาวโรงเรียนอัจฉริยะผู้ครอบครองเพลิงวิหคชาดระดับ SSS
และก็เป็นซูหลินอวี่คนนี้นี่แหละ ที่ลุกขึ้นมาสารภาพรักกับเขากลางงานเพื่อต้องการกู้หน้าให้เขา ตอนที่หลินหว่านประกาศเลิกรากับเขาต่อหน้าธารกำนัล
แต่ในตอนนั้น เขาหน้ามืดตามัว หล่นคำพูดเหยียดหยามซูหลินอวี่ต่อหน้าสาธารณชน และเอาแต่คุกเข่าอ้อนวอนไม่ให้หลินหว่านทิ้งเขาไป
เรื่องนี้บานปลายจนทำให้ตระกูลซูต้องยกเลิกการหมั้นหมายในเวลาต่อมา
หึหึ... เจียงอี้เฉินส่ายหน้า มาตอนนี้ที่เขาปลงและเลือกเส้นทางสายชิลแล้ว เขาสนใจแค่ความสะดวกสบายและความสุขของตัวเองเท่านั้น
คิดจะวางแผนเล่นงานฉัน คิดจะบอกเลิกฉันงั้นเหรอ? เชิญภูมิใจไปเถอะ ฉันไม่สนอีกต่อไปแล้ว รอดูแล้วกันว่าพวกเธอจะทำยังไงต่อไป
เขาดึงสายตากลับมา และจู่ๆ ก็สัมผัสได้ถึงสายตาของใครบางคนที่กำลังจับจ้องมา
ด้วยอานุภาพของคัมภีร์มิติว่างเปล่าและกระจกมิติว่างเปล่า ประสาทสัมผัสในการรับรู้ถึงพื้นที่รอบตัวของเขาจึงเฉียบคมขึ้นอย่างมาก
เจียงอี้เฉินหันหน้าไป และพบกับร่างที่คุ้นเคยห้าคนปรากฏอยู่ในสายตา
"ทีมเหยียนหวง พวกเขามาทำอะไรที่นี่?"
เขารู้สึกงุนงงเล็กน้อย ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ส่ายหน้าทันที "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ?"
การยึดมั่นในวิถีสายชิลของระบบ การทำให้ตัวเองมีความสุขคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
กินๆ ดื่มๆ... เจียงอี้เฉินมักจะรู้สึกว่ามีบางอย่างขาดหายไป
คุณภาพชีวิตแบบนี้ยังไม่สูงพอ กลับบ้านไปเขาต้องทุ่มเงินยกระดับคุณภาพชีวิตสักหน่อยแล้ว
วิลล่าสุดหรูสั่งทำพิเศษ ระบบบ้านอัจฉริยะที่ผสานเข้ากับค่ายกล เครื่องนอนและของใช้ระดับท็อป... ทั้งหมดนี้ต้องจัดเตรียมให้พร้อม
ขณะที่เจียงอี้เฉินกำลังคิดเพลินๆ พิธีกรในชุดราตรีหรูหราก็เดินมาที่กลางเวที พร้อมกล่าวเปิดงานตามสคริปต์
"งานปัจฉิมนิเทศในวันนี้ ไม่เพียงแต่เป็นวันที่นักศึกษาจะต้องแยกย้ายกันไป แต่ยังเป็นวันที่ทุกคนจะได้ก้าวเข้าสู่การเดินทางครั้งใหม่ในการอุทิศตนเพื่อประเทศชาติ"
"ดิฉันขออวยพรให้นักศึกษาทุกท่านได้รับผลคะแนนอันยอดเยี่ยมในการประเมินผลจบการศึกษาในอีก 3 วันข้างหน้า จงออกไปสังหารสัตว์อสูร และรับใช้ชาติด้วยความภาคภูมิใจ"
"และบัดนี้ ขอเชิญนักศึกษาเพียงหนึ่งเดียวจากมหาวิทยาลัยหัวจง และเป็นเพียงหนึ่งเดียวของประเทศ ที่ได้รับโควตาเข้าร่วมทีมเหยียนหวง ทีมอันดับหนึ่งของจีน ขอเชิญคุณหลินหว่าน ขึ้นมากล่าวสุนทรพจน์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษาทุกท่านค่ะ"
สิ้นเสียงพิธีกร เสียงโห่ร้องเรียก "รุ่นพี่หลินหว่าน" ก็ดังกระหึ่มขึ้นจากกลุ่มผู้ชม
การได้รับโควตาจากทีมอันดับท็อป ย่อมหมายความว่าเส้นทางแห่งวิถีบู๊ในอนาคตของคนผู้นั้นจะราบรื่นไร้อุปสรรคอย่างแน่นอน
"ว้าวๆๆ หลินหว่านกำลังจะออกมาแล้ว! ได้ยินมาว่าเธอไม่มีภูมิหลังครอบครัวที่ยิ่งใหญ่อะไรเลยนะ การที่สามารถเข้าไปอยู่ในทีมเหยียนหวงได้ แสดงว่าเธอต้องพยายามอย่างหนักมากแน่ๆ"
"ใช่แล้ว ตอนนี้หลินหว่านคือแบบอย่างและเทพธิดาของนักศึกษาผู้ฝึกยุทธ์ธรรมดาๆ อย่างพวกเราเลย ฉันอยากจะเอาแบบอย่างเธอในอนาคต ช่างภูมิหลังครอบครัว ช่างพรสวรรค์มันประไร ฉันเชื่อว่ามรรคาสวรรค์ย่อมตอบแทนความอุตสาหะ"
"ให้ตายสิ หลินหว่านคนนี้เจ๋งเป้งสุดๆ ไม่ได้พูดเกินจริงเลยนะ ได้ยินมาว่าทีมเหยียนหวงมีตระกูลเจียง ตระกูลอันดับหนึ่งของจีนหนุนหลังอยู่ พวกเขาทรงอิทธิพลมากๆ"
"..."
เจียงอี้เฉินรับฟังพร้อมรอยยิ้มประดับบนมุมปาก คนบางคนก็มักจะเอาความช่วยเหลือของคนอื่นมาทึกทักว่าเป็นความสามารถของตัวเองอยู่เสมอ
"คุณชายเจียง นั่นแฟนคุณไม่ใช่เหรอ? คราวก่อนตอนคุณมายืมเงิน คุณยังพูดถึงเธอให้ผมฟังอยู่เลย"
"ใช่ แฟนคุณเก่งกาจมากจริงๆ ทีมเหยียนหวงมีโควตาแค่ที่เดียวทั่วประเทศ แต่เธอกลับคว้ามันมาได้ ไม่ธรรมดาเลยนะ"
"คุณชายเจียง คุณนี่มันแพรวพราวไม่เบาเลยนะเนี่ย? มีคุณหนูซูอยู่แล้ว ยังมีแฟนสาวที่เก่งกาจขนาดนี้อยู่นอกบ้านอีก เล่าเคล็ดลับให้พวกเราฟังหน่อยสิ"
เพื่อนร่วมชั้นรอบๆ ตัวเขาต่างพากันเข้ามาประจบสอพลอและเยินยอเขา
[ติ๊ง! เปิดใช้งานตัวเลือกสายชิล
ตัวเลือกที่หนึ่ง: ทำเหมือนในชาติที่แล้ว พยายามอธิบายความสัมพันธ์ของคุณกับซูหลินอวี่อย่างสุดความสามารถ เพื่อพิสูจน์ว่าคุณรักเพียงหลินหว่านคนเดียว รางวัล: ฉายา 'หมาเลียผู้ภักดี'
ตัวเลือกที่สอง: ในชาติที่แล้ว คุณเอาแต่อธิบายจนแทบเสียสติเพราะกลัวว่าหลินหว่านจะเข้าใจผิด เกิดใหม่ชาตินี้ คุณขอปล่อยจอย มีเพื่อนสนิทแค่ 2-3 คนก็พอแล้ว ปฏิเสธการเข้าสังคมที่ไร้ประโยชน์ทั้งหมด รางวัล: 'แพ็กเกจของขวัญสายชิลระดับต่ำ']
ตัวเลือกถูกเปิดใช้งาน แถมมีแค่สองตัวเลือก ดูเหมือนระดับความชิลในเรื่องนี้จะค่อนข้างต่ำแฮะ
เจียงอี้เฉินปรายตามองเพื่อนร่วมชั้น ก่อนจะเมินเฉยใส่พวกนั้น แล้วหันไปจิบไวน์แดงมูลค่าหลายสิบล้านอย่างสบายอารมณ์ต่อ
เพื่อนร่วมชั้นที่กำลังกระตือรือร้นและหวังจะประจบตระกูลเจียง รู้สึกเหมือนถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัด แต่ก็ไม่กล้าแสดงความโกรธออกมา ได้แต่หุบปากเงียบๆ
เหตุการณ์นี้ทำเอาถังหลงและฉู่ซิงเฉินที่นั่งอยู่ไม่ไกลถึงกับอึ้งไป
"มีบางอย่างผิดปกติ 100% เมื่อก่อนเวลาใครเข้าใจผิดเรื่องความสัมพันธ์ของเขากับน้องหลินอวี่ พี่อี้เฉินจะพยายามอธิบายอย่างสุดชีวิตจนกว่าอีกฝ่ายจะเชื่อเลยนะ"
"แต่วันนี้ ไม่เพียงแต่เขาจะสนิทสนมกับน้องหลินอวี่เท่านั้น เขายังไม่อธิบายอะไรเลยด้วยซ้ำ หรือว่าเขาเปลี่ยนไปแล้ว?"
ฉู่ซิงเฉินขมวดคิ้ว แววตาฉายแววไม่อยากจะเชื่อ "รอดูกันไปก่อนเถอะ การที่เจียงอี้เฉินจะเปลี่ยนไปมันยากยิ่งกว่าปีนขึ้นสวรรค์ซะอีก เขาต้องกำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่แน่ๆ"
"ก็จริง เขาตามเลียหลินหว่านมาตั้ง 4 ปีจนยอมทำตัวต่ำต้อยยิ่งกว่าหมา เขาจะเปลี่ยนไปในชั่วข้ามคืนได้ยังไง?" ถังหลงพยักหน้า สายตากวาดมองไปทางเจียงอี้เฉินที่นั่งอยู่แถวหน้า
[ติ๊ง! โฮสต์ได้ทำการเลือกตัวเลือกสายชิล ได้รับ 'แพ็กเกจของขวัญสายชิลระดับต่ำ' ต้องการเปิดเลยหรือไม่?]
เจียงอี้เฉินเหลือบมองดูความน่าจะเป็นที่จะเปิดได้ไอเทมระดับสูงสุดจากแพ็กเกจระดับต่ำ: 5%!
นอกจากแพ็กเกจของขวัญที่การันตีระดับสูงสุดแล้ว เขายังไม่เคยเปิดได้ไอเทมระดับสูงสุดจากแพ็กเกจไหนเลย โอกาส 5% นี้นับว่าริบหรี่เสียยิ่งกว่าอะไร
"เปิดเลย"
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับ: เงินทุน 1 ล้าน และยาต้านพิษระดับกลาง 3 เม็ด]
???
หืม?
เอาจริงดิเพื่อน เกลือขนาดนี้เลยเหรอ?
เจียงอี้เฉินถึงกับพูดไม่ออก แต่เมื่อคิดได้ว่ามันเป็นแค่แพ็กเกจระดับต่ำ เขาก็พอจะเข้าใจได้
ยาต้านพิษระดับกลางก็ถือว่าไม่เลว มันเป็นยาเม็ดสำคัญสำหรับปรมาจารย์ยุทธ์ระดับสี่ในการทะลวงขึ้นสู่ปรมาจารย์ยุทธ์ระดับห้า แต่เขากลับไม่จำเป็นต้องใช้มันเลย เพราะเขาใช้วิธีบำเพ็ญเพียรอัตโนมัติ
ระบบ รีบๆ เอาตัวเลือกสายชิลที่มีรางวัลเป็นแพ็กเกจของขวัญระดับสูงสุดมาให้ฉันทีเถอะ!
เจียงอี้เฉินเต็มไปด้วยความคาดหวัง
"ว้าว! หลินหว่านขึ้นเวทีแล้ว ชุดนั้นสวยจังเลย!"
ในขณะนั้น เพื่อนนักศึกษาหญิงคนหนึ่งก็อุทานขึ้นมา
เจียงอี้เฉินได้ยินเสียงนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นหลินหว่านในชุดเดรสหงส์ขาวที่เขาเป็นคนซื้อให้ กำลังเดินก้าวขึ้นไปบนเวทีอย่างสง่างาม ก่อนจะรับไมโครโฟนมาจากพิธีกร
ชั่วพริบตาเดียว ผู้ชมด้านล่างที่ได้เห็นความงดงามของหลินหว่านต่างก็ส่งเสียงเชียร์กันอย่างกึกก้อง
ทว่า เจียงอี้เฉินกลับนิ่งเฉย ใบหน้าของเขาไม่แสดงอารมณ์ใดๆ เอาแต่นั่งดูตัวตลกแสดงละครเงียบๆ
ชีวิตสายชิล การได้หาความบันเทิงจากการดูพวกตัวตลกดิ้นรน ก็ถือเป็นอีกวิธีหนึ่งในการรักษาสภาพอารมณ์ให้เบิกบาน
หลังจากหลินหว่านกล่าวสุนทรพจน์บนเวทียืดยาว จู่ๆ ไฟก็หรี่ลง และเธอก็มองตรงมาทางเขา
"นอกจากการกล่าวสุนทรพจน์ในวันนี้แล้ว ฉันยังมีเรื่องสำคัญมากที่จะมาประกาศให้ทุกคนทราบค่ะ"
หลินหว่านกัดฟันแน่น จ้องมองไปยังเจียงอี้เฉินที่อยู่ด้านล่างเวที แต่กลับไม่เห็นร่องรอยความตื่นตระหนกบนใบหน้าของเขาเลยแม้แต่น้อย
"เรื่องสำคัญงั้นเหรอ?"
ฉับพลันนั้น สายตาทุกคู่ต่างก็จับจ้องไปที่หลินหว่านเป็นตาเดียว
"เจียงอี้เฉิน! ความรู้สึกตลอด 4 ปีของเรา ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ทำไมคุณถึงหักหลังฉัน!?"
"เราตกลงกันไว้ว่า ถ้าฉันได้เข้าทีมเหยียนหวง คุณจะแต่งงานกับฉัน แต่คุณกลับ... เลวทรามและไร้ยางอายที่สุด!"
เสียงสะอื้นไห้ของหลินหว่านดังก้องไปทั่วบริเวณงาน และบนหน้าจอขนาดใหญ่ด้านหลังของเธอ ก็ปรากฏภาพถ่ายความสนิทสนมระหว่างเจียงอี้เฉินและซูหลินอวี่ฉายขึ้นมา
ชั่วอึดใจนั้น สถานที่จัดงานทั้งงานก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับป่าช้า
[ติ๊ง! เปิดใช้งานตัวเลือกสายชิล...]
ทว่า เจียงอี้เฉินกลับเผยรอยยิ้มออกมา