- หน้าแรก
- ถูกทิ้งแล้วไง แค่ปล่อยชีวิตตามมีตามเกิด ก็บังเกิดความไร้เทียมทาน
- บทที่ 12: เล่นตุกติกไม่ยอมจัดสถานที่ เยี่ยเฉิงอวี่และหลินหว่านเริ่มร้อนรน
บทที่ 12: เล่นตุกติกไม่ยอมจัดสถานที่ เยี่ยเฉิงอวี่และหลินหว่านเริ่มร้อนรน
บทที่ 12: เล่นตุกติกไม่ยอมจัดสถานที่ เยี่ยเฉิงอวี่และหลินหว่านเริ่มร้อนรน
บทที่ 12: เล่นตุกติกไม่ยอมจัดสถานที่ เยี่ยเฉิงอวี่และหลินหว่านเริ่มร้อนรน
ณ สถานที่ซ้อมงานพิธี
เยี่ยเฉิงอวี่ซึ่งมีใบหน้าหวานติดจะคล้ายผู้หญิงรีบพุ่งเข้าไปในห้องแต่งตัวที่เตรียมไว้สำหรับการแสดง
วินาทีที่เขาเห็นหลินหว่าน ราวกับว่าเขาได้คว้าฟางช่วยชีวิตเอาไว้
"หว่านเอ๋อร์ หว่านเอ๋อร์" เขารีบวิ่งเข้าไปหาหลินหว่านด้วยน้ำตาคลอเบ้า ราวกับไปพบเจอความคับแค้นใจมาอย่างแสนสาหัส
หลินหว่านตกใจและรีบสวมกอดเยี่ยเฉิงอวี่ พลางลูบหลังเขาพร้อมเอ่ยถาม "พี่เฉิงอวี่ ร้องไห้ทำไมคะ"
"ก็เจียงอี้เฉินน่ะสิ เดิมทีพี่อยากให้เขาจัดสถานที่เพื่อเตรียมเซอร์ไพรส์ให้เธอ แต่ไอ้สารเลวนั่นกลับให้บอดี้การ์ดมาขวางพี่ไว้"
เยี่ยเฉิงอวี่ผละออกจากอ้อมกอดและยื่นข้อมือออกไป รอยช้ำสีม่วงปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน "ดูสิ พี่ขอให้พวกเขาพาไปพบเจียงอี้เฉิน แต่พวกเขากลับรังแกพี่"
"หว่านเอ๋อร์ พี่ต้องทนทุกข์ทรมานขนาดนี้ก็เพื่อให้เจียงอี้เฉินเตรียมเซอร์ไพรส์ให้เธอนะ"
เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญของเพื่อนสนิท ในใจของหลินหว่านก็ลุกโชนไปด้วยความโกรธทันที
ทีแรกเขาก็เล่นงานครอบครัวเธอ ต่อมาก็จงใจไม่ส่งอาหารเช้าให้ และตอนนี้ยังมารังแกเพื่อนสนิทที่แสนดีของเธออีก
"เจียงอี้เฉิน ไอ้สารเลว! ฉันจะไม่มีวันให้อภัยนายอีกเป็นอันขาด!"
"ใช่! เธอห้ามให้อภัยเขาเด็ดขาดเลยนะ" เยี่ยเฉิงอวี่ผสมโรง
แววตาของหลินหว่านเต็มไปด้วยความเกลียดชัง เธอเชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งทะนง เธอจะไม่มีวันยอมจำนนเด็ดขาด
ตอนนี้เธอคือสมาชิกตัวสำรองของทีมเหยียนหวง เจียงอี้เฉิน นายมันคนละชั้นกับฉัน คิดเหรอว่าจะทำให้ฉันยอมสยบด้วยวิธีนี้ได้ ฝันไปเถอะ!
"พี่เฉิงอวี่ ถ้าเจียงอี้เฉินไม่มาจัดสถานที่ก็ช่างเขาเถอะ พวกพี่จัดการกันเองเลย ฉันเชื่อว่ามันจะต้องออกมาดีกว่าที่เขาทำเป็นหมื่นเท่าแน่นอน"
!
เสียงร้องไห้ของเยี่ยเฉิงอวี่หยุดชะงัก ดวงตาของเขาล่อกแล่กด้วยความตื่นตระหนก เขาตั้งใจมาขอให้หลินหว่านโทรเรียกเจียงอี้เฉินมาจัดสถานที่
ด้วยปริมาณงานที่มหาศาลขนาดนี้ พวกสมาชิกสภานักเรียนที่ขี้เกียจสันหลังยาวไม่มีทางจัดสถานที่เสร็จทันก่อน 17:00 น. แน่นอน
"หว่านเอ๋อร์ คือพี่..."
"พี่เฉิงอวี่ ฉันเชื่อใจพี่นะ พี่ต้องทำได้ดีกว่าเจียงอี้เฉินคนน่ารังเกียจนั่นแน่นอน" คำพูดของหลินหว่านเต็มไปด้วยความจริงจัง
เยี่ยเฉิงอวี่ "..."
หลังจากการหว่านล้อมอยู่นาน หลินหว่านก็ยังคงโกรธเกรี้ยวและไม่ยอมโอนอ่อน เธอไม่อยากลดตัวลงไปตามหาเจียงอี้เฉิน
เยี่ยเฉิงอวี่ทำได้เพียงปั้นหน้าขื่นขมและไปรวบรวมสมาชิกสภานักเรียนมาจัดสถานที่งานพิธี
"เจียงอี้เฉิน คอยดูเถอะ คืนนี้ตอนที่หลินหว่านบอกเลิกแกต่อหน้าผู้คน แกจะต้องร้องไห้ขี้มูกโป่งแน่!"
"ถึงตอนนั้น สถานะทายาทตระกูลเจียงของแกก็จะตกเป็นของพี่เจียงเฟิง" เยี่ยเฉิงอวี่กล่าวด้วยความเคียดแค้น
ถึงแม้ว่าวันนี้เจียงอี้เฉินจะดูผิดปกติไปบ้าง แต่เขาก็ยังจำภาพครั้งก่อนที่เจียงอี้เฉินคุกเข่าอ้อนวอนหลินหว่านเพราะเธอขอเลิกกับเขาได้อย่างชัดเจน
เมื่องานพิธีเริ่มขึ้นและหลินหว่านประกาศเลิกกับเขาต่อหน้าสาธารณชน เจียงอี้เฉินจะต้องพยายามง้อหลินหว่านอย่างเอาเป็นเอาตาย จนกลายเป็นตัวตลกของคนทั้งโรงเรียนแน่
เยี่ยเฉิงอวี่ยกยิ้มมุมปากและเดินออกจากประตูไปเพื่อเรียกคน แต่เขากลับเหยียบเข้ากับเปลือกกล้วย
เขาตกใจและรีบพยายามโคจรปราณวิญญาณเพื่อรักษาสมดุล แต่จู่ๆ ปราณวิญญาณก็กลายเป็นเหมือนน้ำนิ่ง ไร้การตอบสนองโดยสิ้นเชิง
โครม!
หน้าผากของเยี่ยเฉิงอวี่กระแทกพื้น เขาล้มคะมำไม่เป็นท่า นักศึกษาที่เดินผ่านไปมาอดไม่ได้ที่จะปิดปากหัวเราะคิกคัก
เขาลุกขึ้นยืนด้วยความอับอายและกำลังจะตะโกนด่าว่าใครเป็นคนทิ้งเปลือกกล้วย แต่แล้วนกเขาจุดตัวหนึ่งก็บินพาดผ่านท้องฟ้า พร้อมกับมูลนกสีขาวที่ร่วงลงมาแหมะบนหัวของเขาพอดี
เยี่ยเฉิงอวี่ "..."
...
บอร์ดพูดคุยของมหาวิทยาลัย
【ข่าวใหญ่ ข่าวใหญ่! เทพธิดาซูกำลังทำ 'เรื่องอย่างว่า' กับผู้ชายที่สระน้ำของมหาวิทยาลัย!】
【ช็อกโลก! แฟนหนุ่มของหลินหว่าน เจียงอี้เฉิน กำลังแสดงความสนิทสนมกับเทพธิดาซู!】
【พระเจ้าช่วย! พวกเราอกหักแล้ว! เทพธิดาซูถึงกับเรียกเจียงอี้เฉินว่า 'พี่ชาย'! สงสัยว่านี่แหละคือเทพบุตรที่เทพธิดาซูตามจีบมาตลอด!】
【...】
ภาพถ่ายของเจียงอี้เฉินและซูหลินอวี่ที่กำลังเดินเล่นรอบวิทยาเขตและถ่ายรูปด้วยกันถูกผู้คนที่เดินผ่านไปมาอัปโหลดลงบนบอร์ดของมหาวิทยาลัย มันพุ่งขึ้นติดอันดับความนิยมในทันทีและกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของนักศึกษาจำนวนนับไม่ถ้วน
แต่หลังจากนั้นไม่นาน โพสต์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเจียงอี้เฉินบนบอร์ดก็ถูกลบออกไป แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าทางมหาวิทยาลัยได้ยื่นมือเข้ามาแทรกแซง
ภายในสนามกีฬา ถังหลงและฉู่ซิงเฉินซึ่งถูกบอดี้การ์ดของลุงเฟิงขวางไว้ ถึงกับอึ้งเมื่อเห็นโพสต์ที่กำลังเป็นกระแสบนบอร์ด
พวกเขากำลังสงสัยอยู่พอดีว่าทำไมเจียงอี้เฉินถึงให้บอดี้การ์ดมาขวางเยี่ยเฉิงอวี่ไว้ แล้วจู่ๆ ข่าวช็อกโลกนี้ก็ถูกปล่อยออกมา
แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ประหลาดใจที่โพสต์เหล่านั้นถูกลบ ไม่เพียงแต่เจียงอี้เฉินที่ต้องการปกปิดตัวตน แต่พ่อของเขา เจียงเจิ้นเทียน เทพสงครามอับดับหนึ่งแห่งประเทศจีน ก็ต้องการปกปิดความจริงที่ว่าเจียงอี้เฉินเป็นลูกชายของเขาเช่นกัน
เพราะเจียงอี้เฉินนั้นทำตัวน่าอับอายเกินไปสำหรับตระกูลเจียง
"บ้าเอ๊ย! เจียงอี้เฉินไปอยู่กับน้องหลินอวี่ได้ยังไง! ก่อนหน้านี้ แค่เขาไม่รังแกน้องหลินอวี่ก็บุญหัวแล้ว" ถังหลงกล่าวด้วยความตกตะลึงสุดขีด
ฉู่ซิงเฉินก็พยักหน้าเห็นด้วย เจียงอี้เฉินและซูหลินอวี่ต่างก็เรียนอยู่ห้อง 1 เหมือนกัน และพวกเขาก็เห็นหน้ากันอยู่ตลอด
แต่ทุกครั้ง จะเป็นซูหลินอวี่ที่คอยเข้าไปหาเจียงอี้เฉิน และเขาก็มักจะโมโหพร้อมกับด่าทอเธอ โดยบอกไม่ให้ซูหลินอวี่เข้ามารบกวนเขากับหลินหว่าน
นักศึกษาคนอื่นๆ อาจไม่รู้ว่าทำไมซูหลินอวี่ถึงทำแบบนี้ แต่เหล่าทายาทจากตระกูลใหญ่ต่างรู้ดีว่าเจียงอี้เฉินและซูหลินอวี่ถูกหมั้นหมายกันมาตั้งแต่เด็ก
"หมอนี่วันนี้ดูแปลกๆ ไปนะ" ฉู่ซิงเฉินกล่าวด้วยสีหน้าเคลือบแคลงสงสัย "จากวิดีโอที่คนเดินผ่านไปมาถ่ายไว้ พวกเขาน่าจะกำลังมุ่งหน้ามาที่สนามกีฬา"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เบิกตาของถังหลงก็กว้างขึ้น "ใกล้จะถ่ายรูปรับปริญญาแล้ว พี่อี้เฉินจะมาถ่ายรูปรุ่นงั้นเหรอ"
"ตั้งแต่ปีหนึ่ง พี่อี้เฉินก็ไม่ค่อยได้เข้าเรียนเลย เขาเอาเวลาและแรงกายแรงใจทั้งหมดไปทุ่มเทให้กับการปั้นทีม"
"ถ้าไม่ได้น้องหลินอวี่คอยช่วยออกหน้าให้ บวกกับอำนาจบารมีของตระกูลเจียงล่ะก็ อาจารย์ที่ปรึกษาคงไล่เขาออกไปตั้งนานแล้ว"
"ใครในห้องที่เคยเห็นหน้าเขาสักสองครั้งก็นับว่าเป็นคนกันเองแล้ว และทุกครั้งที่โผล่หัวมา ถ้าไม่ยืมเงินก็มายืมเงินนั่นแหละ"
ฉู่ซิงเฉินแค่นเสียงฮึดฮัด "ถ้าเขามา เขาก็ต้องใช้หนี้ เขายืมเงินฉันไปสามล้าน จนป่านนี้จะเรียนจบอยู่แล้วก็ยังไม่คืน"
"เป็นหนี้ก็ต้องจ่าย มันเป็นสัจธรรม หัวหน้าห้อง นายควรจะไปบอกคนทั้งห้องด้วยนะ เราจะปล่อยให้เขาลอยนวลไปไม่ได้"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ถังหลงก็หูผึ่งขึ้นมาทันที เจียงอี้เฉินเองก็ติดหนี้เขาอยู่แปดล้านเหมือนกัน
"จอมยุทธ์ฉู่ ช่างกล้าหาญยิ่งนัก" เขาประสานมือคารวะ และเดินตรงไปยังกลุ่มนักศึกษาที่กำลังจับกลุ่มคุยกันอยู่
ไม่นานนัก ถังหลงก็พาคนกลุ่มหนึ่งเดินมา แม้กระทั่งอาจารย์ที่ปรึกษาและอาจารย์ประจำวิชาก็ยังเข้าร่วมกองทัพทวงหนี้ในครั้งนี้ด้วย
"อาจารย์หลี่ ทำไมอาจารย์ถึงมาอยู่ที่นี่ด้วยล่ะครับ" ถังหลงเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ
อาจารย์หลี่กลอกตาบน "ไอ้เด็กนั่นยืมเงินฉันไปห้าแสนตอนอยู่ปีหนึ่ง โดยอ้างว่า 'ทางบ้านกำลังลำบาก'"
เหล่านักศึกษาต่างพากันตกตะลึง บ้าเอ๊ย เจียงอี้เฉิน แกมันปลิงดูดเลือดชัดๆ! ขนาดอาจารย์ที่ปรึกษาก็ยังไม่เว้น
"มาแล้ว มาแล้ว! เจียงอี้เฉินมาแล้ว!"
จู่ๆ นักศึกษาคนหนึ่งก็ตะโกนขึ้นมา
ทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียว และเห็นเจียงอี้เฉินกำลังเดินคุยกับซูหลินอวี่อย่างสบายอารมณ์ขณะเดินเข้ามาในสนามกีฬา
นักศึกษาที่เดินผ่านไปมาต่างหันขวับ ใบหน้าประดับไปด้วยความประหลาดใจ
"เทพธิดาซูไปอยู่กับเจียงอี้เฉินได้ยังไงน่ะ"
"นี่นายไม่ได้ดูบอร์ดของมหาวิทยาลัยเลยสินะ เมื่อกี้เทพธิดาซูกับเจียงอี้เฉินเพิ่งจะถ่ายรูปด้วยกันที่สระบัวของมหาวิทยาลัยเอง"
"เชี่ยเอ๊ย! เจียงอี้เฉินมีแฟนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ฉันจำได้ว่าเธอชื่อหลินหว่าน เหตุผลหลักๆ ที่เขายืมเงินฉันก็เพราะหลินหว่านเนี่ยแหละ"
【...】
นักศึกษาต่างพากันซุบซิบนินทา แต่พวกเขาก็ยังรู้สึกลังเลนิดหน่อยที่จะเข้าไปทวงเงินจากเจียงอี้เฉินตรงๆ
ทว่าอย่างไรเสีย นักศึกษาในห้อง 1 ต่างก็เป็นทายาทของตระกูลใหญ่ ไม่ก็เป็นลูกหลานของผู้นำระดับสูงของประเทศ
และถึงแม้เจียงอี้เฉินจะไม่ได้เผยธาตุแท้ออกมามากนักตลอดสี่ปีในรั้วมหาวิทยาลัย แต่พวกเขาทุกคนต่างก็สงสัยว่าเขาน่าจะเป็นคนของตระกูลเจียง
"กลัวอะไรกัน เป็นหนี้ก็ต้องจ่ายสิ มันเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว ตามฉันมาทวงหนี้กันเถอะ"
ฉู่ซิงเฉินเป็นพวกที่ทนเห็นความอยุติธรรมไม่ได้มากที่สุด และเขาก็เป็นคนแรกที่ก้าวอาดๆ ตรงไปยังเจียงอี้เฉิน
"จอมยุทธ์ฉู่ ผู้น้อยขอติดตามท่านไปด้วย"
"ฉันด้วย"
เมื่อมีคนเปิดฉากนำทาง ผู้คนจำนวนมากก็กรูตามกันเข้าไปด้วยท่าทีขึงขัง และล้อมกรอบทั้งสองคนเอาไว้
"ว้าว ว้าว ว้าว ฉันพุ่งชนอ้อมกอดของพี่อี้เฉินแล้ว มีความสุขจังเลย!"
"แค่ถ่ายรูปคู่กันก็ดีใจขนาดนั้นเลยเหรอ"
"ใช่ แน่นอนสิคะ! วันนี้เป็นวันที่ฉันมีความสุขที่สุดในชีวิตเลย"
เจียงอี้เฉินมองดูซูหลินอวี่ที่ตื่นเต้นจนกระโดดโลดเต้นเพียงเพราะได้ถ่ายรูปคู่กันแค่รูปเดียว รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเขา
แต่ทันใดนั้น เขาก็สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามา จึงเงยหน้าขึ้นมอง
ฉู่ซิงเฉินและถังหลงกำลังนำกลุ่มนักศึกษาและอาจารย์เดินตรงเข้ามา หากในมือของพวกเขามีอาวุธล่ะก็ คงคิดว่ากำลังถ่ายทำหนังเรื่องเรียกเขาว่าอีกาฉบับรีเมคอยู่แน่ๆ
ไม่นานนัก พวกเขาก็ล้อมทั้งสองคนเอาไว้
เจียงอี้เฉินชะงักไปครู่หนึ่ง "นี่มันเรื่องอะไรกัน..."
อาจารย์หลี่เดินเข้ามา เดิมทีเขาอยากจะพูดออกไปตรงๆ ว่า 'คืนเงินมาซะ' แต่ก็กลัวจะเสียหน้า จึงพูดอ้อมๆ ว่า "เจียงอี้เฉิน เธอลืมอะไรไปหรือเปล่า"
"ลืมอะไรเหรอครับ..."
"เจียงอี้เฉิน ใกล้จะเรียนจบอยู่แล้ว เงินที่นายยืมไปต้องจ่ายคืนวันนี้เลยนะ!" ฉู่ซิงเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
จ่ายเงินคืน?
จู่ๆ เจียงอี้เฉินก็นึกขึ้นได้ว่าในชาติที่แล้ว เขาได้หยิบยืมเงินจากเพื่อนร่วมชั้นและอาจารย์ทุกคนในห้อง เพราะเขามีเงินไม่พอที่จะเอาไปสนับสนุนทีม
ทุกครั้งที่พวกเขามาทวงเงินคืน เขาก็มักจะหาข้ออ้างสารพัดเพื่อที่จะได้ไม่ต้องจ่าย เพราะเขาไม่มีเงินจริงๆ
และในตอนนั้นเอง เสียงของระบบก็ดังขึ้นในหัวของเขา
【ติ๊ง! เปิดใช้งานทางเลือกนอนราบ】
【ทางเลือกที่ 1: ทำเหมือนในชาติก่อน หาข้ออ้างสารพัดเพื่อผัดผ่อนและไม่ยอมจ่ายเงินคืน รางวัล: ฉายา 'อันธพาลตัวพ่อ'】
【ทางเลือกที่ 2: ประกาศสถานะว่าตนเองเป็นนายน้อยแห่งตระกูลเจียง ใช้อำนาจบารมีกดดันพวกเขา และนอนราบต่อไปโดยไม่จ่ายเงิน รางวัล: 'แพ็กเกจของขวัญนอนราบระดับล่าง'】
【ทางเลือกที่ 3: ในชาติก่อน คุณสร้างข้ออ้างต่างๆ นานาเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายหนี้ ซึ่งทำให้เหนื่อยล้าและบั่นทอนจิตใจ อีกทั้งหนี้สินที่แขวนอยู่บนหัวยังสร้างปัญหาให้คุณไม่หยุดหย่อน เมื่อได้มีชีวิตใหม่ คุณเลือกที่จะนอนราบเพื่อใช้ชีวิตอย่างเพลิดเพลิน และการรักษาสภาพจิตใจให้เบิกบานถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ดังนั้นจงโอนเงินคืนให้พวกเขาตรงนั้นเลย รางวัล: 'แพ็กเกจของขวัญนอนราบระดับสูง'】