- หน้าแรก
- เปลี่ยนน้ำตาผู้เล่นให้กลายเป็นแต้มอัปเกรด
- บทที่ 10: ทว่ามันกลับปฏิเสธ!
บทที่ 10: ทว่ามันกลับปฏิเสธ!
บทที่ 10: ทว่ามันกลับปฏิเสธ!
"ยอมรับเลยว่าฉันเพิ่งจะเข้าใจเนื้อเรื่องและระบบการเล่นที่เป็นหัวใจหลักของเกมนี้จริงๆ ก็ตอนนี้แหละ"
"แต่ก็ยังด่วนสรุปไม่ได้หรอกนะ ในเมื่อมันยังมีฉากจบแบบอื่นอีก ไม่แน่ว่าอาจจะมีเซอร์ไพรส์ชุดใหญ่รออยู่ก็ได้ ฉันล่ะตั้งตารอเลย!"
หลังจากเอ่ยชมอย่างไม่ขาดปาก โม่จื่อก็มองไปที่แอสเรียลบนหน้าจอแล้วเอ่ยอย่างลังเลว่า
"แค่คิดไม่ถึงเลยว่าฟลาววี่ที่ดูดซับวิญญาณของทุกคนไป จะกลายร่างมาเป็นแอสเรียลในอดีตได้"
"นี่น่าจะเป็นบอสใหญ่ของเส้นทางสายสันติแล้วใช่ไหม?"
......
แอสเรียลที่ดูดซับวิญญาณทั้งหมดไป มีทั้งพลังโจมตีและพลังป้องกันที่ไร้ขีดจำกัด กลายเป็นตัวตนที่โกงกาจราวกับบั๊กของเกม
โม่จื่อกลั้นหายใจ จดจ้องการเคลื่อนไหวของแอสเรียลตาไม่กะพริบ เธอรู้ดีว่าต่อให้บอสจะแข็งแกร่งแค่ไหน ในโลกของเกมย่อมสามารถเอาชนะได้ด้วยทักษะการเล่น
แอสเรียลในร่างมารสะบัดมือ ดวงดาวหลากสีสันนับไม่ถ้วนที่ไม่สมควรมีอยู่ในโลกใบนี้พลันปรากฏขึ้น
พวกมันบ้างก็รวมตัวกันเป็นวงกลม บ้างก็แตกกระจายดั่งดอกแดนดิไลออน พุ่งเข้าจู่โจมโม่จื่อ
โม่จื่อหลบหลีกซ้ายขวาอย่างรวดเร็วด้วยความตึงเครียด เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหาย
ดวงดาวอันร้อนระอุระเบิดออกด้วยพลังกึกก้องกัมปนาท ดั่งดาวตกนับอนันต์ที่พาดผ่านสรวงสวรรค์ ก่อนจะแตกกระจายเป็นดวงดาวดวงจิ๋วอีกนับไม่ถ้วน
จากนั้น ซูเปอร์โนวาก็ร่วงหล่นทะลุมิติ ก่อให้เกิดการระเบิดของดวงดาวที่สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งแผ่นฟ้า!
ยากจะจินตนาการจริงๆ ว่านี่คือรูปแบบการต่อสู้ของเกมภาพพิกเซล
โม่จื่อตกอยู่ท่ามกลางวงล้อม ราวกับนักรบที่ยืนหยัดอย่างโดดเดี่ยวบนสมรภูมิรบกับศัตรูนับพัน พลาดพลั้งเพียงก้าวเดียวก็อาจถูกลูกหลงปลิดชีพได้
ทว่านี่เป็นเพียงแค่ออเดิร์ฟเท่านั้น
โม่จื่อหนีรอดจากวงล้อมมาได้อย่างฉิวเฉียดด้วยพลังชีวิตที่เหลือเพียงน้อยนิด แต่สิ่งที่รอเธออยู่กลับไม่ใช่เสียงปรบมือ ทว่าเป็นอสนีบาตที่ผ่าลงมาอย่างไม่จบไม่สิ้น!
สายฟ้าฟาดนับพันร่วงหล่นจากฟากฟ้า กระแสไฟฟ้าที่สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นดูราวกับจะสามารถฉีกกระชากได้แม้กระทั่งกรอบสีขาวที่จำกัดพื้นที่การเคลื่อนไหวของโม่จื่อ!
โม่จื่อพ่ายแพ้อย่างรวดเร็ว ความรู้สึกโหดร้ายทารุณอันคุ้นเคยกลับมาเยือนอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ เธอไม่ถอยหนีอีกแล้ว
หลังจากคืนชีพ เธอเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังมากยิ่งขึ้น และยังหาจังหวะสวนกลับในเทิร์นของตัวเอง
หลังจากผ่านการรับน้องด้วยพายุสายฟ้า โม่จื่อก็แข็งแกร่งขึ้น ทว่าแอสเรียลไม่มีเจตนาจะหยุดอยู่แค่นั้น
อาวุธศักดิ์สิทธิ์สองชิ้นปรากฏขึ้นกลางความว่างเปล่า ฟาดฟันตัดขวางครึ่งหนึ่งของหน้าจอการต่อสู้จากทั้งซ้ายและขวา
โม่จื่อดิ้นรนหลบหลีก พยายามรักษาพลังชีวิตให้อยู่เหนือเส้นปลอดภัย
แอสเรียลรุกฆาตไม่ให้โม่จื่อได้มีโอกาสพักหายใจ เขาหยิบปืนเลเซอร์คลื่นกระแทกตัวนำยิ่งยวดสี่ลำกล้องออกมาอีกครั้ง!
ห่ากระสุนความเร็วสูงจากสี่ทิศทางปรับศูนย์เล็งอย่างต่อเนื่อง กระสุนเปลี่ยนทิศทางไม่หยุดหย่อน บีบอัดพื้นที่เอาชีวิตรอดของโม่จื่ออย่างบ้าคลั่ง!
"ความสำเร็จทั้งหมดของเจ้า ความทรงจำของทุกคน ข้าจะทำให้มันกลับคืนสู่ศูนย์ให้หมด!"
ในขณะที่โจมตีทางกายภาพ แอสเรียลก็ไม่ลืมที่จะสาดคลื่นโจมตีทางจิตใจใส่โม่จื่อที่เพิ่งจะอินกับโลกใบนี้ไปหมาดๆ!
โม่จื่อรับมืออย่างใจเย็น เมื่อถึงเทิร์นของเธอ หากพลังชีวิตเหลือน้อย เธอจะรวบรวมความมุ่งมั่นเพื่อฟื้นฟูพลัง แต่หากพลังชีวิตยังเต็มเปี่ยม เธอจะเลือกโจมตี
ถึงแม้แอสเรียลจะหลบการโจมตีของเธอได้อย่างง่ายดายทุกครั้ง แต่โม่จื่อก็ยังคงเชื่อมั่นในตัวเองเสมอ!
ต้องมีสักจังหวะที่เธอจะหาโอกาสสวนกลับที่แท้จริงได้!
ความพยายามไม่เคยทรยศใคร
เมื่อโม่จื่อต้านทานการโจมตีระลอกแรกของแอสเรียลได้อย่างสมบูรณ์ ความมุ่งมั่นของเธอก็พุ่งถึงขีดสุดเช่นกัน
ในขณะเดียวกัน พลังชีวิตของเธอก็ดิ่งลงจนถึงจุดต่ำสุด ตอนที่โม่จื่อเตรียมใจยอมรับความตายและเริ่มต้นใหม่อย่างสงบนั้นเอง ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น!
"ทว่ามันกลับปฏิเสธ!"
มัน?
มันคืออะไร?
โม่จื่อจ้องมองข้อความแจ้งเตือนบนหน้าจออย่างเหม่อลอย ภาพหน้าจอที่สมควรจะดับวูบและเริ่มเกมใหม่ กลับยังคงหยัดยืนอยู่อย่างมั่นคงในครั้งนี้!
มันคือความมุ่งมั่นอันร้อนแรงของฉันนี่เอง!
โม่จื่อเข้าใจแล้ว!
ในโลกใบนี้ ความมุ่งมั่นคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด มันสามารถต่อต้านได้กระทั่งความตาย!
ความมุ่งมั่นของโม่จื่อที่จะช่วยเหลือเพื่อนๆ ทำให้แอสเรียลโกรธจัด เขาคำรามอย่างเกรี้ยวกราดว่า
"ความมุ่งมั่นของเจ้า พลังที่ผลักดันเจ้ามาจนถึงตอนนี้… บัดนี้มันจะลากเจ้าดำดิ่งลงสู่ขุมนรก!"
แอสเรียลชูสองแขนขึ้น อสนีบาตนับพันสายระเบิดกึกก้องไปทั่วทั้งมิติการต่อสู้!
การต่อสู้เข้าสู่เฟสที่สอง แอสเรียลงอกปีกปีศาจคู่หนึ่งออกมา ดูชั่วร้ายและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม
เขายกมือขึ้นอีกครั้ง ภาพหลอนนับไม่ถ้วนลากหางไฟหลากสีสัน งดงามตระการตา ทว่าอันตรายถึงชีวิต
ในเสี้ยววินาทีนั้น แป้นพิมพ์ของโม่จื่อกลับไม่ตอบสนอง!
ไม่สิ บางทีอาจหมายความว่า สิทธิ์ในการเคลื่อนไหวของเธอในโลกใบนี้ถูกพรากไปแล้วต่างหาก!
สิ่งเดียวที่เธอทำได้คือการดิ้นรน!
—ร่างกายของคุณไม่สามารถขยับได้
—ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
—คุณพยายามใช้การบันทึกของคุณ ทว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
—พยายามใช้การบันทึกของคุณอีกครั้ง ทว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น… บางที ด้วยพละกำลังเฮือกสุดท้าย คุณอาจจะยังสามารถ 'ช่วยเหลือ' อย่างอื่นได้
ข้อความคำใบ้สว่างวาบขึ้น พร้อมกับตัวเลือก 【ช่วยเหลือ】 ที่ปรากฏขึ้นบนแผงควบคุมของโม่จื่อ
โม่จื่อกดเข้าไปอย่างร้อนรน และเธอก็ได้เห็นรายชื่ออันคุ้นเคย
นั่นคือเพื่อนพ้องของเธอ… นั่นคือดวงวิญญาณของพวกเขา และพวกเขากำลังเฝ้ามองเธออยู่จากที่ไหนสักแห่งแน่ๆ
"ลึกลงไปในวิญญาณของแอสเรียล มีบางสิ่งกำลังส่งเสียงสะท้อน…!"
"ดวงวิญญาณที่หลงทางปรากฏตัวขึ้นแล้ว!"
เมื่อเห็นโครงร่างของกลุ่มเพื่อนปรากฏขึ้นในคลองจักษุ ขอบตาของโม่จื่อก็รื้นไปด้วยหยาดน้ำตา
คุณเคยต่อสู้เพื่อชีวิตของใครสักคนไหม?
ในวินาทีนี้ โม่จื่อตะโกนก้องออกไปโดยตรง "ฉันชอบอบเชยมากกว่าบัตเตอร์สก็อต! ฉันเคยเล่ามุกโครงกระดูกที่ฝืดที่สุด! ฉันเคยทำสปาเกตตีในครัวกับคนที่เจ๋งที่สุด… เพื่อนๆ ตื่นขึ้นมาเถอะ!"
"ความทรงจำค่อยๆ ปรากฏขึ้นในส่วนลึกของวิญญา”
ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังหลั่งไหลกลับมาดั่งเกลียวคลื่น!"
"ดวงวิญญาณของเพื่อนๆ กำลังส่งเสียงสะท้อนอยู่ลึกลงไปในตัวแอสเรียล ทว่ายังมีอีกหนึ่งตัวตนที่เริ่มส่งเสียงสะท้อนจากส่วนลึกของวิญญาณเช่นกัน มันกำลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ!"
"ดูเหมือนว่าจะมีคนสุดท้ายที่ต้องได้รับการช่วยเหลือนะ!"
"อีกคนเหรอ?"
โม่จื่อมองหน้าจอด้วยความสับสนงุนงง จากนั้นเธอก็มองไปยังแอสเรียลที่กำลังดิ้นรนทุรนทุราย และเข้าใจได้ในทันที!
ยังมีแอสเรียลอยู่นี่!
เธอค้นหาแอสเรียล เลือกที่จะช่วยเหลือเขา และอินกับเกมจนตะโกนเรียกชื่อแอสเรียลออกมา "แอสเรียล!"
ดนตรีประกอบอันคุ้นเคยดังขึ้น หน้าจอการต่อสู้เปลี่ยนไปเป็นฉากแอนิเมชันเปิดเกม เพียงแต่ตัวเอกในหน้าจอนั้นแตกต่างไปจากตอนเริ่มต้นเล็กน้อย
พวกเขาคือแอสเรียลในวัยเยาว์ และมนุษย์คนแรกที่ตกลงมาในโลกใต้พิภพ!
ฉากแล้วฉากเล่าสว่างวาบขึ้น บันทึกช่วงเวลาเล็กๆ น้อยๆ ที่แอสเรียลและมนุษย์กลายมาเป็นเพื่อนกัน และยังเป็นการยืนยันข้อสันนิษฐานของโม่จื่อที่อิงจากอีสเตอร์เอ้กที่เธอพบก่อนหน้านี้ได้อย่างชัดเจน
เมื่อข้อสันนิษฐานของเธอได้รับการยืนยันทีละน้อย มันก็สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับผู้ชมทุกคนในถ่ายทอดสดอย่างมหาศาล!
'ถึงแม้ฉันจะปะติดปะต่อเรื่องราวของแอสเรียลจากอีสเตอร์เอ้กระหว่างทางได้คร่าวๆ แล้ว แต่พอได้เห็นข้อสันนิษฐานถูกยืนยันทีละจุด และได้เห็นอดีตของพวกเขา ฉันก็อดกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่จริงๆ!'
'ร้องไห้หนักมาก มองไม่เห็นแป้นพิมพ์แล้วเนี่ย!'
'ปืนใหญ่จีบียิงเข้าตาฉันเต็มๆ เลย!'
'น่าสงสารแอสเรียล เด็กคนนี้ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ'
......
ผู้ชมต่างน้ำตาคลอเบ้า โม่จื่อเองก็รู้สึกหลากหลายอารมณ์ปะปนกันไป เธอพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกอันท่วมท้นและเล่นต่อไป
"ความรู้สึกนี้… เจ้าทำอะไรกับข้า?"
แอสเรียลร้องอุทานด้วยความตกใจ "ไม่! ไม่! ข้าไม่ต้องการใครทั้งนั้น!"
เมื่อถูกจู่โจมด้วยความทรงจำที่ตายไปแล้ว แอสเรียลไม่อยากจะเชื่อ ปฏิเสธที่จะยอมรับ และทำได้เพียงเพิ่มการโจมตีให้หนักหน่วงขึ้นเพื่อปกปิดความตื่นตระหนกในใจ
หลังจากได้การควบคุมกลับคืนมา โม่จื่อใช้ทักษะที่เชี่ยวชาญมากขึ้นเรื่อยๆ ในการหลบหลีก แถมยังมีเวลาว่างไปยั่วโมโหแอสเรียลต่อ
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ออกไปให้พ้น!"
แอสเรียลพูดอย่างเกรี้ยวกราด "ไม่ได้ยินหรือไง?! ข้าจะฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ!"
แต่โม่จื่อที่เป็นฝ่ายคุมเกมอยู่ จะพ่ายแพ้ให้กับอุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ได้อย่างไร? หลังจากหลบการโจมตีพ้น เธอก็เดินหน้า 'ช่วยเหลือ' ต่อไป!
ในที่สุด แอสเรียลก็พ่ายแพ้ เขาไม่โจมตีโม่จื่ออย่างบ้าคลั่งอีกต่อไป แต่กลับเอ่ยกับเธอด้วยสีหน้าโศกเศร้า
"รู้ไหมว่าทำไมข้าถึงรั้งเจ้าไว้ที่นี่ด้วยการต่อสู้?"
"เพราะเจ้าคือคนพิเศษ เจ้าคือคนเดียวที่เข้าใจข้า เป็นคนเดียวที่ข้ายังสามารถสนุกด้วยได้"
"ข้ายังไม่พร้อมสำหรับฉากจบ ข้ายังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับการจากไปของเจ้า ข้ายังไม่พร้อมที่จะบอกลาเจ้า ต้องบอกลากันอีกครั้ง…."
"ข้าเหงาเหลือเกิน ข้ากลัวเหลือเกิน ข้า…."