- หน้าแรก
- อสูรพันธสัญญามันกากไป ยุคนี้เขาใช้โปเกมอนกันแล้ว
- บทที่ 150 - ทักษะเฉพาะตัวของโค่ยคิง
บทที่ 150 - ทักษะเฉพาะตัวของโค่ยคิง
บทที่ 150 - ทักษะเฉพาะตัวของโค่ยคิง
บทที่ 150 - ทักษะเฉพาะตัวของโค่ยคิง
★★★★★
กรงเล็บอันแหลมคมของสัตว์มรณะแหวกผ่านความมืดมิด เยื่อบางๆ ที่มองไม่เห็นนั้นกักเก็บกลิ่นอายแห่งความตายเอาไว้รอบตัวสัตว์มรณะอย่างแน่นหนา กลับทำให้กลิ่นอายความตายที่แฝงอยู่บนกรงเล็บยิ่งเข้มข้นขึ้นไปอีก
กลิ่นอายความตายที่ก่อตัวจนแทบจะจับต้องได้ แฝงไปด้วยจิตสังหารอันโหดเหี้ยมและบ้าคลั่ง พุ่งทะยานเข้าใส่โค่ยคิงที่กำลังลอยตัวอยู่ในน้ำธาตุ!
สำหรับโปเกมอนที่เป็นสิ่งมีชีวิตที่เปี่ยมล้นไปด้วยพลังชีวิตโดยกำเนิด ต่อให้เป็นสัตว์มรณะระดับเอสก็ไม่อาจต้านทานความเกลียดชังที่มีต่อโปเกมอนได้!
"ตะ ตอนนี้แหละ โค่ยคิง!"
ในเสี้ยววินาทีที่กรงเล็บกำลังจะตะปบโดนโค่ยคิง
โจวเสี่ยวเฟยก็ไม่สนอาการบาดเจ็บ ตะโกนออกไปสุดเสียง
ในพริบตานั้น น้ำธาตุปริมาณมหาศาลก็ถูกรวบรวมขึ้นที่เบื้องหน้าของโค่ยคิงตามเสียงตะโกนของโจวเสี่ยวเฟย!
เกี่ยวกับการฝึกฝนโค่ยคิง ต้องยอมรับเลยว่าโจวเสี่ยวเฟยทุ่มเทอย่างหนักหน่วงมากจริงๆ
โจวเสี่ยวเฟยไม่ได้เหมือนกับซูไป๋ ที่รู้ตั้งแต่แรกว่าโค่ยคิงเป็นโปเกมอนที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาโปเกมอนทั้งหมด
สำหรับโค่ยคิง เขาคอยทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ และความรักให้มันอย่างเต็มที่มาโดยตลอด!
สกิลพุ่งชน เป็นเพียงหนึ่งในผลลัพธ์จากความพยายามของเขาเท่านั้น
บนเส้นทางสายเทรนเนอร์ โจวเสี่ยวเฟยได้เดินบนเส้นทางที่แตกต่างจากคนอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง
โค่ยคิงพลังต่อสู้อ่อนด้อย ขาดแคลนวิธีโจมตี แล้วจะทำยังไงล่ะ?
คนอื่นๆ อาจจะยอมแพ้ แล้วไปซื้อโปเกมอนตัวใหม่มาปั้นดีกว่า
แต่โจวเสี่ยวเฟยไม่ทำแบบนั้น!
เรื่องอื่นๆ โจวเสี่ยวเฟยอาจจะไม่ค่อยมีความรู้เท่าไหร่
แต่เขารู้ว่าโค่ยคิงเป็นโปเกมอนธาตุน้ำ น้ำธาตุเหล่านั้นคือสิ่งที่โปเกมอนธาตุน้ำทุกตัวสามารถรวบรวมขึ้นมาได้
เมื่ออยู่ในน้ำธาตุ โค่ยคิงยังสามารถทำสิ่งที่คล้ายกับการบินได้อีกด้วย
แค่นี้ในสายตาของโจวเสี่ยวเฟย มันก็ยอดเยี่ยมมากแล้ว!
ดังนั้นตลอดเวลาที่ผ่านมา นอกจากจะให้ฝึกซ้อมแล้ว เขายังตั้งใจให้โค่ยคิงรวบรวมน้ำธาตุอย่างต่อเนื่องไม่หยุดพักอีกด้วย
เรียกได้ว่าความเร็วในการรวบรวมน้ำธาตุของโค่ยคิงในตอนนี้ อาจจะไม่ด้อยไปกว่าเอ็มเพลท์ที่วิวัฒนาการจนถึงร่างสุดท้ายแล้วสักเท่าไหร่เลยล่ะ!
แถมทุกๆ คืน โค่ยคิงยังต้องฝึกฝนการปีนน้ำตกอีก
นี่จึงทำให้โค่ยคิงได้เรียนรู้ทักษะบางอย่างที่ยังไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในสมุดภาพโปเกมอน!
น้ำธาตุที่พรั่งพรูออกมารวมตัวกันอย่างบ้าคลั่งใต้ร่างของโค่ยคิง หยดน้ำรวมตัวกัน ในชั่วพริบตาก็กลายเป็นน้ำตกที่ไหลย้อนกลับทิศทาง!
โค่ยคิงว่ายทวนน้ำตกสายนี้ขึ้นไปตามความเคยชินด้วยความเร็วสูงลิ่ว!
ค่าความเร็วพื้นฐานของโปเกมอนสายพันธุ์โค่ยคิงนั้นสูงมากอยู่แล้ว
ประกอบกับร่างกายที่เป็นโปเกมอนขนาดเล็ก โค่ยคิงในเสี้ยววินาทีนี้จึงพุ่งทะยานราวกับลูกกระสุนปืน!
มันพุ่งทะยานทวนน้ำตกที่ก่อตัวขึ้นจากน้ำธาตุขึ้นสู่เบื้องบน!
กรงเล็บที่อาบไปด้วยกลิ่นอายความตายอันรุนแรงตวัดวูบ ตัดน้ำตกที่เกิดจากน้ำธาตุจนขาดสะบั้น
ทว่าร่างสีแดงของโค่ยคิงกลับพุ่งทะยานขึ้นไปกลางอากาศราวกับสายฟ้าแลบเสียแล้ว!
ตามด้วยการสะบัดหางอันเบ้อเริ่มอย่างแรง!
"เพียะ!"
เสียงตบหน้าดังฉาดใหญ่ ฟาดเข้าที่ใบหน้าของสัตว์มรณะรูปแบบหมาป่ายักษ์ที่ยืนสองขา
เสียงพายุฝนที่โหมกระหน่ำ ก็ไม่อาจกลบเสียงตบหน้านี้ได้
หรือจะพูดให้ถูกก็คือ เสียงเม็ดฝนที่ตกลงมากระทบกันอย่างอื้ออึง กลับกลายเป็นเสียงดนตรีประกอบให้กับการตบหน้าครั้งนี้เสียมากกว่า!
เมื่อโจมตีสำเร็จ โค่ยคิงก็ร่วงหล่นลงมาอย่างรวดเร็ว
โจวเสี่ยวเฟยฝืนทนความเจ็บปวด ตะโกนด้วยความดีใจว่า "เย้! โค่ยคิงทำได้ดีมาก!"
แม้แต่หลิวเฉี่ยวเฉี่ยว ถึงจะดูอะไรไม่ค่อยออก แต่ก็รู้ว่าโค่ยคิงไม่เพียงแต่หลบการโจมตีของสัตว์มรณะระดับเอสได้ แต่ยังตอบโต้กลับไปได้ด้วย!
เก่งสุดๆ ไปเลย!
ทันใดนั้น เธอก็ร้องตะโกนออกมาด้วยความดีใจเช่นกัน "เก่งมากเลย พี่เสี่ยวเฟยเก่งมาก โค่ยคิงก็เก่งมากเลย!"
สายตาที่เธอมองไปยังโจวเสี่ยวเฟย เต็มไปด้วยความเทิดทูน!
ทว่าภาพเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ในมุมมองของสัตว์มรณะระดับเอสกลับเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว
บรรยากาศรอบข้างราวกับจะหยุดนิ่ง
บอสสัตว์มรณะระดับเอสผู้สง่างาม กลับถูกโค่ยคิงตัวหนึ่งตบหน้าฉาดใหญ่!
และอย่าได้ดูถูกการตบฉาดใหญ่นี้เชียว พละกำลังของโค่ยคิงจริงๆ แล้วก็มีไม่น้อยเลยล่ะ
การที่สามารถพุ่งชนแผ่นไม้สนจนทะลุ สามารถพุ่งชนจนขาของผู้ทำพันธสัญญาระดับเอสหักกระจุยได้ ในความหมายหนึ่ง การฝึกฝนของโจวเสี่ยวเฟยถือว่าประสบความสำเร็จมาก
แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้...เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคำว่าสัตว์มรณะระดับเอส มันกลับดูไร้เรี่ยวแรงอย่างยิ่ง
ในแววตาของสัตว์มรณะระดับเอสที่ถูกตบหน้า ปรากฏความรู้สึกเหลือเชื่อ และตามมาด้วยความโกรธแค้นอย่างหาที่สุดไม่ได้!
การโจมตีของโค่ยคิง ไม่ได้ทำให้ใบหน้าของสัตว์มรณะระดับเอสหันเหไปเลยแม้แต่นิดเดียว
ต้องบอกว่าการโจมตีระดับนี้ ไม่อาจเจาะทะลุพลังป้องกันของสัตว์มรณะระดับเอสได้เลยด้วยซ้ำ!
แต่ว่า...สติปัญญาของสัตว์มรณะระดับเอสก็ไม่ได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินอีกต่อไปแล้ว
การที่พวกมันสามารถสั่งการสัตว์มรณะตัวอื่นๆ และจัดกระบวนทัพเข้าโจมตีเป็นระลอกๆ ได้ก็พิสูจน์ให้เห็นถึงจุดนี้ได้เป็นอย่างดี
ในเวลานี้ สัตว์มรณะระดับเอสที่ถูกตบหน้าฉาดใหญ่ รู้สึกเพียงแค่ว่าใบหน้าของมันร้อนผ่าว!
เสียงหอบหายใจหนักๆ ของสัตว์มรณะระดับเอสอีกสองตัวที่อยู่ด้านหลัง ก็ราวกับเป็นการเยาะเย้ยมันด้วย!
"โฮก!!!"
ในเสี้ยววินาทีนี้ อารมณ์อันดุร้ายของสัตว์มรณะระดับเอสได้แปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราดถึงขีดสุด!
กรงเล็บที่เพิ่งจะวางลงไป ก็ถูกเงื้อขึ้นมาอย่างเหี้ยมโหดอีกครั้ง
แล้วตบเข้าใส่ร่างสีแดงของโค่ยคิงที่กำลังร่วงหล่นลงมาอย่างไม่ปรานี!
"ตู้ม!"
การโจมตีของสัตว์มรณะระดับเอส ทำให้โค่ยคิงถูกตบปลิวประเด็นไปเหมือนกับลูกบอลในทันที
กระเบื้องปูพื้นที่เพิ่งจะปูเสร็จได้ไม่นานบริเวณหน้าโปเกมอนเซ็นเตอร์ ก็ถูกร่างของโค่ยคิงกระแทกจนเป็นหลุมเบ้อเริ่ม!
โค่ยคิงที่เมื่อครู่นี้ยังมอบความหวังให้กับเด็กทั้งสองคนได้เห็น ในเสี้ยววินาทีก็หมดสติ กระดูกทั่วร่างแตกหักไปกว่าครึ่ง นอนแน่นิ่งลมหายใจรวยรินอยู่ก้นหลุม!
ถ้าไม่ใช่เพราะโค่ยคิงขึ้นชื่อเรื่องความอึดถึกทนล่ะก็ การโจมตีครั้งนี้คงปลิดชีพมันไปได้ในทันทีเลยทีเดียว!
อันที่จริง...นี่ต่างหากล่ะถึงจะเป็นเรื่องปกติ
ช่องว่างระหว่างโค่ยคิงกับสัตว์มรณะระดับเอสนั้น...มันห่างไกลเกินกว่าที่ความพยายามจะชดเชยได้
"โค่ยคิง!!"
โจวเสี่ยวเฟยตกใจสุดขีด ไม่รู้ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน เขาไม่สนใจบาดแผลบนร่างกาย สะบัดหลุดจากการประคองของหลิวเฉี่ยวเฉี่ยว แล้วพุ่งตัวล้มลุกคลุกคลานไปที่พื้น
เขาคลำหาสะเปะสะปะไปทั่วตัว
"ไม่มี...ไม่มีเลย!"
โจวเสี่ยวเฟยร้อนใจจนแทบร้องไห้!
เขาคลำหาไปทั่วทั้งตัว แต่ก็หายารักษาแผลไม่เจอเลยสักขวด!
เขาสัมผัสได้ว่าพลังชีวิตของโค่ยคิงกำลังไหลรินออกไปอย่างต่อเนื่อง
และตอนนี้แม้แต่การเก็บโค่ยคิงกลับเข้ามอนสเตอร์บอล เขาก็ยังทำไม่ได้เลย!
จุดประสงค์แรกเริ่มที่เขาออกมา ก็เพียงเพื่อเอาขยะของโปเกมอนเซ็นเตอร์มาทิ้งเท่านั้น เขาไม่ได้คิดเลยว่าจะต้องพกยารักษาแผลติดตัวมาด้วย
ส่วนโค่ยคิงตั้งแต่มาอยู่กับเขา มันก็แทบจะไม่เคยเข้าไปอยู่ในมอนสเตอร์บอลเลย มอนสเตอร์บอลที่แถมมากับโค่ยคิง ถูกเขาเก็บรักษาไว้อย่างดีบนหิ้งในห้องนอนนู่น
ในเมื่อมอนสเตอร์บอลไม่ได้อยู่ติดตัว โค่ยคิงก็ย่อมไม่สามารถเข้าไปหลบพักฟื้นได้!
ดังนั้น...ตอนนี้เขาจึงทำได้แค่มองดูไฟแห่งชีวิตของโค่ยคิงมอดดับลงไปเรื่อยๆ เท่านั้น
นี่มัน...ทรมานยิ่งกว่าการฆ่าเขาให้ตายเสียอีก!
"พี่...พี่เสี่ยวเฟย!"
หลิวเฉี่ยวเฉี่ยวนั่งยองๆ อยู่ข้างโจวเสี่ยวเฟย มองดูสัตว์มรณะตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว
เมื่อไร้ซึ่งการขัดขวางเล็กๆ น้อยๆ จากโค่ยคิงแล้ว เห็นได้ชัดเลยว่าเป้าหมายต่อไปของสัตว์มรณะก็คือพวกเธอนี่แหละ!
กรงเล็บขนาดมหึมาที่เงื้อขึ้นสูงนั้น เกรงว่าแค่ตบลงมาทีเดียว ก็คงบดขยี้เด็กน้อยทั้งสองคน รวมถึงโค่ยคิงที่ร่อแร่ใกล้ตายให้แหลกละเอียดเป็นผุยผงได้เลย!
และเป็นที่แน่นอนว่า สัตว์มรณะระดับเอสคงไม่มีเวลามาเล่นสนุกเหมือนแมวหยอกหนูกับพวกเธอหรอก
กรงเล็บที่อาบไปด้วยกลิ่นอายความตายอันดุร้าย ไม่ได้ปล่อยเวลาให้ทั้งสองได้เตรียมใจเลยแม้แต่น้อย
มันฟาดฟันลงมาอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ!
"จบ...จบสิ้นแล้ว...คุณพ่อคะ หนูขอโทษที่เฉี่ยวเฉี่ยวยังอยู่ไม่ทันได้ทำประโยชน์ให้มนุษยชาติเลย..."
น้ำตาของหลิวเฉี่ยวเฉี่ยวไหลทะลักออกมาโดยไม่รู้ตัวอีกครั้ง
เธอหลับตาลง พร้อมกับหอบเอาความหวังอันงดงามที่มีต่อโลกใบนี้จากไป
แต่หลังจากรอไปครู่หนึ่ง หลิวเฉี่ยวเฉี่ยวก็ไม่รู้สึกว่ามีกรงเล็บตกลงมาใส่ตัวเลย
กลับกัน ในเสี้ยววินาทีนั้น เธอได้ยินเสียงคำรามของสัตว์มรณะระดับเอสแทน!
เสียงคำรามอันบ้าคลั่งดังก้องกังวานชัดเจนท่ามกลางพายุฝนที่อื้ออึง
และในเสียงคำรามนั้น เห็นได้ชัดเลยว่าแฝงไปด้วยความเจ็บปวดบางอย่าง!
หลิวเฉี่ยวเฉี่ยวลืมตาขึ้นมาอย่างงุนงง
เธอพบว่าสัตว์มรณะระดับเอสทั้งสามตัวตรงหน้า ดูเหมือนจะตกอยู่ในสภาวะเจ็บปวดแปลกประหลาดบางอย่าง สัตว์มรณะแต่ละตัวต่างก็ใช้กรงเล็บกุมหัวตัวเองแน่น!
"นั่นมัน...อะไรน่ะ?"
ในใจของหลิวเฉี่ยวเฉี่ยวตกตะลึงสุดขีด ไม่เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้น เธอหันไปมองกรงเล็บของสัตว์มรณะตัวที่เพิ่งจะหมายบดขยี้เธอเมื่อครู่นี้โดยสัญชาตญาณ
ที่ปลายกรงเล็บอันแหลมคมนั้น มีร่างมนุษย์ที่ดูเลือนรางราวกับเศษผ้าขี้ริ้วขาดๆ ถูกกรงเล็บเสียบทะลุร่างอยู่
บนใบหน้าที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดสีดำของหลี่เจี้ยน แววตาคู่หนึ่งที่กำลังริบหรี่ลงอย่างรวดเร็ว จ้องเขม็งมาที่พวกเธอ
ที่มุมปากของเขามีเลือดสีแดงฉานทะลักออกมาอึกใหญ่
ถ้อยคำสั้นๆ ไม่กี่คำ ถูกเค้นออกมาอย่างยากลำบาก
"รีบ...แค่กๆ...รีบ...หนีไป..."
[หมายเหตุผู้แต่ง: ตรงนี้ไม่ได้ตั้งใจจะฟอกขาวให้หลี่เจี้ยนนะ ฉันคิดว่าตัวละครที่มีมิติน่าจะทำให้เนื้อเรื่องช่วงนี้ดูมีเลือดมีเนื้อมากขึ้น มนุษย์เราก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อนอยู่แล้ว ฉันคิดว่าต่อให้เป็นคนเลวทรามแบบหลี่เจี้ยน ตอนเด็กๆ ก็คงจะเคยมีความฝันของตัวเองเหมือนกัน หวังว่าผู้อ่านจะไม่ถือสากันนะ]
[จบแล้ว]