- หน้าแรก
- อสูรพันธสัญญามันกากไป ยุคนี้เขาใช้โปเกมอนกันแล้ว
- บทที่ 33 - ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันลงมือเอง
บทที่ 33 - ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันลงมือเอง
บทที่ 33 - ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันลงมือเอง
บทที่ 33 - ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันลงมือเอง
★★★★★
"ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าทำไมเธอถึงได้มีความมั่นใจขนาดนั้น"
ลี่เสี่ยวอวี่หยิบไม้เท้าเวทมนตร์ออกมา เธอตั้งท่าอยู่บนลานประลองแล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ต่อให้เธอจะมีพัฒนาการขึ้น แต่เธอก็ยังไม่ทะลุผ่านไปถึงระดับ C อยู่ดี"
"เธอก็น่าจะรู้ดีนะว่าช่องว่างระหว่างระดับ C กับระดับ D มันห่างกันแค่ไหน"
ในตอนนี้นี่เองมู่หรงหนานก็แสดงให้เห็นแล้วว่าทำไมเธอถึงได้รับฉายาว่าเป็นสาวงามภูเขาน้ำแข็ง
เธอไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรทั้งนั้น แค่หยิบพรีเมียร์บอลของตัวเองออกมาแล้วโยนออกไปข้างหน้า
"ปัง!"
พร้อมกับเสียงใสแจ๋วที่ดังขึ้น
เพนกวินยักษ์ตัวหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นบนลานประลอง!
นี่คือร่างวิวัฒนาการของโพจจามะ พรอตเต้นั่นเอง!
จากรูปร่างเล็กกะทัดรัดน่ารักน่าชังในตอนแรก ตอนนี้ร่างกายของมันขยายใหญ่ขึ้นจนมีความสูงเกือบหนึ่งเมตรแล้ว
แถมสีหน้าก็ยังดูเย็นชาและดุดันมากยิ่งขึ้นด้วย
ท่าทางของมันเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง ราวกับว่าศัตรูหน้าไหนก็ไม่คู่ควรให้มันชายตามอง!
ในวินาทีที่พรอตเต้ปรากฏตัวขึ้น ทั่วทั้งหอประชุมก็เต็มไปด้วยเสียงฮือฮาดังอื้ออึงอีกครั้ง!
"ไอ้ตัวนี้คืออสูรพันธสัญญางั้นเหรอ"
"ไม่ ไม่ใช่อสูรพันธสัญญาหรอก! อสูรพันธสัญญาไม่มีทางแสดงสีหน้าอารมณ์ได้หลากหลายขนาดนี้แน่!"
"แม่เจ้าโว้ย ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าไอ้เพนกวินตัวนี้มันกำลังส่งสายตาดูถูกฉันอยู่ล่ะเนี่ย!"
"นี่ก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าโปเกมอนเหมือนกันเหรอ"
"ว้าว การสอบจัดอันดับครั้งนี้มีโปเกมอนแบบนี้โผล่มาตั้งสามตัวแล้วนะ!"
"มิน่าล่ะถึงได้กล้าท้าดวลข้ามระดับ ที่แท้ก็มีโปเกมอนเป็นไม้ตายอยู่นี่เอง!"
"ให้ตายสิ ฉันรู้สึกเหมือนกำลังเป็นพยานในหน้าประวัติศาสตร์เลย! ทำไมถึงได้รู้สึกตื่นเต้นนิดๆ ขึ้นมาได้ล่ะเนี่ย!"
"เดี๋ยวนะ ถ้าเป็นโปเกมอนล่ะก็ งั้นก็ต้องมาจากร้านสัตว์เลี้ยงตระกูลซูเหมือนกันใช่ไหม"
"แล้วทำไมมู่หรงหนานถึงไม่ใส่เสื้อโฆษณารัดรูปตัวนั้นล่ะ"
"โธ่เว้ย น่าเสียดายชะมัด!"
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานาดังเข้าหูของมู่หรงหนานอย่างชัดเจน
บนใบหน้าของสาวงามภูเขาน้ำแข็งคนนี้ก็ปรากฏรอยริ้วสีแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างยากที่จะสังเกตเห็น
หลังจากยืนลังเลอยู่พักใหญ่ มู่หรงหนานก็หลับตาลงแล้วถอดเสื้อคลุมชุดนักเรียนที่สวมอยู่ออก ก่อนจะโยนมันทิ้งไปที่ด้านล่างของลานประลอง
ทันใดนั้นผู้คนจำนวนไม่น้อยในฝูงชนถึงกับกลั้นหายใจ!
ถึงสาวน้อยจูนิเบียวจะสวยน่ารักก็จริง แต่นี่คือมู่หรงหนานเชียวนะ!
สาวงามภูเขาน้ำแข็งมู่หรงหนานที่ปกติมักจะเก็บตัวเงียบๆ อยู่แต่ในโรงเรียน ถ้าคนระดับนี้ยอมใส่เสื้อโฆษณารัดรูปตัวนั้นล่ะก็
มันจะไม่สุดยอดไปเลยเหรอ
กระทั่งซูไป๋ในตอนนี้ก็ยังแอบมีความคาดหวังอยู่ลึกๆ เลย
แต่ทว่าเมื่อทุกคนมองเห็นภาพบนลานประลองอย่างชัดเจน
พวกเขาก็พากันถอนหายใจออกมาอย่างพร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย
โฆษณาน่ะ ก็ยังคงมีอยู่หรอก
เพียงแต่ว่าข้อความโฆษณาบนเสื้อ ถูกมู่หรงหนานตัดออกมาเป็นชิ้นผ้าแล้วเอามาแปะติดไว้บนชุดเกราะของเธอแทน
แม้ว่ามันจะยังคงทำหน้าที่เป็นสื่อโฆษณาได้เหมือนเดิมก็เถอะ
แต่ภาพที่ทุกคนตั้งตารอคอย กลับถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะไม่มีวันเกิดขึ้น
ท่ามกลางเสียงถอนหายใจด้วยความเสียดายของฝูงชนที่ดังขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่า
ลี่เสี่ยวอวี่ที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของมู่หรงหนานก็เอ่ยปากพูดขึ้น "การทำตัวตลกแบบนี้มันไม่สมกับเป็นเธอเลยนะ ช่างมันเถอะ"
"ในเมื่อเธอเองก็มีอสูรพันธสัญญาที่เรียกกันว่าโปเกมอน งั้นฉันก็จะไม่เกรงใจแล้วเหมือนกัน!"
พูดจบลี่เสี่ยวอวี่ก็สะบัดมือหนึ่งครั้ง
เชือกสีแดงที่ผูกอยู่บนข้อมือของเธอขาดผึงลงทันที!
กลิ่นอายคาวเลือดอันคละคลุ้งลอยกรุ่นขึ้นมาจากพื้นกระดานตรงหน้าเธอ
หัวหมาป่าขนาดใหญ่โผล่ออกมาเป็นอันดับแรก ตามมาด้วยลำตัวอันใหญ่โตมหึมา!
หากวัดกันแค่ขนาดตัว หมาป่าโลหิตตัวนี้ยังมีขนาดใหญ่กว่าฮายาชิกาเมะซะอีก!
"นี่คือไม้ตายก้นหีบที่ทางบ้านเตรียมไว้ให้ฉันเอาไว้ใช้ยามคับขัน ถึงแม้ว่ามันจะไม่ค่อยเหมาะที่จะเอามาใช้ในที่แบบนี้ก็เถอะ"
"แต่ว่า ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าโปเกมอนของเธอจะสามารถรับมือกับอสูรพันธสัญญาระดับ B ได้ถึงขั้นไหนกัน"
ลี่เสี่ยวอวี่ถอยหลังไปสองสามก้าว เธอหยิบผงอะไรบางอย่างออกมาโรยใส่ตัวเอง "ผงพวกนี้สามารถช่วยกลบกลิ่นของฉันได้ชั่วคราว"
"อย่างน้อยเมื่อมันมีเป้าหมายอยู่ตรงหน้า โอกาสที่มันจะหันกลับมาแว้งกัดฉันก็มีน้อยมาก"
"มาดูกันเถอะ ว่าเพนกวินของเธอจะเก่งกาจได้สักแค่ไหน!"
บนอัฒจันทร์ประธาน
ร่างกายของครูฝ่ายปกครองถึงกับแข็งทื่อขึ้นมาทันที
แม้ว่าการสอบจัดอันดับจะไม่ได้ห้ามไม่ให้นักเรียนใช้อสูรพันธสัญญา แต่นักเรียนทั่วไปที่ไหนจะมีอสูรพันธสัญญาระดับ B ไว้ครอบครองกันล่ะ!
มีเพียงคนที่มีภูมิหลังครอบครัวไม่ธรรมดาอย่างลี่เสี่ยวอวี่เท่านั้นแหละถึงจะหามาได้
อสูรพันธสัญญาระดับ B หากเกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมา ความวุ่นวายที่จะตามมามันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยนะ เรื่องนี้ทำเอาเขาที่เป็นถึงครูฝ่ายปกครองอดที่จะเครียดไม่ได้เลย!
"อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไป รอดูสถานการณ์ไปก่อน"
ครูใหญ่ชราหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาตบมือครูฝ่ายปกครองเบาๆ
"ก็แค่อสูรพันธสัญญาระดับ B ตัวเดียว สร้างความวุ่นวายอะไรไม่ได้หรอกน่า"
"ฉันก็อยากจะเห็นเหมือนกัน ว่าโปเกมอนตัวน้อยของมู่หรงหนาน จะรับมือกับหมาป่าโลหิตตัวนี้ยังไง!"
"แถมดูท่าทางแล้ว อารมณ์ของเจ้าเพนกวินตัวนี้ก็ไม่ค่อยจะสู้ดีซะด้วยสิ!"
บนลานประลอง
การปรากฏตัวของหมาป่าโลหิตระดับ B ดูเหมือนจะเป็นการกระตุกหนวดเสือของพรอตเต้เข้าอย่างจัง
ในตอนนี้ขนทั่วทั้งตัวของมันตั้งชันขึ้นมา
มันกำลังส่งเสียงขู่คำรามใส่หมาป่าโลหิตอย่างไม่ลดละ!
บนใบหน้าของมู่หรงหนานปรากฏความลังเลขึ้นมา
พูดกันตามตรง ถ้าแค่สู้กับลี่เสี่ยวอวี่ที่เป็นระดับ C พรอตเต้ก็คงจะเอาชนะได้สบายๆ อยู่แล้ว
แต่เมื่อต้องมาเจอกับตัวอันตรายอย่างอสูรพันธสัญญาระดับ B พรอตเต้จะไหวจริงๆ งั้นเหรอ
ต้องรู้ก่อนนะว่านี่ไม่ใช่การต่อสู้โปเกมอนแบบทั่วไป
ถ้าเกิดพรอตเต้พลาดท่าถูกหมาป่าโลหิตกัดตายขึ้นมา นั่นหมายถึงความตายจริงๆ เลยนะ!
ผลลัพธ์แบบนี้ เป็นสิ่งที่มู่หรงหนานไม่สามารถยอมรับได้อย่างเด็ดขาด!
แม้ว่าพวกเธอจะเพิ่งอยู่ด้วยกันมาได้แค่ไม่กี่วัน แต่มู่หรงหนานก็เข้าใจความหมายของสิ่งที่ซูไป๋เคยพูดไว้แล้ว
ระหว่างเทรนเนอร์กับโปเกมอนนั้น มีสายใยความผูกพันเชื่อมโยงกันอยู่!
พรอตเต้ไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยงอีกต่อไป แต่มันเปรียบเสมือนคนในครอบครัวของเธอไปแล้ว!
"ถ้าขอยอมแพ้ตอนนี้..."
มู่หรงหนานมองดูหมาป่าโลหิตที่กำลังค่อยๆ คืบคลานเข้ามาใกล้ จู่ๆ ความคิดนี้ก็ผุดขึ้นมาในหัว
หรือว่าจะขอยอมแพ้ดี
ถ้ายอมแพ้ ก็จะได้ไม่ต้องเผชิญหน้ากับอสูรพันธสัญญาที่น่ากลัวตัวนี้
แบบนี้พรอตเต้ก็จะไม่ต้องเสี่ยงอันตรายด้วย
อสูรพันธสัญญาระดับ B ต่อให้มันจะน่ากลัวแค่ไหน ขอเพียงแค่เธอเอ่ยปากยอมแพ้ บรรดายอดฝีมือที่อยู่ที่นี่ก็ต้องมีวิธีจัดการกับมันได้อย่างแน่นอน!
สีหน้าของมู่หรงหนานเปลี่ยนไปมาอย่างหนักใจ แต่พรอตเต้กลับยังคงขู่คำรามใส่หมาป่าโลหิตตัวนั้นอย่างต่อเนื่อง!
สัตว์มรณะตัวนี้ที่มีกลิ่นคาวเลือดเน่าเหม็นโชยออกมา ทำให้มันรู้สึกขยะแขยงตามสัญชาตญาณ
มันแทบอยากจะยิงลำแสงฟองสบู่เป่าไอ้ตัวน่ารังเกียจนี้ให้กระจุยไปซะเดี๋ยวนี้เลย!
และในขณะที่มู่หรงหนานกำลังมีความเห็นขัดแย้งกับโปเกมอนของตัวเองอยู่นั้นเอง
จู่ๆ เธอก็ได้ยินเสียงตะโกนอันคุ้นเคยดังมาจากอัฒจันทร์ผู้ชม
"ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันลงมือเอง!"
แม้เสียงนี้จะไม่ได้ดังมากนัก แต่มันกลับแฝงไปด้วยความหนักแน่น
แถมยังพกพาความมั่นใจที่ทำให้มู่หรงหนานรู้สึกเชื่อใจอย่างบอกไม่ถูก!
มู่หรงหนานหันขวับไปมองตามสัญชาตญาณ เธอก็เห็นซูไป๋กำลังค่อยๆ นั่งลงที่เก้าอี้
ทันใดนั้นก็ไม่รู้ว่าเธอไปเอาความกล้ามาจากไหน เธอยิ้มออกมาแล้วลูบหัวพรอตเต้เบาๆ "ในเมื่อเถ้าแก่เอ่ยปากแบบนี้แล้ว เขาก็ต้องมั่นใจในตัวเธอแน่ๆ"
"ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็มาสู้ไปด้วยกันเถอะ!"
"พรอต พรอตเต้!"
พรอตเต้ที่สื่อใจถึงกันกับเทรนเนอร์ก็เชิดหน้าขึ้นทันที
หนึ่งคนกับอีกหนึ่งเพนกวิน กลับเป็นฝ่ายบุกเข้าหาหมาป่าโลหิตซะเอง!
บนอัฒจันทร์ผู้ชม
หลิวอวิ๋นซวงมองซูไป๋ด้วยความแปลกใจ "นายไม่ได้ปลุกพลังล้มเหลวหรอกเหรอ"
"ถ้านายลงมือ นายจะป้องกันไม่ให้พรอตเต้กับมู่หรงหนานบาดเจ็บได้งั้นเหรอ"
ซูไป๋หัวเราะเบาๆ เขาชี้ไปที่เมโลเอตตาที่อยู่บนไหล่แล้วพูดว่า "ที่บอกว่าฉันจะลงมือน่ะ ความจริงก็คือให้เมโลเอตตาลงมือต่างหากล่ะ"
"กลิ่นอายบนตัวของอสูรพันธสัญญาตัวนั้น ทำให้เมโลเอตตารู้สึกไม่ชอบใจเอามากๆ เลยน่ะสิ"
หลิวอวิ๋นซวงมองไปที่ไหล่ของซูไป๋
เธอก็เห็นว่าโปเกมอนตัวน้อยสุดแสนน่ารักกำลังขมวดคิ้วมุ่นซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยากมาก
ผมยาวสีเขียวของมันเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดงแถมยังม้วนพันอยู่บนหัวราวกับสวมหมวกเอาไว้
ตอนนี้มันกำลังทำท่าตั้งการ์ดเตรียมพร้อมพุ่งตัวออกไปที่ลานประลองอยู่เลย!
[จบแล้ว]