- หน้าแรก
- อสูรพันธสัญญามันกากไป ยุคนี้เขาใช้โปเกมอนกันแล้ว
- บทที่ 23 - เลี้ยงดูยากเกินไปงั้นเหรอ ก็ตั้งปาร์ตี้สิ
บทที่ 23 - เลี้ยงดูยากเกินไปงั้นเหรอ ก็ตั้งปาร์ตี้สิ
บทที่ 23 - เลี้ยงดูยากเกินไปงั้นเหรอ ก็ตั้งปาร์ตี้สิ
บทที่ 23 - เลี้ยงดูยากเกินไปงั้นเหรอ ก็ตั้งปาร์ตี้สิ
★★★★★
หวังเทาถูกถามจนตั้งตัวไม่ทัน
เขาแอบเช็ดน้ำลายอย่างแนบเนียนแล้วชี้ตัวเองด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "ระ...รุ่นพี่ นายหมายถึงฉันเหรอ"
จางฉวินตอบอย่างจริงจัง "ใช่แล้วครับ รุ่นพี่!"
"ผมเห็นว่ารุ่นพี่ฝึกฝนนาเอเติลทีละขั้นยังไงบ้าง ร่างวิวัฒนาการผมก็เห็นแล้วด้วย!"
"นั่นคือเหตุผลที่ผมตัดสินใจแอบตามรุ่นพี่ไปไงครับ!"
"ช่วยสอนผมหน่อยได้ไหมครับ"
"เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาเลยครับ!"
พูดจบเขาก็โบกบัตรทองในมือ "วันละสามหมื่นหยวนเป็นไงครับ ถ้ายังไม่พอ เอาเป็นห้าหมื่นหยวนก็ได้นะ!"
"ซี๊ด~~~~~~~~~~~~"
หวังเทาสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง!
วันละห้าหมื่นเชียวเหรอ?!
อย่าดูถูกที่เขาหาเงินได้เจ็ดแสนหยวนในสามวันนะ
นั่นมันสร้างมาจากการล่าแบบล้างผลาญแทบจะสูบน้ำจับปลาเลยนะนั่น!
ตอนนี้ถ้าเขาไม่ย้ายเมือง ก็ไม่มีภารกิจที่เหมาะสมให้เขาฟาร์มเยอะขนาดนั้นแล้ว!
สัตว์มรณะระดับต่ำแถวชานเมืองแทบจะถูกเขาฟาร์มจนเกลี้ยงแล้ว!
แต่หวังเทาก็ไม่ใช่พวกเห็นแก่เงินขนาดนั้น เมื่อเผชิญกับสิ่งยั่วใจตรงหน้า เขาจึงหันไปมองซูไป๋เป็นอันดับแรก
เมื่อซูไป๋เห็นดังนั้นเขาก็ก้มหน้าครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพูดว่า "วิธีของหวังเทาอาจจะไม่เหมาะกับนายหรอกนะ"
"ความจริงมีเรื่องหนึ่งที่ฉันต้องพูดให้ชัดเจนก่อน"
"โปเกมอนระดับกึ่งเทพไม่ได้เลี้ยงดูง่ายอย่างที่นายคิดหรอกนะ!"
"หรือจะพูดให้ถูกก็คือ การที่โปเกมอนตัวแรกเป็นระดับกึ่งเทพ มันก็อาจจะไม่ใช่เรื่องดีเสมอไปหรอก!"
สีหน้าของจางฉวินชะงักไปทันที คนอื่นๆ เองก็หันไปมองเจ้าของร้านคนนี้เช่นกัน
ตอนนี้พวกเขายังมีความรู้เรื่องโปเกมอนน้อยมาก ซูไป๋ที่เป็นเจ้าของร้านจึงเปรียบเสมือนผู้เชี่ยวชาญระดับปรมาจารย์!
มู่หรงหนานทนความสงสัยไม่ไหวจึงถามขึ้น "ซูไป๋ นี่มันระดับกึ่งเทพเลยนะ!"
"เป็นโปเกมอนที่พวกเราอยากสุ่มได้แทบตายแต่มันก็ไม่ยอมออก แล้วทำไมนายถึงบอกว่าได้ระดับกึ่งเทพอาจจะไม่ใช่เรื่องดีล่ะ"
ให้ตายสิ นั่นมันกึ่งเทพเชียวนะ!
ขนาดฮายาชิกาเมะยังแข็งแกร่งขนาดนี้ แล้วระดับกึ่งเทพจะขนาดไหน!
ซูไป๋จิบชาอย่างไม่รีบร้อน เขาเอานิ้วจิ้มหัวเล็กๆ ของเมโลเอตตาเบาๆ แล้วพูดว่า "โปเกมอนระดับกึ่งเทพก็แบ่งออกเป็นหลายประเภทนะ"
"อันที่จริงแล้ว ถ้าวัดจากค่าสเตตัสพื้นฐานของโปเกมอน เมโลเอตตาของฉันก็ถือเป็นระดับกึ่งเทพเหมือนกัน"
"แน่นอนว่าฉันชอบเรียกว่าโปเกมอนมายามากกว่า"
คำพูดของซูไป๋ทำให้บรรยากาศภายในร้านหยุดชะงักไปชั่วขณะ
หลิวอวิ๋นหลานเบิกตากว้าง "เมโลเอตตาก็เป็นระดับกึ่งเทพเหรอ!?"
"เถ้าแก่ ทำไมนายไม่บอกให้เร็วกว่านี้เล่า?!"
แม้ตอนแรกพวกเธอจะถูกเมโลเอตตาดึงดูดให้เข้ามาในร้านก็ตาม
แต่เพราะเมโลเอตตาเป็นสินค้าที่ไม่มีไว้ขาย บวกกับการปรากฏตัวของพัดดิ้งในเวลาต่อมา
ทำให้พวกเธอคิดมาตลอดว่าเมโลเอตตาก็เป็นแค่โปเกมอนธรรมดาๆ ที่พอๆ กับพัดดิ้ง
ต่อให้ต้องตั้งราคา ก็คงจะอยู่แค่ประมาณหกแสนหยวนเท่านั้นแหละ
คงไม่แพงไปกว่าโปเกมอนเริ่มต้นในมือพวกเธอหรอก
ผลปรากฏว่าดันเป็นระดับกึ่งเทพซะงั้น?!
สิ่งมีชีวิตตัวเล็กน่ารักน่าชังขนาดนี้ จะเป็นระดับกึ่งเทพไปได้ยังไง
ลองดูฟุคามารุสิ แล้วกลับมาดูเมโลเอตตา
ความแตกต่างมันจะมากเกินไปแล้วนะ!
เมื่อเผชิญกับสายตาตกตะลึงของหลิวอวิ๋นหลานและคนอื่นๆ ซูไป๋ก็ผายมือออกแล้วพูดว่า "ก็พวกเธอไม่ได้ถามนี่นา"
"แล้วที่ฉันพูดเรื่องนี้ ก็ไม่ได้ตั้งใจจะอวดอ้างอะไรหรอกนะ"
เขาพูดอย่างจริงจังว่า "ระดับกึ่งเทพแบ่งออกเป็นสองประเภท ประเภทแรกคือระดับกึ่งเทพแบบเมโลเอตตา"
"ตั้งแต่เกิดมาก็มีขีดจำกัดค่าสเตตัสพื้นฐานอยู่ในระดับกึ่งเทพเลย"
"เพียงแค่พยายามอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถเข้าถึงระดับของกึ่งเทพทั่วไปได้แล้ว"
"แต่โปเกมอนประเภทนี้ส่วนใหญ่มักจะเป็นโปเกมอนมายา ซึ่งหายากยิ่งกว่าโปเกมอนระดับกึ่งเทพทั่วไปเสียอีก"
"ส่วนอีกประเภท... ก็คือระดับกึ่งเทพแบบฟุคามารุนี่แหละ"
จางฉวินมองซูไป๋ด้วยสีหน้าตึงเครียด นี่มันตั้งแปดสิบล้านเลยนะ!
เรื่องเงินยังเป็นเรื่องรอง ถ้าฟุคามารุไม่สามารถฝึกฝนจนกลายเป็นกำลังรบได้ล่ะก็
แบบนั้นถ้าวันหน้าอยากจะซื้อโปเกมอนอีกก็อย่าได้หวังเลย!
พ่อของเขาที่เป็นแค่คนธรรมดา สามารถขยายธุรกิจให้ใหญ่โตในโลกของผู้ใช้พลังตื่นรู้ได้ขนาดนี้
ความสามารถในการลงทุนก็เดาได้ไม่ยากเลย
เขาไม่มีทางลงทุนในโปรเจกต์ที่ไม่มีอนาคตอย่างเด็ดขาด!
ตอนนี้หลิวอวิ๋นหลานก็สวมบทเป็นกระบอกเสียงให้จางฉวิน เธอแทบอยากจะง้างปากซูไป๋ให้พูดเร็วๆ ซะเดี๋ยวนี้!
"อย่ามัวแต่อมพะนำได้ไหมเล่า!"
"ฟุคามารุมันทำไมเหรอ!"
ซูไป๋หัวเราะเบาๆ "อย่าตึงเครียดขนาดนั้นสิ ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่าฟุคามารุไม่เก่ง"
"ความจริงแล้วมันต่างจากเมโลเอตตาที่ไม่สามารถวิวัฒนาการได้นะ"
"ฟุคามารุก็เหมือนกับโปเกมอนเริ่มต้นของพวกเธอที่มีด้วยกันสามร่าง"
"ค่าสเตตัสพื้นฐานของแต่ละร่างก็จะไม่เหมือนกันด้วย"
"และโปเกมอนระดับกึ่งเทพเกือบทุกตัวมักจะไม่ค่อยแข็งแกร่งในช่วงวัยทารก"
"ทักษะที่ใช้ได้ในช่วงแรกก็ไม่ได้เก่งกาจอะไร"
"การเลี้ยงดูจึงมักจะยากลำบากกว่ามาก"
"ก็เหมือนฟุคามารุในตอนนี้แหละ ด้านการโจมตีมันทำได้แค่ท่าพุ่งชนเท่านั้นเอง"
"ดังนั้นความจริงแล้วต้องเป็นเทรนเนอร์ที่มีประสบการณ์ถึงจะสามารถเลี้ยงดูโปเกมอนระดับกึ่งเทพได้ดีกว่า"
"โดยสรุปแล้ว โปเกมอนประเภทนี้สามารถอธิบายด้วยคำคำเดียวได้เลย นั่นก็คือ 'ม้าตีนปลาย'!"
ซูไป๋อธิบายจบอย่างไม่รีบร้อนแล้วจิบชาไปหนึ่งอึก
ความจริงฟุคามารุก็ยังถือว่าดีนะ
ถ้าดูแค่ค่าสเตตัสพื้นฐาน อย่างน้อยก็ยังมีถึง 300
โดราปัลท์ที่เป็นระดับกึ่งเทพเหมือนกัน ร่างทารกอย่างโดราเมเชียยังมีค่าสเตตัสพื้นฐานแค่ 270 เอง!
ต้องรู้ก่อนนะว่าในหมู่โปเกมอนธรรมดาทั่วไป นกคุ้มบ้านอย่างยายาโคมะที่ไม่ได้ถือว่าหายากอะไรเลยยังมีค่าสเตตัสพื้นฐานถึง 278 เลยนะ
นี่ยังสูงกว่าโดราเมเชียซะอีก!
แม้ในความเป็นจริงค่าสเตตัสพื้นฐานจะบ่งบอกทิศทางการฝึกฝนแบบคร่าวๆ เท่านั้น แต่มันก็ถือเป็นข้อมูลอ้างอิงที่สำคัญมาก
โปเกมอนระดับกึ่งเทพแต่ละตัวหากต้องการวิวัฒนาการ ล้วนต้องสะสมประสบการณ์มากกว่าโปเกมอนทั่วไปหลายเท่า!
ยกตัวอย่างในเกม ร่างสุดท้ายของไคริวและบันกิราสต้องใช้เลเวล 55 โดราปัลท์ต้องใช้ถึงเลเวล 60 ซาซันโดรายิ่งเวอร์เข้าไปใหญ่ ต้องเลเวล 64 ถึงจะวิวัฒนาการสมบูรณ์
นูเมลกอนไม่เพียงแต่ต้องใช้เลเวล 50 เท่านั้น แต่ยังต้องอัปเลเวลในตอนฝนตกด้วย มีเงื่อนไขสภาพอากาศเข้ามาเกี่ยวข้องอีก!
แทบจะพูดได้เลยว่า ถ้าหวังจะให้กึ่งเทพพวกนี้เป็นตัวแบกทีมตั้งแต่ต้นจนจบ มันจะต้องเป็นการเดินทางเพื่อฟาร์มเลเวลที่แสนยากลำบากแน่นอน
ในเกมยังขนาดนี้ ในชีวิตจริงยิ่งยากกว่าหลายเท่า
ลงทุนไปเท่าไหร่ก็จะได้ผลตอบแทนกลับมาเท่านั้น
การเลี้ยงดูโปเกมอนระดับกึ่งเทพที่มีสามร่างถูกกำหนดไว้แล้วว่าต้องเป็นกระบวนการที่แสนเข็ญ!
เมื่อได้ยินคำพูดของซูไป๋ จางฉวินก็มีอาการตกตะลึงไปชั่วขณะ
สถานการณ์ของเขาในตอนนี้ก็เหมือนกับคนที่ไม่เคยเลี้ยงแมวมาก่อน แต่เริ่มปุ๊บก็ไปเลี้ยงแมวแร็กดอลล์ที่มีกระเพาะบอบบางปั๊บเลย
แม้แมวแร็กดอลล์จะสวยงามมาก แต่ความยากในการเลี้ยงดูก็สูงตามไปด้วย!
"ละ...แล้วแบบนี้จะทำยังไงดีล่ะครับ"
จางฉวินกอดฟุคามารุที่ตัวหนักอึ้งไว้ด้วยสีหน้าตึงเครียด
พรสวรรค์ในการเป็นผู้ใช้พลังตื่นรู้ของเขาอยู่ในระดับธรรมดา แต่ที่บ้านกลับต้องการผู้ใช้พลังตื่นรู้ที่แข็งแกร่งมาคอยคุ้มครอง
ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ยึดติดกับโปเกมอนขนาดนี้หรอก!
ถ้าเลี้ยงฟุคามารุผิดวิธีล่ะก็ มันจะเป็นความเสียหายครั้งใหญ่สำหรับเขาเลยทีเดียว!
ซูไป๋หัวเราะเบาๆ แล้วชี้ไปที่หวังเทา "เรื่องนี้ฉันมีวิธีอยู่นะ"
"นาย หวังเทา แล้วก็หลิวอวิ๋นหลานกับมู่หรงหนาน... ตั้งปาร์ตี้กันสิ!"
"ยังไงภารกิจระดับต่ำก็ถูกหวังเทากวาดไปจนเกือบหมดแล้ว พลังป้องกันของฮายาชิกาเมะก็ยอดเยี่ยมมาก ถือเป็นโล่ที่แข็งแกร่งเลยล่ะ"
"ถ้ามีโล่แบบนี้อยู่ พวกนายก็น่าจะลองไปรับภารกิจระดับกลางดูได้ไม่ใช่เหรอ"
ก่อนที่จะทะลุมิติมา ซูไป๋เคยเป็นเกมเมอร์ตัวยงมาก่อน
ความรู้สึกของเขาในตอนนี้ก็เหมือนตัวเองกำลังเล่นเกมแนวจำลองการบริหารธุรกิจอยู่เลย!
เมื่อลูกค้ามีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ แถมยังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
เนื้อหาที่สามารถบริหารจัดการได้ก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น!
ความรู้สึกแบบนี้มันโคตรจะฟินเลย!
ดังนั้นการให้คำแนะนำลูกค้ากลุ่มแรกเหล่านี้ จึงเรียกได้ว่าเขาทุ่มเทอย่างเต็มที่ไม่มีกั๊ก
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าพวกเขาไปทำภารกิจ พวกยารักษาโรคก็จะถูกใช้หมดเร็วขึ้นไม่ใช่เหรอไง
แม้จะเพิ่งได้เงินก้อนโตถึงแปดสิบล้านมาหมาดๆ แต่ถ้าหาเงินเพิ่มได้อีกหน่อยใครจะไม่อยากได้กันล่ะ
[จบแล้ว]