- หน้าแรก
- อสูรพันธสัญญามันกากไป ยุคนี้เขาใช้โปเกมอนกันแล้ว
- บทที่ 20 - พัดดิ้งขึ้นเวที ความน่ารักที่เกินพิกัด!
บทที่ 20 - พัดดิ้งขึ้นเวที ความน่ารักที่เกินพิกัด!
บทที่ 20 - พัดดิ้งขึ้นเวที ความน่ารักที่เกินพิกัด!
บทที่ 20 - พัดดิ้งขึ้นเวที ความน่ารักที่เกินพิกัด!
★★★★★
ระหว่างที่กำลังอึ้ง โทรทัศน์จอตู้รุ่นเดอะในร้านก็เริ่มทำงานแล้ว
พร้อมกับเสียงอึกทึกครึกโครมที่ดังทะลุจอออกมา
ประกายไฟอันตระการตาพวยพุ่งขึ้นบนเวที
ผู้ใช้พลังตื่นรู้ธาตุไฟคนหนึ่งกำลังถือกีตาร์และโชว์สตรัมคอร์ดอย่างเมามัน
"โล่งอกไปที พัดดิ้งยังไม่ออกมา"
หลิวอวิ๋นหลานถอนหายใจอย่างโล่งอก "ยังเป็นช่วงของแขกรับเชิญอยู่ มาทันเวลาพอดีเลย!"
"ถ้าไม่ใช่เพราะอยากให้นายซึ่งเป็นเจ้าของร้านได้เห็นการขึ้นเวทีครั้งแรกของพัดดิ้งล่ะก็ ฉันคงไม่เสี่ยงวิ่งมาบอกนายถึงนี่หรอกนะ"
พูดจบหลิวอวิ๋นหลานก็ค้อนขวับใส่ซูไป๋ไปหนึ่งที
ซูไป๋เกาหัวแกรกๆ พลางเอ่ยด้วยความประหลาดใจ "อะไรกัน ผู้ใช้พลังตื่นรู้ธาตุไฟก็มาร่วมคอนเสิร์ตด้วยเหรอ แถมยังมาเล่นเปิดวงให้หลิวอวิ๋นซวงอีกต่างหาก"
สิ้นคำพูดของซูไป๋ แม้แต่คนที่มีนิสัยเยือกเย็นอย่างมู่หรงหนานก็ยังอดไม่ได้ที่จะหันมามองเขาด้วยความแปลกใจ
"ผู้ที่ปลุกพลังได้สำเร็จก็ไม่จำเป็นต้องไปเป็นผู้ใช้พลังตื่นรู้สายต่อสู้เสมอไปนี่นา"
"บางคนเขารักเสียงดนตรีมาตั้งแต่เด็ก นายจะไปบังคับให้เขาไปสู้รบตบมือเพียงเพราะเขาปลุกพลังได้มันก็ไม่ได้หรอกนะ"
"อีกอย่างเทียบกับการเอาชีวิตไปเสี่ยงตายแล้ว การเป็นนักร้องมันดูปลอดภัยกว่าตั้งเยอะ"
"แน่นอนว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ใหญ่โตอย่างเช่นสัตว์มรณะบุกโจมตีเมือง ผู้ใช้พลังตื่นรู้เหล่านี้ก็ต้องออกไปร่วมต่อต้านโดยไม่มีข้อแม้เหมือนกัน"
"เพราะนั่นคือหน้าที่ของผู้ใช้พลังตื่นรู้ยังไงล่ะ!"
"เรื่องแค่นี้นายไม่รู้ได้ยังไงเนี่ย ปกตินายไม่เคยติดตามข่าวสารพวกนี้เลยเหรอ"
เมื่อได้ยินดังนั้น ซูไป๋และหวังเทาที่กำลังทำหน้างงเป็นไก่ตาแตกก็สบตากันแล้วส่ายหน้า
เขาจะเอาเวลาที่ไหนไปติดตามข่าวสารพวกนี้กันล่ะ!
ลำพังแค่ไม่ได้สนใจเรื่องดนตรีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว บวกกับความกดดันที่ยังปลุกพลังไม่ได้อีก
ที่เขารู้จักหลิวอวิ๋นซวงก็เป็นเพราะโปสเตอร์ของเธอมีติดอยู่เต็มไปหมดต่างหาก...
ส่วนหวังเทาผู้ชายทื่อๆ คนนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย
แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่าเอฟเฟกต์บนเวทีที่เพิ่มผู้ใช้พลังตื่นรู้เข้าไปมันเจ๋งสุดยอดจริงๆ
ไม่ใช่แค่มีมือกีตาร์ธาตุไฟนะ แต่ยังมีผู้ใช้พลังตื่นรู้ธาตุน้ำที่แค่สะบัดมือก็สร้างละอองน้ำจนทำให้เวทีดูงดงามราวกับความฝันได้
รวมถึงผู้ใช้พลังตื่นรู้สายต่อสู้ที่กระโดดได้สูงปรี๊ดจนทำให้คนดูฮือฮากันทั้งฮอลล์ด้วย
คอนเสิร์ตที่แปลกใหม่แบบนี้ ทำเอาคนบ้านนอกที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาสิบกว่าปีอย่างซูไป๋ถึงกับหูตาสว่างเลยทีเดียว
"ปัง!"
จู่ๆ บนเวทีก็มีลูกไฟพวยพุ่งขึ้นมา
บรรดาแขกรับเชิญต่างหายตัวไปจากเวทีพร้อมกับแสงไฟที่ดับลง
วินาทีต่อมา ทั้งฮอลล์ก็ตกอยู่ในความเงียบงัน
ไฟทุกดวงดับสนิท
หลิวอวิ๋นหลานเขย่าแขนซูไป๋ด้วยความตื่นเต้น "กำลังจะออกมาแล้วๆ! พี่สาวฉันกำลังจะออกมาแล้ว!"
ท่ามกลางความมืดมิด สปอตไลต์ดวงหนึ่งสาดส่องลงมาบนเวที
แผ่นหลังของใครบางคนที่สวมผ้าคลุมบางเบาปรากฏขึ้นกลางเวที ท่ามกลางเสียงตะโกนเรียกชื่อ "หลิวอวิ๋นซวง" ของเหล่าคนดู!
"พูริน~~ พูริน~~"
พร้อมกับเสียงเพลงอันแสนเพ้อฝันที่ดังขึ้นมา
หลิวอวิ๋นหลานที่กำลังตื่นเต้นสุดๆ ภายในร้านสัตว์เลี้ยงถึงกับตัวแข็งทื่อ
แม้แต่การเขย่าแขนซูไป๋ก็หยุดชะงักลง
ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
หวังเทาอดไม่ได้ที่จะชี้ไปที่หน้าจอทีวีแล้วพูดขึ้น "เสียงนี้... ฉันเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนเลยแฮะ"
ซูไป๋กะพริบตาปริบๆ จ้องมองหน้าจอตาไม่กะพริบ
คงไม่ใช่มั้ง
วินาทีต่อมา แสงไฟก็สว่างจ้าขึ้นมาทันที
แผ่นหลังภายใต้ผ้าคลุมบางเบานั้น หันขวับกลับมาอย่างรวดเร็วด้วยองศาถึงหนึ่งร้อยแปดสิบองศา!
"พรวดดดดดดดดดดดดด!"
น้ำชาในปากของซูไป๋พุ่งพรวดออกมาทันที!
เขาแทบไม่มีเวลาเช็ดปาก รีบชี้ไปที่หน้าจอแล้วร้องลั่น "นั่น... นั่นมันพัดดิ้งชัดๆ เลยนี่หว่า!"
ในเวลานี้ ผู้ชมทุกคนที่กำลังดูคอนเสิร์ตอยู่
ก็คงจะมีสภาพไม่ต่างกันนัก
ไม่รู้ว่ามีโต๊ะชาไปกี่ตัวหรือทีวีพังไปกี่เครื่องแล้วที่ต้องรับเคราะห์กรรมในครั้งนี้
บนเวทีเกิดเสียงฮือฮาดังสนั่น!
สาเหตุของการหันหัวแบบชวนหลอนร้อยแปดสิบองศาก็ถูกเฉลยแล้ว!
ที่แท้พัดดิ้งก็ยืนอยู่บนคอของหุ่นโชว์เสื้อผ้าแล้วหันหลังกลับมานั่นเอง!
ถึงจะดูน่าตกใจไปหน่อย แต่เจ้าก้อนขนสีชมพูนุ่มฟูตัวนี้ก็สามารถขโมยหัวใจของทุกคนไปได้ทันทีที่ปรากฏตัว!
เสียงฮือฮาดังลั่นไปทั่วฮอลล์ แม้แต่ซูไป๋ก็ยังได้ยินทะลุผ่านทีวีเครื่องเก่าๆ นี้มาอย่างชัดเจน!
"พระเจ้าช่วย นั่นมันตัวอะไรน่ะ!"
"น่า... น่ารักมากเลยยยย!!"
"ว้าว!! ตัวกลมปุ๊กสีชมพูน่ารักสุดๆ!"
"เสียงร้องเมื่อกี้ เจ้าตัวเล็กนี่เป็นคนร้องเหรอ"
"นี่มันอะไรกัน อสูรพันธสัญญาสายพันธุ์ใหม่เหรอ หลิวอวิ๋นซวงเลี้ยงไว้งั้นเหรอเนี่ย!"
"ฟาวล์แล้ว น่ารักจนฟาวล์แล้ว!"
"น่ารักจนเลือดกำเดาแทบพุ่ง!!"
ท่ามกลางเสียงฮือฮาของคนดู
จู่ๆ ร่างเพรียวบางก็ปรากฏตัวขึ้นมาจากมุมมืดบนเวที
หลิวอวิ๋นซวงเดินอมยิ้มออกมาจากความมืด เธอเข้าไปยืนแนบชิดกับพัดดิ้งแล้วเปล่งเสียงร้องประสานกัน!
เสียงดนตรีอันไพเราะสอดประสานกับเสียงร้องของพัดดิ้งและหลิวอวิ๋นซวงได้อย่างลงตัวไร้ที่ติ
เรียกเสียงเชียร์จากผู้ชมได้อย่างล้นหลาม!
ผู้ชมเหล่านั้นคงคิดไม่ถึงเลยว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้จะมีความพิเศษไม่เหมือนใครขนาดนี้!
"เมโล เมโล!"
เมโลเอตตาจ้องมองหน้าจอตาไม่กะพริบ เธอบินขึ้นจากไหล่ของซูไป๋ด้วยความสนใจอย่างล้นหลาม
เธอบินวนไปรอบๆ พร้อมกับเปล่งท่วงทำนองอันงดงามออกมา
น่าเหลือเชื่อมากที่เสียงของเธอประสานเข้ากับเสียงเพลงที่ดังออกมาจากทีวีได้ทันที!
"ว้าว~~! ทรีโอ!"
หลิวอวิ๋นหลานมองดูเมโลเอตตาที่กำลังบินวนไปมาพลางร้องอุทาน "เมโลเอตตาเก่งจังเลย!"
ซูไป๋หัวเราะหึๆ "ถ้าเรื่องร้องเพลงล่ะก็ เมโลเอตตาไม่ยอมแพ้ใครหรอกนะ"
พูดได้เลยว่าคนในร้านสัตว์เลี้ยงคือผู้ชมที่มีความสุขที่สุดในคอนเสิร์ตครั้งนี้แล้ว
เพราะคนอื่นไม่มีทางได้ยินเสียงร้องประสานของเมโลเอตตาหรอกนะ!
เมื่อเสียงเพลงค่อยๆ แผ่วลง เมโลเอตตาก็บินกลับมานั่งแหมะบนไหล่ของซูไป๋อย่างอารมณ์ดี
พัดดิ้งในทีวีเองก็กระโดดโลดเต้นไปคลอเคลียอยู่ที่ขาของหลิวอวิ๋นซวงเช่นกัน
ท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังสนั่นฮอลล์ หลิวอวิ๋นซวงยกไมโครโฟนขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม "สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้ฉันขอแนะนำคู่หูของฉันให้ทุกคนได้รู้จักกันนะคะ"
"เธอคือพัดดิ้งค่ะ!"
"ทุกคนคงคิดว่านี่คืออสูรพันธสัญญาสายพันธุ์ใหม่ใช่ไหมล่ะคะ"
"ความจริงแล้ว นี่ไม่ใช่อสูรพันธสัญญาหรอกนะคะ แต่มันคือโปเกมอนค่ะ!"
"สิ่งมีชีวิตปริศนาสายพันธุ์ใหม่ล่าสุด!"
"เธอสามารถสื่อสารและเข้าใจจิตใจของเจ้านายได้ แถมยังมีพลังพิเศษที่น่าทึ่งอีกมากมายเลยล่ะค่ะ"
"ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้พลังตื่นรู้หรือไม่ก็ตาม ก็สามารถเป็นเจ้านายของโปเกมอนได้ทั้งนั้นค่ะ!"
"ฉันมีความรู้สึกว่า ในอนาคตโปเกมอนจะกลายมาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษยชาติอย่างแน่นอนค่ะ!"
"ส่วนคำถามที่ว่าโปเกมอนมาจากไหนนั้น... ตราบใดที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจากท่านผู้นั้น ฉันคงยังบอกไม่ได้หรอกนะคะ..."
เมื่อเห็นหลิวอวิ๋นซวงช่วยโฆษณาให้ในทีวีอย่างแนบเนียน
ซูไป๋ก็รู้สึกโล่งอกแต่ในขณะเดียวกันก็แอบรู้สึกเสียดายอยู่ลึกๆ
แฟนคลับของหลิวอวิ๋นซวงมีเยอะมาก ถ้าทุกคนแห่กันมาที่ร้านเล็กๆ แห่งนี้ เขาคงต้องยุ่งจนหัวหมุนแน่ๆ
ที่สำคัญที่สุดคือ โปเกมอนไม่ใช่ของราคาถูก
ถ้าประกาศที่อยู่ร้านออกไปตรงๆ เขาคงต้องเสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับคนที่มาดูแต่ไม่ซื้ออย่างแน่นอน
เมื่อถึงตอนนั้นชีวิตอันแสนสงบสุขก็คงมลายหายไป แถมยังต้องมานั่งรำคาญใจอีกต่างหาก
แต่การที่หลิวอวิ๋นซวงไม่ยอมบอกที่อยู่ร้าน มันก็ทำให้เขารู้สึกเสียดายอยู่เหมือนกัน... ก็โอกาสทองในการโปรโมตแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ นี่นา
ระหว่างที่ซูไป๋กำลังคิดหนักอยู่นั้น
เสียงของหวังเทาที่ฟังดูเหมือนมีแผนร้ายแอบแฝงก็ดังขึ้น
"พัดดิ้งนี่เก่งจริงๆ เลยแฮะ!"
"จริงสิ คุณเทรนเนอร์ในตำนาน หลิวอวิ๋นหลาน"
"พวกเราตกลงกันไว้ว่าจะจัดการประลองระหว่างเทรนเนอร์ด้วยกันไม่ใช่เหรอ"
"ตอนนี้ยังอยากประลองอยู่ไหม หรือว่าเทรนเนอร์ในตำนานจะปอดแหกซะแล้วล่ะ!"
[จบแล้ว]