- หน้าแรก
- ตุนเสบียงหมื่นล้าน ทะลุมิติไปรวยในยุค 60
- บทที่ 440 - แบบนี้ก็หนีไปไม่สนผมเลยสิ
บทที่ 440 - แบบนี้ก็หนีไปไม่สนผมเลยสิ
บทที่ 440 - แบบนี้ก็หนีไปไม่สนผมเลยสิ
บทที่ 440 - แบบนี้ก็หนีไปไม่สนผมเลยสิ
ซุนเสวียนขยับเข้าไปใกล้คุณตาแล้วลดเสียงถาม "คุณตาครับ ลุงใหญ่ลุงรองกับป้าสะใภ้ไปทำนากันเหรอครับ?"
คุณตาพยักหน้ารับ "อืม ป่านนี้น่าจะอยู่ตรงทุ่งข้าวสาลีฝั่งตะวันตกนู่นแหละ"
จู่ๆ เขาก็เพิ่มเสียงให้ดังขึ้น "เสวียนจื่อ แกไปตามพวกเขากลับมาเลย! บอกว่าที่บ้านมีเรื่องน่ายินดี ให้พวกเขาลางานกับหัวหน้ากองผลิตเลย! วันนี้ตาอารมณ์ดี พวกเราต้องฉลองกันพร้อมหน้าพร้อมตาสักมื้อ!"
ซุนเสวียนยิ้มรับอย่างรู้ใจ "ได้เลยครับ! จิงเสวียน คุณคุยเป็นเพื่อนคุณยายไปก่อนนะ ผมไปแป๊บเดียวเดี๋ยวมา"
เย่จิงเสวียนพยักหน้าอย่างว่าง่าย "ไปเถอะค่ะ ไม่ต้องห่วงฉันหรอก"
ตอนจะเดินออกจากบ้าน ซุนเสวียนหันกลับไปมอง ก็เห็นว่าเย่จิงเสวียนกับคุณยายกำลังคุยกันอย่างออกรส คุณยายยิ้มจนตาหยีเป็นสระอิ
เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความทึ่ง เมียเขานี่มีพรสวรรค์ในการเข้าหาผู้หลักผู้ใหญ่จริงๆ
ซุนเสวียนเดินไปตามทิศทางที่คุณตาบอก ไม่นานก็หาทุ่งข้าวสาลีฝั่งตะวันตกเจอ
เงาร่างหลายคนกำลังก้มหน้าก้มตาทำงาน ซุนเสวียนยืนอยู่บนคันนา ป้องปากตะโกนลั่น "ลุงใหญ่! ลุงรอง! ป้าสะใภ้!"
คนที่อยู่ในนาเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน มองหาต้นเสียง พอเพ่งดูจนแน่ใจ พวกเขาก็โยนเครื่องมือทำเกษตรทิ้ง แล้วรีบสาวเท้าเข้ามาหาทันที
"เสวียนจื่อ!" ลุงใหญ่วิ่งมาถึงคนแรก สวมกอดซุนเสวียนหมับ ตบหลังเขาดังป้าบๆ "ไอ้หลานชาย หายหน้าไปตั้งนานเลยนะ!"
ลุงรองที่ตามมาติดๆ บีบไหล่ซุนเสวียน "ผอมลงนะเนี่ย! อาหารในเมืองมันไม่ถูกปากหรือไง?"
ป้าสะใภ้ทั้งสองคนก็เข้ามาล้อมหน้าล้อมหลัง คนหนึ่งจับแก้ม อีกคนดึงชายเสื้อ "ทำไมจู่ๆ ถึงกลับมาล่ะ? ไม่เห็นส่งข่าวบอกล่วงหน้าเลย!"
ซุนเสวียนถูกห้อมล้อมด้วยความอบอุ่นจากญาติพี่น้อง ในใจรู้สึกฟูฟ่อง "ลุงใหญ่ครับ ลุงไปขอลางานกับหัวหน้ากองผลิตให้หน่อยสิ! ที่บ้านมีเซอร์ไพรส์รออยู่!"
ลุงใหญ่ไม่ถามไถ่อะไรให้มากความ หันหลังวิ่งสับตีนแตกไปทางสำนักงานกองผลิตทันที "รอเดี๋ยว! ลุงไปขอลางานเดี๋ยวนี้แหละ!"
ลุงรองถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "เซอร์ไพรส์อะไรวะ?"
ซุนเสวียนกะพริบตาอย่างมีเลศนัย "ลุงลองทายดูสิครับ?"
ป้าสะใภ้ใหญ่เบิกตากว้างขึ้นมาทันที "อย่าบอกนะว่า... พาเมียกลับมาด้วย?"
ซุนเสวียนยิ้มพยักหน้า "ป้าสะใภ้ใหญ่ฉลาดที่สุดเลยครับ!"
"คุณพระช่วย!" ป้าสะใภ้รองตบหน้าขาฉาดใหญ่ "เรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมไม่รีบบอก!" เธอคว้าแขนป้าสะใภ้ใหญ่แล้วออกวิ่งกลับบ้านทันที "เร็วเข้าๆ ไปดูหน้าหลานสะใภ้กัน!"
ซุนเสวียนทำหน้าเซ็ง "ป้าสะใภ้ครับ นี่สรุปว่าไม่รักผมแล้วใช่ไหมเนี่ย?"
ป้าสะใภ้ใหญ่หันมาดุ "ไอ้เด็กนี่ พูดจาเหลวไหลอะไรกัน ป้าก็ต้องรักหลานที่สุดอยู่แล้ว ลูกชายป้ายังสู้หลานไม่ได้เลย"
ซุนเสวียนถึงได้พูดต่ออย่างอารมณ์ดี "ป้าสะใภ้ครับ หลานสะใภ้ของป้ากำลังนั่งคุยเป็นเพื่อนคุณยายอยู่ที่บ้านนู่นแน่ะ"
สิ้นเสียงซุนเสวียน ป้าสะใภ้ทั้งสองคนก็สับตีนแตกวิ่งมุ่งหน้ากลับบ้านอย่างเอาเป็นเอาตายทันที
ซุนเสวียนตะโกนไล่หลัง "ที่บอกว่ารักผมน่ะ แบบนี้ก็หนีไปไม่สนผมเลยสิ"
ลุงรองหัวเราะลั่น "แกก็ค่อยๆ เดินตามมาแล้วกัน ลุงก็จะไปดูหน้าหลานสะใภ้เหมือนกันโว้ย"
ซุนเสวียนตะโกนเรียก "ลุงรอง รอผมด้วยสิ!"
ลุงรองระเบิดหัวเราะ กอดคอซุนเสวียนให้เดินไปด้วยกัน "ปล่อยให้พวกผู้หญิงเขาวิ่งไปเถอะ เราสองคนเดินไปเรื่อยๆ นี่แหละ เล่ามาซิว่าแม่หนูคนนี้เป็นใครมาจากไหน?"
ระหว่างทาง ซุนเสวียนเล่าประวัติคร่าวๆ ของเย่จิงเสวียนให้ฟัง ลุงรองฟังแล้วพยักหน้าหงึกๆ "เด็กดี! ฟังแค่นี้ก็รู้แล้วว่าเป็นคนมีการศึกษา! หลานนี่มันมีบุญจริงๆ!"
ตอนที่ซุนเสวียนกับลุงรองเดินทอดน่องกลับมาถึงบ้าน ลานบ้านก็เต็มไปด้วยความคึกคักวุ่นวายเสียแล้ว
ป้าสะใภ้ทั้งสองคนประกบซ้ายขวาจับมือเย่จิงเสวียนไว้ ยิ้มหน้าบานจนหุบไม่ลง ส่วนคุณยายก็กำลังง่วนอยู่หน้าเตาในครัว เสียงหม้อไหกระทะดังกระทบกันฉาดฉ่าง
ลุงใหญ่ออกมาต้อนรับจากในบ้าน ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มแห่งความปีติ "เสวียนจื่อ! แกหาเมียได้ดีจริงๆ! เมื่อกี้พอเจอกันก็ทักทายผู้ใหญ่เลย พูดจานุ่มนวลอ่อนหวาน มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นลูกผู้ดีมีตระกูล!"
ป้าสะใภ้รองชะโงกหน้าออกมาจากครัว "เสวียนจื่อ ไปล้วงไข่ในเล้าไก่มาสักสองสามฟองสิ เดี๋ยวป้าจะทำแป้งทอดใส่ไข่ให้หลานสะใภ้กิน!"
ป้าสะใภ้ใหญ่ก็ตะโกนสั่งมาอีกเสียง "ไปถอนต้นหอมที่แปลงผักมาด้วยนะ!"
ซุนเสวียนรับคำอย่างอารมณ์ดี เดินลัดเลาะไปหลังบ้านอย่างคุ้นเคย
ตอนเดินผ่านห้องโถง เขาเห็นเย่จิงเสวียนถูกรุมล้อมอยู่ตรงกลาง ใบหน้าประดับรอยยิ้มเขินอายแต่เปี่ยมสุข คุณตานั่งอยู่ข้างๆ คอยพูดเสริมเป็นระยะ แววตาเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
ไม่นานอาหารพื้นบ้านมื้อใหญ่ก็ถูกยกมาตั้งโต๊ะ
มีทั้งแป้งทอดใส่ไข่สีเหลืองทอง ผัดผักกวางตุ้งสีเขียวสด ไก่ตุ๋นเห็ดกลิ่นหอมฉุย และยังมีเนื้อหมูรมควันของโปรดที่คุณยายเก็บซ่อนไว้
เย่จิงเสวียนถูกจัดให้นั่งในตำแหน่งประธาน เบื้องหน้ามีกับข้าวที่พวกผู้ใหญ่ตักมาสุมให้จนพูนชาม
"กินเยอะๆ นะลูก!" คุณยายคอยคีบกับข้าวใส่ชามเย่จิงเสวียนไม่หยุด "ดูสิ ผอมบางเชียว!"
"ลองชิมแป้งทอดใส่ไข่ฝีมือป้าดูนะ!" ป้าสะใภ้ใหญ่ภูมิใจนำเสนอ "ไข่จากไก่ที่บ้านเราเลี้ยงเองเลยนะ!"
"เห็ดนี่เพิ่งเก็บมาเมื่อเช้าเลยนะ!" ป้าสะใภ้รองก็ไม่ยอมน้อยหน้า "สดมากเลยขอบอก!"
ชามของเย่จิงเสวียนกลายเป็นภูเขาขนาดย่อมในพริบตา เธอส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปทางซุนเสวียน แต่อีกฝ่ายกลับเอาแต่แอบขำ ไม่คิดจะยื่นมือเข้ามาช่วยเลยสักนิด
บนโต๊ะอาหาร คุณตายกแก้วเหล้าขึ้น "มา ดื่มฉลองให้เสวียนจื่อที่ได้เมียแสนดีคนนี้มาครอบครอง ชนแก้ว!"
ทุกคนยกแก้วเหล้าขึ้นชนกัน ขนาดคุณยายที่ไม่เคยแตะเหล้าก็ยังยอมจิบไปนิดนึง
ใบหน้าของเย่จิงเสวียนภายใต้แสงเทียนดูแดงระเรื่อ งดงามเป็นพิเศษ ดวงตาเป็นประกายวิบวับไปด้วยความสุข
หลังมื้ออาหาร ครอบครัวมานั่งรวมตัวกันรับลมเย็นในลานบ้าน คุณยายอุ้มห่อผ้าสีแดงออกมาจากในบ้าน เปิดออกอย่างระมัดระวัง เผยให้เห็นกำไลหยกสีใสแจ๋ววงหนึ่ง
"นี่เป็นของตกทอดมาจากฝั่งแม่ของยายเอง" คุณยายดึงมือเย่จิงเสวียนมา สวมกำไลหยกเข้าที่ข้อมือให้ "ตอนนี้ยายส่งต่อให้หนูแล้วนะ"
เย่จิงเสวียนรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน "คุณยายคะ ของล้ำค่าขนาดนี้ฉันรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ..."
"รับไปเถอะ!" คุณยายปั้นหน้าดุ "ถ้าไม่รับ ยายโกรธจริงๆ ด้วย!"
ซุนเสวียนบีบมือเย่จิงเสวียนเบาๆ "รับไว้เถอะครับ นี่เป็นน้ำใจจากคุณยาย"
ซุนเสวียนรู้ดีว่าของมีค่าในมือคุณตาคุณยายนั้นมีไม่น้อย แน่นอนว่าส่วนใหญ่พวกท่านยกให้เขาไปหมดแล้ว แต่ที่บ้านก็ยังต้องมีของเล็กๆ น้อยๆ เก็บซ่อนไว้อีกแน่นอน
เย่จิงเสวียนจึงเลิกปฏิเสธ เอ่ยขอบคุณเสียงเบา "ขอบคุณค่ะคุณยาย ฉันจะเก็บรักษาไว้อย่างดีเลยค่ะ"
กำไลหยกส่องประกายแวววาวอ่อนโยนอยู่บนข้อมือเรียวเล็กของเย่จิงเสวียน ราวกับเป็นตัวแทนคำอวยพรและความคาดหวังจากคนรุ่นก่อน
แสงอาทิตย์สาดส่องเฉียงๆ เข้ามาในลานบ้านชาวนา ทอดเงาของทุกคนให้ยาวยืด
ถ้วยชามบนโต๊ะถูกเก็บกวาดจนสะอาดสะอ้าน คุณตานั่งสูบกล้องยาสูบอย่างสบายใจอยู่บนเก้าอี้หวายตัวเก่าที่ขัดจนขึ้นเงา
ป้าสะใภ้ทั้งสองคนวุ่นอยู่กับการล้างจานในครัว เสียงถ้วยชามกระทบกันดังก๊องแก๊งแว่วมาให้ได้ยินเป็นระยะ
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ทุกคนก็มานั่งรวมกันในลานบ้าน ซุนเสวียนกระแอมเบาๆ กวาดสายตามองญาติผู้ใหญ่ที่นั่งล้อมวงกันอยู่ "คุณตาคุณยาย ลุงใหญ่ลุงรอง ป้าสะใภ้ใหญ่ป้าสะใภ้รองครับ วันนี้ที่ผมกับจิงเสวียนมา ก็มีเรื่องสำคัญจะมาบอกพวกท่านครับ"
สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เขา เย่จิงเสวียนนั่งอยู่ข้างๆ บิดชายเสื้อตัวเองไปมาอย่างลืมตัว ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเขินอาย
"ผมกับจิงเสวียนจะจัดงานแต่งงานกันวันมะรืนนี้ครับ" น้ำเสียงของซุนเสวียนปิดบังความดีใจเอาไว้ไม่อยู่ "เพราะเพิ่งจะตกลงกันได้เมื่อวานซืน เวลามันค่อนข้างกระชั้นชิด วันนี้เลยเพิ่งได้มาบอกพวกท่านครับ"
ทั่วทั้งลานบ้านเงียบกริบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะระเบิดเสียงโห่ร้องยินดีออกมาดังลั่น
"ดี! ดีมาก!" คุณตาตบหน้าขาฉาดใหญ่ ปลายกล้องยาสูบตวัดเป็นเส้นโค้งสว่างวาบใต้แสงอาทิตย์ยามเย็น "ในที่สุดก็รอจนถึงวันนี้สักทีนะ!"
คุณยายก็ร้องขึ้นมา "หลานรักของยายจะแต่งงานแล้วเหรอเนี่ย?" เธอสวมกอดซุนเสวียนหมับ แล้วดึงมือเย่จิงเสวียนมากุมไว้ "ดีจริงๆ! ดีเหลือเกิน! ยายเฝ้ารอวันนี้มาตั้งกี่ปีแล้วรู้ไหม!"
[จบแล้ว]