- หน้าแรก
- ให้ไปเอาชีวิตรอดบนดาวร้าง แต่ผมดันใช้เอเลี่ยนเปิดลานบุฟเฟต์
- บทที่ 43 คนขับรถฮั่วลาลาชะโงกหน้าออกมา
บทที่ 43 คนขับรถฮั่วลาลาชะโงกหน้าออกมา
บทที่ 43 คนขับรถฮั่วลาลาชะโงกหน้าออกมา
บทที่ 43 คนขับรถฮั่วลาลาชะโงกหน้าออกมา
คนขับรถฮั่วลาลาชะโงกหน้าออกมา ตะโกนใส่ตึกร้างอันว่างเปล่า
"ฮัลโหล คุณหลี่ คุณอยู่ไหนเนี่ย"
เสียงของเขาดังก้องไปมาระหว่างตึก แฝงความหงุดหงิดเอาไว้เล็กน้อย
บนดาดฟ้า หลี่ฮ่าวเทียนยกเท้าออกจากหน้าอกของตาเหยี่ยว
เขาใช้มือลากคอเสื้อด้านหลังของตาเหยี่ยว ลากไปที่ช่องบันไดราวกับลากซากสุนัขตาย
ภายในช่องบันได มีอีกสามคนนอนกองอยู่ก่อนแล้ว
โกสต์ แทงก์ แล้วก็พอยซันไอ้คนเล่นพิษนั่น
หลี่ฮ่าวเทียนปรายตามอง รู้สึกว่าขืนลากลงไปตรงๆ คงเปลืองแรงแย่
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงลากแทงก์ที่ตัวหนักที่สุดออกมาก่อน เอาวางไว้ล่างสุด
จากนั้นก็โกสต์
แล้วก็ตามด้วยพอยซัน
สุดท้าย เขาก็โยนตาเหยี่ยวที่เพิ่งจะฉี่ราดด้วยความกลัวขึ้นไปไว้บนสุด
การต่อตัวมนุษย์อันสมบูรณ์แบบเสร็จสมบูรณ์
หลี่ฮ่าวเทียนถอยหลังไปสองก้าว ล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา ถ่ายรูปผลงานของตัวเองไว้หนึ่งแชะ
เขากดเข้าแชตวีแชตของซูหว่าน แล้วส่งรูปไปให้
พร้อมกับพิมพ์ข้อความกำกับไว้ด้านล่างหนึ่งบรรทัด
"คัดแยกขยะเป็นหน้าที่ของทุกคน เรียกคนมาตามเช็ดตามล้างได้เลย"
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จสรรพ เขาถึงได้เดินทอดน่องไปที่ริมดาดฟ้า แล้วตะโกนลงไปข้างล่าง
"พี่ชาย มาแล้ว มาแล้ว"
"ของเยอะไปหน่อย พี่ช่วยเปิดประตูตู้ท้ายรถให้ทีนะ"
คนขับรถฮั่วลาลากระโดดลงจากรถด้วยสีหน้าเคลือบแคลงสงสัย แล้วเดินไปที่ท้ายรถ
เขาเพิ่งจะดึงประตูตู้ทึบเปิดออก ก็ได้ยินเสียงลมพัดหวิวๆ ดังมาจากบนหัว
เงาดำสายหนึ่ง ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า
ตูม
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว แทงก์ที่มีน้ำหนักกว่าสองร้อยชั่งร่วงหล่นลงมากระแทกตรงกลางตู้รถพอดีเป๊ะราวกับกระสอบทราย
ตัวรถบรรทุกทรุดฮวบลงอย่างแรง ยางรถยนต์ส่งเสียงครวญครางอย่างเจ็บปวด
คนขับรถตกใจจนทรุดลงไปนั่งจ้ำเบ้ากับพื้น สองตาเบิกโพลง
"ผี ผีหลอก"
ยังไม่ทันที่เขาจะร้องจบ เงาดำสายที่สอง ที่สาม และที่สี่ ก็ร่วงหล่นลงมาติดๆ กัน
ตูม ตูม ตูม
หลี่ฮ่าวเทียนควบคุมน้ำหนักมือได้อย่างแม่นยำ จัดเรียงคนทั้งสี่คนซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่ภายในตู้รถ
ส่วนตัวเขาก็เดินลงมาจากบันไดหนีไฟอีกฝั่ง เท้าแตะพื้นอย่างไร้สุ้มเสียง
"พี่ชาย ไม่ต้องกลัว"
หลี่ฮ่าวเทียนตบไหล่คนขับรถเบาๆ
"โยนของจากที่สูงน่ะ เป็นเรื่องปกติน่า"
คนขับรถริมฝีปากสั่นระริก ชี้ไปที่กองมนุษย์ในตู้รถ
"นี่ นี่ นี่มันเฟอร์นิเจอร์บ้าบออะไรกัน"
"อืม เฟอร์นิเจอร์อัจฉริยะรูปทรงมนุษย์น่ะ มันไม่ค่อยเชื่อฟังเท่าไหร่ เลยจะส่งกลับไปซ่อมที่โรงงานสักหน่อย"
หลี่ฮ่าวเทียนล้วงเงินสดปึกหนึ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกง ยัดใส่มือคนขับรถ
"ค่าเหนื่อยนะ รบกวนไปส่งที่โรงงานกำจัดขยะทางตอนใต้ของเมือง หาเตาเผาขยะที่ใหญ่ที่สุดแล้วโยนพวกมันเข้าไปได้เลย"
"ไม่ ไม่ ไม่เอา ผม"
คนขับรถมองเงินสดอย่างน้อยหนึ่งหมื่นหยวนในมือ สลับกับมองเฟอร์นิเจอร์ที่ชะตากรรมเป็นตายร้ายดีไม่แน่ชัดทั้งสี่ชิ้นบนรถ ขาสั่นพั่บๆ ราวกับเจ้าเข้า
วินาทีนั้นเอง เสียงไซเรนรถตำรวจอันบาดหูก็ดังใกล้เข้ามาจากที่ไกลๆ
รถปฏิบัติการพิเศษสีดำกว่าสิบคน จอดล้อมตึกร้างเอาไว้ในรูปแบบขบวนรบ
ประตูรถเปิดออก หน่วยสวาทติดอาวุธครบมือนับสิบคนพุ่งทะยานลงมา ปากกระบอกปืนดำทะมึนเล็งตรงมายังจุดนี้
คนขับรถฮั่วลาลาตาเหลือก ตกใจจนสลบเหมือดไปในทันที
ฉินเยว่สวมชุดปฏิบัติการสีดำก้าวลงมาจากรถบัญชาการ
เธอรีบเดินมาที่หน้าตึกร้างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"ทุกหน่วยฟังให้ดี เป้าหมายอันตรายระดับสูงสุด เตรียมพร้อมบุกจู่โจม"
เธอเพิ่งจะยกมือขึ้นเตรียมออกคำสั่ง ก็เห็นเงาร่างหนึ่งเดินออกมาจากเงามืดของตึกร้างเสียก่อน
หลี่ฮ่าวเทียนยังคงหิ้วกล่องอาหารในมือ ภายในนั้นคือกุ้งเครย์ฟิชที่ยังกินไม่หมด
เขาเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าฉินเยว่ ปรายตามองหน่วยสวาทด้านหลังเธอที่กำลังทำท่าราวกับเผชิญหน้าศัตรูตัวฉกาจ ก่อนจะชี้มาที่ตัวเอง
"ไม่ต้องเกร็งไป คนกันเองทั้งนั้น"
ฉินเยว่มองดูสภาพไร้รอยขีดข่วนของเขา สลับกับมองรถฮั่วลาลาที่แทบจะโดนทับจนแบน สมองประมวลผลไม่ทันไปชั่วขณะ
หน่วยสวาทนายหนึ่งเดินเข้าไป เปิดประตูตู้รถอย่างระมัดระวัง
เมื่อเขามองเห็นภาพเหตุการณ์ภายในชัดเจน ก็ถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึก
"ผู้กองฉิน คุณ คุณมาดูนี่หน่อยดีกว่าครับ"
ฉินเยว่เดินเข้าไป ชะโงกหน้ามองเข้าไปด้านใน
ตาเหยี่ยว แทงก์ โกสต์ พอยซัน
อาชญากรข้ามชาติระดับเอที่เป็นที่ต้องการตัว สมาชิกแกนนำของกลุ่มทหารรับจ้างแร้งหัวล้าน ทั้งสี่คนถูกจัดเรียงซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบอยู่ในตู้รถราวกับสินค้าที่เพิ่งออกจากโรงงาน
ทุกคนกระดูกหักสะบั้น สลบเหมือดไม่ได้สติ แต่ก็ยังมีลมหายใจรวยริน
สมองของฉินเยว่หยุดทำงานไปสามวินาที
เธอหันขวับกลับมา มองดูชายหนุ่มที่กำลังแกะกุ้งเครย์ฟิชตัวหนึ่ง เป่ามันเบาๆ แล้วเตรียมจะส่งเข้าปาก
"นี่ นี่ฝีมือนายเหรอ"
หลี่ฮ่าวเทียนยัดเนื้อกุ้งเข้าปาก ตอบกลับด้วยน้ำเสียงอู้อี้
"อืม ป้องกันตัวน่ะ"
"ป้องกันตัวงั้นเหรอ"
ระดับเสียงของฉินเยว่เปลี่ยนไปในทันที เธอชี้ไปยังอาชญากรข้ามชาติระดับเอทั้งสี่คน
"นายเรียกสภาพแบบนี้ว่าป้องกันตัวงั้นเหรอ"
หลี่ฮ่าวเทียนกลืนเนื้อกุ้งลงคอ เช็ดมือให้สะอาด ด้วยใบหน้าใสซื่อบริสุทธิ์
"พวกมันสี่คนพกทั้งปืน ทั้งมีด แถมยังปล่อยแก๊สพิษ กะจะเอาชีวิตฉันให้ได้เลยนะ"
"ฉันก็แค่พลเมืองดีที่ไร้ทางสู้ ขัดขืนนิดหน่อยคงไม่เกินไปหรอกมั้ง"
ฉินเยว่รู้สึกได้เลยว่าความดันเลือดของตัวเองกำลังพุ่งปรี๊ด
ไร้ทางสู้งั้นเหรอ
นายอัดนักฆ่าระดับท็อปสี่คนจนมีสภาพแบบนี้เนี่ยนะ เรียกว่าไร้ทางสู้
"หลี่ฮ่าวเทียน"
ฉินเยว่สูดลมหายใจเข้าลึก
"ฉันจะถามนายอีกครั้ง ตกลงนายจะเข้าร่วมสำนักงานมังกรโล่หรือไม่เข้า"
"ตอนนี้สถานการณ์มันไม่เหมือนเดิมแล้วนะ นายถูกกองกำลังต่างชาติตั้งเป้าหมายเอาไว้แล้ว มีแค่หน่วยงานรัฐเท่านั้นที่จะช่วย"
"ชู่ว"
จู่ๆ หลี่ฮ่าวเทียนก็ทำท่าจุ๊ปากให้เงียบเสียง
เขาเดินไปที่ข้างตู้รถ ลากตาเหยี่ยวออกมาจากกองมนุษย์นั้น แล้วตบหน้าไปหนึ่งฉาด
"ตื่นได้แล้ว อย่ามาแกล้งตาย"
ตาเหยี่ยวค่อยๆ ลืมตาฟื้นขึ้นมา เมื่อเห็นฉินเยว่และหน่วยสวาทด้านหลังเธอ แววตาก็ฉายแววสิ้นหวังวูบหนึ่ง
หลี่ฮ่าวเทียนย่อตัวลงนั่ง มองเขาด้วยรอยยิ้ม
"ฉันขอถามหน่อยสิ พวกแกยังมีคนกลุ่มที่สองอีกใช่ไหม"
ตาเหยี่ยวหุบปากแน่น ทำท่าทางราวกับยอมตายแต่ไม่ยอมปริปาก
"ไม่บอกงั้นเหรอ"
หลี่ฮ่าวเทียนหยิบชะแลงเหล็กที่อยู่ข้างๆ ขึ้นมา ทำท่าเล็งไปที่ขวาอีกข้างของตาเหยี่ยวที่ยังคงสภาพดีอยู่
"อยากลองสัมผัสความรู้สึกกระดูกหักแบบสมมาตรดูไหมล่ะ"
ร่างของตาเหยี่ยวสะดุ้งเฮือก ปราการในใจพังทลายลงในพริบตา
"มี มี พวกเราเป็นแค่ทัพหน้า ด้านหลังยังมีอีกทีม"
"พวกมัน พวกมันพกเครื่องจำกัดแก่นเทวะมาด้วย"
"มันเป็นอุปกรณ์ที่สร้างมาเพื่อสะกดข่มผู้เล่นพรสวรรค์ระดับเอสขึ้นไปโดยเฉพาะ มันสามารถยับยั้งพลังของพวกแกได้"
หลี่ฮ่าวเทียนพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
เขาลุกขึ้นยืน โยนชะแลงเหล็กทิ้ง ตบไหล่ฉินเยว่เบาๆ ด้วยสีหน้าหวาดผวา
"ผู้กองฉิน คุณได้ยินหรือเปล่า"
"พวกมันมีทีมที่สอง แถมยังพกเครื่องจำกัดบ้าบออะไรนั่นมาเพื่อจัดการฉันโดยเฉพาะเลยนะ"
ฉินเยว่อึ้งไปเลย
เธอไม่คิดเลยว่าหลี่ฮ่าวเทียนจะเป็นฝ่ายเค้นเอาข้อมูลสำคัญขนาดนี้ออกมาเอง
หรือว่าเขาจะเปลี่ยนใจแล้ว
หลี่ฮ่าวเทียนเอ่ยต่อด้วยสีหน้าจริงจัง
"ฉันกลัวมากเลยล่ะ"
"กลัวจนขาสั่นไปหมดแล้วเนี่ย"
"เพราะงั้น ฉันเลยตัดสินใจว่า"
เขาชะงักไปเล็กน้อย ฉินเยว่และบรรดาหน่วยสวาทรอบๆ ต่างพากันกลั้นหายใจ
หลี่ฮ่าวเทียนหาวหวอดใหญ่
"จะกลับไปนอนพักเอาแรงเพื่อปลอบขวัญตัวเองสักงีบก็แล้วกัน"
"ที่นี่ก็ปล่อยให้พวกคุณจัดการไปก็แล้วกัน เรื่องเฉพาะทางแบบนี้ก็ต้องให้มืออาชีพเป็นคนลงมือสิ"
พูดจบ เขาก็ไม่เปิดโอกาสให้ฉินเยว่ได้ทันตั้งตัว หันหลังเดินจากไปทันที แถมยังหยิบกุ้งเครย์ฟิชจากกล่องอาหารของตัวเองติดมือมาอีกตัวด้วย
"อ้อ จริงสิ ค่ารถฮั่วลาลาคันนั้นฉันจ่ายไปแล้วนะ พวกคุณอย่าลืมกดรีวิวห้าดาวให้เขาด้วยล่ะ"
เขาโบกมือลา ก่อนที่เงาร่างจะกลืนหายไปในความมืดมิดยามค่ำคืน ทิ้งให้กลุ่มเจ้าหน้าที่หัวกะทิของสำนักงานมังกรโล่ยืนอึ้งเป็นไก่ตาแตกรับลมหนาวอยู่ตรงนั้น
ภายในวิลล่า
ห้องนั่งเล่นเละเทะไม่มีชิ้นดี บนกำแพงยังมีรูกลวงโบ๋รูปคนประทับอยู่
ซูหว่านยืนอยู่ตรงประตู เมื่อมองเห็นหลี่ฮ่าวเทียนก้าวลงมาจากรถแท็กซี่ ขอบตาของเธอก็แดงเรื่อขึ้นมาทันที
เธอรีบก้าวเข้าไปหา อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี
หลี่ฮ่าวเทียนมองดูท่าทางเป็นห่วงเป็นใยของเธอ แล้วยิ้มออกมา
เขายกมือขึ้น ลูบผมบนศีรษะของซูหว่านเบาๆ อย่างเป็นธรรมชาติ
ท่วงท่าดูเก้ๆ กังๆ เล็กน้อย ราวกับกำลังลูบปลอบแมวที่เพิ่งตกใจกลัว
"อย่ามาดราม่าแถวนี้น่า"
น้ำตาของซูหว่านที่เกือบจะหยดลงมา ถูกคำพูดประโยคนี้เบรกเอาไว้จนต้องกลั้นกลับไป
"นาย"
หลี่ฮ่าวเทียนยัดกุ้งเครย์ฟิชตัวสุดท้ายเข้าปาก แล้วปัดมือ
"วางใจเถอะ"
เขาแสยะยิ้มกว้าง เผยให้เห็นฟันขาวเรียงตัวสวย แววตาสาดประกายตื่นเต้น
"เกมแรงก์สูงตานี้ นอกจากแต้มจะไม่ลดแล้ว"
"ของยังดรอปอีกต่างหาก"
[จบแล้ว]