- หน้าแรก
- ให้ไปเอาชีวิตรอดบนดาวร้าง แต่ผมดันใช้เอเลี่ยนเปิดลานบุฟเฟต์
- บทที่ 41 ฉันอ่านทางแกออกหมดแล้วล่ะ
บทที่ 41 ฉันอ่านทางแกออกหมดแล้วล่ะ
บทที่ 41 ฉันอ่านทางแกออกหมดแล้วล่ะ
บทที่ 41 ฉันอ่านทางแกออกหมดแล้วล่ะ
บนดาดฟ้าตึกร้าง กล้ามเนื้อทุกสัดส่วนของตาเหยี่ยวตึงเครียดถึงขีดสุด
เขาจ้องเขม็งลงไปยังตรอกอันว่างเปล่าเบื้องล่าง บนแท็บเล็ตยุทธวิธี สัญญาณชีพสีน้ำเงินที่หมายถึงพอยซันได้ดับวูบลงอย่างสมบูรณ์แล้ว
สิ่งที่ถูกส่งเข้ามาแทนที่ คือคำทักทายลอยๆ ที่ส่งผ่านช่องความถี่สาธารณะ
"จับตัวเล็กมาได้แล้ว ตอนนี้กำลังจะไปจับตัวใหญ่น่ะ"
ตัวใหญ่ที่ว่า ก็คือตัวเขานั่นเอง
ตาเหยี่ยวตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น เขารู้ดีว่าปืนซุ่มยิงไม่มีประโยชน์อีกต่อไปแล้ว
การที่สัตว์ประหลาดตนนั้นสามารถหลบหลีกกระสุนเจาะเกราะของเขาได้ หมายความว่าระยะห่างแปดร้อยเมตรไม่ใช่ระยะปลอดภัยอีกต่อไป แต่มันคือลานล่าสัตว์ของอีกฝ่ายต่างหาก
เขาวิ่งพุ่งเข้าไปในช่องบันได ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังถูกไล่ล่า วิ่งตรงไปยังชั้นที่เตรียมการเอาไว้ล่วงหน้า
"เข้ามาเลย"
"เข้ามาเลยไอ้ชาติหมา"
เขาวิ่งพรวดเข้าไปในห้องเปล่าที่ยังสร้างไม่เสร็จ ที่นี่ดูเหมือนกล่องปูนซีเมนต์ขนาดยักษ์
เขาล้วงเอารีโมตคอนโทรลออกมาจากอกเสื้อ แล้วกดลงไปอย่างแรง
วืด
ภายในห้องอันมืดสลัว เส้นแสงสีแดงขนาดเล็กหลายร้อยเส้นสว่างวาบขึ้นมาในพริบตา มันตัดสลับไขว้กันไปมา แบ่งแยกพื้นที่ทั้งหมดออกเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่ไม่สมมาตรนับไม่ถ้วน
กับดักเลเซอร์
เส้นแสงสีแดงแต่ละเส้น ล้วนเชื่อมต่อกับระเบิดสะเก็ดดาวทำลายล้างสูง
"นี่คือเซตเมนูที่ฉันเตรียมไว้ต้อนรับยอดฝีมือระดับเอสโดยเฉพาะ"
ตาเหยี่ยวหอบหายใจหนัก ซ่อนตัวอยู่หลังเสารับน้ำหนักลึกเข้าไปสุดห้อง ใบหน้าเต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างบ้าคลั่ง
"ฉันอยากจะเห็นนัก ว่าแกจะผ่านมันไปได้ยังไง"
"แค่แกกล้าก้าวเข้ามา ฉันจะทำให้แกกลายเป็นเศษเนื้อไปเลย"
เขายังพูดไม่ทันขาดคำ
ตรงประตู ก็มีเงาดำวูบไหวขึ้นมา
หลี่ฮ่าวเทียนยืนอยู่ตรงประตู เอียงคอมองดูห้องแห่งความตายที่เต็มไปด้วยเส้นแสงสีแดงนี้
"โห จัดฉากได้อาร์ตดีนี่"
เขายังมีอารมณ์มาวิจารณ์อีกประโยค
"มีความเป็นศิลปะแนวก่อสร้างรื้อถอนแบบโพสต์โมเดิร์นอยู่เหมือนกันนะเนี่ย"
รูม่านตาของตาเหยี่ยวสั่นไหวอย่างรุนแรง
มันเข้ามาแล้วเหรอ
มันมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่
ทำไมสัญญาณเตือนภัยข้างนอกถึงไม่ดังเลยสักเครื่องล่ะ
หลี่ฮ่าวเทียนไม่สนอาการตกตะลึงของเขาเลยแม้แต่น้อย ก้าวเท้าก้าวแรกเข้ามาในอาณาเขตของเส้นแสงสีแดง
หัวใจของตาเหยี่ยวเต้นระรัวจนแทบจะกระดอนออกจากคอ หลับตาลงตามสัญชาตญาณ เตรียมรับฟังเสียงระเบิดกัมปนาทที่กำลังจะดังขึ้น
ทว่า กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
เขาลืมตาโพลงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่เห็นคือ หลี่ฮ่าวเทียนราวกับกำลังเล่นเกมเต้นข้ามเลเซอร์ของเด็กเล่นอยู่อย่างไรอย่างนั้น
ร่างกายของเขาบิดโค้งด้วยท่วงท่าที่ขัดกับหลักสรีระศาสตร์ของมนุษย์อย่างสิ้นเชิง
ปลายเท้าซ้ายแตะพื้น ร่างกายทั้งร่างพับครึ่งไปด้านหลัง ลอดผ่านช่องว่างระหว่างเส้นแสงสีแดงสองเส้นไปได้อย่างฉิวเฉียด
ออกแรงจากช่วงเอว ร่างกายเลื้อยแนบไปกับพื้นราวกับงูไร้กระดูก หลบหลีกตาข่ายแสงที่ไขว้กันอีกจุดหนึ่งไปได้
ตีลังกาม้วนหน้าไปหนึ่งรอบ สองเท้าเหยียบลงบนจุดตัดของเส้นแสงสีแดงสองเส้นกลางอากาศอย่างแม่นยำ อาศัยแรงส่งดีดตัวขึ้นอีกครั้ง ร่วงหล่นลงบนพื้นที่ปลอดภัยอีกแห่ง
กระบวนการทั้งหมดลื่นไหลไร้ที่ติ รวดเร็วจนเหลือเพียงภาพติดตาเป็นสาย
นั่นไม่ใช่การหลบหลีก
แต่นั่นคือการหยอกล้อ
ตาเหยี่ยวมองดูหลี่ฮ่าวเทียนใช้เวลาไม่ถึงสิบวินาที ก็สามารถทะลวงผ่านกับดักมรณะที่เขาภาคภูมิใจนักหนา มาจนถึงอีกฝั่งของห้องได้อย่างสบายๆ
ไร้รอยขีดข่วน
"แค่นี้เองเหรอ"
หลี่ฮ่าวเทียนปัดฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนตัว สีหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวัง
"ฉันก็นึกว่าเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงอะไร ที่แท้ก็แค่แผ่นเต้นอินฟราเรดหรอกเหรอ"
"แก"
สมองของตาเหยี่ยวหยุดทำงานไปโดยสมบูรณ์ เขาทิ้งรีโมตในมือ ยกปืนไรเฟิลขึ้นเตรียมจะกราดยิง
"อย่าเพิ่งตื่นเต้นสิไอ้เกลอ"
จู่ๆ ก็มีเสียงดังมาจากมุมกำแพงฝั่งซ้ายมือของเขา
ตาเหยี่ยวหันขวับ เล็งปืนไปที่มุมกำแพงนั้น
ปัง ปัง ปัง
กระสุนสาดเข้าใส่กำแพงปูนจนเศษหินกระจาย แต่ตรงนั้นกลับไม่มีใครอยู่เลย
"เฮ้ ฉันอยู่นี่ต่างหาก"
เสียงดังมาจากบนเพดานฝั่งขวาด้านหลังของเขาอีกครั้ง
ตาเหยี่ยวราวกับกระต่ายตื่นตูม หันปลายปืนกลับไปกราดยิงใส่เพดานอย่างบ้าคลั่ง
ตูม
เพดานถูกยิงจนเป็นรูโหว่ เศษหินและเหล็กเส้นร่วงหล่นลงมา เกือบจะทับใส่ตัวเขาเอง
"จุ๊ จุ๊ จุ๊ ฝีมือยิงปืนห่วยแตกชะมัด"
เสียงของหลี่ฮ่าวเทียนเต็มไปด้วยความดูแคลน คราวนี้มันดังขึ้นข้างหูของเขาเลยทีเดียว
"ฉันอยู่ฝั่งซ้ายของแกต่างหาก"
ตาเหยี่ยวหันไปยิงฝั่งซ้าย
"หลอกเล่นน่ะ อยู่บนหัวแกต่างหากล่ะ"
ตาเหยี่ยวยิงขึ้นฟ้า
"ที่จริงแล้ว อยู่ข้างหลังแกต่างหาก"
ตาเหยี่ยวยิง
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง
ตาเหยี่ยวสติแตกไปแล้ว เขาประทับปืน กราดยิงไปทั่วทุกซอกทุกมุมที่คิดว่าน่าจะมีคนซ่อนอยู่ ปากก็แผดเสียงคำรามที่ฟังไม่ได้ศัพท์
"ออกมา"
"โผล่หัวออกมาสิวะ อ๊าก"
วิชาพูดหน้าท้อง สกิลสายฮาระดับอีในเกมที่มีมูลค่าแค่สิบแต้มเอาชีวิตรอด ซึ่งผู้เล่นทุกคนมองว่าเป็นสกิลขยะ
ผลลัพธ์ของมันมีเพียงอย่างเดียว คือการทำให้เสียงของตัวเองไปดังขึ้นที่พิกัดใดก็ได้ภายในระยะสามสิบเมตร
หลี่ฮ่าวเทียนยืนอยู่กลางห้อง มองดูทหารรับจ้างระดับท็อปของโลกทำตัวเหมือนคนบ้า กราดยิงปืนใส่ความว่างเปล่าอย่างเอาเป็นเอาตาย
กริ๊ก
เสียงเบาๆ ดังขึ้น
เสียงกลไกล็อกสไลด์ดังมาจากรังเพลิงของปืนไรเฟิล
กระสุน หมดเกลี้ยงแล้ว
ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับป่าช้าในพริบตา
ตาเหยี่ยวหอบหายใจอย่างหนักหน่วง เหงื่อและน้ำตาผสมปนเปกัน ไหลอาบใบหน้าที่เต็มไปด้วยควันปืน
มือข้างหนึ่ง เอื้อมมาตบไหล่เขาเบาๆ
ร่างกายของตาเหยี่ยวแข็งทื่อไปในทันที
เขาสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่แผ่ซ่านมาจากมือข้างนั้น
เขาค่อยๆ หันหน้าไปทีละนิ้ว ทีละนิ้ว
หลี่ฮ่าวเทียนยืนอยู่ข้างหลังเขา บนใบหน้ามีรอยยิ้มใสซื่อไร้พิษภัย ในปากยังคาบหญ้าหางหมาที่ไปเก็บมาจากไหนก็ไม่รู้เอาไว้ด้วย
"ไอ้เกลอ"
หลี่ฮ่าวเทียนคายหญ้าหางหมาทิ้ง น้ำเสียงดูจริงใจสุดๆ
"เปลี่ยนแม็กกาซีนช้าขนาดนี้ ถ้าเล่นเกมซีเอฟโดนเตะออกจากห้องไปนานแล้วนะ"
"อ๊าก"
ความอัปยศอดสูและความหวาดผวา ทำลายสติสัมปชัญญะของตาเหยี่ยวจนพังทลายในที่สุด
เขาทิ้งปืนไรเฟิล ชักมีดสั้นประกายคมกริบออกจากเสื้อกั๊กยุทธวิธี รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี แทงสวนเข้าที่หน้าอกของหลี่ฮ่าวเทียน
นี่คือศักดิ์ศรีเฮือกสุดท้ายในฐานะทหารรับจ้างระดับท็อปของเขา
ทว่า มีดของเขากลับหยุดชะงักลง
ถูกนิ้วสองนิ้ว คีบเอาไว้แล้ว
หลี่ฮ่าวเทียนยื่นนิ้วชี้และนิ้วกลางออกไป คีบปลายมีดที่พุ่งมาอย่างมาดมั่นเอาไว้อย่างง่ายดาย
"ยังจะเอาอีกเหรอ"
หลี่ฮ่าวเทียนขมวดคิ้ว ใบหน้าฉายแววรำคาญใจ
นิ้วที่คีบใบมีดอยู่ ออกแรงบิดเบาๆ
กร๊อบ
เสียงหักดังกังวาน
มีดสั้นต่อสู้ที่ทำจากโลหะผสมชนิดพิเศษ ซึ่งแข็งแกร่งพอจะแทงทะลุเสื้อเกราะกันกระสุน กลับหักสะบั้นลงราวกับบิสกิตกรอบๆ
ตาเหยี่ยวมองดูด้ามมีดหักครึ่งในมืออย่างเหม่อลอย สูญเสียความสามารถในการคิดวิเคราะห์ไปโดยสมบูรณ์
"สั่งมาจากแอปพินตัวตัวเหรอ"
หลี่ฮ่าวเทียนมองใบมีดหักๆ นั่นด้วยสายตารังเกียจ
"คุณภาพไม่ได้เรื่องเลยนะน้องชาย"
"ให้คะแนนรีวิวติดลบยังถือว่าปรานีแล้วนะเนี่ย"
เขาโยนเศษมีดทิ้งส่งเดช แล้วเงื้อหางมือขึ้น สับลงบนหลังคอของตาเหยี่ยวเบาๆ
พลั่ก
ตาเหยี่ยวตาเหลือก ร่างอ่อนยวบล้มกองลงไปราวกับก้อนโคลนเละๆ
หลี่ฮ่าวเทียนมองตาเหยี่ยวที่สลบเหมือดอยู่บนพื้น แล้วหันไปมองพอยซันที่ตัวเองแบกเข้ามาเมื่อครู่นี้
เขาล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาดูเวลา
"อืม เวลาได้ที่พอดี"
เขากดโทรหาซูหว่าน
"ฮัลโหล หัวหน้าฝ่ายเสบียงที่รักของผม"
น้ำเสียงของซูหว่านจากปลายสายร้อนรนมาก
"นายเป็นยังไงบ้าง ฉันให้หลิวหู่ไปหานายแล้วนะ"
"เดี๋ยวก่อน บอกให้เขาไม่ต้องมา"
หลี่ฮ่าวเทียนรีบห้าม
"ฉันเพิ่งทำความสะอาดเสร็จน่ะ สภาพมันค่อนข้างจะเละเทะไปหน่อย ขืนเขามาก็ต้องมาช่วยฉันถูพื้นอีก"
"แล้วนาย"
"ฉันสบายดี สบายดีมากๆ ด้วย"
หลี่ฮ่าวเทียนเดินไปที่หน้าต่าง มองลงไปชั้นล่าง
รถบรรทุกตู้ทึบขนาดใหญ่คันหนึ่ง จอดเปิดไฟกะพริบฉุกเฉินอยู่หน้าประตูตึกร้างพอดี
บนตัวรถ สกรีนตัวอักษร ฮั่วลาลา เอาไว้เด่นหรา
คนขับชะโงกหน้าออกมา มองซ้ายมองขวาอยู่
หลี่ฮ่าวเทียนส่งเสียงหัวเราะใส่โทรศัพท์
"รถประจำตำแหน่งของฉันมาถึงแล้ว"
"แค่นี้ก่อนนะ ฉันจะลงไปต้อนรับพนักงานใหม่ เตรียมพาพวกเขาไปรายงานตัวที่บริษัทใหม่ก่อนล่ะ"
เขาวางสาย แล้วลากร่างที่ไร้สติของตาเหยี่ยวและพอยซันไปตามพื้นคนละมือราวกับลากซากสุนัขตาย มุ่งหน้าลงไปชั้นล่าง
"ยินดีต้อนรับเข้าทำงานนะ ทั้งสองคน"
"บริษัทของเรา มีที่พักอาหารพร้อม ส่วนประกันสังคมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพน่ะ ไม่มีให้หรอกนะ"
"แต่ไม่ต้องห่วงไปหรอก ขุดแร่ให้เก่งๆ ก็พอ เดี๋ยวโบนัสปลายปีฉันจะเผากงเต๊กไปให้"
[จบแล้ว]