เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 - ความเป็นผู้นำ

บทที่ 16 - ความเป็นผู้นำ

บทที่ 16 - ความเป็นผู้นำ


บทที่ 16 - ความเป็นผู้นำ

รูเบน ดิอาส กัปตันทีมเบนฟิก้า U17 ตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้นอย่างทุลักทุเล แล้วรีบหันไปโวยวายเรียกร้องความเป็นธรรมกับผู้ตัดสินทันที

ผู้ตัดสินยิ้มบางๆ แล้วชี้นิ้วไปที่ดวงตาของตัวเอง

ความหมายก็คือ ฉันเห็นเต็มสองตาว่านายเป็นคนขัดขากัปตันทีมปอร์โต้ U17 ล้ม

เมื่อเห็นท่าทีที่เด็ดขาดของผู้ตัดสิน เขาก็จำต้องยอมรับสภาพและเลิกโวยวาย

พูดก็พูดเถอะ เขาก็ยังเป็นแค่เด็กหนุ่มวัย 17 ปีคนหนึ่งเท่านั้น

มาดี้ เกต้า และเฟลิกซ์ช่วยกันดึงมาร์ตินลุกขึ้นจากพื้น ทั้งคู่แปะมือฉลองที่ทีมได้จุดโทษ

ส่วนเฮลเดอร์ หัวหน้าโค้ชเบนฟิก้า U17 ที่อยู่ข้างสนามนั้นเก๋าเกมกว่าเยอะ หน้าหนาสุดๆ ต่อให้เห็นเต็มสองตาว่ารูเบน ดิอาส เป็นคนทำฟาล์วมาร์ติน เขาก็ยังสามารถตีหน้าตายโวยวายใส่ผู้ตัดสินที่สี่ได้อย่างหน้าตาเฉย

เขาต้องการใช้การกระทำเพื่อบอกลูกทีมว่า หลายๆ ครั้งเราก็ต้องดิ้นรนเรียกร้องสิทธิ์ให้ตัวเองบ้าง

เผื่อฟลุคผู้ตัดสินทนแรงกดดันไม่ไหวแล้วเปลี่ยนคำตัดสินล่ะ?

แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมาก็คือ ใบเหลืองเตือนจากผู้ตัดสิน

เฮลเดอร์: "..."

ในขณะเดียวกัน ซิโมน หัวหน้าโค้ชปอร์โต้ U17 ก็ชี้ไปที่มาร์ตินแล้วตะโกนสั่ง "มาร์ติน นายเป็นคนยิงจุดโทษลูกนี้นะ"

หา?

Σ(⊙▽⊙"a

ล้อเล่นกันระดับชาติหรือเปล่าเนี่ย?

มาร์ตินไม่เคยยิงจุดโทษ แถมไม่เคยซ้อมยิงจุดโทษมาก่อนด้วย...

เขามองดูซิโมนที่กำลังทำท่าทางออกรสออกชาติ คำพูดมาจ่ออยู่ที่ปากแล้วแต่ไม่รู้จะบอกยังไงดี

จะให้ตะโกนบอกโค้ชว่า 'ผมทำไม่ได้' ก็คงไม่ดีมั้ง?

เป็นลูกผู้ชาย จะบอกว่า 'ไม่ไหว' ได้ยังไง!

ค่าสถานะจุดโทษในหน้าต่างสถานะส่วนตัวมีแค่ 57 ซึ่งยังไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐานเลยด้วยซ้ำ

แล้วจะให้ยิงยังไงล่ะเนี่ย?

มาดี้ เกต้านำลูกฟุตบอลมาวางตรงหน้ามาร์ติน "สู้ๆ นะ! ประตูนี้น่าจะเป็นประตูเดียวของนายในสีเสื้อ U17 เลยนะ"

"..."

มาร์ตินรู้สึกหดหู่ใจ "เอ่อ... ประตูเดียว..."

จู่ๆ เขาก็นึกขึ้นได้จากความทรงจำของร่างเดิม ว่าตัวเองไม่เคยทำประตูในรุ่น U17 ได้เลยสักลูกจริงๆ

หลังจากจบเกมนี้ เขาก็ต้องไปรายงานตัวที่ทีม U19 แล้ว ก็ไม่ควรทิ้งความเสียดายเอาไว้สิ

ต้องมั่นใจเข้าไว้!

เขากอดลูกฟุตบอลไว้ในอก แล้วนำไปวางที่จุดโทษ

ค่าความสามารถที่แสดงในหน้าต่างสถานะ เป็นการประเมินโดยอิงจากระดับความสามารถของนักเตะอาชีพในโลกฟุตบอล

ฟาบิโอ ดูอาร์เต้ ผู้รักษาประตูที่อยู่ตรงหน้า ในอนาคตอาจจะได้เป็นนักเตะอาชีพ แต่... ตอนนี้... ยังห่างไกลนัก!

อีกอย่าง นี่ก็ไม่ใช่แมตช์สำคัญอะไร บรรยากาศก็มีแค่นี้ แทบจะไม่มีแรงกดดันอะไรมารบกวนจิตใจได้เลย

"บู้วว~ บู้ววว~ บู้วววว~"

มีแฟนบอลเบนฟิก้า U17 เพียงหยิบมือเดียวข้างสนามที่พยายามส่งเสียงโห่ เพื่อรบกวนสมาธิของมาร์ตินที่กำลังจะยิงจุดโทษ

จู่ๆ เขาก็นึกถึงคำพูดที่ใครบางคนเคยบอกไว้ว่า การจะยิงจุดโทษเข้าหรือไม่นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทักษะการยิงมากนัก แต่ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของสภาพจิตใจมากกว่า

ในฐานะที่เคยเป็นนักเตะอาชีพในประเทศหลงมาก่อน เขาย่อมเข้าใจเรื่องนี้ดี

ประตูฟุตบอลมีความกว้าง 7.32 เมตร สูง 2.44 เมตร ระยะมาตรฐานจากจุดโทษถึงเส้นประตูคือ 11 เมตร

ด้วยระยะทางที่ใกล้ขนาดนี้ เป็นเรื่องยากมากที่ผู้รักษาประตูจะอ่านทิศทางบอลออกแล้วค่อยพุ่งไปเซฟ

ดังนั้น ส่วนใหญ่แล้วจึงมักจะเกิดจากความผิดพลาดของผู้ยิงเอง หรือไม่ก็ผู้รักษาประตูคาดเดาทิศทางล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ

มาร์ตินวางลูกบอลลงบนจุดโทษ ถอยหลังไปสองก้าว สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออก

เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าอารมณ์ของตัวเองไม่ได้ปั่นป่วนเหมือนที่คิด แถมยังมีเวลาไปคิดถึงวิธียิงจุดโทษมากมายที่เคยดูมาอีกต่างหาก

ยิงเสียบมุมล่าง?

หรือจะอัดเต็มแรงเสียบสามเหลี่ยมบน?

หรือแปเรียดเข้ากลางประตูดี?

"ปรี๊ด~"

เสียงนกหวีดจากผู้ตัดสินดังขึ้น ฟาบิโอ ดูอาร์เต้ ผู้รักษาประตูเบนฟิก้า U17 เลียนแบบลีลายึกยักของเจอร์ซีย์ ดูเด็ค ในนัดชิงที่อิสตันบูล เขากางแขนกางขาขยับไปมาราวกับปลาหมึก

มาร์ตินยิ้ม

เขาเริ่มวิ่งเหยาะๆ เข้าหาบอล ปรับระยะก้าว ใช้เท้าซ้ายเป็นหลักค้ำยัน เอียงตัวไปทางซ้ายทำมุมประมาณ 75 องศากับพื้น ง้างเท้าขวาไปด้านหลัง ใช้พลังระเบิดจากน่องส่งแรงให้หัวเข่าตวัดเท้าไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

ในช่วงเสี้ยววินาทีก่อนที่เท้าขวาจะสัมผัสบอล มีจังหวะบิดปลายเท้าออกด้านนอกอย่างเห็นได้ชัด

ฟาบิโอ ดูอาร์เต้ ตาสว่างวาบ!

เห็นได้ชัดว่าเขาอ่านทิศทางจากจังหวะวิ่งและการง้างเท้า (ลักษณะการวางเท้า) ของมาร์ตินออกแล้ว

มุมขวา!

มุมนี้มักจะเป็นมุมประจำที่นักเตะถนัดขวาชอบยิง

เมื่อนึกถึงภาพที่ตัวเองเซฟจุดโทษได้และได้รับการยกย่องจากเพื่อนร่วมทีม ฟาบิโอ ดูอาร์เต้ที่กำลังทิ้งน้ำหนักตัวก็เผลอยิ้มมุมปากออกมาโดยไม่รู้ตัว ในหัวเริ่มจินตนาการไปไกล...

ครึ่งวินาทีต่อมา รอยยิ้มก็ค้างเติ่งบนใบหน้า

จังหวะที่มาร์ตินบิดปลายเท้าออกด้านนอกเล็กน้อยนั้น ไม่ได้เป็นการเตะอัดลูกบอลตรงๆ แต่ในเสี้ยววินาทีที่เท้าจะสัมผัสบอล เขากลับผ่อนแรงลงถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ และเปลี่ยนจุดสัมผัสจากข้างเท้าด้านในเป็นหลังเท้าด้านใน

ลูกบอลที่ถูกเตะออกไปลอยขึ้นจากพื้นด้วยความเร็วที่ช้ามาก ทิศทางเดียวกับที่ผู้รักษาประตูพุ่งไป

แต่ทว่า สีหน้าของฟาบิโอ ดูอาร์เต้กลับซีดเผือดราวกับคนตาย...

ร่างกายที่ลดจุดศูนย์ถ่วงลงหมายจะพุ่งไปทางขวานั้น เป็นการพุ่งเลียบไปกับพื้น เพื่อป้องกันลูกยิงเรียด

แต่ลูกบอลที่มาร์ตินเตะออกมา กลับเป็นลูกลอยโด่งระดับกลาง

ดูอาร์เต้ที่ล้มตัวลงไปแล้ว พยายามยืดแขนสุดเหยียดหมายจะปัดบอลอย่างไม่ยอมแพ้ ราวกับคนจมน้ำที่พยายามคว้าฟางเส้นสุดท้าย

แต่... ทุกอย่างล้วนสูญเปล่า

"สวยงามมาก! ยิงแบบปาเนนก้าซะด้วย!"

แฟนบอลบนอัฒจันทร์ดูฟุตบอลเป็น อารมณ์ของพวกเขาถูกจุดประกายขึ้นทันทีด้วยลูกจุดโทษที่ต้องใช้ความเยือกเย็นอย่างสูงลูกนี้

"ไอ้หนูนี่ ใจเด็ดจริงๆ"

ซิโมน หัวหน้าโค้ชและทีมงานผู้ช่วยต่างก็อดไม่ได้ที่จะปรบมือให้

นักเตะปอร์โต้ U17 ในสนามต่างวิ่งกรูเข้ามากอดมาร์ตินอย่างดีใจ มาดี้ เกต้า หนุ่มน้อยผิวสีจอมกวนพูดด้วยความตื่นเต้น "ยอดเยี่ยมไปเลย! นายคิดจะยิงแบบปาเนนก้าได้ยังไงเนี่ย? นายควรจะได้ไปเล่นทีมชุดใหญ่เลยนะ!"

"ใช่ๆ! ไม่ต้องไป U19 แล้ว ขึ้นชุดใหญ่ไปเลย!"

ดิโอโก้ เลเต้ รูปร่างสูงใหญ่ขยี้ผมมาร์ตินอย่างมันเขี้ยว "ฉัน! ดิโอโก้อนุมัติเป็นกรณีพิเศษ!"

มีเพียงมาร์ตินคนเดียวที่ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

เพราะลูกยิงปาเนนก้าเมื่อกี้ มันฟลุคซะเยอะ...

และเขาก็ตั้งปฏิญาณกับตัวเองเงียบๆ ว่า ถ้ามีแต้มสถานะเมื่อไหร่ จะต้องเอาไปอัปค่า 【ความนิ่ง】 แน่นอน

การยิงจุดโทษเนี่ย แม่งโคตรต้องการความนิ่งเลย!

บนอัฒจันทร์ข้างสนาม

มิเกล มาริโอ ตื่นเต้นจนหอมแก้มคลาร่า แอนนา ภรรยาสุดที่รัก พร้อมกับเต้นแร้งเต้นกา "ลูกชายเราเก่งสุดๆ ถอดแบบความใจเด็ดมาจากพ่อสมัยหนุ่มๆ ไม่มีผิด!"

เสียงของเขาดังพอสมควร แถมบรรยากาศในสนามก็ไม่ได้หนวกหูอะไร แฟนบอลปอร์โต้หลายคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆ จึงหันมามอง

"มาร์ตินเป็นลูกชายคุณเหรอ? พระเจ้า ลูกแท้ๆ เลยเหรอ?"

ชายวัยกลางคนหนวดเคราเฟิ้มที่สวมเสื้อยืดกีฬายี่ห้อไนกี้ นั่งอยู่ด้านหลัง ถามด้วยความประหลาดใจ เขาตบบ่ามิเกล มาริโอ แล้วเหลือบมองคลาร่า แอนนาที่ยังดูสาวและสวยด้วยสายตาเคลือบแคลง

สิ่งที่เขาต้องการจะสื่อนั้นชัดเจนมาก

มิเกล มาริโอที่กำลังดีใจสุดขีด ทำหน้าเซ็งๆ "คิดบ้าอะไรของนาย มาร์ตินเป็นเด็กที่เราสองผัวเมียรับอุปการะมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตอนไปเที่ยวประเทศหลงเมื่อสิบกว่าปีก่อนนู่น"

"อ้อ อย่างนี้นี่เอง ตาถึงดีนะเนี่ย"

ชายคนนั้นกลอกตาไปมา ยกนิ้วโป้งให้ แล้วเริ่มตีสนิท "อ้อ จริงสิ ผมชื่อดาเนียล โอคส์ แล้วคุณล่ะชื่ออะไร?"

"มิเกล มาริโอ"

"มาริโอ? แล้วทำไมคุณไม่ใช้นามสกุลเดียวกับมาร์ตินล่ะ? เอ๊ย... หมายถึงทำไมมาร์ตินไม่ใช้นามสกุลเดียวกับคุณล่ะ?"

ด้วยสัญชาตญาณของการเป็นคนช่างสังเกต ดาเนียล โอคส์จึงถามขึ้นมาอย่างสงสัย

"เรื่องมันเป็นอย่างนี้..."

มิเกล มาริโอแหงนหน้ามองฟ้าทำมุม 45 องศา หวนนึกถึงเรื่องราวตอนรับมาร์ตินมาเลี้ยง

คลาร่า แอนนา ภรรยาของเขาเคยประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์บนทางด่วนตอนไปทำงานต่างเมือง รอดตายมาได้หวุดหวิด แต่ก็ต้องสูญเสียความสามารถในการตั้งครรภ์ไปตลอดกาล

ทั้งคู่หลงใหลในวัฒนธรรมของประเทศหลงมาก พอภรรยาหายดี พวกเขาจึงเดินทางไปพักผ่อนที่นั่น

ในการเดินทางจุดแวะพักที่สาม พวกเขาบังเอิญผ่านสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่ง

แล้วก็เห็นเด็กผู้ชายหน้าตาจิ้มลิ้มใส่กางเกงเปิดตูด นั่งยองๆ อยู่หน้าประตู ในมือกำกิ่งไม้ ขีดเขียนเป็นวงกลมบนพื้น ปากก็บ่นพึมพำอะไรบางอย่าง

เด็กผู้ชายคนนั้นก็คือ มาร์ติน

คลาร่า แอนนาตกหลุมรักเด็กคนนี้ตั้งแต่แรกเห็น พอรู้ว่าเป็นเด็กกำพร้า เธอก็เกิดความคิดอยากจะรับเลี้ยง

ส่วนสาเหตุที่ได้ชื่อว่ามาร์ติน (หม่าติง) ก็เพราะผู้อำนวยการสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแซ่หม่า การตั้งชื่อเด็กก็จะเรียงตามลำดับ กะอี่ปิ่งติงโบ้วกี้แกซินหยิมกุ่ยและมาร์ตินเป็นเด็กคนที่สี่ จึงได้ชื่อว่า 'ติง'

ต่อมา สองสามีภรรยาก็ไม่ได้เปลี่ยนชื่อให้เขา เพียงแค่เติมนามสกุล มาริโอ เข้าไปต่อท้ายชื่อมาร์ติน

ชื่อในหนังสือเดินทางโปรตุเกสและอาร์เจนตินาของมาร์ตินก่อนหน้านี้ ก็คือ หม่าติง·มาริโอ

……

เบนฟิก้า U17 เขี่ยบอลเริ่มเล่นใหม่ พวกเขาพยายามสร้างโอกาสทำประตูอย่างหนัก หวังจะตีไข่แตกให้ได้ก่อนจบครึ่งแรก

ตามหลัง 1:2 ยังไงก็ดูดีกว่าตามหลัง 0:2

แต่การบุกของพวกเขานั้นรีบร้อนเกินไป ขาดเวลาในการสังเกตและคิดวางแผน

ทำให้การต่อบอลเป็นไปอย่างสะเปะสะปะ ผู้เล่นแดนหน้าจึงไม่สามารถหาจังหวะจบสกอร์ในพื้นที่ที่เปิดโล่งได้

หลังจากเอ็ดดี้ เซเมโด้ รับบอลจากโชต้าแล้วซัดข้ามคานออกไปไกล ผู้ตัดสินก็เป่านกหวีดจบครึ่งแรกทันที

ปอร์โต้ U17 นำอยู่สองลูก นักเตะทุกคนมีความสุข พูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน

ในทางกลับกัน เบนฟิก้า U17 ทั้งทีมต่างก็รู้สึกหดหู่ ส่ายหน้าถอนหายใจกันเป็นแถว

ไม่นานนัก ซิโมน หัวหน้าโค้ชปอร์โต้ U17 ก็ได้ทำการปรับเปลี่ยนแท็กติกสำหรับครึ่งหลัง

เน้นย้ำให้นักเตะรักษาสมาธิในเกมรับช่วงต้นครึ่งหลัง เพื่อป้องกันการเสียประตูเร็วจากความประมาท

ในแง่ของการทำประตู ทั้งสองประตูจากเกมที่แล้ว และอีกสองประตูจากเกมนี้ ล้วนเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เสียประตูกันง่ายที่สุดทั้งสิ้น

ไม่มีใครเข้าใจเรื่องความน่าจะเป็นในการได้/เสียประตูในช่วงเวลานี้ดีไปกว่าพวกเขาอีกแล้ว

ผลงานของมาร์ตินในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา ทำให้เพื่อนร่วมทีมยอมรับในความสามารถของเขาอย่างหมดใจ ภาวะผู้นำที่เปล่งประกายออกมาอย่างเป็นธรรมชาติทำให้เพื่อนร่วมทีมเชื่อใจเขาอย่างเต็มที่ บวกกับอายุที่มากที่สุดในทีม U17 คำพูดของเขาจึงมีน้ำหนักมาก

ซิโมนพอใจในตัวมาร์ตินมาก การประสานงานร่วมกันทำให้นักเตะเลิกประมาทไปได้เยอะ

เดิมทีเบนฟิก้า U17 ก็เหนือกว่าปอร์โต้ U17 ในทุกๆ ด้านอยู่แล้ว พวกเขาจึงไม่มีสิทธิ์ไปดูถูกคู่แข่งที่เก่งกว่าตัวเอง

"พี่น้อง มาร่วมกันคว้าชัยชนะอย่างสวยงามเพื่อเป็นการสั่งลาศึกสามมหาอำนาจนัดสุดท้ายกันเถอะ มีปัญหาอะไรไหม?"

มาร์ตินพูดปลุกใจด้วยน้ำเสียงฮึกเหิม เขากำหมัดขวาชกเข้าที่ฝ่ามือซ้ายจนเกิดเสียงดังสนั่น

"ไม่มีปัญหา!!"

นักเตะปอร์โต้ U17 ตอบรับเป็นเสียงเดียวกัน

อัฒจันทร์อยู่ไม่ไกลจากม้านั่งสำรองของทั้งสองทีม แฟนบอลและแมวมองจึงได้ยินกันชัดเจน

แมวมองหลายคนเริ่มจดบันทึกลงในช่องจุดเด่นของมาร์ตินเพิ่มอีกข้อ: มีความเป็นผู้นำสูงมาก

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 16 - ความเป็นผู้นำ

คัดลอกลิงก์แล้ว