- หน้าแรก
- ยอดระบบสุ่มอาชีพ ไต่ระดับเศรษฐีหมื่นล้าน
- บทที่ 12 - อาณาเขตส่วนตัว
บทที่ 12 - อาณาเขตส่วนตัว
บทที่ 12 - อาณาเขตส่วนตัว
บทที่ 12 - อาณาเขตส่วนตัว
◉◉◉◉◉
"วันนี้ก็ไม่ได้อยู่ดี" หลินอี้เอ่ย "ฉันยังต้องไปรับออร์เดอร์อีก ไว้วันหลังค่อยว่ากันนะ"
"งั้นก็ได้ บ๊ายบาย"
"อืม"
หลังจากบอกลากันเรียบร้อย หลินอี้ก็ขับรถออกไป
เมื่อมองดูเวลาก็พบว่าทุ่มกว่าแล้ว แต่หลินอี้เคยทำงานเป็นเซลล์มาก่อน ย่อมรู้กฎเกณฑ์ของสายงานนี้ดี สำนักงานขายบ้านล้วนใช้ระบบเข้ากะ
ช่วงกลางวันพนักงานทุกคนต้องสแตนด์บายเตรียมพร้อม ส่วนช่วงกลางคืนจะเหลือเซลล์ไว้เพียงหยิบมือเพื่ออยู่โยงจนถึงหลังสองทุ่ม ถ้าเขาขับรถเร็วหน่อยเวลาก็น่าจะยังทันอยู่
ขับรถมาได้ประมาณสามสิบกว่านาที หลินอี้ก็มาถึงโครงการคฤหาสน์จิ่วโจวเก๋อ สมดังชื่อที่ตั้งไว้ คฤหาสน์จิ่วโจวเก๋อมีคฤหาสน์ทั้งหมดเก้าหลัง ทุกหลังตั้งอยู่ริมแม่น้ำหันหน้าออกสู่ทะเล ดูโอ่อ่าอลังการเป็นอย่างยิ่ง
ทว่าด้วยขนาดพื้นที่ สไตล์การตกแต่ง และทำเลที่ตั้งที่แตกต่างกัน ราคาจึงแตกต่างกันไปด้วย แต่ส่วนต่างราคาก็ไม่ได้ห่างกันมากนัก ดังนั้นเมื่อหยิบยกคฤหาสน์หลังไหนขึ้นมา ก็สามารถยกย่องให้เป็นราชาแห่งอสังหาริมทรัพย์ของเมืองจงไห่ได้เลย
หลินอี้เอนกายพิงเบาะรถทอดสายตามองทิวทัศน์ของคฤหาสน์จิ่วโจวเก๋อด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่ง ต่อไปเขาก็จะมีที่ดินเป็นของตัวเองที่นี่แล้ว เสียอย่างเดียวคือไม่รู้ว่าระบบมอบคฤหาสน์หลังไหนให้เขากันแน่
หลังจากชื่นชมทิวทัศน์ด้านนอกจนหนำใจ หลินอี้ก็จอดรถให้เข้าที่แล้วผลักประตูเดินเข้าไปในสำนักงานขาย
เมื่อเห็นว่ามีลูกค้าเดินเข้ามา เซลล์สาวก็เหลือบมองหลินอี้แวบหนึ่ง ก่อนที่สีหน้าของเธอจะเปลี่ยนไปทันที
"นายมาทำอะไรที่นี่"
เมื่อเห็นคนที่กำลังพูด หลินอี้ก็แอบประหลาดใจอยู่เล็กน้อย เซลล์สาวคนนี้มีชื่อว่าจางเมิ่งอวี่ เธอเป็นอดีตเพื่อนร่วมงานของหลินอี้
ตอนที่ยังอยู่บริษัทเธอเคยตามจีบหลินอี้อย่างบ้าคลั่ง แต่หลังจากถูกเขาปฏิเสธกลับไปอย่างหนักแน่นเธอก็กลายเป็นตัวตลกของบริษัทจนต้องลาออกไปด้วยความแค้นใจ
"ฉันอยากขอพบผู้จัดการของพวกเธอหน่อยน่ะ" หลินอี้ตอบพร้อมรอยยิ้ม โลกนี้มันช่างกลมเสียจริง ดันมาบังเอิญเจอเธอที่นี่เสียได้
"เหอะ ผู้จัดการของเรากำลังจะไปพบลูกค้ารายใหญ่ ไม่มีเวลามาสนใจนายหรอก" จางเมิ่งอวี่พูดเสียงหยัน "ว่าแต่นายเถอะ มาทำอะไรที่นี่ คงไม่ได้ถูกไล่ออกแล้วจะมาสมัครงานที่นี่หรอกนะ"
"ฉันเพิ่งโดนไล่ออกวันนี้ เธอก็รู้ข่าวแล้วเหรอ"
หลินอี้แอบสงสัย ปากใครมันจะไวปานนั้น
"นายถูกไล่ออกจริงๆ ด้วยเหรอ"
จางเมิ่งอวี่แอบสะใจอยู่ลึกๆ นี่เธอเดาถูกเผงเลยหรือนี่
"อืม" หลินอี้พยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม "ช่วยตามผู้จัดการของพวกเธอมาให้หน่อยก็พอ"
"ไว้ฉันว่างก่อนค่อยว่ากัน" จางเมิ่งอวี่ตอบแบบขอไปที "แล้วฉันขอเตือนนายไว้ก่อนเลยนะ อย่าหวังว่าฉันจะช่วยพูดจาดีๆ ให้ล่ะ การจะมาสมัครงานที่นี่ต้องพึ่งความสามารถล้วนๆ อย่าคิดว่าหน้าตาหล่อแล้วจะได้เปรียบนะยะ"
หลินอี้ลูบคางตัวเอง ก็แค่เคยปฏิเสธเธอไป ถึงกับต้องทำตัวแบบนี้เลยเหรอ
"ขออธิบายไว้ก่อนเลยนะ ถึงฉันจะถูกไล่ออกมา แต่ฉันไม่ได้มาสมัครงาน"
"แล้วนายมาทำไมล่ะ" จางเมิ่งอวี่ยกมือกอดอกด้วยท่าทีหยิ่งยโส "อย่าบอกนะว่านายมาซื้อบ้านน่ะ"
หลินอี้พยักหน้า "มาซื้อบ้านจริงๆ นั่นแหละ ก็เลยอยากเจอผู้จัดการของพวกเธอไง"
"หลินอี้นายเลิกบ้าได้แล้ว ยังไงพวกเราก็เคยเป็นเพื่อนร่วมงานกันมาตั้งหลายเดือน สถานการณ์ของนายทำไมฉันจะไม่รู้ล่ะ" จางเมิ่งอวี่พูดด้วยน้ำเสียงดูแคลน "นายพักอยู่อพาร์ตเมนต์เก่าซอมซ่อ ขับรถเก๋งเก่าบุโรทั่ง นี่นายคิดจะมาซื้อคฤหาสน์ของจิ่วโจวเก๋อเนี่ยนะ เลิกล้อเล่นได้แล้วโอเคไหม คฤหาสน์ที่นี่ราคาเริ่มต้นก็ปาเข้าไปหลังละแปดร้อยล้านแล้ว นายจะมีปัญญาซื้อหลังไหนกัน ต่อให้จับนายไปขายก็ยังซื้อห้องน้ำที่นี่ไม่ได้สักห้องเลย"
"เธอไม่เชื่อก็ช่างเถอะ เดี๋ยวฉันคุยกับผู้จัดการของพวกเธอเองก็แล้วกัน"
"เหอะ นายคิดว่าผู้จัดการของเราว่างนักหรือไง เขาไม่มีเวลามาต้อนรับนายหรอก" จางเมิ่งอวี่กลอกตาบนใส่ "คิดว่าตัวเองเป็นใครกันยะ"
จังหวะนั้นเอง เสียงรองเท้าส้นสูงก็ดังต๊อกแต๊กใกล้เข้ามา ผู้หญิงในชุดยูนิฟอร์มกระโปรงทรงสอบสีเทาคนหนึ่งกำลังเดินตรงมาทางหลินอี้
"ผู้จัดการหวัง" เมื่อเห็นผู้หญิงในชุดยูนิฟอร์ม จางเมิ่งอวี่ก็เอ่ยทักทายอย่างสุภาพ
"ไสหัวไปอยู่เงียบๆ ตรงนู้นเลย เดี๋ยวฉันค่อยมาจัดการกับเธอ"
จู่ๆ ก็โดนด่าเปิงโดยไม่มีสาเหตุ จางเมิ่งอวี่ถึงกับยืนอึ้ง ตัวเธอเองก็ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ทำไมถึงโดนด่าได้ล่ะ
หลังจากด่าจางเมิ่งอวี่เสร็จ ผู้จัดการสาวก็เปลี่ยนสีหน้าไปเป็นคนละคน เธอหันมามองหลินอี้ด้วยรอยยิ้มเบิกบาน
"คุณคือคุณหลินอี้ใช่ไหมคะ ขอแนะนำตัวก่อนนะคะ ฉันคือหวังฮุ่ย ผู้จัดการฝ่ายขายของคฤหาสน์จิ่วโจวเก๋อค่ะ เมื่อสักครู่ฉันแวะไปเข้าห้องน้ำก็เลยไม่ได้ออกมาต้อนรับคุณด้วยตัวเอง หวังว่าคุณคงไม่ถือสานะคะ"
"ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นหรอก"
"จะให้ฉันพาคุณไปดูบ้านก่อน หรือจะให้ฉันแนะนำข้อมูลเบื้องต้นของที่นี่ให้ฟังก่อนดีคะ"
"ไปดู..."
ยังไม่ทันที่หลินอี้จะพูดจบ จางเมิ่งอวี่ก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน
"ผู้จัดการหวังคะ คุณไม่ต้องไปเสียเวลากับเขาหรอกค่ะ เขาเป็นอดีตเพื่อนร่วมงานของฉัน วันนี้เพิ่งถูกไล่ออกแถมยังเป็นเด็กกำพร้าอีก ไม่มีปัญญาซื้อคฤหาสน์ของจิ่วโจวเก๋อหรอกค่ะ ขืนแนะนำบ้านให้เขาไปก็เสียเวลาเปล่า"
"เธอพูดจาเหลวไหลอะไรเนี่ย" หวังฮุ่ยถลึงตาใส่ "ไปรายงานตัวที่ฝ่ายบุคคลได้เลยนะ ไม่ต้องมาทำงานที่นี่แล้ว"
จางเมิ่งอวี่ยิ่งงงหนักเข้าไปอีก ตัวเธอเองไม่ได้ทำอะไรผิด แค่หวังดีพูดความจริงออกไปสองสามประโยค ทำไมถึงโดนไล่ออกซะงั้นล่ะ
"ผะ ผู้จัดการหวังคะ ฉันไม่ได้พูดเหลวไหลนะคะ ฉันรู้จักกับเขาจริงๆ สถานการณ์ของเขาฉันก็รู้ดีทุกอย่างค่ะ"
"รู้ดีบ้าบออะไรล่ะ" หวังฮุ่ยทนไม่ไหวจนต้องสบถคำหยาบออกมา "คุณหลินเหมาซื้อคฤหาสน์ของจิ่วโจวเก๋อไปหมดทุกหลังในรวดเดียว เธอมีหน้ามาบอกว่าเขาเป็นเพื่อนร่วมงานของเธอเหรอ เธอคู่ควรด้วยหรือไง"
"เหมาซื้อคฤหาสน์ไปหมดทุกหลังเลยเหรอ"
จางเมิ่งอวี่เบิกตากว้าง เธอมองดูหลินอี้ราวกับกำลังมองดูสิ่งมีชีวิตจากต่างดาว
เธอเพิ่งลาออกไปได้ไม่ถึงเดือน ทำไมเขาถึงรวยขึ้นมาได้ล่ะ ต่อให้ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง ก็ไม่น่าจะรวยได้ขนาดนี้นี่นา
หลินอี้เองก็แอบยืนอึ้งไปเหมือนกัน
ที่แท้ก็ไม่ได้ให้คฤหาสน์มาแค่หลังเดียว แต่ให้มาถึงเก้าหลังเต็มๆ
พูดอีกอย่างก็คือ ต่อไปเขาจะกลายเป็นเจ้านายของจิ่วโจวเก๋อ และที่นี่ก็กลายมาเป็นอาณาเขตส่วนตัวของเขาแล้ว
"คุณหลินคะ ต้องขออภัยจริงๆ ค่ะ เป็นเพราะฉันดูแลพนักงานได้ไม่ดีพอ ทำให้คุณต้องได้รับประสบการณ์การซื้อบ้านที่ย่ำแย่ เรื่องนี้ถือเป็นความผิดของฉันเองค่ะ"
"ไม่เป็นไรครับ" หลินอี้ตอบอย่างใจกว้าง "ตอนนี้จิ่วโจวเก๋อกลายเป็นอสังหาริมทรัพย์ของผมแล้ว พวกเอกสารการโอนน่าจะจัดการเสร็จหมดแล้วใช่ไหมครับ ช่วยเอากุญแจมาให้ผมหน่อยได้ไหม"
"เตรียมไว้พร้อมหมดแล้วค่ะ กรุณารอสักครู่นะคะ"
พูดจบ หวังฮุ่ยก็วิ่งเหยาะๆ ออกไป ตอนที่กลับมา ในมือของเธอมีซองเอกสารเพิ่มมาถึงเก้าซอง
"คุณหลินคะ นี่คือโฉนดและกุญแจของคฤหาสน์ทั้งเก้าหลังค่ะ กรุณาเก็บไว้ให้ดีนะคะ"
เมื่อรับซองเอกสารทั้งเก้าซองมาถือไว้ น้ำหนักก็ถือว่าหนักเอาการเลยทีเดียว
ที่แท้การมีบ้านเยอะเกินไปมันก็เป็นเรื่องน่าปวดหัวเหมือนกันนะเนี่ย
"ถ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้ว งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ" หลินอี้เอ่ยอย่างสุภาพ
"น้อมส่งคุณหลินค่ะ"
"ไม่ต้องหรอกครับ พวกคุณก็ดูยุ่งๆ กันอยู่ ไปทำธุระของพวกคุณต่อเถอะครับ"
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่หวังฮุ่ยก็ยังคงเดินออกมาส่งอยู่ดี โดยมีจางเมิ่งอวี่เดินตามหลังมาติดๆ
เมื่อเห็นหลินอี้วางซองเอกสารทั้งเก้าซองลงในรถสปอร์ตปากานีของเขา จางเมิ่งอวี่ก็ถึงกับไปไม่เป็น
นั่นมันรถซูเปอร์คาร์เลยนะเนี่ย
นี่เธอไปทำเวรกรรมอะไรมา ถึงได้เผลอไปด่าอภิมหาเศรษฐีเข้าให้เนี่ย
หลินอี้ขับรถกลับมาที่โรงแรมแกรนด์เบย์วิว เขาตั้งใจว่าจะพักที่นี่สักคืนเพื่อจัดเตรียมข้าวของที่ขนมาให้เรียบร้อย และเตรียมตัวย้ายเข้าคฤหาสน์จิ่วโจวเก๋ออย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้
ตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของหลินอี้ก็แผดเสียงดังขึ้น เป็นสายจากหวังอิ๋งนั่นเอง
"เสี่ยวอี้ เธอรู้หรือเปล่า ฉันเพิ่งได้ยินวงในเม้าท์กันว่า ยัยแม่มดเฒ่ากับหลี่เจียงตงถูกไล่ออกแล้วนะ"
[จบแล้ว]