- หน้าแรก
- สามก๊ก: ข้า หม่าซู่ ปรารถนาเพียงความตาย
- บทที่ 320 - หน้าไม้แปดวัว
บทที่ 320 - หน้าไม้แปดวัว
บทที่ 320 - หน้าไม้แปดวัว
บทที่ 320 - หน้าไม้แปดวัว
◉◉◉◉◉
"พ่อแม่พี่น้องทุกท่าน สบายดีกันหรือไม่" เมื่อเผชิญหน้ากับราษฎรที่เคยติดตามเล่าปี่มาก่อนเขาเสียอีก หม่าซู่ก็ประสานมือเอ่ยทักทาย
ตลอดชีวิตของอดีตฮ่องเต้ ทรงปฏิบัติต่อราษฎรเป็นอย่างดี ในฐานะแม่ทัพของราชวงศ์ฮั่น เขาย่อมไม่อาจทำเรื่องปล้นชิงราษฎรได้
ทว่าหม่าซู่ก็ยังคงเอ่ยเตือน หวังให้ราษฎรเก่าแห่งซินเหย่เหล่านี้อพยพลงใต้ เย่เซี่ยนและคุนหยางกำลังจะกลายเป็นสมรภูมิรบหลักระหว่างวุยก๊กและจ๊กก๊ก หากยังรั้งอยู่ที่นี่ก็เสี่ยงที่จะโดนลูกหลงได้ง่าย
"ท่านแม่ทัพฮั่นว่าอย่างไร ก็เอาตามนั้น พวกเราจะลงใต้เดี๋ยวนี้เลย"
"ไม่ได้กลับไปตั้งหลายปี พวกเรากลับไปซินเหย่กันเถอะ"
"ท่านแม่ทัพฮั่นต้องระวังตัวให้ดีนะ กองทัพวุยโหดเหี้ยมไร้มนุษยธรรม ระวังอย่าให้พวกมันทำร้ายเอาได้"
ราษฎรเก่าแห่งซินเหย่เหล่านี้ไม่ได้โต้แย้งคำแนะนำของหม่าซู่แม้แต่น้อย ต่างรีบเตรียมตัวอพยพลงใต้ทันที
ก่อนหน้านี้พวกเขาถูกกองทหารรักษาการวุยก๊กควบคุมตัวไว้ ไม่สามารถหลบหนีลงใต้ได้ ตอนนี้กองทัพสวรรค์ของท่านขุนพลซ้ายบุกมาถึงแล้ว พวกวุยก๊กก็หนีไปแล้ว พวกเขาย่อมอยากจะหนีกลับไปซินเหย่
หลังจากเกลี้ยกล่อมให้ราษฎรอพยพลงใต้แล้ว หม่าซู่ก็หันกลับมาออกคำสั่งอย่างเข้มงวด ห้ามมิให้ผู้ใดรังแกราษฎร ราษฎรเหล่านี้ล้วนเป็นผู้ที่เคยติดตามอดีตฮ่องเต้มา เป็นคนของต้าฮั่น หากผู้ใดกล้ารังแกราษฎร จะถูกลงโทษตามกฎอัยการศึกอย่างเด็ดขาด
อย่าเห็นว่าหม่าซู่เป็นคนดูไม่เอาถ่าน แต่ในเรื่องการรักษากฎอัยการศึก เขากลับเข้มงวดเป็นอย่างยิ่ง เฉพาะในกองกำลังของเขาเอง ก็มีผู้ถูกลงโทษตามกฎอัยการศึกไปแล้วเกือบร้อยคน
หากมีการปล้นชิงราษฎรเกิดขึ้น หม่าซู่ไม่มีทางละเว้นอย่างแน่นอน
หลังจากหม่าซู่เน้นย้ำอย่างหนักแน่น ทัพฮั่นก็ไม่แตะต้องทรัพย์สินของราษฎรแม้แต่ปลายเส้นขน ไม่มีผู้ใดกล้าปล้นชิงราษฎรเลย ทัพฮั่นสองหมื่นนายบุกไปถึงใต้กำแพงเมืองเย่เซี่ยนอย่างรวดเร็ว และเริ่มทำการปิดล้อมจากสามด้าน
เย่เซี่ยนเป็นเมืองที่ฮั่นกวงอู่ตี้หลิวซิ่ว ใช้เป็นฐานที่มั่นในการเริ่มต้นสร้างตัว ในอดีตเมื่อครั้งที่เล่าปี่บุกขึ้นเหนือ ก็ได้ใช้ไฟเผากองทัพของแฮหัวตุ้นที่เนินปั๋ววั่งซึ่งอยู่ใกล้กับที่นี่นี่แหละ
เมื่อกองทัพวุยที่นี่ได้ข่าวว่าทัพฮั่นล้อมหว่านเฉิง ก็รีบเรียกกองทหารที่อยู่นอกเมืองกลับเข้าเมืองจนหมด พอทัพฮั่นมาถึง กองทัพวุยก็ตั้งรับอยู่ในเมือง รอคอยอยู่ก่อนแล้ว
"ท่านแม่ทัพ เมืองนี้คงตียากแล้วขอรับ" หวังผิงในฐานะรองแม่ทัพ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วรายงานต่อหม่าซู่
"เมืองเย่เซี่ยนมีขนาดเล็ก ทหารรักษาเมืองเตรียมพร้อมมานานแล้ว ตามแผนของข้า ควรจะปิดล้อมที่นี่ไว้แล้วยกทัพไปตีคุนหยางก่อนจะดีกว่า"
"มิฉะนั้นหากกองทัพวุยจากทางเหนือบุกมาถึงคุนหยาง สถานการณ์สงครามหลังจากนี้คงจะไม่เป็นผลดีต่อเรานัก"
คำแนะนำของหวังผิงดูเข้าท่าดี ทว่าหม่าซู่กลับส่ายหน้าแล้วตอบว่า
"จะอ้อมไปไม่ได้แล้ว เย่เซี่ยนตั้งอยู่บนเส้นทางเสบียงพอดี จะไปตีคุนหยางก็ต้องตีเย่เซี่ยนให้แตกก่อน หากตีเย่เซี่ยนไม่แตก ต่อให้เราตีคุนหยางได้ ก็ไม่มีกำลังพอจะรักษาเมืองไว้ได้"
"แต่จื่อจวินไม่ต้องกังวล พวกเราเตรียมพร้อมสำหรับการตีเมืองมานานแล้ว"
"อาวุธแบบใหม่ในกองทัพงั้นหรือ" นัยน์ตาของหวังผิงเป็นประกาย ก่อนจะประสานมือรับคำสั่ง
"เตรียมตัวตีเมืองเถอะ" หม่าซู่พยักหน้าเบาๆ จากนั้นก็โบกมือ สั่งให้เปิดฉากบุกโจมตีเมืองทันที
อุปกรณ์ตีเมืองของทัพฮั่นถูกสร้างเสร็จตั้งแต่ที่หว่านเฉิงแล้ว และถูกลำเลียงมาโดยรถเข็นขนาดเล็กเพื่อนำมาประกอบ เวลานี้เมื่อหม่าซู่ออกคำสั่ง ทัพฮั่นก็นำอาวุธทั้งบันไดเมฆและหอสังเกตการณ์ออกมาอย่างรวดเร็ว แล้วเริ่มบุกโจมตีเย่เซี่ยน
"ทัพสู่บุกแล้ว ทหารทุกคนขึ้นไปบนกำแพงเมือง" แม่ทัพรักษาเมืองเย่เซี่ยนตกใจ รีบสั่งให้ทหารขึ้นไปประจำการบนกำแพงเมืองเพื่อป้องกันทันที
ทัพฮั่นกว่าหมื่นนายแบ่งออกเป็นสามแนวรบ ทยอยผลักหอสังเกตการณ์และบันไดเมฆเดินหน้าเข้าไป บันไดเมฆด้านหน้าหุ้มด้วยแผ่นเหล็กเพื่อป้องกันลูกศรไฟ ในขณะเดียวกันก็มีทหารสะพายกระสอบทรายเดินนำหน้า เพื่อป้องกันทหารรักษาเมืองใช้น้ำมันเพลิง
ส่วนทัพหลังคือหอสังเกตการณ์หลายสิบหลัง บนนั้นมีทหารหน้าไม้รัวคอยระดมยิงใส่กำแพงเมืองอย่างต่อเนื่อง ห่าธนูที่ตกลงมาอย่างหนาแน่นทำให้ทหารวุยแทบจะเงยหน้าไม่ขึ้น ประสานงานกับกองกำลังบุกตีเมืองได้อย่างเข้าขา
แต่ถึงกระนั้น ทหารวุยก็ยังคงยืนหยัดรักษากำแพงเมืองอย่างเหนียวแน่น ในช่วงที่ทัพฮั่นบุกโจมตีกำแพงเมืองหลายระลอก ก็มักจะถูกผลักตกลงมาเสมอเนื่องจากพื้นที่คับแคบเกินไป
ทว่าหม่าซู่กลับไม่เดือดร้อนใจ เมื่อเห็นกองทัพวุยทยอยส่งกำลังพลขึ้นมาบนกำแพงเมืองเพื่อป้องกัน เขากลับหัวเราะออกมา
ในที่สุด เมื่อเผชิญกับการบุกโจมตีอย่างหนักหน่วงของทัพฮั่น กองทัพวุยก็จำต้องส่งทัพหนุนทั้งหมดเข้าสู่สนามรบ เมื่อเห็นดังนั้น หม่าซู่ก็ลุกพรวดขึ้นยืนทันที
"กองกำลังสำรองของกองทัพวุยก็น่าจะถูกส่งออกไปหมดแล้ว ได้เวลาแล้ว"
จากในค่ายทัพฮั่น ทหารได้เข็นหน้าไม้เตียงแบบใหม่จำนวนมากออกมาอย่างรวดเร็ว ที่เรียกว่าแบบใหม่ก็เพราะหน้าไม้เตียงของทัพฮั่นเป็นแบบผสมผสาน มีคันธนูทรงพลังซ้อนกันอยู่หลายชั้น
หน้าไม้แปดวัวคือเทคโนโลยีลับขั้นสุดยอดที่หม่าซู่ควักออกมา อาจารย์ผูหยวนใช้เวลาศึกษาอยู่หลายวันกว่าจะสร้างมันขึ้นมาได้ด้วยมือ หม่าซู่นำหน้าไม้เตียงหลายตัวออกมาพร้อมกัน เล็งตรงไปที่ประตูเมืองเย่เซี่ยน
เย่เซี่ยนเป็นเมืองเล็กๆ ประตูเมืองไม่ใช่ประตูกล แต่เป็นประตูบานคู่ ความแข็งแกร่งย่อมไม่อาจเทียบได้กับเมืองใหญ่ทนทานอย่างหว่านเฉิงเลย
หน้าไม้เตียงอันทรงพลังถูกทัพฮั่นเข็นเข้าไปใกล้ แล้วระดมยิงใส่ประตูเมืองพร้อมๆ กัน ลูกดอกหน้าไม้ที่มีอำนาจเจาะทะลุทะลวงสูงหลายดอก พุ่งทะลุประตูเมืองเย่เซี่ยนไปอย่างง่ายดาย
หน้าไม้เตียงที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ ประตูเมืองเล็กๆ อย่างเย่เซี่ยนไม่มีทางต้านทานได้เลย
"ระดมยิงทำลายประตูเมืองต่อไป เตรียมรถทะลวงประตู" เมื่อเห็นว่าอานุภาพของหน้าไม้เตียงไม่ทำให้ผิดหวัง หม่าซู่ก็ดีใจเป็นอย่างยิ่ง รีบโบกมือสั่งการทันที
ทหารทั้งกองหน้าและกองหนุนของเย่เซี่ยนล้วนอยู่บนกำแพงเมืองทั้งหมด คิดไม่ถึงเลยว่าเป้าหมายของทัพฮั่นจะเป็นประตูเมือง กว่าจะเจียดทหารมาป้องกันกำแพงเมืองได้ ทัพฮั่นก็เข็นรถทะลวงประตูมาถึงแล้ว จัดการพังประตูเมืองที่ถูกยิงจนพรุนไปหมดจนพังทลายลงในรวดเดียว
"ประตูเมืองแตกแล้ว เหล่าทหาร บุกเข้าไป"
ทันทีที่ประตูเมืองแตก หม่าซู่ก็กระโจนขึ้นม้าราวกับความเคยชิน ถือทวนพุ่งออกไปด้วยความตื่นเต้น ปล่อยให้หวังผิงยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่พักใหญ่ กว่าจะตั้งสติได้ก็ทั้งขำทั้งโมโห
"ท่านแม่ทัพหม่า ตอนนี้ท่านเป็นแม่ทัพใหญ่นะ ทำไมถึงบุกออกไปอีกแล้วเนี่ย"
ภายใต้การปลุกเร้าของหม่าซู่ ทหารฮั่นก็เปิดฉากบุกโจมตีอย่างเต็มกำลัง ทหารชั้นยอดหลายพันนายกรูเข้าประตูเมืองไป สู้รบกับกองทัพวุยตามท้องถนนในเย่เซี่ยน
เพียงชั่วเวลาหนึ่งชั่วยาม ทัพฮั่นที่กำลังฮึกเหิมก็สามารถเอาชนะกองทหารรักษาเมืองเย่เซี่ยนได้ แม่ทัพรักษาเมืองเห็นว่าพ่ายแพ้แน่แล้ว จึงรีบนำองครักษ์ไม่กี่คนหนีเตลิดไปที่คุนหยางอย่างรวดเร็ว
ประตูด่านทางเหนือของหนานหยางอย่างเย่เซี่ยน จึงถูกยึดครองได้อย่างง่ายดายเช่นนี้
"หน้าไม้เตียงนี่อานุภาพน่ากลัวจริงๆ" หวังผิงที่เพิ่งจะได้เห็นอานุภาพของหน้าไม้แปดวัวเป็นครั้งแรก รู้สึกทึ่งเป็นอย่างมาก
"คิดไม่ถึงเลยนะเนี่ย ระยะยิงแบบนี้อย่างน้อยก็น่าจะห้าร้อยก้าวใช่หรือไม่ ท่านแม่ทัพหม่าคราวนี้เอาของดีมาให้ดูจริงๆ ด้วย"
ตามปกติแล้ว การจะตีเมืองเช่นนี้ ต่อให้เตรียมการมาดีแค่ไหน ก็ต้องใช้เวลาบุกโจมตีอย่างต่อเนื่องหลายวันจึงจะสำเร็จ ผลคือแม่ทัพหม่าเอาหน้าไม้แปดวัวออกมา แค่ครึ่งวันก็พังประตูเมืองได้แล้ว ความเร็วช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ
ทว่าหวังผิงยังไม่ทันจะได้ก้าวเข้าเมือง ก็เห็นหม่าซู่ที่เนื้อตัวเปื้อนเลือดเดินหัวเราะร่าออกมาจากเมือง แล้วรีบสั่งการ
"พวกขี้ขลาดนั่นหนีไปแล้ว แบ่งกำลังไปควบคุมเย่เซี่ยนและปลอบขวัญราษฎร ทหารที่เหลือบุกโจมตีคุนหยางต่อไป หน้าไม้แปดวัวเผยโฉมที่เย่เซี่ยนแล้ว อีกไม่นานคุนหยางก็คงจะระวังตัว ต้องรีบเผด็จศึกโดยเร็ว"
◉◉◉◉◉
"อะไรนะ หน้าไม้เตียงของทัพสู่สามารถยิงทะลุประตูเมืองได้เลยรึ"
แม่ทัพรักษาเมืองคุนหยางได้ฟังรายงานจากทหารที่หนีตายมาจากเย่เซี่ยน ก็รู้สึกไม่อยากจะเชื่อ
"เป็นไปได้อย่างไร หน้าไม้เตียงพรรค์นั้นต้องใช้แรงมหาศาลแค่ไหนถึงจะพังประตูเมืองได้ หรือว่าเจ้ากลัวจะถูกลงโทษ ก็เลยแต่งเรื่องขึ้นมาหลอกข้า"
"ท่านแม่ทัพเหวิน ข้าพูดความจริงนะ หากทัพฮั่นไม่มีของพรรค์นี้ เย่เซี่ยนไม่มีทางถูกตีแตกได้เลย"
[จบแล้ว]