- หน้าแรก
- บ้าไปแล้วหรือ ศิษย์ของจักรพรรดินีจะมาขออยู่ร่วมชายคากับข้าเนี่ยนะ
- บทที่ 15 มีเพียงข้าหรือที่เป็นคนไม่ได้เรื่องในสำนักเซียวเหยา?
บทที่ 15 มีเพียงข้าหรือที่เป็นคนไม่ได้เรื่องในสำนักเซียวเหยา?
บทที่ 15 มีเพียงข้าหรือที่เป็นคนไม่ได้เรื่องในสำนักเซียวเหยา?
บทที่ 15 มีเพียงข้าหรือที่เป็นคนไม่ได้เรื่องในสำนักเซียวเหยา?
"ติ๊ง! ตรวจพบว่า สือรื่อเทียน ศิษย์ของโฮสต์สามารถหยั่งรู้เพลงดาบไร้เทียมทาน 'เก้าดาบหงสาสะดุ้ง' สำเร็จ มอบรางวัลให้แก่โฮสต์เป็นเพลงดาบไร้เทียมทาน 'เก้าดาบหงสาสะดุ้ง' ขั้นสมบูรณ์แบบ!"
"ติ๊ง! ตรวจพบว่าโฮสต์ได้รับการประเมินในระดับที่สูงส่งยิ่งในใจของศิษย์สือรื่อเทียน มอบรางวัลศาสตราศักดิ์สิทธิ์ ดาบหงสาสะดุ้ง!"
"ติ๊ง! ตรวจพบว่า เฉิงเซวียน ศิษย์ของโฮสต์สามารถหยั่งรู้เพลงกระบี่ไร้เทียมทาน 'เพลงกระบี่มหานที' สำเร็จ มอบรางวัลให้แก่โฮสต์เป็นเพลงกระบี่ 'เพลงกระบี่มหานที' ขั้นสมบูรณ์แบบ!"
"ติ๊ง! ตรวจพบว่าบารมีของโฮสต์ในใจของศิษย์เฉิงเซวียนยกระดับขึ้นไปอีกขั้น มอบรางวัลให้แก่โฮสต์..."
เมื่อได้ยินเสียงติ๊งเตือนและเสียงมอบรางวัลจากระบบดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลู่ฉางเกอก็ถึงกับชะงักงัน
"สือรื่อเทียนคนนี้หยั่งรู้เพลงดาบไร้เทียมทานจากรอยดาบมั่วๆ ที่ข้าสลักไว้ได้จริงๆ งั้นรึ? นี่มันจะน่าทึ่งเกินไปแล้ว!"
"สมแล้วที่เป็นบุตรแห่งโชคชะตาในตำนาน ยอดเยี่ยมเสียจริง!" ลู่ฉางเกอกล่าวด้วยความโล่งใจหลังจากตื่นตะลึงอยู่นาน
ตอนนี้ลู่ฉางเกอได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการรับศิษย์แล้ว นั่นคือศิษย์ของเขาต้องเป็นเลิศเรื่องการคิดเป็นตุเป็นตะไปเอง
ศิษย์ที่ไม่เก่งเรื่องการคิดมโนไปเอง ย่อมไม่ใช่ศิษย์ที่ดี
ในขณะเดียวกันลู่ฉางเกอก็เข้าใจแจ่มแจ้งว่า จากทั้งสามคนในสำนักเซียวเหยาตอนนี้...
นอกเหนือจากเขาที่เป็นคนไร้ค่าไม่ได้เรื่องแล้ว อีกสองคนล้วนเป็นลูกรักสวรรค์ที่เบื้องบนโปรดปราน
ในวินาทีนี้ ลู่ฉางเกอเริ่มสงสัยอย่างจริงจังแล้วว่าเขาคือตัวเอกจริงๆ หรือเปล่า
ทำไมเขาที่เป็นถึงตัวเอกกลับไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรเลยสักอย่าง?
คิดแล้วก็ชวนให้รู้สึกน่าอับอายยิ่งนัก
ทางด้านสือรื่อเทียน หลังจากหยั่งรู้เพลงดาบไร้เทียมทาน 'เก้าดาบหงสาสะดุ้ง' เขาก็รั้งประกายแสงดาบรอบกายกลับมา
"ฟู่!" สือรื่อเทียนพ่นลมหายใจยาว รอยยิ้มเจิดจ้าปรากฏขึ้นที่มุมปาก
ในเวลานี้ สือรื่อเทียนเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าท่านอาจารย์ไม่ได้หลอกลวงเขา แต่ท่านอาจารย์กลับสอนเพลงดาบไร้เทียมทาน 'เก้าดาบหงสาสะดุ้ง' ให้เขาด้วยวิธีที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อนต่างหาก
"ท่านอาจารย์ ข้าตระหนักรู้แล้ว! ด้วยตบะบารมีอันไร้เทียมทานของท่านอาจารย์ หากท่านแสดงเพลงดาบให้ดูที่นี่ ข้าย่อมไม่มีทางเรียนรู้ได้แน่ ดังนั้นท่านอาจารย์จึงใช้วิธีนี้เพื่อให้ข้าสามารถหยั่งรู้เพลงดาบได้ด้วยตนเอง!"
"ท่านอาจารย์ ท่านทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างมากจริงๆ ขอบพระคุณขอรับท่านอาจารย์!"
"แต่ก็นับว่าโชคดีที่ข้าไม่ได้ทำให้ท่านอาจารย์ต้องผิดหวัง!" สือรื่อเทียนกล่าวด้วยความโล่งใจลึกๆ
จากนั้น สือรื่อเทียนก็ลุกขึ้นยืนจากจุดที่เขาอยู่
เขาเตรียมพร้อมที่จะไปแจ้งข่าวดีนี้แก่ท่านอาจารย์
ทว่าในตอนนั้นเอง เฉิงเซวียนก็เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่อบอุ่นดั่งสายลมฤดูใบไม้ผลิ
"รื่อเทียนคารวะศิษย์พี่หญิง!" สือรื่อเทียนประสานมือทำความเคารพ
"ศิษย์น้องรื่อเทียน เจ้าบรรลุเพลงดาบแล้วงั้นหรือ?" เฉิงเซวียนเอ่ยถาม
"เรียนศิษย์พี่หญิงตามตรง ข้าเพิ่งหยั่งรู้เพลงดาบไร้เทียมทานสำเร็จ ข้ากำลังจะกลับไปรายงานเรื่องนี้ให้ท่านอาจารย์ทราบพอดี!" สือรื่อเทียนกล่าวอย่างเบิกบาน
"ยินดีด้วยนะศิษย์น้อง! แต่ข้าอยากจะบอกเจ้าว่า ท่านอาจารย์คงจะทราบอยู่แล้วล่ะว่าเจ้าบรรลุเพลงดาบไร้เทียมทานสำเร็จแล้ว!" เฉิงเซวียนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
"จริงหรือ? ท่านอาจารย์ของเราเก่งกาจถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?" เมื่อได้ยินเฉิงเซวียนกล่าวเช่นนั้น สือรื่อเทียนก็เอ่ยถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ท่านอาจารย์ไม่ได้อยู่ที่นี่เสียหน่อย
ตามหลักการแล้ว ท่านอาจารย์ไม่น่าจะหยั่งรู้ได้
"คิกคิก ดูเหมือนเจ้าจะยังไม่เข้าใจถึงความน่าสะพรึงกลัวของท่านอาจารย์ ให้ข้าบอกเจ้าเถอะ คาดว่าทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ล้วนตกอยู่ใต้การควบคุมของท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์ของเราอาจจะเป็นถึงจักรพรรดิเซียนที่จุติลงมาบนโลกมนุษย์เพื่อลิ้มรสชาติแห่งชีวิตโดยเฉพาะก็เป็นได้!" เฉิงเซวียนกล่าวอย่างจริงจัง
"ซี๊ดดด ท่านอาจารย์ของเราน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนั้นเชียว? ถ้าเช่นนั้นพวกเราไปหาท่านอาจารย์กันเถอะ หากทุกสรรพสิ่งล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของท่านอาจารย์จริงๆ เช่นนั้นข้าก็ยินดีที่จะเป็นข้ารับใช้ของท่านอาจารย์ไปตลอดชีวิต!" สือรื่อเทียนอดไม่ได้ที่จะโพล่งออกมา
"ศิษย์น้อง เดี๋ยวเจ้าก็จะได้รู้เอง ไปกันเถอะ พวกเราไปหาท่านอาจารย์กัน!" เฉิงเซวียนพยักหน้า
จากนั้น ทั้งสองก็มุ่งหน้าไปยังเรือนพักของลู่ฉางเกอ
ไม่นานนักทั้งคู่ก็มาถึงลานกว้างหน้าเรือน
ลู่ฉางเกอกำลังเบื่อหน่าย
ในขณะนี้เขากำลังนั่งนับดาวอยู่เงียบๆ เพียงลำพัง
"ศิษย์เฉิงเซวียน คารวะท่านอาจารย์!"
"ศิษย์รื่อเทียน คารวะท่านอาจารย์!"
ทั้งเฉิงเซวียนและสือรื่อเทียนทำความเคารพพร้อมกัน
"ไม่เลว ไม่เลวเลย เฉิงเซวียน เจ้าเพิ่งจะหยั่งรู้เพลงกระบี่ไร้เทียมทาน 'เพลงกระบี่มหานที' ส่วนรื่อเทียนก็หยั่งรู้เพลงดาบไร้เทียมทาน 'เก้าดาบหงสาสะดุ้ง' เวลาที่พวกเจ้าทั้งสองใช้ในการบรรลุนั้นรวดเร็วยิ่งกว่าที่อาจารย์คาดการณ์เอาไว้เสียอีก ข้าพึงพอใจมาก!" ลู่ฉางเกอกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
เขาวางมาดราวกับว่าทุกอย่างตกอยู่ภายใต้การควบคุม
ทว่าหารู้ไม่ว่าเพลงดาบและเพลงกระบี่ที่ศิษย์ทั้งสองหยั่งรู้ได้นั้น ล้วนเป็นสิ่งที่ระบบบอกเขามาทั้งสิ้น
แต่การโอ้อวดนั้นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
ได้โอ้อวดหนึ่งครั้งก็รู้สึกดีหนึ่งครั้ง
ได้โอ้อวดทุกวันก็ยิ่งรู้สึกดีทุกวัน
สำหรับท่าทีและคำพูดของลู่ฉางเกอนั้น เฉิงเซวียนคุ้นชินเสียแล้ว
ในใจของเฉิงเซวียน ท่านอาจารย์ของนางเปรียบดั่งดวงตะวันและจันทราบนฟากฟ้า
ไม่มีผู้ใดในโลกหล้าที่จะมาเทียบเคียงท่านอาจารย์ของนางได้เลย
แต่นี่เป็นครั้งแรกที่สือรื่อเทียนได้เห็นสถานการณ์เช่นนี้
ดังนั้นหลังจากได้ฟังคำพูดของลู่ฉางเกอ ภายในใจของสือรื่อเทียนจึงเกิดความปั่นป่วนอย่างหนัก
เขาตกตะลึงจนพูดไม่ออก
ท่านอาจารย์ของเขายอดเยี่ยมเกินไปแล้วจริงๆ
ศิษย์พี่หญิงพูดถูก
ท่านอาจารย์คือจักรพรรดิเซียนที่จุติลงมาเกิดใหม่ไม่ผิดแน่
"ด้วยท่านอาจารย์ที่ไร้เทียมทานเช่นนี้ ข้าจะต้องล้างแค้นได้อย่างแน่นอน ท่านแม่ ท่านพ่อ สักวันหนึ่งข้าจะสังหารพวกคนโฉดเหล่านั้นด้วยมือของข้าเอง!" สือรื่อเทียนกำหมัดแน่นจนเกิดเสียงกระดูกลั่นกรอบแกรบ
ในวันนั้น ตอนที่เขาถูกกระชากกระดูกเทวะและถูกตามล่า หากท่านแม่และท่านพ่อของเขาไม่เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อสกัดกั้นเอาไว้ เขาเองก็คงจะตายไปนานแล้ว
ดังนั้น เขาจะไม่มีวันลืมความแค้นในครั้งนี้
"พวกเจ้าทั้งสองจะมัวยืนอึ้งทำไมกัน? นั่งลงสิ!" ลู่ฉางเกอเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นศิษย์ทั้งสองตกอยู่ในภวังค์
"ขอรับ/เจ้าค่ะ ท่านอาจารย์!" ทั้งเฉิงเซวียนและสือรื่อเทียนหลุดออกจากอาการตกตะลึง
จากนั้นพวกเขาก็นั่งลงตรงที่นั่งเบื้องล่างของลู่ฉางเกออย่างเชื่อฟัง
"เมื่อเห็นถึงความยอดเยี่ยมของพวกเจ้า อาจารย์จะเล่านิทานให้พวกเจ้าฟังเพื่อเป็นรางวัลก็แล้วกัน!" ลู่ฉางเกอกล่าวหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
"ว้าว ยอดไปเลย!" เมื่อได้ยินว่าลู่ฉางเกอจะเล่านิทาน เฉิงเซวียนก็เป็นคนแรกที่ปรบมือร้องดีใจ