- หน้าแรก
- บ้าไปแล้วหรือ ศิษย์ของจักรพรรดินีจะมาขออยู่ร่วมชายคากับข้าเนี่ยนะ
- บทที่ 9 วันนี้ข้าจะลองกระบี่กับพวกเจ้า
บทที่ 9 วันนี้ข้าจะลองกระบี่กับพวกเจ้า
บทที่ 9 วันนี้ข้าจะลองกระบี่กับพวกเจ้า
บทที่ 9 วันนี้ข้าจะลองกระบี่กับพวกเจ้า
เมื่อได้ยินเสียงนั้น ลู่ฉางเกอก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
เกิดอะไรขึ้นกัน?
มีคนอยู่ใกล้ๆ สำนักเซียวเหยางั้นหรือ?
เขารู้ดีว่านอกจากเขาและเฉิงเซวียนแล้ว ก็ไม่มีใครอื่นอีกในสำนักเซียวเหยา
"ศิษย์รัก พวกเราออกไปดูกันเถอะ!" ลู่ฉางเกออดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้น
เฉิงเซวียนพยักหน้ารับ
จากนั้นทั้งสองก็รีบเดินออกไปที่หน้าประตูสำนักเซียวเหยาอย่างรวดเร็ว
เมื่อออกมาด้านนอก ลู่ฉางเกอและเฉิงเซวียนก็เห็นว่าที่ตีนเขากำลังมีกลุ่มผู้ฝึกตนไล่ล่าชายหนุ่มคนหนึ่งอยู่
ชายหนุ่มผู้นั้นชุ่มโชกไปด้วยเลือด สภาพดูสะบักสะบอมยิ่งนัก
เหล่าผู้ฝึกตนที่ไล่ตามชายหนุ่มอาภรณ์เขียวอยู่เบื้องหลังล้วนมีท่าทีโหดเหี้ยมอำมหิต
เมื่อชายหนุ่มอาภรณ์เขียวเห็นว่ามีคนอยู่บนเขา เขาก็รีบวิ่งขึ้นเขามาทันที
ก่อนที่ลู่ฉางเกอและเฉิงเซวียนจะทันได้ทำความเข้าใจกับสถานการณ์ ชายหนุ่มอาภรณ์เขียวผู้นั้นก็วิ่งมาอยู่ตรงหน้าพวกเขาสียแล้ว
"ผู้อาวุโส โปรดช่วยข้าด้วย!" ชายหนุ่มอาภรณ์เขียวอ้อนวอน
จนกระทั่งชายหนุ่มอาภรณ์เขียวเข้ามาใกล้ ลู่ฉางเกอจึงได้เห็นหน้าเขาชัดๆ
ชายหนุ่มอาภรณ์เขียวผู้นี้มีหน้าตาหล่อเหลาเอาการ
แม้จะดูดีไม่เท่าลู่ฉางเกอ แต่ก็ยังจัดว่าเป็นชายหนุ่มที่หล่อเหลาระดับต้นๆ
ทว่าในเวลานี้ เสื้อผ้าของชายหนุ่มอาภรณ์เขียวถูกย้อมไปด้วยสีเลือด ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์นับไม่ถ้วน ทำให้เขาดูราวกับคนใกล้ตาย
"ตุบ!"
สิ้นคำพูด ชายหนุ่มอาภรณ์เขียวก็ล้มพับลงไปกองกับพื้นและหมดสติไป
ลู่ฉางเกอถึงกับพูดไม่ออก
นี่มันเข้าทำนอง 'นั่งอยู่ดีๆ ในสำนักเซียวเหยา หายนะก็หล่นทับจากฟากฟ้า' ชัดๆ
"นี่ ตื่นสิ!" เฉิงเซวียนร้องเรียกเช่นกัน
แต่หลังจากที่ชายหนุ่มอาภรณ์เขียวเปล่งคำว่า "ช่วยข้าด้วย" ออกมา เขาก็สลบไศลไม่ได้สติ ไม่ว่าจะเรียกอย่างไรก็ไม่ตื่น
"นี่ตั้งใจจะมาตบทรัพย์กันหรือไง?" ลู่ฉางเกอกล่าวอย่างจนใจ
ชายหนุ่มคนนี้มันยังไงกันแน่
โลกตั้งกว้างใหญ่ ทำไมถึงต้องวิ่งมาหาข้าด้วยล่ะ?
นี่มันเอาความเดือดร้อนมาประเคนให้ข้าชัดๆ ไม่ใช่หรือไง?
ขณะที่ลู่ฉางเกอกำลังครุ่นคิด กลุ่มผู้ฝึกตนที่ไล่ตามชายหนุ่มผู้นั้นก็มาถึงตรงหน้าของลู่ฉางเกอและเฉิงเซวียน
เมื่อเห็นลู่ฉางเกอและเฉิงเซวียน ผู้ฝึกตนสิบกว่าคนนั้นต่างก็พากันขมวดคิ้ว
ร่างกายของลู่ฉางเกอไร้ซึ่งความผันผวนของพลังปราณ ทำให้ไม่อาจหยั่งรู้ความตื้นลึกหนาบางของเขาได้
เขามีใบหน้าหล่อเหลาเป็นเอกลักษณ์ ท่วงท่าสง่างามหาใครเปรียบ
ส่วนเฉิงเซวียน นอกจากรูปโฉมที่งดงามแล้ว ยังมีประกายกระบี่จางๆ แผ่ซ่านออกมาจากร่างของนางอย่างเลือนราง
ทว่าประกายกระบี่นี้ไม่ได้ทำให้เหล่าผู้ฝึกตนหน้าตาดุร้ายพวกนี้รู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
"พวกเจ้าเป็นใคร? หากไม่อยากตายก็ไสหัวไปให้พ้นทางซะ!" ผู้ฝึกตนที่เป็นผู้นำในการไล่ล่ากล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
จิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ และคำพูดของเขาก็เย็นเยียบจับขั้วหัวใจ
"ประโยคนั้นข้าควรจะเป็นคนถามไม่ใช่หรือ? บุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของข้าแล้วยังมาถามว่าพวกเราเป็นใคร? พวกเจ้ามาเล่นตลกอะไรกัน?" ลู่ฉางเกอกล่าวอย่างหมดคำจะพูด
"พวกเจ้าสองคนเป็นผู้ฝึกตนของสำนักเซียวเหยางั้นหรือ?" เมื่อได้ยินคำพูดของลู่ฉางเกอ ผู้ฝึกตนเหล่านี้ก็มองไปเบื้องหน้าและเห็นสำนักที่ทรุดโทรมอย่างหนัก
สภาพของสำนักดูพังทลาย เห็นได้ชัดว่าถูกทิ้งร้างขาดการดูแลมาเป็นเวลานาน
ทว่าป้ายชื่อสำนักเซียวเหยาก็ยังคงแขวนอยู่ที่นั่น
"ถูกต้องแล้ว ท่านอาจารย์ของข้าคือเจ้าสำนักเซียวเหยา!" เฉิงเซวียนกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ
อย่างไรก็ตาม เมื่อเฉิงเซวียนกล่าวเช่นนี้ ผู้ฝึกตนสิบกว่าคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น
"ฮ่าฮ่าฮ่า... เจ้าสำนักเซียวเหยางั้นรึ? นี่มันตลกเกินไปแล้วมั้ง?"
"ฮ่าฮ่า... ใช่ๆ ใครบ้างที่ไม่รู้ว่าสำนักเซียวเหยาถูกสมาพันธ์ดินแดนศักดิ์สิทธิ์สั่งยุบไปตั้งนานแล้ว? หากพวกเจ้าคิดจะแอบอ้างเป็นสำนักใด ก็ควรจะแอบอ้างสำนักที่ดีกว่านี้หน่อยสิ!"
"ฮ่าฮ่า..." กลุ่มผู้ฝึกตนสิบกว่าคนหัวเราะจนตัวงอ ราวกับได้ยินเรื่องที่ตลกขบขันที่สุดในโลก
"มันน่าขำนักหรือไง? ท่านอาจารย์ของข้าคือยอดฝีมือผู้ล้ำเลิศ หากพวกเจ้าไม่อยากตาย ก็รีบไสหัวไปซะ!" เฉิงเซวียนกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดัน ร่างกายของนางแผ่รังสีอำมหิตเย็นเยือกออกมา
ลู่ฉางเกอเองก็ขมวดคิ้วแน่น
ทว่าจากคำพูดของพวกมัน ลู่ฉางเกอก็ได้รับรู้ว่าสำนักเซียวเหยาได้ถูกถอดถอนชื่อออกไปแล้ว
ฟังดูน่าอับอายไม่น้อยเลยทีเดียว
แต่ลู่ฉางเกอก็รู้สึกไม่พอใจกับพฤติกรรมของคนพวกนี้เป็นอย่างมาก
ลูกผู้ชาย ไม่ว่าจะสั้นยาวหรือใหญ่เล็กแค่ไหน ต่างก็มีศักดิ์ศรีเป็นของตัวเอง
ใครก็ไม่อนุญาตให้มาเหยียบย่ำ
"แม่หนูน้อย อารมณ์ร้ายไม่เบาเลยนะเนี่ย? ข้าชอบนิสัยแบบนี้จริงๆ แถมหน้าตากับเรือนร่างนั่นก็ดูไม่เลวเลยด้วย พี่น้องทั้งหลาย ดูเหมือนว่าวันนี้ นอกเหนือจากทำภารกิจสำเร็จแล้ว พวกเรายังจะมีผู้หญิงให้เสวยสุขอีกด้วยนะ!" ชายผู้เป็นหัวหน้ากล่าวด้วยสีหน้าหื่นกระหาย
"หึหึ..." ชายคนอื่นๆ หัวเราะเยาะ สายตาที่จ้องมองเฉิงเซวียนเต็มไปด้วยตัณหาราคะ
"ข้าจะให้เวลาพวกเจ้าห้าลมหายใจ ภายในห้าลมหายใจนี้ จงไสหัวไปให้พ้นหน้าข้า มิฉะนั้นข้าจะบดขยี้พวกเจ้าให้เป็นผุยผง!" น้ำเสียงของลู่ฉางเกอไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ
ยามที่ลู่ฉางเกอเอื้อนเอ่ย น้ำเสียงของเขาช่างเย็นชาจับขั้วหัวใจ
ตอนนี้เฉิงเซวียนคือศิษย์รักของเขา
การล่วงเกินศิษย์ของเขาก็เท่ากับการล่วงเกินเขาผู้เป็นอาจารย์
"หึหึ แค่เจ้าเนี่ยนะ?"
"ไอ้สุนัขขี้โม้ คิดว่าหน้าตาดีแล้วจะทำอะไรตามใจชอบได้งั้นรึ? ข้าไม่หลงกลการแสดงของเจ้าหรอก!"
เมื่อได้ยินว่าลู่ฉางเกอสั่งให้พวกตนไสหัวไปภายในห้าลมหายใจ ผู้ฝึกตนที่เป็นหัวหน้าก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะ
"หากเป็นเช่นนั้น ข้าก็ไม่มีอะไรจะพูดอีก ทำได้เพียงส่งพวกเจ้าไปปรโลกเท่านั้น!"
"ประจวบเหมาะพอดี ข้าจะได้ใช้พวกเจ้าเป็นที่ลองกระบี่ด้วยเลย!" ลู่ฉางเกอกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ