เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 430 อายุ 50 ปีขึ้นไป ก้าวออกมา!

บทที่ 430 อายุ 50 ปีขึ้นไป ก้าวออกมา!

บทที่ 430 อายุ 50 ปีขึ้นไป ก้าวออกมา! 


เจียงเฉินกับเหยียนเจิ้งเฉียนคลุกคลีกันมานาน ย่อมรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่

เขาปรายตามองเหยียนเจิ้งเฉียนที่ดูจะไม่ค่อยเต็มใจนัก แล้วพูดว่า "เหล่าเหยียน ถ้าเราไม่ช่วยพวกเขาสร้าง ถึงท้ายที่สุดแล้วคนที่เสียเปรียบก็คือพวกเราเองนะ"

"การจะปกป้องบลูสตาร์ดวงนี้ ลำพังแค่ประเทศหลงประเทศเดียวคงไม่ไหวหรอก ระดับเทคโนโลยีของพวกเราในตอนนี้มันล้ำหน้ากว่าคนอื่นไปมากก็จริง แต่ในแง่ของกำลังทรัพย์ ใครมันจะไปแบกรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดไหวล่ะ? จะให้คนของเราต้องมารัดเข็มขัดประหยัดอดออมเพื่อช่วยคนอื่น มันก็เป็นไปไม่ได้ใช่ไหมล่ะ?"

"เพื่ออะไรล่ะ? ยุคสมัยที่คนเก่งต้องแบกทุกอย่างมันจบไปแล้ว สิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญคือ ทำยังไงถึงจะบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดต่างหาก"

"ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดก็คือ ทำให้พวกเขาเติบโตขึ้น จนมีกำลังพอที่จะสนับสนุนทรัพยากรที่เราต้องการได้"

เหยียนเจิ้งเฉียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถามขึ้นว่า "ไม่กลัวว่านิทานเรื่องนี้จะกลายเป็นชาวนากับงูเห่าเหรอ?"

"แผนของผมก็คือ ช่วยประเทศเหล่านั้นสร้างระบบอัจฉริยะแบบบูรณาการ ทั้งด้านการแพทย์ การศึกษา การคมนาคม และอื่น ๆ"

"และระบบอัจฉริยะทั้งหมดนั้น จะถูกควบคุมโดย MOSS ครับ" เจียงเฉินพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่ม

สิ่งที่เจียงเฉินคิดก็คือ ในขณะที่พวกเขาไปออกรบในอวกาศ แนวหลังอย่างบลูสตาร์ก็ต้องได้รับการปกป้องอย่างดี

จะปกป้องยังไง นั่นแหละคือประเด็นสำคัญ

ถ้าต้องพึ่งพาสนธิสัญญาหรือข้อตกลงอะไรพวกนั้น วันดีคืนดีคนพวกนั้นก็อาจจะทำตัวเป็นนกสองหัวเหมือนทาเคชิ อิจิซูขึ้นมาก็ได้ อย่างมากก็แค่ยอมจ่ายค่าปรับชดเชยไป

แต่เจียงเฉินต้องการวิธีที่ปลอดภัยยิ่งกว่านั้น

พอเหยียนเจิ้งเฉียนลองคิดตามมุมมองของเจียงเฉิน เขาก็ถึงบางอ้อทันที จริงด้วยสิ พวกเขามี MOSS เป็นไพ่ตายอยู่ทั้งคน จะไปกลัวคนอื่นแว้งกัดเป็นงูเห่าทำไมล่ะ

ต่อให้เป็นเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชัน อำนาจการควบคุมหลักก็ยังอยู่ที่ MOSS อยู่ดี และเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน เจียงเฉินก็ยังแอบติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยซ้อนไว้อีกชั้นที่ไม่มีใครรู้อีกด้วย

แบบนี้ต่อให้มีใครคิดจะแว้งกัดเป็นงูเห่า ก็ถูกผมเหยียบจุดตายไว้แน่นแล้ว จะไปกระดิกตัวทำอะไรได้?

"อย่างนี้นี่เอง ถึงว่าสิทำไมเบื้องบนถึงยอมอนุมัติแผนนี้ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง"

"ทำเอาผมตกใจหมดเลย นึกว่าศาสตราจารย์เจียงช่วยพวกเขาแค่เพื่อแลกกับโอกาสในการจัดตั้งหน่วยลาดตระเวนอวกาศซะอีก"

"การจัดตั้งหน่วยลาดตระเวนอวกาศมันก็แค่ส่วนหนึ่งครับ แต่ที่สำคัญกว่าคือหวังว่าพวกเขาจะมีศักยภาพพอที่จะสนับสนุนทรัพยากรให้เราได้อย่างต่อเนื่องต่างหาก"

"ลองคิดดูสิครับ การตั้งหน่วยลาดตระเวนอวกาศมันเป็นแค่ก้าวแรก และเป็นก้าวที่ง่ายที่สุดด้วย ส่วนเสบียงกับงบประมาณหลังจากนั้นล่ะ ใครจะเป็นคนจ่าย? พวกเราคงไม่ยอมเป็นสายเปย์ให้คนอื่นสูบเลือดสูบเนื้อหรอกใช่ไหม?"

เหยียนเจิ้งเฉียนเห็นด้วยอย่างยิ่ง

คุยกันจบ เจียงเฉินกับเหยียนเจิ้งเฉียนก็ต้องรีบไปคัดเลือกคนเข้าหน่วยลาดตระเวนอวกาศต่อทันที

พอถึงที่หมาย เจียงเฉินก็พบกับผู้บัญชาการถังที่ไม่ได้เจอกันเสียนาน

"ศาสตราจารย์เจียง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ!" ผู้บัญชาการถังเห็นเจียงเฉินก็รีบเดินเข้ามาจับมือทักทายก่อน ด้วยสถานะของเจียงเฉินในตอนนี้ ต่อให้เขามีความกล้าอีกร้อยเท่า ก็ไม่กล้าเสียมารยาทด้วยหรอก

"คนที่ผ่านการคัดเลือกรอบแรกมารวมตัวกันครบแล้วครับ แต่มีปัญหาอยู่นิดหน่อย ตอนนี้พวกเขากำลังมีปากเสียงกันอยู่"

"มีปากเสียงอะไรกันเหรอครับ?" เจียงเฉินคาดไม่ถึงเลยว่ามาอยู่ในถิ่นตัวเองแล้วยังจะต้องเจอเรื่องแบบนี้อีก

"เดี๋ยวผมพาไปดูครับ!"

ผู้บัญชาการถังพาเจียงเฉินและเหยียนเจิ้งเฉียนเดินไปดู ก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังเถียงกันหน้าดำหน้าแดงอยู่กลางสนามฝึก

"ฉันบอกแกแล้วไง ว่าฉันยังหนุ่มยังแน่น งานนี้ฉันควรจะเป็นคนไป!"

"ตดเถอะ! เอ็งยังเป็นเด็กอมมือ เมียก็ยังไม่มี จะเสนอหน้าไปทำไมวะ?!"

"แล้วลุงแก่ปูนนี้แล้วจะขึ้นไปทำไมล่ะ? รีบ ๆ เกษียณกลับไปเลี้ยงหลานอยู่บ้านไม่ดีกว่าเหรอ?"

"แกเพิ่งจะยี่สิบเอง! จะไปอวกาศทำไม? ใช้ชีวิตบนบลูสตาร์ยังไม่คุ้มเลย ดันจะไปอวกาศ! อยู่ที่นี่ไปซะ!"

เจียงเฉินกับเหยียนเจิ้งเฉียนยืนดูอยู่ห่าง ๆ ถึงกับอึ้งกิมกี่

ไอ้อาการขัดแย้งที่ว่านี่ ทำไมมันไม่เหมือนกับที่พวกเขาคิดไว้เลยล่ะ?

คนที่กำลังเถียงกันอยู่ พอเห็นพวกเจียงเฉินเดินมา ก็รีบเงียบเสียงลงทันที

"รายงานท่านผู้บัญชาการ! พวกเราตกลงกันแล้วว่า จะให้สหายที่อายุ 50 ปีขึ้นไป เป็นคนไปปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ครับ!" ชายที่เป็นหัวหน้า พอเห็นผู้บัญชาการถังก็รีบรายงานทันที

ผู้บัญชาการถังถึงจะแก่แล้ว แต่ตาก็ไม่ได้บอด แกกวาดสายตามองไปในแถว ก็เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจของคนหนุ่มหลายคน จึงเอ่ยถามขึ้นว่า "ทำไมถึงต้องเป็นสหายที่อายุ 50 ปีขึ้นไปด้วยล่ะ?"

"ท่านผู้บัญชาการครับ! การขึ้นไปบนหลวนเหนี่ยวในครั้งนี้ จะมีอันตรายไหม จะเป็นอันตรายแบบไหน แล้วมันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ พวกเราไม่มีทางรู้ได้เลย สหายหนุ่ม ๆ พวกนี้ยังไม่ได้แต่งงานมีครอบครัวกันเลย ปล่อยให้พวกเขาอยู่บนบลูสตาร์เถอะครับ"

ทันทีที่รายงานจบ ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ตาแดงก่ำก็ตะโกนแย้งขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ "รายงานท่านผู้บัญชาการ! ผมไม่เห็นด้วยกับคำพูดของหัวหน้าครับ!"

ต้องรู้ก่อนนะว่า ในสถานการณ์แบบนี้ การพูดแทรกผู้บังคับบัญชาถือเป็นความผิดที่จะต้องถูกลงโทษอย่างหนัก

ผู้บัญชาการถังขมวดคิ้ว ปรายตามองคน 'ไร้ระเบียบวินัย' คนนี้ แล้วเอ่ยว่า "มีอะไรขัดข้องก็พูดมา"

"ครับ ท่านผู้บัญชาการ! ก่อนหน้านี้ผมเคยดูหนังเรื่องปฏิบัติการฝ่าสุริยะ ในนั้นก็มีสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจเลือกเหมือนกัน ในหนัง สหายรุ่นเก๋าเลือกที่จะสละชีพตัวเองเพื่อปกป้องสหายรุ่นใหม่"

"แต่สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือ การได้มีโอกาสขึ้นไปบนหลวนเหนี่ยว ต่อให้ผมต้องสละชีพ ผมก็ไม่เสียดายชีวิตนี้แล้วครับ!"

"เดิมทีผมก็เป็นแค่นักศึกษาธรรมดา ๆ คนหนึ่ง แต่เพราะได้รับแรงบันดาลใจจากหนังปฏิบัติการฝ่าสุริยะและศาสตราจารย์เจียง ผมถึงตั้งใจอยากจะเข้ามาอยู่ในกองทัพ!"

"ตอนนี้ พอมีโอกาสได้เข้าร่วมโปรเจกต์ของศาสตราจารย์เจียง ผมไม่กลัวอันตรายอะไรทั้งนั้น เพราะมีศาสตราจารย์เจียงอยู่ด้วย!"

"พวกเราไม่ได้กำลังถ่ายทำภาพยนตร์ แต่นี่คือชีวิตจริง! ผมเชื่อมั่นว่าศาสตราจารย์เจียงจะไม่ยอมให้พวกเราเป็นอะไรไป แต่ต่อให้เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นมาจริง ๆ ผมก็ไม่กลัวครับ!"

เจียงเฉินไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะได้ยินคำพูดเหล่านี้ เขายืนนิ่งอึ้งจ้องมองใบหน้าอันอ่อนเยาว์นั้น พลางคิดในใจว่า โลกแห่งความเป็นจริงนั้นแตกต่างจากในภาพยนตร์จริง ๆ ด้วย

เจียงเฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็รู้สึกว่าควรจะเปิดรับสมัครแบบอิสระดีกว่า ยังไงซะนี่ก็เป็นแค่การลาดตระเวนอวกาศ จะเอาเหตุผลที่ว่าอวกาศอันตรายมาสกัดกั้นคนหนุ่มสาวที่มีความฝันอยากจะไปอวกาศก็คงไม่ถูก

แต่ผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมายก็คือ ทันทีที่ประกาศเปิดรับสมัคร หัวหน้าทีมคนนั้นก็ตะโกนสั่งการขึ้นมาทันที

"อายุ 50 ปีขึ้นไป ก้าวออกมา!"

"ไปลงชื่อให้หมด อย่าปล่อยให้พวกเด็กหนุ่มมันแย่งซีนไปได้!"

พวกวัยรุ่นที่อยู่ด้านหลังพอเห็นแบบนั้น ก็รีบเบียดเสียดแย่งกันไปลงชื่อกับ MOSS บ้าง

วิธีการลงชื่อตอนนี้ก็แสนจะง่ายดาย แค่ให้ MOSS สแกนใบหน้า แล้วให้อ่านประโยคที่กำหนดให้ฟังหนึ่งประโยค ก็ถือว่าลงชื่อเสร็จสมบูรณ์

ไม่นาน ยอดผู้สมัครก็ทะลุ 100 คนอย่างรวดเร็ว

และตัวเลขนี้ก็เป็นเพียงแค่ยอดจากพื้นที่เดียวเท่านั้น

พอรวบรวมข้อมูลจากทั่วประเทศ ยอดผู้สมัครก็พุ่งทะลุ 5,000 คนไปแล้ว

เจียงเฉินถึงกับกุมขมับ ทางประเทศอื่นแทบจะหาคนมาสมัครไม่ได้ แต่ประเทศหลงนี่สิ แย่งกันมาสมัครแทบตาย

ในสถานการณ์แบบนี้ เจียงเฉินจึงทำได้เพียงให้ MOSS เพิ่มความเข้มข้นในการทดสอบรอบแรก เพื่อคัดคนออกไปบางส่วน

ในวันทดสอบรอบแรก คำถามที่ MOSS ใช้ถาม แต่ละข้อล้วนผิดมนุษย์มนาทั้งนั้น

"คุณยอมรับได้ไหม หากต้องไปใช้ชีวิตอยู่บนอวกาศโดยไม่ได้กลับบลูสตาร์เลยเป็นเวลาหนึ่งปี?"

"ถ้าคุณเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตต่างดาว คุณจะห้ามใจไม่ให้ลั่นไกปืนได้ไหม?"

"ถ้าสิ่งมีชีวิตต่างดาวจับครอบครัวของคุณเป็นตัวประกัน คุณจะยอมทรยศหลวนเหนี่ยวไหม?"

...

คำถามพวกนี้ทำเอาผู้บัญชาการถังที่มาเดินตรวจตรายังต้องขมวดคิ้ว

ปัญญาประดิษฐ์อย่าง MOSS นี่มันโหดกว่าที่เขาคิดไว้ซะอีก แต่เขาก็ทึกทักเอาเองว่านี่คือการตั้งค่าของเจียงเฉิน จึงไม่ได้ออกปากคัดค้านอะไร

พอการทดสอบรอบแรกสิ้นสุดลง จากคนห้าพันกว่าคน ก็ถูกคัดออกจนเหลือแค่เจ็ดร้อยกว่าคนเท่านั้น

สำหรับเจ็ดร้อยกว่าคนนี้ พวกเขาคิดว่าหลังจากโดน MOSS ทรมานสารพัดแล้ว จะได้โล่งใจเสียที แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่า นี่ยังเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น!

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 430 อายุ 50 ปีขึ้นไป ก้าวออกมา!

คัดลอกลิงก์แล้ว