- หน้าแรก
- สั่งพร็อพประกอบฉาก แต่ไหงได้ลิฟต์อวกาศมาซะงั้น?!
- บทที่ 411 ผู้กำกับกัวตามสบายเลยครับ นี่มันของฟรีทั้งนั้น!
บทที่ 411 ผู้กำกับกัวตามสบายเลยครับ นี่มันของฟรีทั้งนั้น!
บทที่ 411 ผู้กำกับกัวตามสบายเลยครับ นี่มันของฟรีทั้งนั้น!
ชาวจอห์นบูลในตอนนี้ นอกจากยอมตกลงแลกเปลี่ยนกับเจียงเฉินแล้ว ก็ดูเหมือนจะไม่มีทางเลือกที่สองให้เดินอีกต่อไป
เดินหน้า ก็มีอุกกาบาตรออยู่
ถอยหลัง ชาวเมืองลอนดอนตะวันออก ก็คงไม่ปล่อยพวกที่เอาแต่นิ่งดูดายไปแน่
หลังจากเอ็ดเวิร์ดได้รับคำสั่ง ก็รีบให้คำตอบกับเหรินฉีหมิงทันที
ทันทีที่เหรินฉีหมิงได้รับข่าว เขาก็ส่งเรื่องต่อให้เจียงเฉินเป็นคนแรก
"ศาสตราจารย์เจียงครับ คนของจอห์นบูลบอกว่า พวกเขายอมรับเงื่อนไขแล้วครับ"
"แต่ตอนนี้พวกเขาไม่มีปัญญาขนส่งทั้งหมดมาที่ประเทศหลงได้ ก็เลยบอกว่าจะขอทยอยส่งมาก่อนส่วนหนึ่งครับ"
เจียงเฉินยิ้มบาง ๆ พลางเอ่ยว่า "แผนถ่วงเวลาสินะครับ พวกเขาไม่มีกำลังขนส่ง แต่เรามีนี่ครับ ขนาดฮีเลียม-3 ไป๋ตี้ยังขนมาได้ แล้วนับประสาอะไรกับแค่โบราณวัตถุ?"
"บอกจอห์นบูลไปเลยว่า พวกเราต้องได้ของมาอยู่ในมือก่อน เรื่องขนส่งไม่ต้องให้พวกเขามาวุ่นวาย พวกเราจะไปรับด้วยตัวเอง!"
จู่ ๆ กระบอกตาของเหรินฉีหมิงก็ร้อนผ่าวขึ้นมา เขาพยักหน้าอย่างหนักแน่น แล้วกลับไปเจรจากับเอ็ดเวิร์ดอีกครั้ง!
ในระหว่างที่เหรินฉีหมิงกำลังจัดการเรื่องรับโบราณวัตถุกลับคืน เจียงเฉินก็ให้ MOSS คำนวณดูว่า การไปรับโบราณวัตถุกลับบ้านในครั้งนี้ ต้องใช้เครื่องบินไป๋ตี้จำนวนเท่าไหร่
[ผู้ดูแลระบบครับ โบราณวัตถุทุกชิ้นมีมาตรการป้องกันความเสียหาย ดังนั้นเมื่อรวมกับกล่องที่บรรจุอยู่ด้านนอกแล้ว อย่างน้อยต้องใช้เครื่องบินไป๋ตี้จำนวน 150 ลำครับ]
ไป๋ตี้ 150 ลำ ถือว่าเป็นจำนวนที่ไม่ใช่น้อย ๆ เลย แต่ครั้งนี้จำเป็นต้องขนโบราณวัตถุกลับมาให้หมดในคราวเดียว ปล่อยไว้นานเดี๋ยวเรื่องจะบานปลาย ใครจะไปรู้ล่ะว่าจอห์นบูลมันจะผีเข้าขึ้นมาตอนไหน
โชคดีที่ก่อนหน้านี้ เพื่อใช้ขนส่งฮีเลียม-3 ประเทศหลงได้ผลิตเครื่องบินอวกาศไป๋ตี้ออกมาแล้วกว่า 300 ลำ การส่งไปจอห์นบูล 150 ลำในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่อะไร
หลังจากคำนวณจำนวนเครื่องบินขนส่งที่จะใช้รับโบราณวัตถุเสร็จ เจียงเฉินก็จัดการเรื่องการรับมือกับอุกกาบาตในครั้งนี้ไปพร้อมกัน
"ตอนนี้อุกกาบาตอยู่ห่างจากบลูสตาร์ 20,000,100 กิโลเมตร ถ้าคำนวณตามความเร็วระดับจักรวาลที่หนึ่ง (First Cosmic Velocity) มันจะเดินทางมาถึงในอีก 22 วัน ตอนนี้พวกเราต้องเตรียมแผนรับมือตามสถานการณ์ของอุกกาบาตให้พร้อม"
"MOSS อิงตามข้อมูลของอุกกาบาต คำนวณดูทีว่าต้องใช้พลังงานอย่างน้อยเท่าไหร่ถึงจะยิงมันให้แตกกระจายได้ แล้วก็ต้องใช้อุปกรณ์เกราะป้องกันกี่เครื่อง ถึงจะปกป้องชาวเมืองลอนดอนตะวันออกได้อย่างปลอดภัย"
"หัวหน้าวิศวกรหลัวครับ ช่วงนี้ผมคงต้องวุ่นกับเรื่องทางฝั่งจอห์นบูล รบกวนคุณช่วยเป็นธุระดูแลคนในแต่ละทีม ของโปรเจกต์หลวนเหนี่ยวให้หน่อยนะครับ ส่วนแผนงานที่เกี่ยวข้อง ผมส่งให้หัวหน้าของแต่ละทีมไปหมดแล้วครับ"
ดวงตาของหัวหน้าวิศวกรหลัวทอประกายเจิดจ้า หัวคิ้วเลิกขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น "ศาสตราจารย์เจียง โบราณวัตถุของพวกเรากำลังจะกลับมาทั้งหมดจริง ๆ เหรอ?"
"ใช่ครับ ครั้งนี้ผมจะไปรับด้วยตัวเอง ถ้าเอากลับมาไม่ได้ ผมก็จะไม่กลับมาเหมือนกัน"
หัวหน้าวิศวกรหลัวละล่ำละลักพูด "ดีเหลือเกิน ดีจริง ๆ ถึงผมจะเป็นพวกคนหยาบ ดูโบราณวัตถุพวกนั้นไม่ค่อยเป็น แต่ขอแค่ของที่เป็นของพวกเราได้กลับคืนมา มันก็ดีที่สุดแล้ว!"
เจียงเฉินเข้าใจความรู้สึกของหัวหน้าวิศวกรหลัวเป็นอย่างดี สำหรับคนธรรมดาทั่วไป การชื่นชมโบราณวัตถุ ย่อมไม่ตื่นตาตื่นใจเท่ากับการชื่นชมสาวสวยอยู่แล้ว แต่ความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังนั้น มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
การกลับมาของโบราณวัตถุ เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงการผงาดขึ้นมาอีกครั้งของพวกเขา เจียงเฉินเชื่อว่า ต่อให้คนธรรมดาจะดูโบราณวัตถุไม่เป็น แต่พวกเขาก็จะต้องรู้สึกยินดีกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน
และก็เป็นไปตามคาด ในตอนนี้บนโลกอินเทอร์เน็ตของประเทศหลง ข่าวบันเทิงที่เคยมีให้เห็นอยู่ทุกวันหายวับไปหมดเกลี้ยง ถูกแทนที่ด้วยการพูดคุยเกี่ยวกับการกลับมาของโบราณวัตถุในครั้งนี้!
"ไม่อยากจะเชื่อเลย ศาสตราจารย์เจียงทำสำเร็จจริง ๆ ด้วย! พี่น้องครับ ผมจะร้องไห้แล้วเนี่ย!"
"เกิดมาชาตินี้ได้เห็นภาพนี้ ถือว่าคุ้มค่าที่เกิดมาแล้วจริง ๆ!"
"ศาสตราจารย์เจียงจะออกเดินทางเมื่อไหร่เนี่ย? แทบรอต้อนรับสมบัติของพวกเรากลับบ้านไม่ไหวแล้ว!"
"ขอร้องล่ะครับศาสตราจารย์เจียง! รีบไปเถอะครับ! พวกเรารอกันไม่ไหวแล้ว!"
"ผมขอติดสอยห้อยตามศาสตราจารย์เจียงไปรับของของเรากลับบ้านด้วยได้ไหม? รอคำตอบออนไลน์อยู่นะ ด่วนมาก!"
"ได้ยินมาว่าครั้งนี้ศาสตราจารย์เจียงจะส่งไป๋ตี้ไปรับด้วยนะ โคตรได้หน้าเลย!"
ในขณะที่โลกออนไลน์กำลังคึกคัก ทางฝั่งผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์แห่งชาติประเทศหลงก็ทนรอไม่ไหว เอ่ยถามลูกศิษย์ของตัวเองด้วยความร้อนใจ "ศาสตราจารย์เจียงจะไปรับโบราณวัตถุกลับมาจริง ๆ เหรอ?"
ลูกศิษย์ที่ชื่อหลี่อิงตื่นเต้นจนแทบพูดไม่ออก เธอพยายามระงับอารมณ์ให้สงบลง แล้วอธิบายให้อาจารย์ของเธอฟัง "อาจารย์คะ ทางประเทศจอห์นบูลตกลงรับเงื่อนไขของศาสตราจารย์เจียงแล้วค่ะ ศาสตราจารย์เจียงน่าจะเตรียมออกเดินทางเร็ว ๆ นี้แล้วล่ะค่ะ!"
ผู้อำนวยการเฒ่าเบิกตากว้าง จ้องมองลูกศิษย์ของตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ
"หลี่อิง ที่เธอพูดมาเป็นเรื่องจริงใช่ไหม? ของของพวกเรากำลังจะกลับมาทั้งหมดเลยงั้นเหรอ?" ผู้อำนวยการเฒ่าตาแดงก่ำ น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย
"อาจารย์คะ เรื่องจริงค่ะ ตอนนี้ในเน็ตก็กำลังคุยเรื่องนี้กันให้แซ่ดเลย" พูดจบ หลี่อิงก็ยื่นหน้าจอที่กำลังถกเถียงกันบนอินเทอร์เน็ตให้ผู้อำนวยการเฒ่าดู
ผู้อำนวยการเฒ่ารับโน้ตบุ๊กมา แล้วตั้งใจอ่านอย่างละเอียด
สิบนาทีผ่านไป น้ำตาเอ่อคลอเบ้าตาของเขา แกพูดขึ้นว่า "ไม่ได้การล่ะ ครั้งนี้ศาสตราจารย์เจียงจะไปประเทศจอห์นบูล พวกเราต้องขอตามไปด้วย!"
"หลี่อิง หาทางติดต่อศาสตราจารย์เจียงที!"
การจะติดต่อกับเจียงเฉิน พวกเขาทำได้เพียงติดต่อผ่านทีมเทคโนโลยีเท่านั้น
เมื่อหัวหน้าหน่วยฟางนำความไปบอกเจียงเฉิน เจียงเฉินถึงเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า การไปประเทศจอห์นบูลในครั้งนี้ จำเป็นต้องพาผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณวัตถุไปด้วยกลุ่มหนึ่งจริง ๆ
ถึงแม้ MOSS จะเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่ฉลาดล้ำเลิศ แต่ในด้านการประเมินและชื่นชมโบราณวัตถุนั้น กลับขาดการฝึกฝน การจะให้ MOSS ไปตรวจสอบว่าของจริงหรือของปลอม ก็คงไม่ต่างอะไรกับการไปเดินสุ่มซื้อหยกที่ตลาดของเก่าหลิวหลีฉ่าง ต้องพึ่งดวงล้วน ๆ
ซึ่งโอกาสถูกก็คงพอ ๆ กับให้เจียงเฉินเป็นคนดูเองนั่นแหละ
เมื่อเจียงเฉินคิดได้ว่า ทั้งคนทั้งปัญญาประดิษฐ์ไม่มีใครดูโบราณวัตถุเป็นเลยสักคน เขาก็รีบขอร้องให้หัวหน้าหน่วยฟางช่วยไปบอกให้ผู้อำนวยการเฒ่าเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อร่วมเดินทางไปประเทศจอห์นบูลด้วยกัน
เนื่องจากมีโบราณวัตถุที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก และโบราณวัตถุหลาย ๆ ชิ้นก็มีจุดสังเกตในการตรวจสอบที่แตกต่างกัน เจียงเฉินจึงจำเป็นต้องเปิดรับสมัครผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณวัตถุอย่างเร่งด่วน
ตอนแรกเจียงเฉินนึกว่างานด่วนจี๋แบบนี้คงไม่มีใครอยากจะทำ แต่ผลปรากฏว่า ทันทีที่เจียงเฉินไหว้วานให้หัวหน้าหน่วยฟางส่งประกาศรับสมัครออกไป ก็มีผู้เชี่ยวชาญจากทั่วประเทศกว่าหมื่นคนแห่กันมาลงชื่อสมัคร
และจำนวนไม่น้อยในนั้น ก็คือคนที่เข้าร่วมโครงการชีวิตดิจิทัล
"ผู้เชี่ยวชาญที่สามารถเข้าร่วมโครงการชีวิตดิจิทัลได้ ล้วนเป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสายงานของตัวเองอย่างลึกซึ้งทั้งนั้นครับ"
"เอาแบบนี้แล้วกันครับ ผู้เชี่ยวชาญที่เข้าร่วมโครงการชีวิตดิจิทัลให้ไปกันทุกคนเลย หนึ่งคือพวกท่านอายุมากแล้ว รอคอยช่วงเวลานี้มานานแสนนาน สองคือการที่พวกท่านไป นอกจากจะมีความเป็นมืออาชีพแล้ว ยังไม่เปลืองพื้นที่ด้วยครับ"
"ส่วนผู้เชี่ยวชาญที่ไม่ได้อยู่ในโครงการชีวิตดิจิทัล ก็จำเป็นต้องคัดกรองกันให้ดี ๆ หน่อย เพื่อป้องกันไม่ให้พวกที่ความสามารถไม่ถึง แถมยังนิสัยไม่ดีติดสอยห้อยตามไปด้วย"
"โบราณวัตถุมีจำนวนเยอะมาก ถึงเวลาส่งมอบ คงหนีไม่พ้นต้องมีพวกฉวยโอกาสตักตวงผลประโยชน์แน่ ๆ MOSS นายรับหน้าที่คัดกรองคนนะ แล้วถึงตอนนั้น เรื่องการสอดส่องดูแลก็เป็นหน้าที่ของนายด้วย"
[MOSS รับทราบครับ]
ระหว่างที่ MOSS กำลังคัดกรองผู้เชี่ยวชาญ เจียงเฉินก็ไปหากัวฝานและอู๋จิง เพื่อชวนให้พวกเขาเดินทางไปเก็บภาพฟุตเทจด้วยกันในครั้งนี้
"ผู้กำกับกัวครับ ทางฝั่งพิพิธภัณฑ์บริติชน่ะ คุณอยากจะถ่ายยังไงก็ถ่ายได้ตามสบายเลยนะครับ ยังไงซะนี่ก็คือของฟรีที่เราขูดรีดมาทั้งนั้น"
กัวฝานพอได้ยินว่าจะได้ติดสอยห้อยตามไปถ่ายทำหนังในครั้งนี้ด้วย เขาก็ดีใจจนเนื้อเต้น
มีวัตถุดิบฟรี ๆ ให้ใช้ ใครบ้างล่ะจะไม่ชอบ ยิ่งไปกว่านั้น นี่ยังเป็นของทางฝั่งประเทศจอห์นบูลด้วย มีของฟรีให้โกย ถ้าไม่โกยก็โง่แล้ว!
"ศาสตราจารย์เจียงครับ ปฏิบัติการในครั้งนี้ผมสามารถจับยัดลงไปในบทหนังของโปรเจกต์หนานเทียนเหมินได้เลยนะเนี่ย มันมีความหมายมาก ๆ เลยครับ!"
กัวฝานเต็มใจที่จะแก้ไขบทหนัง มีหรือที่เจียงเฉินจะไม่ตกลง
อู๋จิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน เขาตบหน้าอกตัวเองฉาดใหญ่ พลางเอ่ยว่า "ศาสตราจารย์เจียงครับ ของในครั้งนี้ ต่อให้ต้องไปแย่งมา ผมก็จะแย่งกลับมาให้ได้ครับ!"
(จบบท)