- หน้าแรก
- สั่งพร็อพประกอบฉาก แต่ไหงได้ลิฟต์อวกาศมาซะงั้น?!
- บทที่ 384 จากนี้ไป พวกเราจะเป็นคนกำหนดมาตรฐานเอง!
บทที่ 384 จากนี้ไป พวกเราจะเป็นคนกำหนดมาตรฐานเอง!
บทที่ 384 จากนี้ไป พวกเราจะเป็นคนกำหนดมาตรฐานเอง!
เดิมทีการที่ทุกคนอุตส่าห์ดั้นด้นเดินทางมาประชุมถึงประเทศหลงในครั้งนี้ จุดประสงค์นั้นชัดเจนมาก นั่นคือหวังให้ประเทศหลงร่วมมือกับพวกเขาเพื่อปกป้องบลูสตาร์
แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่า ตอนนี้ฝั่งนั้นดันมีโปรเจกต์ใหม่เป็นของตัวเอง แถมดูทรงแล้วยังไม่คิดจะบอกพวกเขา และเตรียมตัวจะไปเล่นสนุกกันเองซะด้วย
บรรดาตัวแทนคนอื่น ๆ จึงเริ่มรู้สึกกังวลใจขึ้นมาทันที
ศาสตราจารย์เจียงคนนั้นกำลังคิดจะก่อเรื่องใหญ่อะไรอีกหรือเปล่า?
ตัวแทนที่นั่งอยู่ในห้องประชุมแห่งนี้ ล้วนแต่เป็นพวกเขี้ยวลากดินกันทั้งนั้น ผลงานวิจัยก่อนหน้านี้ของเจียงเฉิน ต่อให้พวกเขาจะไม่เคยเห็นกับตา แต่ก็ต้องเคยได้ยินกิตติศัพท์มาบ้าง ยิ่งบวกกับการที่ครั้งนี้พวกเขาได้มาสัมผัสความเปลี่ยนแปลงของประเทศหลงด้วยตัวเอง สัญชาตญาณก็ยิ่งร้องเตือนว่าเจียงเฉินกำลังซุ่มทำโปรเจกต์ระดับบิ๊กเบิ้มอะไรสักอย่างอยู่แน่ ๆ
ไคล์เห็นบรรดาตัวแทนต่างพากันทำหน้าครุ่นคิด ก็รีบพูดแทรกขึ้นมาทันที "สิ่งที่พวกคุณต้องเข้าร่วมคือโปรเจกต์ของพวกเรานะครับ ส่วนเรื่องทางฝั่งศาสตราจารย์เจียง ผมคิดว่าทุกท่านน่าจะแยกแยะออกได้นะ"
"คนที่แม้แต่รายละเอียดของโปรเจกต์ยังไม่กล้าเปิดเผยออกมา ยังคู่ควรให้ทุกคนเชื่อใจอีกเหรอครับ?"
เห็นได้ชัดว่าคำพูดของไคล์จงใจยุแยงตะแคงรั่ว เพื่อให้ทุกคนมองเจียงเฉินในแง่ลบ
แต่พวกนักวิจัยน่ะมักจะมีออร่าความขลังแผ่ออกมาในตัวอยู่แล้ว ยิ่งเป็นอัจฉริยะระดับท็อปอย่างเจียงเฉินด้วยแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง
ในเมื่อผลงานวิจัยของเขามันวางหราให้เห็นอยู่ทนโท่ขนาดนั้น ใครมันจะกล้าไปตั้งข้อสงสัยล่ะ?
ดังนั้น คำพูดของไคล์จึงเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาตัวแทนบางคนไปโดยปริยาย
หลังจากที่เหรินฉีหมิงเดินออกไป ตัวแทนบางส่วนก็หมดอารมณ์ที่จะประชุมต่อแล้ว สำหรับพวกเขา หากโปรเจกต์หลังจากนี้ไม่มีประเทศหลงเข้าร่วมด้วย พวกเขากับพญาอินทรีก็แทบจะไปต่อด้วยกันไม่ได้เลย
ด้วยเหตุนี้ ตัวแทนที่ทยอยเดินออกจากห้องประชุมจึงมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การประชุมที่เดิมทีกำหนดไว้สองวัน จึงหดสั้นเหลือเพียงแค่วันเดียวและต้องจบลงอย่างลวก ๆ
ตัวแทนบางคนพอเดินออกจากห้องประชุมปุ๊บ ก็อยากจะพุ่งตัวไปหาเจียงเฉินปั๊บ
แต่เหรินฉีหมิงอ่านเกมออกล่วงหน้าไว้นานแล้ว เขาจึงจัดเตรียมกำลังคนและหุ่นยนต์กรอบประตูให้ไปยืนเฝ้าอยู่หน้าวิลล่าตั้งแต่เนิ่น ๆ
ถ้าพวกเขาอยากจะออกไปเดินเล่นชมเมืองในประเทศหลง หุ่นยนต์กรอบประตูก็จะคอยเดินตามประกบเป็นเงาตามตัว แต่ถ้าจะไปหาเจียงเฉินล่ะก็ ฝันไปเถอะ
สรุปง่าย ๆ ก็คือ พวกเขาไม่มีทางเข้าถึงตัวเจียงเฉินได้เลย
นาตาลีจากประเทศหมีขาวเคยได้ยินอีวานอฟเล่าเรื่องเจียงเฉินให้ฟังมาตั้งนานแล้ว พอครั้งนี้ได้มาเจอตัวจริง เธอก็ยิ่งอยากจะตีสนิทกับเขาให้ได้
เธออยากรู้ใจแทบขาดว่าโปรเจกต์ปกป้องบลูสตาร์ที่ว่านั้นมันคืออะไรกันแน่ และเธอเองก็หวังว่าคนของประเทศหมีขาวจะได้มีส่วนร่วมในโปรเจกต์นี้ด้วย
นาตาลีฉลาดพอที่จะปฏิเสธคำเชิญของไคล์ เพราะเธอรู้ดีว่า การจะเข้าร่วมโปรเจกต์ที่เจียงเฉินเป็นแกนนำนั้น จำเป็นต้องแสดงความจริงใจออกมาให้เห็น
หากเธอยอมตกลงรับข้อเสนอของไคล์เพียงเพราะเห็นแก่ผลประโยชน์ตรงหน้า โอกาสที่เธอจะได้ร่วมมือกับเจียงเฉินก็คงจะลดฮวบลงไปอีกเยอะ
เมื่อนาตาลีรู้ว่าตัวเองไม่สามารถเข้าพบเจียงเฉินได้ เธอก็เริ่มร้อนใจ และรีบต่อสายหาอีวานอฟทันที
หลังจากอีวานอฟได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมด เขาก็รู้ทันทีว่าสถานการณ์ในตอนนี้ไม่เป็นผลดีต่อประเทศหมีขาวเลย เขาต้องรีบจัดการให้นาตาลีได้พบกับเจียงเฉินโดยด่วน
เขาพยายามติดต่อเจียงเฉินผ่านช่องทางสื่อสารลับ แต่ก็ติดต่อไม่ได้
ลองติดต่อเหยียนเจิ้งเฉียน ก็ยังติดต่อไม่ได้อีก
เมื่อจนปัญญา เขาจึงต้องบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจากกัวฝาน
ในขณะที่กัวฝานและอู๋จิงกำลังปรึกษากันอยู่ว่า จะแอบถ่ายฟุตเทจจากการประชุมร่วมครั้งนี้ไปใส่ในหนังดีไหม จู่ ๆ ก็มีสายเรียกเข้าจากอีวานอฟโทรเข้ามาพอดี
กัวฝานกดเปิดลำโพง ทันใดนั้น เสียงตะโกนดังลั่นของอีวานอฟก็พุ่งกระแทกหูพวกเขาทันที
"ผู้กำกับกัวอยู่ไหมครับ?!"
อู๋จิงหัวเราะร่วน พลางตอบกลับไปว่า "นอฟ มีเรื่องอะไรเหรอ?"
พออีวานอฟได้ยินเสียงปุ๊บก็รู้ปั๊บว่าเป็นอู๋จิงที่กำลังแหย่เขาเล่น ตอนนี้เขาไม่มีเวลามานั่งสนใจแล้วว่าอู๋จิงจะเรียกเขาว่า "นอฟ" หรือ "ไอ้ขี้ขลาด" กันแน่ เพราะเขามีเรื่องด่วนต้องให้กัวฝานช่วยจริง ๆ
"ผู้กำกับกัวครับ ตอนนี้มีตัวแทนจากประเทศของเรากำลังประชุมอยู่ที่เมืองหลวง เธออยากจะขอเข้าพบศาสตราจารย์เจียงน่ะครับ ทางคุณพอจะช่วยจัดการให้หน่อยได้ไหมครับ?"
กัวฝานและอู๋จิงสบตากัน รอยยิ้มบนใบหน้าของทั้งคู่ค่อย ๆ จางหายไป
"เรื่องนี้พวกเราตัดสินใจแทนไม่ได้หรอกครับ ถึงศาสตราจารย์เจียงจะอยู่ในกองถ่ายของพวกเรา แต่เขาไม่ได้อยู่ใต้บังคับบัญชาของพวกเรานะครับ"
อีวานอฟลูบหัวโล้นของตัวเองไปมาด้วยความร้อนใจ "ผู้กำกับกัว งั้นคุณพอจะช่วยไปคุยกับศาสตราจารย์เจียงให้ผมหน่อยได้ไหมครับ? คือตอนนี้ผมติดต่อเขาไม่ได้เลยน่ะ"
เห็นอีวานอฟร้อนรนขนาดนั้น กัวฝานก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอีกฝ่ายมีเรื่องคอขาดบาดตายอะไรจะคุยด้วย จึงทำได้เพียงตกปากรับคำ และเป็นธุระไปติดต่อเจียงเฉินให้
ตอนที่เจียงเฉินได้รับข้อความ เขากำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเครื่องผลิตชิป แต่พอได้ฟังสิ่งที่กัวฝานเล่า เขาก็เข้าใจจุดประสงค์ของอีกฝ่ายได้ในทันที
นี่กะจะมาชิงทำคะแนนตีสนิทก่อนสินะ
ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นคนของประเทศหมีขาว ยังไงก็ควรจะเจอหน้ากันสักหน่อย อีกอย่างเจียงเฉินก็อยากรู้เหมือนกันว่าทางนั้นเขามีความคิดเห็นยังไงบ้าง
เจียงเฉินสั่งให้คนไปรับนาตาลีมาพบ
ทันทีที่ทั้งสองได้เผชิญหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างก็ต้องชะงักไปครู่หนึ่ง
นาตาลีเป็นหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่ง สมส่วน ภายใต้ชุดสูทสีเทาที่ตัดเย็บมาอย่างพอดีตัว ผิวพรรณของเธอกลับขาวผ่องราวกับหิมะบนยอดเขาที่ไม่เคยละลาย ดวงตาสีฟ้าใสกระจ่างราวกับทะเลสาบไบคาลชวนให้ผู้คนหลงใหลอยากค้นหา
หัวใจของเจียงเฉินเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งอย่างไม่มีสาเหตุ แต่เพียงไม่นานเขาก็ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ
"นาตาลี ผมได้ยินอีวานอฟบอกว่าคุณอยากจะพบผมเหรอครับ?"
นาตาลีไม่คิดเลยว่าตัวเองจะได้เข้าพบศาสตราจารย์เจียงในตำนานง่ายดายขนาดนี้ เธอจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหม่าขึ้นมานิด ๆ
ความเยือกเย็นที่เคยมีสูญสลายไปชั่วขณะ
เมื่อได้ยินคำถามของเจียงเฉิน นาตาลีก็รีบดึงสติกลับมา และเอ่ยว่า "ศาสตราจารย์เจียงคะ พวกเราอยากจะขอเข้าร่วมโปรเจกต์ที่คุณกำลังทำอยู่ค่ะ"
เจียงเฉินแอบขำอยู่ในใจ คนประเทศหมีขาวนี่เขาขวานผ่าซากกันแบบนี้ทุกคนเลยหรือเปล่านะ? พอเจอปุ๊บก็สาดจุดประสงค์ใส่หน้าปั๊บ ไม่มีการอ้อมค้อมใด ๆ ทั้งสิ้น
"โปรเจกต์คืออะไรพวกคุณยังไม่รู้เลยแท้ ๆ แต่ดันอยากจะเข้าร่วมซะแล้วเนี่ยนะ?" เจียงเฉินจำได้ว่าทั้งโปรเจกต์เครื่องผลิตชิปและยานแม่อวกาศยังไม่เคยถูกประกาศออกไปให้ใครรู้เลยนี่นา แล้วทำไมประเทศหมีขาวถึงได้มาเคาะประตูถึงหน้าบ้านได้ล่ะเนี่ย?
"คุณเหรินเป็นคนบอกค่ะ เขาบอกว่าคุณกำลังเป็นแกนนำในการวิจัยโปรเจกต์เพื่อปกป้องบลูสตาร์อยู่ พวกเราก็เลยอยากจะขอมีส่วนร่วมด้วย บลูสตาร์คือบ้านของพวกเราทุกคน พวกเราเองก็อยากจะช่วยออกแรงด้วยเหมือนกันค่ะ"
ที่แท้ก็เป็นฝีมือของเหรินฉีหมิงนี่เอง เจียงเฉินถึงกับบางอ้อทันที
"โปรเจกต์ในครั้งนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการวางแผนครับ ถ้ามีอะไรที่ต้องการให้พวกคุณช่วยเหลือ ผมจะติดต่อไปแน่นอน" มีคนเพิ่มขึ้นย่อมมีแรงเพิ่มขึ้น การจะสร้างโปรเจกต์ยานแม่อวกาศให้สำเร็จ ประเทศหลงยังจำเป็นต้องหาทุนทรัพย์จากที่อื่นมาสมทบด้วย
ในเมื่อประเทศหมีขาวเสนอตัวมาประเคนให้ถึงที่ มีหรือที่เขาจะปฏิเสธ
ใบหน้าของนาตาลีปรากฏรอยยินดี เธอไม่คิดเลยว่าเจียงเฉินจะตอบตกลงง่ายดายขนาดนี้ เธอพยายามข่มความตื่นเต้นเอาไว้ พลางเอ่ยถามว่า "ถ้าอย่างนั้นศาสตราจารย์เจียงคะ พวกเราควรจะเตรียมตัวยังไงบ้างคะ?"
"รอฟังข่าวจากผมก็แล้วกันครับ ทางฝั่งผมยังต้องขอเวลาจัดการแผนการให้เรียบร้อยก่อน" เจียงเฉินมองนาตาลีด้วยความขบขัน นึกไม่ถึงเลยว่าคนประเทศหมีขาวจะใจร้อนกว่าที่เขาคิดไว้ซะอีก
ดูเหมือนว่าทุกคนจะให้ความสำคัญกับเรื่องการปกป้องบลูสตาร์จริง ๆ สินะ
"จริงสิ แล้วแผนการทางฝั่งพญาอินทรีล่ะ พวกคุณจะไม่เข้าร่วมเหรอ?"
นาตาลีเผยรอยยิ้มเย้ยหยันออกมา เอ่ยว่า "แผนการที่ไคล์อะไรนั่นพูดถึง ฉันไม่เห็นจะสนใจเลยสักนิด ขืนตามพวกนั้นไปก็มีแต่จะเสียเวลาเปล่า ๆ"
"เป้าหมายเดียวที่พวกเราอยากจะร่วมมือด้วย ก็คือศาสตราจารย์เจียงเท่านั้นค่ะ"
สายตาอันร้อนแรงของนาตาลี ทำเอาเจียงเฉินถึงกับเกือบจะเชื่อสนิทใจ
ทว่าด้วยความเป็นผู้ชายสายทื่ออย่างเจียงเฉิน เขาก็อดคิดไม่ได้ว่า หรือนี่จะเป็นแผนนางนกต่อที่ประเทศหมีขาวจงใจส่งสาวสวยมาปั่นหัวเขากันแน่?
เมื่อดึงสติกลับมาได้ เจียงเฉินก็ไม่คิดจะคุยกับนาตาลีต่อ เขารีบสั่งให้ MOSS ส่งแขกกลับไปทันที
ช่วงบ่าย
บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องผลิตชิปที่หัวหน้าหน่วยฟางเรียกตัวมาได้เดินทางมาถึงแล้ว
ทันทีที่เจียงเฉินก้าวเท้าเข้าไปในห้องประชุม เขาก็ได้ยินเสียงบรรดาผู้เชี่ยวชาญกำลังถกเถียงกันอยู่พอดี
"เฮ้อ เทคโนโลยีเครื่องผลิตชิปตกอยู่ในกำมือของคนอื่นหมด แล้วพวกเราจะเอาปัญญาที่ไหนไปสร้างมันขึ้นมาได้ล่ะ?"
"พวกเราต้องคอยดูสีหน้าคนอื่นมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้ว ตอนนี้พวกเราจะไปทำอะไรได้?"
เจียงเฉินเดินไปที่โพเดียม วางเทอร์มินัลส่วนตัวลงบนโต๊ะ กวาดสายตามองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่ยอมแพ้ของคนเหล่านั้น ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า "ที่ผ่านมา มาตรฐานของเครื่องผลิตชิปล้วนถูกกำหนดโดยชาวต่างชาติ แต่จากวันนี้เป็นต้นไป พวกเรานี่แหละ... จะเป็นคนกำหนดมาตรฐานนั้นเอง!"
(จบบท)