- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญเทพคือขยะงั้นหรอ ข้าจะพลิกมืออัญเชิญผานกู่ให้ดู
- บทที่ 5 การเดิมพัน
บทที่ 5 การเดิมพัน
บทที่ 5 การเดิมพัน
บทที่ 5 การเดิมพัน
"คุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตา... สายเลือดหญ้าเงินครามงั้นรึ..."
เมื่อมองไปที่ทางเลือกที่หนึ่ง มุมปากของโม่หลางก็กระตุก นี่มันรางวัลสับปะรังเคอะไรกันเนี่ย?
พันธนาการหญ้าเงินครามรึไง?
ที่สำคัญกว่านั้น สายเลือดปู้ปั๋วเอ๋อป้ามันน่าเกลียดเกินไปหน่อยไหม?
โม่หลางถึงกับพูดไม่ออก
ในฐานะผู้ชายเสเพล โดยธรรมชาติแล้วเขาย่อมเป็นคนที่ใส่ใจเรื่องรูปลักษณ์หน้าตา
แทบไม่ต้องคิดให้เสียเวลา เขาเลือกทางเลือกที่สามโดยปริยาย
"โจวเจิ้นหนาน เจ้าแน่ใจรึว่าจะสอดมือเข้ามายุ่ง?" ถังซานมองไปที่โจวเจิ้นหนานที่ก้าวออกมาข้างหน้า สีหน้าของเขาก็ดูไม่เป็นธรรมชาติในทันที
เพราะความแข็งแกร่งของโจวเจิ้นหนานนั้นเหนือกว่าเขาจริงๆ
"แน่นอน คนนอกอย่างเจ้าคิดจะมารังแกศิษย์น้องของข้า ดังนั้นในฐานะศิษย์พี่ ข้าย่อมต้องสอดมือเข้ามายุ่ง" โจวเจิ้นหนานกอดอกและมองไปที่ถังซานด้วยสายตาเหยียดหยาม
เขารู้มาตั้งนานแล้วว่าถังซานเป็นพวกหน้าซื่อใจคด แต่เขาไม่คิดเลยว่าหมอนี่จะเสแสร้งได้ถึงขนาดนี้
ใช้ข้ออ้างเรื่องแก้แค้นแทนน้องชายมารังแกเด็กที่เพิ่งผ่านการปลุกพลังเนี่ยนะ
"เอ่อ ขอถามหน่อย ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของถังซานอยู่ระดับไหนงั้นรึ?" ในเวลานี้ โม่หลางเอ่ยปากขึ้น ขัดจังหวะบทสนทนาของพวกเขา
"ตอนนี้เขาอยู่ระดับเงินขั้นหนึ่ง ส่วนข้าอยู่ระดับเงินขั้นสาม การจะอัดไอ้หมอนี่มันง่ายนิดเดียว ไม่ต้องกังวลไปหรอกศิษย์น้องโม่" โจวเจิ้นหนานที่คิดว่าโม่หลางกำลังเป็นห่วงตน รีบตอบกลับทันที
"ระดับเงินขั้นหนึ่ง?"
คิ้วของโม่หลางเลิกขึ้นตามธรรมชาติ แฝงไว้ด้วยท่าทางอันธพาลที่ไม่เกรงกลัวสิ่งใด เขามองไปที่ถังซานและกล่าวว่า "ขยะระดับเงินอย่างเจ้า ริอ่านจะมาท้าทายข้าเนี่ยนะ?"
"พระเจ้าช่วย! เด็กนี่มันบ้าไปแล้วหรือไง? เขาถึงกับเรียกคุณชายถังว่าขยะ!"
"ต้องรู้ไว้นะว่าคุณชายถังบรรลุถึงระดับเงินได้ในเวลาเพียงแค่หนึ่งปี ความเร็วในการบ่มเพาะพลังระดับนี้ถือว่าอยู่ชั้นแนวหน้าของเมืองเส้าเลยนะ"
"ใช่แล้ว เด็กนี่มันก็แค่ขยะที่เพิ่งจะปลุกพลังได้ นี่เขาคิดจะฝืนลิขิตสวรรค์หรือไง?"
"ข้าว่าเด็กนี่สติแตกไปแล้ว โดนผีเข้าแน่ๆ!"
"..."
เมื่อได้ยินคำพูดของโม่หลาง ผู้คนรอบข้างก็เริ่มเยาะเย้ยและถากถางเขาทันที
"เหอะ โม่หลาง เจ้ามันก็แค่คนชั้นต่ำที่ปลุกอาชีพขยะขึ้นมาได้ แต่กลับกล้าเรียกคุณชายถังว่าขยะงั้นรึ? เจ้าช่างปากดีซะจริง!" หลี่เจียที่อยู่ใกล้ๆ รีบเยาะเย้ยโม่หลางอีกครั้ง
"ไอ้ยาจกนี่เห็นได้ชัดว่าถอดใจแล้วมาทำตัวน่ารังเกียจอยู่ที่นี่ ตัวเองก็เป็นแค่ขยะแท้ๆ ยังมีหน้าไปเรียกคนอื่นว่าขยะ เจ้าควรจะชะโงกดูเงาหัวตัวเองในเยี่ยวบ้างนะ เจ้าไม่คู่ควรแม้แต่จะถือรองเท้าให้คุณชายถังด้วยซ้ำ!" หวังเจียวก็ผสมโรงเยาะเย้ยอยู่ด้านข้าง
"โม่หลาง ตอนแรกข้าก็กะจะอ้อนวอนแทนเจ้าอยู่หรอก แต่ในเมื่อตอนนี้เจ้าล่วงเกินตระกูลถังไปแล้ว ต่อให้คุกเข่าก็ช่วยอะไรไม่ได้ รอรับความตายไปเถอะ!" หลิวหรูเยียนแค่นเสียงเยาะเย้ยซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"อาชีพขยะที่ยังไม่ถึงแม้กระทั่งระดับเหล็กดำ กล้ามาเรียกอัจฉริยะระดับเงินอย่างข้าว่าขยะ นี่มันเรื่องตลกที่ขำที่สุดเท่าที่ข้าเคยได้ยินมาในชีวิตเลยว่ะ โม่หลาง ดูเหมือนเจ้าจะเป็นพวกเลียแข้งเลียขามานานจนสมองเสื่อมไปแล้วล่ะสิ" ถังซานเองก็ไม่คิดว่าโม่หลางจะกล้าพูดจาโอหังขนาดนี้ จึงแค่นเสียงเย็นชาตอบกลับทันที
"เพื่อขยะที่ไร้สมองเช่นนี้ เจ้าถึงกับผลักไสนักเรียนระดับ S ไปถึงสามคน โจวโหมว เจ้ามันคือความอัปยศของสถาบันนักล่าปีศาจไปชั่วชีวิต" หวงหยวนเมื่อเห็นเช่นนั้นก็พูดถากถางจากด้านข้าง
"นั่นสิ ข้าก็นึกว่าเขาเป็นอัจฉริยะ ที่แท้ก็เป็นแค่ไอ้งั่งที่หมดเยียวยา เพื่อไอ้งั่งแบบนี้ เจ้าไม่เพียงแต่ไปล่วงเกินตระกูลถัง แต่ยังต้องสูญเสียอัจฉริยะระดับ S ไปถึงสามคน โจวโหมว เจ้าคงไม่ได้เกษียณอย่างสงบหรอก จริงไหม?" ฉินหลงก็กล่าวพร้อมกับยิ้มเยาะ
"..."
แม้แต่คณบดีของสถาบันหงสาที่ก่อนหน้านี้ชื่นชมโม่หลาง ก็ยังต้องส่ายหน้า
เด็กคนนี้โอหังเกินไปหน่อยแล้ว
การทำตัวโอหังโดยไร้ซึ่งความแข็งแกร่ง มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างโง่เขลาจริงๆ
"..."
โจวโหมวก็ค่อนข้างพูดไม่ออกเช่นกัน หรือว่าเด็กคนนี้จะเป็นไอ้งั่งจริงๆ แล้วความรู้สึกก่อนหน้านี้ของเขามันเป็นแค่ภาพลวงตากันแน่?
อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังเตรียมพร้อมที่จะรอดูสถานการณ์ต่อไป
...
ในลานประลอง
เมื่อได้ยินคำพูดของโม่หลาง ถังซานก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ถึงกับสงสัยว่าตัวเองหูฝาดไปหรือเปล่า แต่เมื่อได้ยินคำพูดของผู้คนรอบข้าง เขาก็มั่นใจแล้วว่าตัวเองได้ยินไม่ผิด
เด็กนี่กล้าเรียกคนระดับเงินอย่างเขาว่าขยะจริงๆ
"ไอ้หนู ข้าล่ะไม่รู้จริงๆ ว่าใครให้ความกล้าเจ้ามาเรียกคนระดับเงินอย่างข้าว่าขยะ ในเมื่อเจ้าคิดว่าข้าเป็นขยะ งั้นเรามาพนันกันหน่อยไหมล่ะ?" ถังซานแค่นเสียงเย็นชา
"เอ่อ..."
เมื่อได้ยินคำพูดของโม่หลาง โจวเจิ้นหนานที่อยู่ด้านข้างก็มุมปากกระตุกเช่นกัน เขาไม่รู้ว่าทำไม แต่เขากลับรู้สึกเหมือนโดนด่าไปด้วย
อย่างไรก็ตาม เขารู้ว่าโม่หลางไม่ได้เล็งเป้ามาที่เขา
จังหวะที่เขากำลังจะเอ่ยปากเกลี้ยกล่อมไม่ให้โม่หลางวู่วาม โม่หลางก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน
"บิดาไม่รับคำท้า"
โม่หลางกระตุกยิ้มที่มุมปากและกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันใส่ถังซาน: "แต่ถ้าเจ้าดึงดันที่จะสู้กับข้าให้ได้ งั้นเรามาดวลกันแบบพ่อลูกก็แล้วกัน ใครแพ้ต้องเรียกคนชนะว่า 'พ่อ'"
【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำการเลือกสำเร็จ รางวัลถูกส่งมอบแล้ว】
【สายเลือดมหาปราชญ์ผู้เสมอฟ้าเจือจาง】: สามารถอัญเชิญมหาปราชญ์ผู้เสมอฟ้าที่มีความแข็งแกร่งระดับเงินขั้นเก้าออกมาต่อสู้ได้ ระยะเวลา: สามนาที
เมื่อเห็นว่าหลังจากเลือกไปแล้ว รางวัลก็ถูกส่งมอบให้ทันที โม่หลางก็รู้สึกว่ามุมปากของเขากำลังจะเริ่มกระตุกขึ้นมา
ราชันย์มังกรปากเบี้ยวกำลังจะประทับทรงเขาแล้ว
"พระเจ้าช่วย ข้าฟังผิดไปหรือเปล่าเนี่ย? เด็กนี่อยากจะดวลแบบพ่อลูกกับคุณชายถังจริงๆ งั้นรึ!"
"หรือว่าเด็กนี่จะขาดความอบอุ่นจากพ่องั้นรึ? ถ้าอยากจะเรียกใครว่า 'พ่อ' ก็แค่บอกมาตรงๆ สิ!"
"นั่นสิ ขยะชิ้นหนึ่งริอ่านอยากจะไปสู้กับคนระดับเงิน ต่อให้เจ้าจะมีสัญชาตญาณการต่อสู้และประสบการณ์การต่อสู้ที่แข็งแกร่งสุดขีด เจ้าก็ไม่สามารถต่อสู้ข้ามระดับถึงสองขั้นได้หรอกนะ!"
"ใช่ ต้องรู้ไว้นะว่าขุมพลังระดับเงินนั้นครอบครองทักษะอาชีพเฉพาะตัวถึงสองทักษะ และพลังของมันก็มากกว่าทักษะอาชีพทั่วไปถึงสองเท่าเชียวนะ!"
"ถ้าคุณชายถังปลุกพลังอาชีพระดับ D อย่างระดับทองแดงได้ เด็กคนนี้อาจจะยังพอสู้ได้บ้าง แต่คุณชายถังปลุกพลังได้อาชีพสายต่อสู้ระดับ S อย่างนักรบวายุเชียวนะ!"
"ขอนั่งรอพับเพียบดูเด็กที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำคนนี้เรียกคนอื่นว่า 'พ่อ' เลยแล้วกัน"
"..."
ภายนอกลานประลอง เมื่อได้ยินว่าโม่หลางต้องการดวลแบบพ่อลูกกับถังซานจริงๆ ฝูงชนก็เริ่มเยาะเย้ยเขาทันที
ในสายตาของพวกเขา นี่มันคือการถูกเชือดอยู่ฝ่ายเดียวอย่างไม่ต้องสงสัย
ไม่มีใครเลยที่มองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับโม่หลาง
"ไอ้หนู เจ้าคิดอะไรอยู่เนี่ย? ถ้าเขากล้าลงมือ ข้าสอดมือเข้าไปช่วยเจ้าได้เลยนะ เจ้าเพิ่งจะผ่านการปลุกพลัง ภายในร่างกายของเจ้ายังไม่มีพลังแห่งการตื่นรู้ด้วยซ้ำ ต่อให้ผลการเรียนก่อนการปลุกพลังของเจ้าจะดีเยี่ยมแค่ไหน แต่ความแตกต่างระหว่างคนที่มีกับไม่มีพลังแห่งการตื่นรู้นั้นมันมหาศาลมากเลยนะ"
โจวเจิ้นหนานมองไปที่โม่หลางแล้วกล่าว: "ยกตัวอย่างเช่น คนระดับเหล็กดำขั้นหนึ่งดาวสามารถอัดคนธรรมดาได้ถึงสิบคน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงถังซานที่บรรลุระดับเงินแล้ว ขุมพลังระดับเงินสามารถปลดปล่อยพลังแห่งการตื่นรู้ออกสู่ภายนอกได้ เพียงแค่เขาสะบัดมือ เขาก็สามารถตัดร่างเจ้าขาดครึ่งได้แล้ว!"
"ศิษย์พี่โจว ขอบคุณสำหรับความหวังดีของท่าน แต่ข้าไม่แพ้หรอก" โม่หลางมองไปที่โจวเจิ้นหนาน รู้สึกซาบซึ้งใจอยู่ลึกๆ เพราะถึงอย่างไร เขากับอีกฝ่ายก็ไม่ได้เป็นญาติมิตรกันเสียหน่อย
"การดวลแบบพ่อลูกมันไม่ยุติธรรมกับข้าเกินไป ยังไงเสีย ถ้าเจ้าแพ้และต้องเรียกข้าว่า 'พ่อ' มันก็เป็นเรื่องที่ง่ายเกินไปสำหรับคนจากสลัมอย่างเจ้า"
ถังซานเมื่อเห็นโม่หลางรนหาที่ตายอย่างกระตือรือร้น ก็รีบกล่าวทันที: "เอาอย่างนี้เป็นไง? ถ้าข้าแพ้ ข้าไม่เพียงแต่จะเรียกเจ้าว่า 'พ่อ' แต่ข้าจะให้เงินเจ้าอีกหนึ่งล้านด้วย"
"แต่ถ้าเจ้าแพ้ เจ้าต้องหักขาตัวเองแล้วคลานกลับไป เป็นไงล่ะ?"
"เงินแค่หนึ่งล้านริอ่านจะมาซื้อขาของข้างั้นรึ? อย่างน้อยต้องสามล้านสิ" เมื่อเห็นไอ้หนุ่มสายเปย์เสนอตัวเข้ามา โม่หลางย่อมต้องฉวยโอกาสนี้หาเงินสักหน่อยตามระเบียบ
ไม่ว่าจะเป็นโลกไหน เงินก็คือพระเจ้า
"ตกลง ข้าเอาด้วย"
ถังซานตกลงโดยไม่ต้องคิด ในสายตาของเขา อาชีพขยะที่ปราศจากพลังแห่งการตื่นรู้นั้น เขาสามารถบี้ให้ตายได้ด้วยนิ้วเดียว
จบบท