เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 77 - เขากลับคำให้การแล้ว!!

บทที่ 77 - เขากลับคำให้การแล้ว!!

บทที่ 77 - เขากลับคำให้การแล้ว!!


บทที่ 77 - เขากลับคำให้การแล้ว!!

"เรือนจำชั่วคราว!?"

จางตงหวงสะดุ้งโหยง ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วด่าลั่น "ไอ้ลูกเวรนี่ไปก่อเรื่องอะไรให้ฉันปวดหัวอีกแล้วเนี่ย!"

"ครับ"

จางตงหวงพรูลมหายใจออกมายาวๆ กัดฟันข่มอารมณ์โกรธแล้วถามต่อ "คราวนี้มันไปข่มขืนลูกสาวบ้านไหนเข้าอีกล่ะ?"

ปลายสายเงียบไปพักใหญ่ เหมือนกำลังเปลี่ยนสถานที่ให้เงียบสงบขึ้น ก่อนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "ภรรยาและลูกของเลขาหวงเจิงครับ"

"อะไรนะ!!"

จางตงหวงเบิกตากว้างราวกับยักษ์วัดแจ้ง มือสองข้างกำหมัดแน่น ในที่สุดเขาก็ระเบิดอารมณ์ออกมา "จางจื้อเสียงมันบ้าไปแล้วหรือไง ผู้หญิงของเลขาหวงมันก็ยังกล้าแตะ!!"

"ยะ... ยังมีลูกสาวของเขาด้วยครับ!"

"ละ... ลูกสาวงั้นเหรอ?" จางตงหวงถึงกับจุกจนพูดไม่ออก ถามกลับด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อ "ถ้าจำไม่ผิด ลูกสาวเขาน่าจะเพิ่งสี่ขวบเองไม่ใช่หรือไง!!"

"ครับ"

"บัดซบเอ๊ย ไอ้เดรัจฉานนี่ มันทำเรื่องพรรค์นี้ลงไปได้ยังไง??"

ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาอีกครั้ง "แต่นั่นยังไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายที่สุดหรอกนะครับ เรื่องที่แย่ที่สุดก็คือ ลูกชายของท่านได้ฆ่าครอบครัวของหวงเจิงตายยกครัวทั้งสามคนเลยครับ"

"ปัง!"

จางตงหวงทรุดตัวลงนั่งแปะบนเก้าอี้โซฟาอย่างหมดสภาพ หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ แววตาเลื่อนลอยไร้สติ...

ตั้งแต่เล็กจนโต เขาไม่รู้ว่าต้องคอยตามล้างตามเช็ดปัญหาให้ลูกชายคนนี้มามากเท่าไหร่แล้ว เรื่องชกต่อยทะเลาะวิวาทน่ะถือเป็นเรื่องเล็กไปเลย เมื่อสี่ห้าปีก่อน มันยังเคยหลอกผู้หญิงไปรุมโทรมในป่ากับพวกเพื่อนฝูงมาแล้ว

ยิ่งโตก็ยิ่งเอาไม่อยู่ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงวัยกลางคน หรือเด็กสาววัยแรกรุ่น ต่างก็ตกเป็นเหยื่อของมันทั้งสิ้น

เพื่อตามเช็ดตามล้างให้มัน เขาต้องสูญเงินไปไม่รู้ตั้งหลายสิบล้าน ต้องย้ายโรงเรียนไปเป็นสิบกว่าแห่ง ทุกครั้งที่ย้ายโรงเรียน ก็ต้องจัดการลบประวัติเสียๆ หายๆ ของมันให้ขาวสะอาดหมดจดเสียก่อน

แต่มันก็ยังไม่ยอมกลับตัวกลับใจ ไม่เคยหยุดสร้างเรื่องเลยสักครั้ง

และตอนนี้ มันถึงขั้นก่อคดีฆ่าคนตาย ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงถึงขั้นประหารชีวิต

แถมคนที่มันฆ่า ดันเป็นคนในครอบครัวของหวงเจิง เลขาคนสนิทที่เลขาธิการจางชิงซานแห่งเมืองเฉียนโจวกำลังโปรดปรานที่สุดในเวลานี้อีกต่างหาก

หายนะครั้งใหญ่ระดับนี้ ใครหน้าไหนก็คงรับมือไม่ไหวแน่ๆ

ที่สำคัญที่สุดก็คือ ถ้าลูกชายของเขาถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆาตกรรมจริงๆ ความซวยก็จะมาเยือนตัวเขาเองด้วย และสุดท้าย ตัวเขาเองก็คงหนีไม่พ้นต้องไปนอนซังเตเหมือนกัน

"ไอ้ลูกทรพี ไอ้ลูกทรพีเอ๊ย!!"

เขาแผดเสียงร้องลั่น ก่อนจะเงียบงันไปเนิ่นนาน

ในที่สุดเขาก็ต้องตั้งสติให้กลับมาเยือกเย็นอีกครั้ง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถามต่อ "ทางสำนักงานอัยการส่งฟ้องศาลไปหรือยัง?"

"ยังครับ ตอนนี้คดีกำลังอยู่ในขั้นตอนการส่งมอบสำนวนครับ"

"ยังมีหนทางให้พลิกคดีได้อยู่ไหม?"

"ยากครับ เพราะลูกชายท่านยอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหาแล้ว"

จางตงหวงหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ "สิบล้าน! หาวิธีถ่วงเวลาพวกตำรวจไว้ให้ได้ ทำให้พวกมันส่งสำนวนฟ้องไม่ได้เด็ดขาด!"

"ยี่สิบล้าน!"

"ตกลง!"

จางตงหวงไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ตอนนี้ชีวิตของเขากับจางจื้อเสียงผูกติดกันเป็นเรือลำเดียวกัน ถ้าจางจื้อเสียงถูกขุดคุ้ยประวัติจนหมดเปลือก ตัวเขาและกลุ่มบริษัทตงหวงก็คงถึงกาลอวสานในชั่วพริบตา

——

เช้าวันรุ่งขึ้น

ณ เรือนจำชั่วคราวเมืองเฉียนโจว

ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสแลคสีดำ สวมแว่นตากรอบเงิน ท่าทางดูภูมิฐาน แต่แววตากลับแฝงไปด้วยความเย็นชาและเจ้าเล่ห์ ยื่นบัตรประจำตัวทนายความให้เจ้าหน้าที่เรือนจำดู

"ผมชื่อ จูเก่อข่งเฮย เป็นทนายความจากสำนักงานทนายความหนานฟาง เมืองเฉียนโจว ผมได้รับมอบหมายจากท่านประธานจางตงหวง แห่งกลุ่มบริษัทตงหวง ให้มาเป็นทนายแก้ต่างให้ลูกชายของท่าน รบกวนช่วยอำนวยความสะดวกให้ด้วยนะครับ"

เจ้าหน้าที่เรือนจำรับบัตรประจำตัวของจูเก่อข่งเฮยมาดู แล้วก็เงยหน้าขึ้นมองเขา รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาแปลกๆ จึงถามด้วยความสงสัย "ผมรู้สึกเหมือนเคยเห็นคุณที่ไหนมาก่อนเลยนะ?"

"ก็คงจะเป็นในห้องทำงานของผู้กำกับของคุณล่ะมั้งครับ ผมกับผู้กำกับของพวกคุณคุ้นเคยกันดี"

พูดจบเขาก็ล้วงเอาบุหรี่ซองหนึ่งออกมาจากกระเป๋า อาศัยจังหวะที่ไม่มีใครสังเกตเห็น แอบยัดใส่มืออีกฝ่ายอย่างแนบเนียน

เจ้าหน้าที่หนุ่มมองซ้ายมองขวาอย่างมีพิรุธ พอเห็นว่าไม่มีใครจับจ้องมา ก็ฉีกยิ้มกว้าง "ว่าแล้วเชียว คนกันเองนี่เอง ทนายจูเก่อ เชิญด้านในเลยครับ แต่รบกวนฝากโทรศัพท์มือถือไว้ที่เราก่อนนะครับ"

"ไม่มีปัญหาครับ"

หลังจากฝากโทรศัพท์มือถือไว้กับเจ้าหน้าที่ จูเก่อข่งเฮยก็เดินผ่านประตูอิเล็กทรอนิกส์เข้าไป ด้านในคือห้องสอบสวนชั่วคราวและห้องเยี่ยมญาติของเรือนจำ

หลังจากเข้าไปแล้ว ทุกครั้งที่ผ่านด่านตรวจ เขาก็จะแจกบุหรี่ให้ด่านละซอง มุกนี้ใช้ได้ผลเสมอไม่ว่าจะไปที่ไหน เพราะสิ่งที่อยู่ข้างในซองบุหรี่มันไม่ใช่บุหรี่น่ะสิ

เมื่อเข้าไปในห้องเยี่ยมญาติ เจ้าหน้าที่คนหนึ่งก็หันมายิ้มให้เขา "กรุณารอสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมจะให้คนไปพาตัวจางจื้อเสียงเข้ามา"

"ขอบคุณมากครับ"

หลังจากปิดประตูห้องเยี่ยมญาติ จูเก่อข่งเฮยก็ทำตัวสงบเสงี่ยมเจียมตัวขึ้นมาทันที เพราะในห้องนี้มีกล้องวงจรปิดติดอยู่ทุกมุมแบบสามร้อยหกสิบองศา ไม่มีจุดบอดแม้แต่นิดเดียว

ไม่นานนัก จางจื้อเสียงก็ถูกพาตัวเข้ามาในห้องเยี่ยมญาติ ในสภาพที่มีโซ่ตรวนล่ามทั้งมือและเท้า

ทันทีที่เห็นหน้าจูเก่อข่งเฮย เขาก็มีอาการตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด พยายามจะโผเข้าหาทนายความผ่านกระจกใส เอามือทุบกระจกดังปังๆ ปากก็ร้องตะโกนลั่น "คุณอาจูเก่อ ช่วยผมด้วย คุณอาจูเก่อ ช่วยผมด้วย!"

"นั่งลงให้มันเรียบร้อยหน่อย!"

ตำรวจที่คุมตัวเขามากดแขนเขาไว้ บังคับให้นั่งลงบนเก้าอี้พยัคฆ์

รอจนกระทั่งจางจื้อเสียงสงบสติอารมณ์ลงได้ ตำรวจนายนั้นจึงเดินออกจากห้องไป

"คุณอาจูเก่อ ช่วยผมด้วย!" จางจื้อเสียงร้องไห้ฟูมฟาย

จูเก่อข่งเฮยหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วถามว่า "ทำไมเธอถึงยอมรับสารภาพ? การรับสารภาพก็เท่ากับยอมรับผิด การยอมรับผิดก็หมายความว่าต้องรับโทษทางอาญา นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเข้าคุกนี่นา เรื่องพื้นฐานแค่นี้ทำไมถึงไม่เข้าใจ?"

"ผมเข้าใจ!"

"เธอไม่เข้าใจหรอก!"

"ผมเข้าใจจริงๆ นะ!"

"เข้าใจแล้วทำไมถึงยอมรับสารภาพและรับโทษล่ะ?"

"ก็หมอนั่นมันไม่ใช่คนนี่นา!" เมื่อนึกถึงหยางเทียน จางจื้อเสียงก็มีสีหน้าหวาดผวา ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่ "มันคือปีศาจ ไม่สิ มันคือเทพเจ้า เป็นพระเจ้าต่างหาก มันรู้ความจริงทุกอย่างหมดเลย"

จูเก่อข่งเฮยมองอีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจ "นี่เธอพร่ำเพ้ออะไรของเธอ?"

"ก็ตำรวจ... ไม่ใช่สิ ผู้ช่วยตำรวจคนนั้นต่างหาก ผู้ช่วยตำรวจคนนั้นรู้คำตอบทุกอย่างล่วงหน้าหมดแล้ว พอผมตอบคำถามพลาดไปข้อหนึ่ง เขาก็จะต่อยผม ผมโกหกเขาไม่ได้ ถ้าผมโกหก ผมคงต้องตายอยู่ในโรงงานร้างมืดๆ ที่มีแต่กลิ่นสนิมเหล็กนั่นแน่ๆ ผม..."

"เดี๋ยวก่อน!"

จู่ๆ จูเก่อข่งเฮยก็ขัดจังหวะขึ้นมา

"เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ?"

"ผมพูดว่าอะไรเหรอ?" จางจื้อเสียงทำหน้าเหลอหลา

"เธอพูดว่าผู้ช่วยตำรวจคนนั้นทำร้ายร่างกายเธองั้นเหรอ?"

"ใช่ เขาตีผม พอผมตอบคำถามผิดเขาก็จะตี เขารู้ความจริงหมดทุกอย่าง คุณอาจูเก่อ ต้องช่วยผมให้ได้นะ!"

รอยยิ้มเย็นเยือกและเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนมุมปากของจูเก่อข่งเฮย

"ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็ เรื่องนี้ก็จัดการง่ายขึ้นเยอะเลย!"

——

ณ กองบังคับการตำรวจภูธรเมืองเฉียนโจว

หลังจากปล่อยแถวให้ทุกคนแยกย้ายกันไปปฏิบัติหน้าที่ในตอนเช้า เย่ซินก็เรียกเวินเจิ้งผิงกับจ้าวกังเข้ามาคุยในห้องทำงาน

"เมื่อคืนตอนที่ผมไปส่งเลขาธิการชิงซานขึ้นรถ ท่านก็เอ่ยปากชมหยางเทียนอีกครั้ง แถมยังบอกด้วยนะ ว่าการที่เมืองเฉียนโจวของเรามีผู้ช่วยตำรวจที่เก่งกาจแบบหยางเทียน ถือเป็นโชคดีของชาวเมืองเฉียนโจวทุกคนเลย"

จ้าวกังกับเวินเจิ้งผิงพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย

"ท่านเลขาธิการยังบอกอีกว่า กองบังคับการตำรวจภูธรเมืองเฉียนโจวของเราต้องไม่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ ในการเฟ้นหาบุคลากร สำหรับบุคลากรตำรวจที่มีความรู้ความสามารถสูงแบบนี้ เราต้องไม่ให้สถานะหรือตำแหน่งมาเป็นตัวปิดกั้นพวกเขา เราต้องมอบอำนาจหน้าที่ มอบพื้นที่ให้พวกเขาได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ และที่สำคัญ ต้องมอบความเชื่อมั่นและความหวังให้พวกเขาด้วย"

จ้าวกังแอบยิ้มกริ่ม "ท่านครับ ท่านพูดมาตรงๆ เลยดีกว่า ว่าท่านตั้งใจจะมอบรางวัลเกียรติยศระดับหนึ่งให้หยางเทียนใช่ไหมล่ะครับ?"

"อืม ถูกต้อง!"

"พวกเราไม่มีปัญหาครับ!"

เวินเจิ้งผิงกับจ้าวกังประสานเสียงตอบพร้อมกัน "พร้อมปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการพรรคระดับเมืองและคณะกรรมการพรรคของกองบังคับการอย่างเคร่งครัดครับ"

เย่ซินยิ้มอย่างพึงพอใจ "งั้นก็ตกลงตามนี้นะ!"

ขณะที่จ้าวกังกับเวินเจิ้งผิงลุกขึ้นจากเก้าอี้และกำลังจะเดินออกจากห้อง รองหัวหน้ากองกำกับการสืบสวนก็เปิดประตูพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ร้องตะโกนลั่น "นายกเทศมนตรีเย่ครับ รองผู้บังคับการจ้าว หัวหน้ากองเวิน จางจื้อเสียงเขา... เขากลับคำให้การแล้วครับ!"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 77 - เขากลับคำให้การแล้ว!!

คัดลอกลิงก์แล้ว