เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 - เบื้องหลังครอบครัวไม่ธรรมดาเลยนะ!!

บทที่ 15 - เบื้องหลังครอบครัวไม่ธรรมดาเลยนะ!!

บทที่ 15 - เบื้องหลังครอบครัวไม่ธรรมดาเลยนะ!!


บทที่ 15 - เบื้องหลังครอบครัวไม่ธรรมดาเลยนะ!!

"อ๊บๆๆ... ยอมแพ้เถอะปู่เฟิง มนุษย์คือปีศาจร้ายที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกนี้แล้วล่ะ!"

"ฟ่อๆๆ... หุบปากไปเลยไอ้กบเหม็น!"

งูจงอางอ้อนวอนขอความเมตตาจากหยางเทียนอีกครั้ง หยางเทียนถึงยอมคลายไม้จับงูออกให้

"ฟ่อๆๆ... ว่ามา แกจะให้ข้าทำอะไร?"

หยางเทียนถามด้วยความสงสัย "เมื่อคืนวันที่ 15 เมษายน ตอนสองทุ่ม แกเห็นผู้หญิงคนหนึ่งถูกผู้ชายจับตัวมาที่นี่บ้างไหม?"

"ฟ่อๆๆ... เห็นสิ!"

"ไหนเล่ามาให้ละเอียดหน่อย!"

"ฟ่อๆๆ... พวกมนุษย์อย่างแกนี่มันวิปริตจริงๆ ฆ่าได้กระทั่งเผ่าพันธุ์เดียวกัน เสียงของไอ้โรคจิตนั่นน่ากลัวราวกับภูตผี ผู้หญิงที่อยู่ใต้ร่างมันก็เหมือนกับเหยื่อในปากของข้า กรีดร้องขอชีวิตอย่างน่าเวทนา... แต่ทุกอย่างก็สูญเปล่า... เธอตายคามือของผู้ชายคนนั้นอย่างทารุณ... วิธีเสพสังวาสของพวกมนุษย์นี่มันช่างเข้าใจยากจริงๆ!"

"เอาแบบจริงจังหน่อย! แกจำหน้าตาไอ้โรคจิตนั่นได้ไหม?"

"ฟ่อๆๆ... ระดับปู่เฟิงแล้ว จำได้แม่นเลยล่ะ"

หยางเทียน "แล้วมันหนีไปทางไหน?"

งูจงอางหันหัวไปทางริมแม่น้ำ

"ทางนู้น!"

หยางเทียน "ไป นำทางฉันไปดูหน่อย"

"อ๊บๆ... รีบปล่อยข้าไปสักทีเถอะท่านเซียน"

หยางเทียนแก้มัดเชือกให้เซียนกบ แล้วโยนมันไปข้างๆ

แต่วินาทีต่อมา

"อึก!"

งูจงอางก็แลบลิ้นแผล็บๆ

"ฟ่อๆๆ... รสชาติเยี่ยมไปเลย..."

หยางเทียน "..."

เมื่อมาถึงริมแม่น้ำ

งูจงอางก็ชะเง้อมองลงไปในน้ำ

"มันโยนศพทิ้งลงแม่น้ำแล้วก็หนีไป"

"หนีไปไหน?"

"ฟ่อๆๆ... ข้าก็ไม่รู้หรอก... แต่ข้าว่าต้องมีตัวที่รู้แน่ๆ..."

มันหันขวับ เลื้อยปราดขึ้นไปบนต้นไม้ใกล้ๆ

พอมันเลื้อยลงมา ในปากก็คาบนกกระจอกมาด้วยหนึ่งตัว

"ฟ่อๆๆ... ว่ามาสิเจ้านกน้อยผู้น่าสงสาร... บอกมนุษย์ไปสิว่า... คืนวันที่ 15 เมษายน แกเห็นอะไรบ้าง?"

"จิ๊บๆๆๆ..."

นกกระจอกสั่นเป็นเจ้าเข้า

"มันมุดเข้าป่า วิ่งหนีขึ้นไปบนเขาแล้วจ้า!"

"ทางไหนล่ะ?"

นกกระจอกหันหัวไปทางทิศหนึ่ง แล้วใช้จงอยปากชี้

"จิ๊บๆๆๆ... ทางนั้นเลยจ้า"

หยางเทียนหันไปมองตาม

มันคือป่าทึบที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับแม่น้ำอวี๋เฉิง

เมื่อทอดสายตาออกไป ก็เห็นแต่ป่าเขากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา

ยิ่งเดินลึกเข้าไป ต้นไม้ใบหญ้าก็ยิ่งขึ้นหนาทึบ...

"ไปซ่อนตัวอยู่ในป่าลึกงั้นเหรอ??"

หยางเทียนพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหันไปสั่งงูจงอาง "ปล่อยมันไป!"

"ฟ่อๆๆ... ได้ๆ ปล่อยเดี๋ยวนี้ ปล่อยเดี๋ยวนี้แหละ..."

งูจงอางอ้าปากคลายนกกระจอกออก พอนกกระจอกกระพือปีกโผบินขึ้นไปได้แค่วินาทีเดียว งูจงอางก็พุ่งทะยานราวกับลูกธนู อ้าปากกว้างฮุบมันกลืนลงท้องไปในคำเดียว

"อึก... ขนยุ่บยั่บไปหมด... ไม่อร่อยเท่าเซียนกบเลย!"

หยางเทียนถลึงตาใส่มัน

แต่งูจงอางกลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เบือนหน้าหนี

"ฟ่อๆๆ... ข้าปล่อยมันไปแล้วนะ แต่มันอ่อนแอเองนี่หว่า!"

"..."

หยางเทียนเดินมุ่งหน้าขึ้นเขา

ทุกๆ ระยะหลายสิบเมตร เขาต้องสั่งให้งูจงอางไปจับสัตว์เล็กสัตว์น้อยมาถามทางตลอด

งูจงอางรู้สึกว่าแบบนี้มันชักช้าไม่ทันใจ!

มันเลยเลื้อยขึ้นไปบนต้นไม้ แล้วส่งเสียงประหลาดๆ ออกมา

ผ่านไปไม่นาน

ก็มีฝูงงูจำนวนมหาศาลเลื้อยแห่กันมาจากทุกสารทิศ

มีทั้งงูกะปะ

งูเขียวหางไหม้

และยังมีงูทับสมิงคลา กับงูหางกระดิ่งอีกด้วย

กะด้วยสายตาคร่าวๆ น่าจะมีเป็นร้อยเป็นพันตัว

ภาพฝูงงูสุดอลังการนี้ ทำเอาหยางเทียนถึงกับช็อกไปเลย!

งูจงอางปรายตามองหยางเทียนด้วยแววตาเหยียดๆ ก่อนจะชูคอแผ่แม่เบี้ยอยู่หน้าฝูงงูอย่างสง่างามและน่าเกรงขาม

วินาทีต่อมา

ฝูงงูก็ส่งเสียงเซ็งแซ่

"ขอคารวะปู่เฟิง!"

หยางเทียนยืนอึ้ง

นี่เขาดันมาจับตัวหัวหน้าแก๊งงูบนเขามาได้ซะงั้น

งูจงอางส่ายลำตัวไปมา เผยให้เห็นรัศมีของผู้นำอย่างเต็มเปี่ยม

"ฟ่อๆๆ... คืนวันที่ 15 เมษายน มีมนุษย์ใส่ชุดดำวิ่งพล่านอยู่ในป่า พวกแกรู้ไหมว่ามันหนีไปทางไหน? ตัวไหนรู้ก็มานำทาง ตัวไหนไม่รู้ก็ไสหัวไป!"

ไม่นานนัก ฝูงงูก็สลายตัวไปกว่าเก้าในสิบส่วน

งูจงอางหันไปมองลูกสมุนที่เหลืออยู่

พร้อมกับออกคำสั่ง

"นำทางไป!"

เมื่อมองดูขบวนทัพงูที่เคลื่อนพลอย่างยิ่งใหญ่ หยางเทียนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก!

เวลาล่วงเลยไปทุกวินาที

เวลาห้าทุ่มครึ่ง

เหลือเวลาอีกแค่หนึ่งชั่วโมงก็จะครบกำหนดเส้นตายที่กองบังคับการกำหนดไว้

บรรยากาศภายในห้องทำงานของกองสืบสวนทวีความตึงเครียดและอึดอัดขึ้นเรื่อยๆ

ถึงแม้หวังเฮ่าจะมาสมทบแล้ว

แต่พวกเขาก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ที่เป็นชิ้นเป็นอันเลย

หลิวต้าฉุยที่นั่งพาดเท้าสองข้างไว้บนโต๊ะทำงาน โยนแฟ้มคดีในมือทิ้งลงบนโต๊ะ

"เฮ้อ!"

เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วเดินออกจากห้องทำงานมาด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม

เขากวาดสายตามองทุกคน

แต่ละคนมีสภาพอิดโรย แววตาเหม่อลอย

"แล้วหวังเฮ่าล่ะ!" จู่ๆ เขาก็ถามขึ้น

ตำรวจสืบสวนคนหนึ่งตอบ

"ชิงเลิกงานกลับบ้านไปตั้งแต่เมื่อหลายชั่วโมงก่อนแล้วครับ"

หลิวต้าฉุยสบถด่าลั่น

"เวรเอ๊ย! ขนาดฉันยังไม่ได้เลิกงานเลย แต่มันดันสะบัดตูดหนีไปก่อนเนี่ยนะ!"

รองหัวหน้ากองที่นั่งสูบบุหรี่เงียบๆ อยู่มุมห้องโพล่งขึ้นมา

"ประเด็นสำคัญก็คือ ไอ้เด็กใหม่นี่มาตั้งครึ่งค่อนวันแล้ว แต่กลับไม่มีประโยชน์อะไรเลยสักนิด!"

หลิวต้าฉุยใช้สองมือลูบหน้าตัวเอง

"สงสัยคงแค่มาเรียนรู้งานชุบตัวล่ะมั้ง"

เขาหันไปมองลูกน้องทุกคนอีกครั้ง

"หยางเทียนยังไม่กลับมาอีกเหรอ?"

"ยังครับ... อย่าบอกนะว่าเขาก็เทงานหนีไปแล้วเหมือนกัน?"

หลิวต้าฉุย "แล้วรถตำรวจที่เขาขับออกไปล่ะ กลับมาหรือยัง?"

"ก็ยังครับ"

หลิวต้าฉุยรีบตะเบ็งเสียงลั่น

"พวกนายดูเทพเทียนสิว่าเขาทุ่มเทขนาดไหน! ดึกดื่นป่านนี้แล้วก็ยังลุยงานอยู่ข้างนอก ไม่เหมือนใครบางคน ไม่ได้ทำห่าอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แล้วก็ชิ่งหนีไปดื้อๆ!"

คำพูดประโยคนี้ ใครฟังก็รู้ว่าหมายถึงใคร

ในขณะที่ทุกคนกำลังทนทุกข์ทรมานกับช่วงเวลาห้าทุ่มครึ่งลากยาวไปจนถึงเที่ยงคืน

จู่ๆ หวังเฮ่าก็โผล่หน้ากลับมาที่กองสืบสวนอีกครั้ง

"ผมมีข่าวดีจะมาบอกทุกคนครับ!"

ทุกคนหูผึ่ง หันขวับไปมองหวังเฮ่าทันที

"เจอเบาะแสคดีแล้วเหรอครับ?"

"จับตัวคนร้ายได้แล้วเหรอครับ?"

"ปิดคดีได้แล้วใช่ไหม?"

หวังเฮ่าส่ายหน้ายิ้มๆ "ไม่ใช่ทั้งนั้นครับ!"

"อ้าว แล้วมันเป็นข่าวดีตรงไหนกัน?"

"นั่นสิ... ผมล่ะฝันอยากจะปิดคดีให้ได้ใจจะขาด!"

หวังเฮ่ายืนกอดอก ยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ

"ถึงแม้ตอนนี้คดีจะยังไม่มีเบาะแสอะไร แต่ผมก็ไปเจรจาขอต่อเวลาจากนายกเทศมนตรีเย่มาให้พวกเราได้อีกสามวันเต็มๆ เลยนะครับ"

รองหัวหน้ากองถามด้วยความตื่นเต้นทันที "แปลว่าเรามีเวลาเพิ่มอีกสามวันเพื่อไขคดีนี้ใช่ไหมครับ?"

หวังเฮ่าพยักหน้า

"เพราะฉะนั้น คืนนี้ทุกคนกลับไปพักผ่อนให้เต็มที่เถอะครับ สภาพร่างกายที่พร้อมสู้ คือกุญแจสำคัญในการสืบคดี"

"พรุ่งนี้ผมจะเป็นคนนำทีมพาทุกคนไปสู่ชัยชนะเอง!"

ทุกคนหันไปมองหลิวต้าฉุยเป็นตาเดียว

หลิวต้าฉุยพยักหน้าอนุญาต

"ทำตามที่หัวหน้าหวังบอกนั่นแหละ"

ทุกคนสลายตัวไปอย่างรวดเร็วราวกับฝูงนกแตกรัง

เหลือแค่รองหัวหน้ากองกับหลิวต้าฉุยที่อยู่รั้งท้าย

หลังจากปิดประตูห้องทำงานกองสืบสวน รองหัวหน้ากองก็เอ่ยถามขึ้น "ไอ้หวังเฮ่านี่เบื้องหลังครอบครัวไม่ธรรมดาเลยนะ? ขนาดนายกเทศมนตรีเย่ยังต้องยอมไว้หน้าเลย"

หลิวต้าฉุย "อย่างน้อยๆ ก็ต้องระดับรองอธิบดีนู่นแหละ!"

"มิน่าล่ะ"

"จริงสิ โทรหาหยางเทียนด้วยนะ บอกเขาว่าเรามีเวลาเพิ่มอีกสามวัน ให้เขาพักผ่อนบ้าง!"

"ครับ"

ผ่านไปไม่นาน

รถตำรวจคันหนึ่งที่เพิ่งจะแล่นมาถึงหน้าประตูกองสืบสวน ก็ตีวงเลี้ยวกลับออกไปทันที

วันรุ่งขึ้น

หวังเฮ่าเดินทางมาถึงกองสืบสวนและเริ่มลุยงานอย่างเอาเป็นเอาตาย

อันที่จริง การที่เขาถูกส่งตัวตรงจากกระทรวงส่วนกลางมาประจำการที่ตำรวจภูธรระดับเมืองนั้น มีจุดประสงค์แอบแฝงอยู่

ข้อแรก เพื่อมาชุบตัวสร้างผลงาน แล้วกลับไปพร้อมกับเกียรติยศ

ข้อสอง เพื่อมาตามจีบผู้หญิงคนหนึ่ง แล้วกลับไปพร้อมกับสถานะที่คู่ควร

ผู้หญิงคนนี้เป็นรุ่นน้องของเขาตอนที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยตำรวจ หลังจากเรียนจบ เธอก็ถูกส่งตัวมาประจำการที่อำเภออวี๋เฉิง

ตอนแรกเขาก็ไม่ได้ชอบพออะไรเธอหรอก

แต่บังเอิญไปได้ยินจากปากพ่อของตัวเองว่า พ่อของผู้หญิงคนนี้เป็นถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูง

เขาจึงเริ่มคิดแผนการขึ้นมาทันที

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 15 - เบื้องหลังครอบครัวไม่ธรรมดาเลยนะ!!

คัดลอกลิงก์แล้ว