เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 - ความยำเกรงหนึ่งส่วน ตัณหาเก้าส่วน!!

บทที่ 6 - ความยำเกรงหนึ่งส่วน ตัณหาเก้าส่วน!!

บทที่ 6 - ความยำเกรงหนึ่งส่วน ตัณหาเก้าส่วน!!


บทที่ 6 - ความยำเกรงหนึ่งส่วน ตัณหาเก้าส่วน!!

ฟางอีหงส่ายหน้า ล้วงบุหรี่ระดับพรีเมียมออกจากกระเป๋า ดึงออกมาหนึ่งมวนแล้วโยนไปให้หยางเทียน

หยางเทียนทำท่าจะล้วงไฟแช็กออกจากกระเป๋า

"แชะ!"

ฟางอีหงเดินเข้ามาหา พร้อมกับจุดไฟแช็กจ่อบุหรี่ให้เขาเสร็จสรรพ

หยางเทียนสูดควันบุหรี่เข้าปอดเบาๆ แล้วพ่นออก "นี่มันทำงานชักช้าเกินไปแล้วมั้ง!"

"ฉันก็ว่างั้นแหละ หรือนายจะเข้าไปช่วยหน่อยล่ะ?"

หยางเทียนดมกลิ่นคาวของเหยื่อตกปลาบนมือ ก่อนจะอัดบุหรี่เข้าปอดอีกอึก "รอผมอาบน้ำเสร็จก่อนค่อยว่ากัน!"

ฟางอีหงมุมปากกระตุก ก่อนจะหัวเราะร่วน

"ได้เลย ไม่รีบ!"

"ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี โฮสต์ทำตัวปลาเค็มสำเร็จ ระบบขอมอบรางวัลแต้มปลาเค็ม 5 แต้ม!"

นั่นไงล่ะ

ระบบปลาเค็มมันชอบเห็นเขาทำตัวไร้สาระแบบนี้จริงๆ

ครึ่งชั่วโมงต่อมา หยางเทียนก็เดินมาที่ห้องสอบสวน

ในขณะนี้ หลัวตี้ฉางที่กำลังนั่งเกาหัวแกรกๆ อยู่หน้าคอมพิวเตอร์เพราะคดีไม่มีความคืบหน้า

พอเห็นหยางเทียนเดินเข้ามา เขาก็ทำหน้าเหมือนเห็นพระผู้ช่วยให้รอด รีบตบไหล่ลู่เฉิงเจ๋อด้วยความตื่นเต้น

"ยังไม่รีบลุกสละที่นั่งให้เทพเทียนอีกเหรอ?"

อะไรนะ??

จะให้ฉันที่เป็นตำรวจเต็มตัวลุกให้ผู้ช่วยตำรวจนั่งเนี่ยนะ??

ลู่เฉิงเจ๋อหันขวับไปมองหยางเทียน

แม้จะไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นัก แต่เขาก็ยอมลุกขึ้นยืนแต่โดยดี

หยางเทียนปรายตามองเฉินเฟิ่ง

"พวกคุณสองคนออกไปก่อนเถอะ ผมขอคุยกับเธอเป็นการส่วนตัวสักสองสามประโยค"

หลัวตี้ฉางตอบรับด้วยความตื่นเต้นสุดขีด "ได้เลย!"

ส่วนลู่เฉิงเจ๋อ ตำรวจน้องใหม่รีบแย้งขึ้นมาทันที "ให้ผู้ช่วยตำรวจสอบปากคำตามลำพัง แบบนี้มันผิดระเบียบนะตรับ?"

"นายน่ะหุบปากไปเลย!"

หลัวตี้ฉางรีบลากลู่เฉิงเจ๋อออกไปทันที กลัวว่าวินาทีต่อไปไอ้เด็กอ่อนหัดนี่จะปากพล่อยไปล่วงเกินเทพเทียนเข้า

"ปัง!"

ทั้งสองคนเดินออกจากห้องสอบสวน พร้อมกับปิดประตูตามหลัง

ลู่เฉิงเจ๋อหันไปโวยกับหลัวตี้ฉาง "เรื่องนี้มันผิดกฎระเบียบชัดๆ เลยนะครับ!"

"กฎระเบียบ กฎระเบียบ นายก็รู้แต่เรื่องกฎระเบียบ ทำตามกฎระเบียบแล้วนายไขคดีได้ไหมล่ะ?"

ลู่เฉิงเจ๋อเถียง "แล้วเขาเข้าไปคนเดียวจะไขคดีได้หรือไงครับ?"

"ก็ใช่น่ะสิวะ!!"

หลัวตี้ฉางพูดอย่างตื่นเต้น "นายไม่รู้ประโยคเด็ดที่พูดกันให้แซ่ดในสถานีเราหรือไง 'ที่เทพเทียนเดินเข้าไปข้างใน ก็เพื่อส่งคนที่ไม่ได้อยู่ข้างในให้เข้าไปอยู่ข้างในแทนไงล่ะ!'"

"หา! หมายความว่าไงครับ?"

"ปัดโธ่เว้ย โง่จริงๆ ความหมายก็คือ ขอแค่หยางเทียนก้าวเท้าเข้าห้องสอบสวน ก็สามารถส่งผู้ต้องสงสัยเข้าคุกได้ยังไงเล่า!"

"เก่งขนาดนั้นเลยเหรอครับ?" ลู่เฉิงเจ๋อถึงกับอ้าปากค้าง

ภายในห้องสอบสวน

หยางเทียนนั่งลงบนเก้าอี้พลางมองไปที่เฉินเฟิ่ง

"ผมขอเตือนให้คุณสารภาพมาตามตรงดีกว่า หวงซื่อฉายทางฝั่งนู้นยอมคายความจริงออกมาหมดแล้ว!"

เมื่อได้ยินคำพูดของหยางเทียน เฉินเฟิ่งย่อมไม่มีทางเชื่อ เธอแค่นเสียงเย็นชาตอบกลับ "คุณไม่ต้องมาขู่ฉันหรอก หวงซื่อฉายก็เป็นแค่เพื่อนธรรมดาของฉัน เขาจะไปพูดอะไรได้ล่ะ?"

ดวงตาของหยางเทียนวาวโรจน์ ใบหน้าเปลี่ยนเป็นดุดันในพริบตา เขาตวาดลั่น "เขาบอกว่า วินาทีที่คุณเอื้อมมือไปคว้าขาทั้งสองข้างของลูกชายคุณเอาไว้ ลูกชายคุณก็หมดกำลังใจที่จะดิ้นรนต่อสู้ในทันที!"

พอได้ยินประโยคนี้ แววตาของเฉินเฟิ่งก็แข็งทื่อ ใบหน้าซีดเผือดลงทันตาเห็น นัยน์ตาฉายแววหวาดผวา

"เขา... เขาพูดจาเหลวไหล! เขาเพ้อเจ้อไปเรื่อย!"

หยางเทียนรุกฆาตต่อไม่ยั้ง

"เขายังบอกอีกว่า พวกคุณสองคนนึกไม่ถึงเลยว่า ลูกชายของคุณจะเลิกเรียนกลับมาบ้านก่อนเวลา แล้วต้องมาเห็นภาพบาดตาบาดใจที่พวกคุณสองคนนอนเปลือยเปล่าอยู่ด้วยกัน!"

เมื่อพูดถึงตรงนี้ เฉินเฟิ่งก็เริ่มจะเก็บอาการไม่อยู่

เธอเริ่มลุกลี้ลุกลนและสติแตก "ฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดเรื่องอะไร ฉันจะไปนอนกับหวงซื่อฉายได้ยังไง ฉันกับเขาเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น"

หยางเทียนถลึงตาใส่คู่สนทนาอย่างดุดัน

อันที่จริง เรื่องพวกนี้เขาไม่ได้รู้มาจากปากใครหรอก แต่เป็นวิญญาณของผู้ตายที่เล่าให้เขาฟังในห้องต่างหาก

ทว่าผู้หญิงตรงหน้าที่ได้ยินความจริงขนาดนี้ กลับไม่แสดงท่าทีสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย แถมยังพยายามหาข้ออ้างมาแก้ตัวสารพัด ช่างไม่คู่ควรกับการเป็นแม่คนเลยจริงๆ นี่มันเดรัจฉานในคราบมนุษย์ชัดๆ!

หยางเทียนเดินเข้าไปประจันหน้าเธอ แล้วกระแทกเสียงเข้มขึ้นอีกระดับ

"หวงซื่อฉายยังบอกด้วยว่า ตอนแรกเขาไม่ได้คิดจะฆ่าลูกชายคุณเลย แต่เป็นคุณนั่นแหละที่ยุยงให้เขาลงมือ เหตุผลก็เพราะคุณกลัวว่าลูกชายจะเอาเรื่องบัดสีของพวกคุณไปบอกสามี แล้วกลัวว่าจะโดนสามีตามมาเอาคืน!"

"เพราะฉะนั้น คุณนั่นแหละคือตัวการใหญ่! คุณคือฆาตกร!"

ในวินาทีนั้น สำหรับเฉินเฟิ่งแล้ว หยางเทียนเปรียบเสมือนเทพเจ้าผู้สูงส่งที่กำลังก้มลงมามองและล่วงรู้ทุกสิ่งทุกอย่างของเธอ

สายตาอันดุดันนั้นพุ่งทะลุทะลวงเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิตใจและวิญญาณ กระชากหน้ากากอันน่าเกลียดน่ากลัวของเธอออกจนหมดสิ้น และเปิดโปงความจริงทุกอย่างออกมา!

"เขา... เขาโกหก ชัดเจนอยู่แล้วว่าเขาเองนั่นแหละที่กลัวความลับแตกว่าเป็นชู้กับฉัน เลยเป็นคนลงมือก่อน ส่วนฉันแค่เข้าไปช่วยจับขาลูกชายเอาไว้ทีหลัง ตอนนี้เขากลับมาโยนความผิดว่าฉันเป็นคนยุยงเขาเนี่ยนะ!"

"ฟู่~~"

หยางเทียนพ่นลมหายใจออกมายาวๆ สีหน้าค่อยๆ ผ่อนคลายลง

"ตกลงว่าคุณยอมรับแล้วใช่ไหมว่าตัวเองเป็นคนลงมือ?"

เฉินเฟิ่งชะงัก "ฉัน..."

วินาทีต่อมา ฝ่ามือของเขาก็ฟาดลงบนใบหน้าของเธอเต็มแรง

"เพียะ!"

เสียงตบดังก้องและชัดเจน แสบร้อนจนชาไปทั้งแถบ

"ตบนี้ฉันขอตบแทนลูกชายของเธอ!"

หยางเทียนพูดเสียงเย็นชา "ฉันไม่เข้าใจ และไม่มีวันให้อภัยแม่ที่ช่วยชู้รักฆ่าลูกชายในไส้ของตัวเองหรอกนะ!"

เฉินเฟิ่งที่โดนตบหน้าหันไปถึงกับอึ้งกิมกี่ ก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างหนัก

"ฉันผิดไปแล้วค่ะคุณตำรวจ!"

"ฉันรู้ตัวว่าผิดไปแล้วจริงๆ!!"

"ได้โปรดให้โอกาสฉันอีกครั้งเถอะนะคะ!!!"

หยางเทียนหันหลังกลับ ก่อนจะชะงักฝีเท้า

"เธอไม่ได้รู้ตัวว่าผิดหรอก แต่เธอแค่รู้ตัวว่ากำลังจะถูกลงโทษต่างหาก!"

พูดจบ เขาก็เดินออกจากห้องสอบสวนไป

หลัวตี้ฉางที่ยืนรออยู่หน้าห้องรีบพุ่งเข้าไปหาทันที พลางถามอย่างตื่นเต้น "เรียบร้อยแล้วใช่ไหม?"

อารมณ์ของหยางเทียนยังไม่กลับมาเป็นปกติ สีหน้าของเขายังคงจมดิ่งอยู่กับความรู้สึกซับซ้อนเมื่อครู่นี้ เขาจึงตอบกลับไปสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"เธอสารภาพแล้ว"

หลัวตี้ฉางตาโต "เชดเข้! โคตรเทพ!"

ลู่เฉิงเจ๋อทำหน้าเหลือเชื่อ "เขาเพิ่งเข้าไปไม่ถึงสิบนาที เธอก็ยอมพูดแล้วเหรอ? เมื่อกี้พวกเราเสียเวลากับเธอไปตั้งสี่ห้าชั่วโมงเลยนะ!"

หลัวตี้ฉางหันไปสวน "ก็เพราะแบบนี้ไงเขาถึงถูกเรียกว่าเทพเทียน! ส่วนนายมันก็แค่เด็กเมื่อวานซืน"

ลู่เฉิงเจ๋อเบ้ปากเถียง "แล้วรุ่นพี่หลัวล่ะครับ?"

"เอ่อ..."

หลัวตี้ฉางรีบเปลี่ยนเรื่องทันที "เทพเทียน นายกลับไปเล่นเกมที่หอพักให้สบายใจเถอะ ส่วนที่เหลือเดี๋ยวฉันจัดการเอง..."

หลัวตี้ฉางลากลู่เฉิงเจ๋อกลับเข้าไปในห้องสอบสวน

ส่วนหยางเทียนก็เดินกลับไปที่หอพัก

เขาล้างหน้าในห้องน้ำของหอพัก ปล่อยให้ตัวเองสงบสติอารมณ์อยู่พักใหญ่ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดเกมราชันย์... เขาเลือกเล่นฮีโร่สายเมจเลนกลาง เตียวเสี้ยน

เมื่อตัวละครในเกมปรากฏขึ้น เสียงพากย์ประจำตัวเธอก็ดังขึ้นตามมา

"สายตาเบื้องล่างโถงสูงส่ง มีความยำเกรงหนึ่งส่วน มีตัณหาเก้าส่วน!"

วันรุ่งขึ้น

ณ ห้องทำงานผู้บังคับการตำรวจภูธรอำเภออวี๋เฉิง

"ครับ"

"ครับ ครับผม"

"ครับๆๆ! วางใจได้เลยครับท่านนายกเทศมนตรีเย่ ผมจะพยายามปิดคดีฆาตกรรมนี้ให้ได้ภายในหนึ่งสัปดาห์ครับ!"

"แน่นอนครับ!"

เลี่ยวเจี้ยนเฉิง รองนายอำเภออวี๋เฉิงควบตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจ ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้หนังพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ อดไม่ได้ที่จะปาดเหงื่อให้ตัวเอง

หนึ่งสัปดาห์!

ให้ปิดคดีฆาตกรรมที่ยังมืดแปดด้านเนี่ยนะ!

เขาช่างกล้ารับปากจริงๆ!

แต่นี่ก็เป็นวิธีที่ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ในเมื่อรองนายกเทศมนตรีควบตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรระดับเมืองเป็นคนลงดาบสั่งการมาด้วยตัวเอง เขาก็ทำได้แค่กัดฟันรับคำสั่งมา

ใครใช้ให้คดีฆาตกรรมของอำเภออวี๋เฉิงไปฉุดภาพรวมของระดับเมืองกันล่ะ!

ถ้าทำยอดไม่ได้ตามเป้า การประเมินผลงานด้านการสืบสวนคดีอาชญากรรมของอวี๋เฉิงในปีนี้คงต้องรั้งท้ายของเมืองแน่ๆ

หลังจากถอนหายใจเรียกขวัญกำลังใจกลับมาได้ เขาก็ยกหูโทรศัพท์บนโต๊ะโทรหาหัวหน้าสำนักงานทันที

"แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยในกองบังคับการทราบ อีกครึ่งชั่วโมงให้มาประชุมด่วน ผู้รับผิดชอบสายงานสืบสวนอาชญากรรมทุกคนต้องมาให้ครบ!"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 6 - ความยำเกรงหนึ่งส่วน ตัณหาเก้าส่วน!!

คัดลอกลิงก์แล้ว