- หน้าแรก
- ยอดตำรวจปลาเค็มกับระบบสืบสวนขั้นเทพ
- บทที่ 4 - รอเขาเล่นเกมให้จบ!!
บทที่ 4 - รอเขาเล่นเกมให้จบ!!
บทที่ 4 - รอเขาเล่นเกมให้จบ!!
บทที่ 4 - รอเขาเล่นเกมให้จบ!!
สิบโมงเช้าของวันถัดมา
ฟางอีหงเรียกประชุมวิเคราะห์คดีระดับตำรวจสืบสวน (วงกว้าง) ของทั้งสถานี
หลังจากระดับหัวหน้าและตำรวจสืบสวนทุกคนมากันครบ ลู่เฉิงเจ๋อก็มองที่นั่งว่างข้างๆ ฟางอีหงด้วยความแปลกใจ ก่อนจะกระซิบถามหลัวตี้ฉางที่นั่งข้างๆ
"รุ่นพี่หลัวครับ ผู้ตรวจการกับรองผู้กำกับก็มากันครบแล้ว ที่นั่งว่างตรงนั้นของใครเหรอครับ?"
หลัวตี้ฉางไม่ปิดบัง ตอบกลับตรงๆ "ของหยางเทียนน่ะ!"
"!!" ลู่เฉิงเจ๋อหน้าเหวอ "เขาเป็นผู้ช่วยตำรวจไม่ใช่เหรอครับ?"
หลัวตี้ฉางย้อน "ก็บอกว่าประชุมวงกว้างไงเล่า?"
ลู่เฉิงเจ๋อถามด้วยความตกตะลึง "วงกว้างนี่คือกว้างให้เขาคนเดียวเหรอครับ? แถมยังได้นั่งซะหน้าสุดเลยเนี่ยนะ?"
"ก็ใช่น่ะสิ ฉันขอเตือนนะ นายเดินตามก้นรองผู้กำกับจูไปเงียบๆ ดีกว่า พูดให้น้อยลงหน่อย จะได้ไม่หาเรื่องใส่ตัว"
ลู่เฉิงเจ๋อ: "..."
ในห้องประชุม เหล่าหัวหน้าและตำรวจทั้งหลายมองดูที่นั่งว่างแวบหนึ่ง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมานั่งรออย่างเคยชิน
"ผู้กำกับครับ ให้คนไปตามหยางเทียนหน่อยดีไหมครับ ดูสิว่ายังนอนอยู่หรือเปล่า จะได้ไม่เสียเวลาทุกคน!" ผู้ตรวจการที่นั่งอยู่ฝั่งขวามือของผู้กำกับกระซิบถามเบาๆ
"ตามทำไมเล่า!"
จู่ๆ ฟางอีหงก็ตวาดลั่น ทำเอาผู้ตรวจการสะดุ้งเฮือก
ตำรวจทุกคนหันขวับไปมองผู้กำกับเป็นตาเดียว
ฟางอีหงตอบ "สงสัยเมื่อวานตกปลาจนเหนื่อย วันนี้ก็เลยนอนตื่นสายหน่อย รออีกสิบนาทีจะเป็นไรไป?"
ผู้ตรวจการรีบพยักหน้ารัวๆ
และก็เป็นไปตามคาด สิบนาทีต่อมา หยางเทียนในชุดไปรเวทก็เดินหาววอดเข้ามาในห้องประชุม ตำรวจคนอื่นรีบลุกขึ้นหลีกทางให้เขาเดินเข้าไปนั่งที่ด้านในสุด
"มาแล้วเหรอ!"
พอฟางอีหงเห็นหยางเทียน สีหน้าขึงขังเมื่อครู่ก็เปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มแจ่มใสทันที
"อืม"
"งั้นเรามาเริ่มประชุมกันเลย"
เขาหันไปมองตำรวจทุกคนแล้วเริ่มร่าย "วันนี้เราจะมาวิเคราะห์คดีการเสียชีวิตที่หมู่บ้านจิ่วหลี่จวีเมื่อวานกัน..."
ในตอนนั้นเอง หยางเทียนก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดแอปนิยายอ่านอย่างเงียบๆ
ฟางอีหงแค่ปรายตามองแวบเดียว แล้วก็พูดเรื่องของตัวเองต่อไป
ส่วนลู่เฉิงเจ๋อที่เห็นภาพนั้น กลับกัดฟันกรอดด้วยความหมั่นไส้ รู้สึกว่าไอ้หมอนี่มันชักจะกร่างเกินไปแล้ว
ผ่านไปพักใหญ่
ฟางอีหงก็หันไปสั่งหลัวตี้ฉาง "ตี้ฉาง คดีนี้นายเป็นคนรับผิดชอบหลักนะ ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเป็นการฆาตกรรมโดยเจตนาจริงๆ ก็ถือว่าช่วยกู้หน้าคดีฆาตกรรมของสถานีเราได้ ถึงตอนนั้นฉันจะไปทวงความดีความชอบให้แกเอง!"
"ตะ... แต่... ผู้กำกับครับ ตอนนี้เรายังไม่มีหลักฐานที่เป็นชิ้นเป็นอันเลยนะครับ แล้วจะไปสรุปว่าเป็นคดีฆาตกรรมได้ยังไง!" หลัวตี้ฉางโอดครวญอย่างไม่เต็มใจ
"หลักฐานมันจะวิ่งมาหาเองหรือไง! นายก็ไปเพิ่มความเข้มข้นในการสืบสวนสิ ใช้ทุกวิถีทาง ทั้งกล้องวงจรปิด ลงพื้นที่สอบถาม ตรวจสอบพยาน ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะหาหลักฐานไม่ได้เลยสักนิด!"
"-_-||" หลัวตี้ฉางหน้าเจื่อน "ผู้กำกับครับ ผมทำไม่ได้หรอกครับ!"
"ถ้าจนปัญญาจริงๆ ก็ไปขอให้หยางเทียนช่วยสิ!"
หืม???
หยางเทียน!!
พอได้ยินชื่อนี้ ตำรวจทุกคนก็หันขวับไปมองเจ้าตัวทันที
หลัวตี้ฉางถึงกับหน้าบาน "ถ้าเทพเทียนยอมออกโรง ผมก็พร้อมรับคดีนี้ครับ"
ฟางอีหงถึงได้หันไปเรียกหยางเทียนเบาๆ
"บ่ายนี้นายพอจะมีเวลาไปที่เกิดเหตุกับตี้ฉางหน่อยไหม??"
"ไม่ไปครับ!" หยางเทียนจ้องจอโทรศัพท์พลางส่ายหน้าปฏิเสธ
ปฏิกิริยานี้ทำเอาทุกคนหลุดขำออกมาเบาๆ
หยางเทียนก็ยังคงเอาแต่ใจเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นใคร ถ้าไม่อยากทำก็คือปฏิเสธตรงๆ ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้น!
แต่พวกเขาก็เข้าใจดี
ระดับเทพเทียนแล้ว จะมีนิสัยติสต์แตกหน่อยก็เป็นเรื่องธรรมดา!
เมื่อเห็นหยางเทียนหักหน้าผู้กำกับดังเป๊าะ...
ลู่เฉิงเจ๋อก็หน้าตึง เตรียมจะอ้าปากด่า
แต่หลัวตี้ฉางตาไว รีบสะกิดห้าม "อย่าทำลายกฎ"
คำพูดที่จ่ออยู่ที่ปากของลู่เฉิงเจ๋อจึงต้องกลืนกลับลงคอไป
วินาทีต่อมา สิ่งที่ทำให้ลู่เฉิงเจ๋อช็อกยิ่งกว่าเดิมก็คือ ผู้กำกับไม่เพียงไม่โกรธ แต่กลับทำหน้าดีใจ แถมยังมีน้ำเสียงอ้อนวอนเจืออยู่ด้วย "ถ้าเป็นคดีฆาตกรรม แล้วนายไขคดีนี้ได้ ฉันจะไปเบิกเงินรางวัลจากเบื้องบนมาให้เลย!"
หยางเทียนยังคงนิ่ง "นั่นก็ไม่ไปครับ!"
ฟางอีหงชะโงกหน้าเข้าไปกระซิบ "ไว้หน้ากันหน่อยสิ คนมองกันทั้งห้องแล้วนะ"
หยางเทียนต่อรอง "ตอนบ่ายผมจะไปตกปลา งั้นไปตอนนี้เลยละกัน แล้วต้องกลับมาก่อนกินข้าวเที่ยงด้วยนะ!"
ฟางอีหงรีบชำเลืองมองนาฬิกา
ให้ตายเถอะ จะสิบเอ็ดโมงอยู่แล้ว
สถานีพักกินข้าวเที่ยงตอนเที่ยงตรง
เหลือเวลาอีกแค่ชั่วโมงเดียว
ฟางอีหงรีบตกปากรับคำทันที "ตกลง! พวกนายไปตอนนี้เลย เดี๋ยวตอนเที่ยงฉันจะสั่งให้ป้าแม่ครัวทำกับข้าวของโปรดนายเพิ่มหลายๆ อย่าง! เลิกประชุม!"
"ติ๊ง! แอบอ่านนิยายสบายใจเฉิบในระหว่างการประชุม ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับแต้มปลาเค็ม 10 แต้ม"
มุมปากของหยางเทียนยกขึ้นเล็กน้อย
วิธีนี้ได้ผลจริงๆ ด้วย
เวลาผ่านไปแค่ไม่ถึงชั่วโมง ก็กวาดแต้มปลาเค็มมาได้ 10 แต้มแล้ว
บนรถตำรวจ
หลังจากที่จูจื้อเผิง หลัวตี้ฉาง และลู่เฉิงเจ๋อที่ถูกหลัวตี้ฉางลากมาเปิดหูเปิดตานั่งรอมาเกือบสิบนาที
ลู่เฉิงเจ๋อก็บ่นอย่างรำคาญ "แค่เปลี่ยนชุดเครื่องแบบ ทำไมมันชักช้าอืดอาดแบบนี้เนี่ย?"
หลัวตี้ฉางแทบจะกราบ "พี่ลู่ครับ พี่เฉิงครับ พี่เจ๋อครับ ผมกราบล่ะครับ คำพูดพวกนี้อย่าให้เทพเทียนได้ยินเด็ดขาด... ขืนนายไปทำให้เขาไม่พอใจจนคดีนี้ไขไม่ออกละก็ ปีนี้ไม่ต้องหวังให้ผู้กำกับเซ็นบรรจุให้เลยนะ"
ลู่เฉิงเจ๋อ: "..."
ผ่านไปพักใหญ่
หยางเทียนในชุดเครื่องแบบผู้ช่วยตำรวจก็เดินมาถึง เขาเปิดประตูขึ้นไปนั่งเบาะข้างคนขับด้วยความเคยชิน
ลู่เฉิงเจ๋อช็อกไปอีกรอบ
เมื่อกี้เขายังแปลกใจอยู่เลยว่า ทำไมรองผู้กำกับจูถึงไม่ยอมนั่งเบาะหน้า แต่มาเบียดกันที่เบาะหลังกับเขา ตอนนี้ถึงบางอ้อแล้ว ที่แท้ก็เว้นที่ไว้ให้ไอ้หมอนี่นี่เอง
"ไปกันเถอะ ผู้กองหลัว!"
หยางเทียนพูดกับหลัวตี้ฉางที่เป็นคนขับ พลางกดเข้าเกมราชันย์ไปพลาง
หมู่บ้านจิ่วหลี่จวี
เมื่อพวกเขามาถึงสถานที่เกิดเหตุ
ลู่เฉิงเจ๋อมองรองผู้กำกับจูจื้อเผิงและผู้กองหลัวตี้ฉางที่ยืนอออยู่หน้าประตู แล้วถามว่า "ทำไมไม่เข้าไปล่ะครับ?"
หลัวตี้ฉางปรายตามองหยางเทียนที่กำลังนั่งเล่นเกมอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก "รอเขาเล่นเกมให้จบก่อน!"
"???"
ในใจเขาด่ากราดเป็นชุด...
พวกคุณคนนึงเป็นถึงระดับหัวหน้า อีกคนก็เป็นตำรวจสืบสวน ส่วนผมต่อให้กากแค่ไหนก็ยังเป็นตำรวจฝึกหัด ทำไมพวกเราต้องมารอผู้ช่วยตำรวจคนนึงเล่นเกมให้จบด้วยวะ?
นี่มันใช่เหรอ!
แต่เขาก็ทำได้แค่บ่นในใจ ไม่กล้าปริปากพูดอะไรออกมา...
ได้แต่ลอบมองหยางเทียนเป็นระยะๆ
"Victory!"
"ติ๊ง! แอบเล่นเกมในระหว่างออกปฏิบัติหน้าที่ ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับแต้มปลาเค็ม 5 แต้ม"
"ความคืบหน้าปัจจุบัน: 65/1000"
หยางเทียนยกมือขยี้ผมอย่างเกียจคร้าน ก่อนจะเดินไปที่หน้าประตูห้อง ผลักประตูเปิดออก แล้วชะโงกหน้าเข้าไปดู
ศพนอนอยู่บนพื้น สวมชุดคนตายเตรียมเข้าโลงเรียบร้อย
เมื่อจูจื้อเผิงกับหลัวตี้ฉางเห็นสภาพศพ สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
"ใครอนุญาตให้สวมชุดคนตายให้เขา?!"
จูจื้อเผิงหันไปตวาดถามหญิงวัยกลางคนเสียงกร้าว
แม่ของผู้ตายสะดุ้งโหยง รีบก้มหน้าอธิบายเสียงสั่น "ฉัน... ฉันกลัวว่าลูกจะหนาวตอนเดินทางไปปรโลก ก็เลยอดไม่ได้ที่จะเปลี่ยนชุดให้เขาน่ะค่ะ"
จูจื้อเผิงเสียงแข็ง "เมื่อวานไม่ได้บอกหรือไงว่านี่คือสถานที่เกิดเหตุ ห้ามใครเข้าไปเด็ดขาด!"
"ฉัน... ฉันลืมไปค่ะ... ฮือๆๆ..."
จู่ๆ ผู้หญิงคนนั้นก็ปล่อยโฮออกมา
"ลูกแม่ ช่างน่าสงสารเหลือเกิน..."
"เป็นความผิดของแม่เองที่ดูแลลูกไม่ดี ทำไมลูกถึงด่วนจากแม่ไปคนเดียวแบบนี้ล่ะ!"
"..."
เมื่อเห็นอีกฝ่ายร้องไห้ฟูมฟายอย่างน่าเวทนา
ความรู้สึกหมดหนทางก็จุกอยู่ที่คอ จูจื้อเผิงก็ไม่รู้จะด่าอะไรต่อ
แต่สถานที่เกิดเหตุโดนทำลายไปแบบนี้ การจะรวบรวมหลักฐานก็ยิ่งยากขึ้นเป็นทวีคูณ
อย่างที่เขาว่ากันว่า ต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุระดับเทพแค่ไหน ก็ไม่อาจหาหลักฐานจากสถานที่ที่ถูกทำลายไปแล้วได้ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่คำขู่ลอยๆ แน่นอน
เขากับหลัวตี้ฉางหันไปมองหยางเทียนด้วยความจนปัญญา
(จบแล้ว)