เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 - โอกาสครั้งใหม่ในการแก้ไขอดีต

บทที่ 1 - โอกาสครั้งใหม่ในการแก้ไขอดีต

บทที่ 1 - โอกาสครั้งใหม่ในการแก้ไขอดีต


ที่ว่าการอำเภอฝูอวิ๋น อาคารสำนักงานบริหาร

"ได้ยินไหม รองนายอำเภออาวุโสหลี่หมิงโปที่เคยเป็นนักแสดงงิ้วเพิ่งถูกคณะกรรมการตรวจสอบวินัยระดับเมืองพาตัวไปเมื่อกี้นี้เอง"

ทันทีที่ข่าวนี้แพร่ออกไป ผู้คนในศูนย์ราชการก็แตกตื่นขึ้นมาทันที

ทุกคนหยุดงานในมือด้วยสีหน้าที่แตกต่างกันไป มีทั้งตกใจ เสียดาย และบางคนก็แอบสะใจอยู่ลึกๆ

"ไม่มีอะไรน่าแปลกใจหรอก ท้ายที่สุดเขาก็เป็นแค่นักแสดงงิ้ว ไม่ได้มีบารมีอะไร เกิดเรื่องขึ้นมาก็เป็นแค่เรื่องของเวลา ที่นี่ไม่ใช่เวทีโรงงิ้วสักหน่อย"

"แต่คนที่น่าสงสารก็คือเจ้าหนุ่มเฉินมู่นั่นแหละ เพิ่งจะได้รับการเสนอชื่อจากองค์กรแท้ๆ แต่ดันมาเกิดเรื่องของหลี่หมิงโปขึ้นเสียก่อน ดูท่าตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการตรวจสอบวินัยคงจะหลุดลอยไปแล้วล่ะ"

"ยังหวังจะได้เลื่อนตำแหน่งอีกงั้นเหรอ แค่ไม่ถูกพาตัวไปสอบสวนด้วยก็ถือว่าบุญหัวแล้ว ฉันได้ยินมาว่าปัญหาของหลี่หมิงโปครั้งนี้ร้ายแรงมาก ทั้งเรื่องซื้อขายตำแหน่งและรับเงินทอนจากโครงการก่อสร้าง ทุกอย่างมีราคาบอกไว้ชัดเจน จู่ๆ เฉินมู่ก็ได้รับการเสนอชื่อให้เลื่อนตำแหน่งแบบนี้ นายว่ามันไม่มีอะไรแอบแฝงจริงเหรอ"

เฉินมู่คือรองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการตรวจสอบวินัยประจำอำเภอฝูอวิ๋น เดิมทีครั้งนี้เขามีความหวังอย่างมากที่จะได้เลื่อนขั้นเป็นเจ้าหน้าที่ระดับรองหัวหน้าแผนก ทว่าเมื่อหลี่หมิงโปถูกพาตัวไป เรื่องการเลื่อนตำแหน่งก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

ใครๆ ก็รู้ว่าเฉินมู่เป็นคนของหลี่หมิงโป ครั้งนี้เมื่อหลี่หมิงโปเกิดเรื่อง การเลื่อนตำแหน่งของเฉินมู่ก็มีโอกาสสูงที่จะถูกระงับ หรือดีไม่ดีเขาอาจจะถูกเรียกตัวไปช่วยสอบสวนด้วยซ้ำ

เฉินมู่ไม่ได้สนใจเสียงนินทาของคนในสำนักงาน เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและจ้องมองเวลาบนหน้าจอเขม็ง

บ่ายสามโมงของวันที่ 19 กันยายน ปี 2015

เขาย้อนเวลากลับมาจากปี 2018 มาสู่ช่วงเวลาที่เกิดเรื่องพอดี!

หลี่หมิงโปจบการศึกษาจากวิทยาลัยการแสดงงิ้วกลาง แม้จะไม่ได้จบมาตรงสาย แต่เขาก็อาศัยสติปัญญาและชั้นเชิงที่เหนือชั้นจนก้าวขึ้นมาถึงตำแหน่งรองนายอำเภออาวุโสได้ ทว่าลับหลังผู้คนก็ยังคงเรียกเขาว่านายอำเภอโรงงิ้วอยู่ดี

การที่หลี่หมิงโปถูกคณะกรรมการตรวจสอบวินัยระดับเมืองพาตัวไป ในสายตาของทุกคนถือว่าเป็นการล่มสลายอย่างสมบูรณ์แบบ เวลาจับกลุ่มคุยกันจึงไม่มีใครคิดจะปิดบังหรือเกรงใจอะไรทั้งสิ้น

แต่ในมุมมองของเฉินมู่ คนที่กำลังหัวเราะเยาะเหล่านั้นอาจจะดีใจเร็วเกินไป

หากเหตุการณ์ดำเนินไปตามอดีตชาติที่เขาจากมา หลังจากหลี่หมิงโปถูกพาตัวไป ในวันที่สามเขาจะเสียชีวิตกะทันหันด้วยโรคหัวใจกำเริบ ส่วนตัวเฉินมู่เองก็จะถูกร่างแหไปด้วย เขาจะถูกสั่งย้ายไปอยู่เขตภูเขาทุรกันดารและเสียชีวิตลงในเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติ เป็นอันปิดฉากเส้นทางข้าราชการไปตลอดกาล

อย่างไรก็ตาม การตายของหลี่หมิงโปจะสร้างความตื่นตระหนกไปถึงระดับมณฑล จนต้องมีการส่งทีมสืบสวนลงมาโดยตรง

ผลการสืบสวนในครั้งนั้นสร้างความฮือฮาไปทั่วประเทศ เพราะมันกลายเป็นคดีฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน!

ตัวหลี่หมิงโปเองไม่ได้มีความผิดอะไรเลย ปัญหาและหลักฐานการทุจริตทั้งหมดที่ถูกร้องเรียนได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นการปลอมแปลงและจัดฉากขึ้นมาทั้งสิ้น!

ผู้บริหารระดับมณฑลโกรธเกรี้ยวอย่างหนัก และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของพายุการปราบปรามคอร์รัปชันครั้งประวัติศาสตร์ในอำเภอฝูอวิ๋น!

มาวันนี้ไม่ว่าจะเพื่อหลี่หมิงโปหรือเพื่อตัวเขาเอง เฉินมู่ก็ไม่มีทางยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเด็ดขาด

เขาล้วงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋า มันเป็นสิ่งที่หลี่หมิงโปมอบให้เขาเมื่อคืนนี้ บนนั้นมีเบอร์โทรศัพท์เขียนเอาไว้

หลี่หมิงโปเคยบอกเขาว่า การปฏิรูปย่อมต้องไปล่วงเกินใครบางคนและไปกระทบผลประโยชน์ของกลุ่มคนบางกลุ่ม หากวันใดวันหนึ่งเขาเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาก็ไม่ต้องตกใจ ให้โทรไปที่เบอร์นี้โดยตรง แล้วคนในสายจะบอกเองว่าต้องทำอย่างไรต่อไป

เมื่อนึกย้อนกลับไป เฉินมู่ก็ยิ้มออกมาอย่างขมขื่น ในวินาทีแรกที่รู้ว่าหลี่หมิงโปเกิดเรื่อง เขาเลือกที่จะฉีกกระดาษแผ่นนี้ทิ้งเพราะกลัวว่าจะติดร่างแหไปด้วย

แต่ความจริงก็ได้พิสูจน์แล้วว่าการกระทำเช่นนั้นเปล่าประโยชน์ ป้ายชื่อบางอย่างเมื่อถูกแปะลงมาแล้วก็ยากที่จะแกะออก เหมือนกับที่เขาถูกตราหน้าว่าเป็นคนของหลี่หมิงโป

ถ้าตอนนั้นเขาตัดสินใจโทรไปหาเบอร์นี้ จุดจบมันจะเปลี่ยนไปไหม หลี่หมิงโปจะยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า

ขณะที่เฉินมู่กำลังจะเดินออกจากสำนักงาน ชายหนุ่มรูปร่างอ้วนท้วนคนหนึ่งก็เดินชนเขาอย่างจัง

"โอ๊ะ นี่มันท่านผู้อำนวยการเฉินมู่นี่นา รีบขนาดนี้จะรีบไปเกิดใหม่หรือไง"

หลี่หวย เจ้าหน้าที่จากห้องตรวจสอบและกำกับดูแลวินัยที่หนึ่ง เขาเข้ามาทำงานในคณะกรรมการตรวจสอบวินัยก่อนเฉินมู่หนึ่งปี และตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานก็เป็นตำแหน่งที่เขาหมายปองมาตลอด

แต่เนื่องจากเฉินมู่มีการศึกษาสูงกว่า มีผลงานโดดเด่นกว่า แถมยังเป็นข้าราชการที่ถูกส่งตัวลงมาโดยตรง ในการประชุมเสนอชื่อข้าราชการ คนส่วนใหญ่จึงเทคะแนนให้เฉินมู่ ทำให้หลี่หวยพลาดโอกาสในการแข่งขันไปอย่างน่าเสียดาย และท้ายที่สุดเฉินมู่ที่เข้ามาทำงานทีหลังหนึ่งปีก็คว้าตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานไปครอง

หลี่หวยผูกใจเจ็บกับเรื่องนี้มาตลอดจนถึงขั้นเกลียดชังเฉินมู่ ในเวลางานเขาไม่เพียงแต่จ้องจับผิดและไม่ให้ความร่วมมือ แต่ในชีวิตประจำวันเขายังคอยขัดแข้งขัดขาอยู่เสมอ

ตอนนี้เมื่อหลี่หมิงโปสิ้นอำนาจ เขาก็ย่อมไม่เกรงใจอีกต่อไป

เมื่อมองดูใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งของหลี่หวย รอยยิ้มบนใบหน้าของเฉินมู่ก็เลือนหายไป

ในอดีตชาติ หลังจากที่เขาถูกย้ายไปอยู่ตำบลห่างไกล หลี่หวยก็ยังตามไประรานและดำเนินการตรวจสอบตำบลที่เขาทำงานอยู่หลายครั้ง ทำให้ผู้นำในตำบลเกิดอคติต่อเขาอย่างหนักจนเขาไม่ได้รับการสนับสนุน

การตายของเขาในอดีตชาติก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับหลี่หวยอยู่มากทีเดียว

"แกรีบร้อนขนาดนี้ คงไม่ได้คิดจะหนีความผิดหรอกใช่ไหม"

คำพูดถากถางของหลี่หวยดึงดูดความสนใจของทุกคนในสำนักงาน สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เฉินมู่

ทุกคนอยากรู้ว่าเฉินมู่จะรับมือกับการกลั่นแกล้งของหลี่หวยอย่างไร

"เจ้านักแสดงนั่นถูกจับไปแล้ว แกเองก็ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ ไม่แน่ว่าสักวันฉันอาจจะเป็นคนรับผิดชอบคดีของแกก็ได้!"

หลี่หวยหัวเราะเยาะอย่างต่อเนื่อง คราวนี้เฉินมู่ต้องหนีไม่รอดแน่

เฉินมู่ปรายตามองหลี่หวยอย่างเย็นชา ก่อนจะกระแทกไหล่อีกฝ่ายออกไปให้พ้นทาง

"ไอ้หมาขี้เรื้อน อย่ามาขวางทาง"

"นี่แกกล้าด่าฉันเหรอ"

สีหน้าของหลี่หวยดูน่าเกลียดขึ้นมาทันที เขาแทบอยากจะชกหน้าเฉินมู่สักหมัด หลี่หมิงโปสิ้นชื่อไปแล้ว เฉินมู่ยังกล้าทำตัวกร่างเหมือนเมื่อก่อนได้อย่างไร

หลี่หวยพยายามระงับอารมณ์ การลงไม้ลงมือกับเฉินมู่ตอนนี้คงไม่เหมาะสมนัก

"ท่าทีของแกในตอนนี้ ในสายตาฉันมันก็แค่การดิ้นรนของคนไร้ความสามารถ ทำอะไรลงไปก็รู้อยู่แก่ใจ แมวดำไม่มีทางกลายเป็นแมวขาวไปได้หรอก"

"แล้วก็นะ ห้องที่หนึ่งของเราจะเข้าร่วมช่วยเหลือเบื้องบนในการสอบสวนคดีของหลี่หมิงโปอย่างเต็มรูปแบบ ตอนนี้แกสามารถสารภาพความผิดกับฉันได้ล่วงหน้าเพื่อแลกกับการลดโทษ บางทีฉันอาจจะช่วยพูดประนีประนอมกับเบื้องบนให้แกได้นะ"

หลี่หวยจุดบุหรี่สูบพลางรอดูท่าทีของเฉินมู่ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

"แกมั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอว่ารองนายอำเภอหลี่หมิงโปมีความผิดจริง" เฉินมู่มองหลี่หวยด้วยสายตาเย็นเยียบแล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "แกเคยคิดไหมว่า ถ้ารองนายอำเภอหลี่หมิงโปกลับมาได้ แกจะทำหน้ายังไง"

หลี่หวยชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ไม่นานก็ส่ายหน้าและพูดจาเย้ยหยันโดยไม่ใส่ใจ

"ฉันไม่เคยเห็นหรือเคยได้ยินเลยนะว่าคนที่ถูกพาตัวไปแล้วจะรอดกลับมาได้"

"เฉินมู่เอ๋ย เห็นแก่ที่พวกเราเป็นเพื่อนร่วมงานกัน ฉันขอแนะนำให้แกเลิกเพ้อเจ้อแล้วยอมรับความจริงแต่เนิ่นๆ สารภาพความผิดมาตามตรงเถอะ จะได้ขอรับการลดโทษ"

"นี่ไม่ใช่การแสดงละครนะ หลี่หมิงโปปิดกล้องไปแล้ว แกเองก็ร้องงิ้วต่อไปไม่ได้แล้วเหมือนกัน"

หลี่หวยได้ยินข่าววงในมาว่ามีการค้นพบเงินสดแปดล้านหยวนในบ้านของหลี่หมิงโป พร้อมกับอสังหาริมทรัพย์อีกเกือบร้อยแห่ง ถือเป็นการละเมิดวินัยพรรคและกฎหมายอย่างร้ายแรง การจะรอดออกมาได้นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

ถ้าหลี่หมิงโปรอดออกมาได้ เขาจะยอมไลฟ์สดกินขี้ให้ดูเลย

จู่ๆ เฉินมู่ก็ก้าวเข้าไปประชิดตัวหลี่หวย ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชาจนหลี่หวยตกใจและต้องถอยหลังหนี

"เฉินมู่ ... นี่แกคิดจะลงไม้ลงมือเหรอ"

เฉินมู่คว้าคอเสื้อด้านหลังของหลี่หวย ดึงร่างหนักสองร้อยชั่งของอีกฝ่ายเข้ามาใกล้ ก่อนจะกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงกดต่ำ

"แกจะให้ฉันสารภาพเรื่องอะไร สารภาพเรื่องที่ลูกพี่ลูกน้องของแกร่วมมือกับคนอื่นทำเหมืองแร่ผิดกฎหมายงั้นเหรอ"

หลี่หวยเบิกตากว้างมองเฉินมู่ด้วยความไม่อยากเชื่อ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เฉินมู่รู้เรื่องที่ลูกพี่ลูกน้องของเขาทำเหมืองแร่หายากผิดกฎหมายได้อย่างไร

เมื่อเห็นหลี่หวยยืนอึ้งอยู่กับที่ เฉินมู่ก็เลิกสนใจ ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องของหลี่หมิงโปเร่งด่วนกว่า เขาคงไม่รังเกียจที่จะชักดาบฟาดฟันผู้ที่อยู่เบื้องหลังหลี่หวยเสียตั้งแต่ตอนนี้

ถึงแม้ดาบเล่มนี้จะต้องตวัดลงมาไม่ช้าก็เร็ว แต่การใช้มันจัดการแค่เบี้ยตัวเล็กๆ เฉินมู่รู้สึกว่ามันช่างเสียของเปล่าๆ

เฉินมู่เดินไปที่บันได กวาดสายตามองไปรอบๆ เมื่อแน่ใจว่าปลอดภัยแล้ว เขาจึงกดโทรออกไปยังเบอร์โทรศัพท์บนกระดาษแผ่นนั้น

"สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าใครคะ"

ปลายสายเป็นเสียงผู้หญิงที่ไพเราะและมีเสน่ห์มาก เสียงของเธอมีพลังดึงดูดและน่าจดจำ

"นายอำเภอหลี่หมิงโปเกิดเรื่องแล้ว เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้เอง"

เฉินมู่พูดกระชับได้ใจความ แต่ไม่ได้แนะนำตัว เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่ากำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับใคร

"ฉันทราบแล้ว คุณคือเฉินมู่ใช่ไหม"

ผิดคาดที่ผู้หญิงคนนี้รู้จักเขา แถมดูเหมือนเธอจะเยือกเย็นมากกับเรื่องที่หลี่หมิงโปถูกจับกุม น้ำเสียงของเธอไม่มีความวิตกกังวลเลยแม้แต่น้อย อย่างน้อยเฉินมู่ก็สัมผัสไม่ได้เลย

แต่เมื่อคิดดูดีๆ เฉินมู่ก็เข้าใจได้ทันทีว่าหลี่หมิงโปคงจะรายงานเรื่องของเขาให้ผู้หญิงคนนี้ทราบไว้ก่อนแล้ว

"พี่หมิงโปมองคนไม่ผิดจริงๆ เขาบอกว่าเขาเห็นตัวเองในอดีตซ้อนทับอยู่ในตัวคุณ" ผู้หญิงคนนั้นลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ "เฉินมู่ ฉันมีเรื่องอยากจะให้คุณช่วยทำ เพราะตอนนี้ทางเราไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ มีคนคอยจับตาดูพวกเราเยอะมาก"

เฉินมู่รู้ดีว่าวินาทีที่เขากดโทรออกเบอร์นี้ เขาก็ได้ก้าวเข้าไปอยู่ในสายตาของกลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังหลี่หมิงโปแล้ว เขาปฏิเสธไม่ได้และก็ไม่คิดจะปฏิเสธด้วย

"อะไรที่อยู่ในขอบเขตความสามารถของผม ผมยินดีทำอย่างเต็มที่ครับ"

"ฉันอยากให้คุณเป็นผู้นำทีมเข้าไปช่วยเหลือการทำงานของคณะกรรมการตรวจสอบวินัยระดับบนในครั้งนี้" เสียงของหญิงสาวเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่แตกต่างออกไป "ฉันมีคำขอเพียงข้อเดียว ไม่ว่าเมื่อไหร่ หรือเป็นใครก็ตาม หากไม่มีคุณอยู่ด้วย ห้ามใครเข้าพบพี่หมิงโปตามลำพังเด็ดขาด ฉันขอเวลาหนึ่งสัปดาห์"

หัวใจของเฉินมู่กระตุกวูบ ผู้หญิงคนนี้ต้องรู้อะไรบางอย่างแน่ๆ ไม่อย่างนั้นน้ำเสียงของเธอคงไม่จริงจังขนาดนี้ ดูเหมือนว่าเรื่องราวจะซับซ้อนกว่าที่เขาคิดไว้มาก

ในอดีตชาติเขารู้แค่ว่าหลี่หมิงโปมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา มิเช่นนั้นคงไม่ทำให้ผู้มีอำนาจระดับมณฑลโกรธเกรี้ยวได้ขนาดนั้น แต่เขาก็ไม่รู้รายละเอียดที่ลึกซึ้งไปกว่านั้น เพราะในตอนนั้นเขาถูกส่งไปอยู่ตำบลห่างไกลเสียแล้ว จึงไม่มีกะจิตกะใจจะไปสนใจเรื่องพวกนี้

"ผมยังไม่ได้เป็นแม้แต่เจ้าหน้าที่ระดับรองหัวหน้าแผนกด้วยซ้ำ เกรงว่าเรื่องนี้คงเป็นไปได้ยากครับ"

เฉินมู่บอกความจริงไปตามตรง ตามขั้นตอนการทำคดี การเข้าไปช่วยสืบสวนนั้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่การจะให้เขาเป็นผู้นำทีมและเป็นตัวแทนของคณะกรรมการตรวจสอบวินัยอำเภอฝูอวิ๋นนั้นเป็นเรื่องที่ไม่สมจริงเลย

คณะกรรมการตรวจสอบวินัยเป็นหน่วยงานระดับสูง ผู้อำนวยการมีตำแหน่งเทียบเท่าคณะกรรมการประจำพรรคระดับอำเภอ ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดของเจ้าหน้าที่ระดับรองผู้อำนวยการกอง ในหน่วยงานนี้มีเจ้าหน้าที่ระดับหัวหน้าแผนกและรองหัวหน้าแผนกอยู่เต็มไปหมด การจะให้เขาเป็นตัวแทนระดับอำเภอเพื่อเข้าไปแทรกแซงคดีนี้ ลำดับขั้นของเขายังห่างไกลนัก

"เรื่องนั้นง่ายนิดเดียว"

จู่ๆ ผู้หญิงคนนั้นก็รับปาก ซึ่งทำให้เฉินมู่คาดไม่ถึง

เฉินมู่ไม่ได้พูดอะไรต่อ จะง่ายหรือไม่เขาไม่รู้ เขารู้แค่ว่าถ้าไม่รีบลงมือทำอะไรสักอย่าง อีกสามวันหลี่หมิงโปต้องตายแน่ๆ

"ถ้าคุณมีวิธีจัดการที่ดี ผมขอแนะนำให้คุณรีบลงมือโดยเร็วที่สุด เวลาหนึ่งสัปดาห์มันนานเกินไป ผมให้เวลาคุณได้มากที่สุดแค่สองวันเท่านั้น"

เฉินมู่เอ่ยเตือนด้วยความจริงจังและเด็ดขาด

เขาไม่สามารถฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่ผู้หญิงคนนี้ได้ ท้ายที่สุดนี่คือเรื่องของความเป็นความตาย หากก้าวพลาดเพียงก้าวเดียวก็อาจพังพินาศไปตลอดกาล

ผู้หญิงคนนั้นชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด เธอเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับมา

"ตกลง ฉันเข้าใจแล้ว"

ณ สถานพักฟื้นสำหรับนายทหารระดับสูงแห่งหนึ่งในเมืองหลวงของมณฑล หญิงสาววางสายโทรศัพท์สีแดงลงพร้อมกับหัวเราะเบาๆ

"เฉินมู่ ไม่เจอกันหลายปี คุณเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 1 - โอกาสครั้งใหม่ในการแก้ไขอดีต

คัดลอกลิงก์แล้ว