เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5: อวี้เสี่ยวกังถูกหยามเกียรติ

บทที่ 5: อวี้เสี่ยวกังถูกหยามเกียรติ

บทที่ 5: อวี้เสี่ยวกังถูกหยามเกียรติ


บทที่ 5: อวี้เสี่ยวกังถูกหยามเกียรติ

เมื่อเขาพบปี่ปี๋ตง เขาจะถามนางให้รู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้น และเหตุใดนางจึงไม่ติดต่อเขามาเลยตั้งแต่กลับมา

นับตั้งแต่เขาล่วงรู้ว่าปี่ปี๋ตงคือสตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักวิญญาณยุทธ์ เขาก็เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจอย่างล้นเหลือ

แม้ว่าในตอนนี้เขาอาจจะดูไร้ค่าไปเสียหน่อย แต่คนรักของเขาคือสตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักวิญญาณยุทธ์ หากในอนาคตปี่ปี๋ตงได้ขึ้นเป็นองค์สังฆราช บางทีนางอาจจะมีหนทางช่วยให้วิญญาณยุทธ์ของเขาเกิดการวิวัฒนาการไปในทางที่ดีขึ้น และทลายคอขวดของเขาลงได้

และเมื่อเขาทำลายคอขวดนั่นได้สำเร็จ การจะก้าวขึ้นเป็นราชทินนามพรหมยุทธ์ก็คงเป็นเรื่องง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ

ท้ายที่สุดแล้ว ความรู้เรื่องวิญญาจารย์ของเขาก็กว้างขวางที่สุดในทวีปโต้วหลัว การจะกลายเป็นราชทินนามพรหมยุทธ์ย่อมเป็นเรื่องหมูๆ

"หืม? เสี่ยวกัง ทำไมเจ้ามาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?"

ขณะที่อวี้เสี่ยวกังกำลังวาดฝันถึงการเป็นราชทินนามพรหมยุทธ์ในอนาคต เสียงอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากระยะไม่ไกลนัก

เมื่อได้ยินเช่นนั้น อวี้เสี่ยวกังก็หลุดออกจากภวังค์และหันไปมองตามเสียง

เขาเห็นชายหนุ่มในชุดเรียบง่ายผู้หนึ่งกำลังเดินตรงมาหาเขา

ชายหนุ่มผู้นี้มีนามว่า หลวี่อวิ๋นเจ๋อ เขาเป็นหนึ่งในเพื่อนเพียงไม่กี่คนของอวี้เสี่ยวกัง และยังเป็นอาจารย์ในสำนักศึกษาวิญญาจารย์ระดับต้นแห่งสำนักวิญญาณยุทธ์อีกด้วย

ทั้งสองเคยพบกันเมื่อสองปีก่อน ได้ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับวิญญาจารย์ และกลายมาเป็นสหายกันในที่สุด

เมื่อเห็นว่าเป็นหลวี่อวิ๋นเจ๋อ ประกายแห่งความดูแคลนก็พาดผ่านดวงตาของอวี้เสี่ยวกังชั่วแวบหนึ่งก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว เขายิ้มและกล่าวทักทาย "หลวี่อวิ๋นเจ๋อ ไม่ได้เจอกันเสียนาน สบายดีหรือไม่?"

หลวี่อวิ๋นเจ๋อเดินเข้ามาหาอวี้เสี่ยวกังแล้วเอ่ยว่า "ก็ไม่เลวหรอก อวี้เสี่ยวกัง ลมอะไรหอบเจ้ามาถึงเมืองวิญญาณยุทธ์กันล่ะ?"

อวี้เสี่ยวกังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบ "ข้ามาหาปี่ปี๋ตงน่ะ ข้ากับนางเป็นสหายสนิทกัน"

ทีแรกเขาตั้งใจจะบอกความสัมพันธ์ระหว่างเขากับปี่ปี๋ตงไปตรงๆ แต่เมื่อนึกถึงเรื่องที่ปี่ปี๋ตงขาดการติดต่อไปพักใหญ่ เขาก็ระแวงว่าเชียนสวินจี๋อาจจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าเขาเท่าไรนัก

เป็นไปได้ว่าเชียนสวินจี๋อาจจะสั่งให้ลูกน้องขับไล่เขาไปให้พ้นหูพ้นตาหากพบเห็น ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะปิดบังความสัมพันธ์ที่มีกับปี่ปี๋ตงเอาไว้

เมื่อได้ยินว่าปี่ปี๋ตงเป็นสหายของอวี้เสี่ยวกัง หลวี่อวิ๋นเจ๋อก็กล่าวด้วยสีหน้าอิจฉา "ไม่นึกเลยว่าท่านสตรีศักดิ์สิทธิ์จะเป็นสหายของเจ้าด้วย"

เขาชื่นชมปี่ปี๋ตงมาโดยตลอด คงไม่มีชายหนุ่มคนไหนที่ไม่หลงใหลสตรีที่เพียบพร้อมทั้งความเก่งกาจและรูปโฉมงดงามอย่างนางหรอก

เมื่อเห็นสายตาอิจฉาของหลวี่อวิ๋นเจ๋อ อวี้เสี่ยวกังก็รู้สึกภาคภูมิใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

หลวี่อวิ๋นเจ๋อนึกอะไรขึ้นมาได้จึงเอ่ยกับอวี้เสี่ยวกัง "จริงสิ อวี้เสี่ยวกัง ข้าได้ยินมาว่าตอนนี้ท่านสตรีศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่สำนักศึกษาวิญญาจารย์ระดับสูงนะ เจ้าไปหานางที่นั่นได้เลย"

เมื่อรู้ว่าปี่ปี๋ตงอยู่ที่สำนักศึกษาวิญญาจารย์ระดับสูง อวี้เสี่ยวกังก็กล่าวขอบใจหลวี่อวิ๋นเจ๋อ "ขอบใจมากนะ หลวี่อวิ๋นเจ๋อ"

เขามุ่งหน้าไปยังสำนักศึกษาทันทีโดยไม่รอให้หลวี่อวิ๋นเจ๋อได้พูดอะไรต่อ

ตอนนี้เขาร้อนรนอยากจะพบปี่ปี๋ตงใจแทบขาด และอยากรู้ใจจะขาดว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

หลวี่อวิ๋นเจ๋อคิดว่าอวี้เสี่ยวกังคงมีธุระสำคัญเร่งด่วน จึงไม่ได้ใส่ใจกับท่าทีของเขามากนัก และเดินกลับไปทางบ้านของตนเอง

ครึ่งชั่วยามต่อมา อวี้เสี่ยวกังก็มาถึงหน้าประตูสำนักศึกษาวิญญาจารย์ระดับสูงแห่งสำนักวิญญาณยุทธ์

"หยุดก่อน แสดงป้ายคำสั่งเพื่อยืนยันตัวตนของเจ้าด้วย" ยามรักษาการณ์นายหนึ่งรีบเข้ามาขวางเมื่อเห็นอวี้เสี่ยวกังกำลังเดินเข้ามา

แม้ว่าอวี้เสี่ยวกังจะแต่งกายดูดีพอสมควรและไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไป แต่พวกเขาก็ไม่ได้รับแจ้งข่าวการมาเยือนของบุคคลสำคัญใดๆ เลย

หากเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตา พวกเขาย่อมไม่ขวางทางแน่นอน ทว่าในเมื่ออวี้เสี่ยวกังเป็นคนแปลกหน้า พวกเขาจึงจำเป็นต้องเรียกให้หยุด

พวกเขามีหน้าที่คอยสกัดกั้นไม่ให้คนนอกเข้าไปในสำนักศึกษา และหากอีกฝ่ายไม่มีป้ายคำสั่งมายืนยัน อวี้เสี่ยวกังก็ย่อมไม่มีสิทธิ์เข้าไปข้างในอย่างเด็ดขาด

อวี้เสี่ยวกังมีสีหน้าลำบากใจ เขาไม่มีป้ายคำสั่งหรอกนะ เมื่อก่อนน่ะเขาเคยมี แต่ไม่รู้ทำไมถึงถูกคนอื่นยึดไปเสียได้ และปี่ปี๋ตงก็เคยสัญญาว่าจะหาอันที่ดูดีกว่ามาให้เขาด้วยซ้ำ

เมื่อเห็นว่าอวี้เสี่ยวกังไม่มีป้ายคำสั่ง ยามรักษาการณ์ก็กล่าวอย่างรำคาญใจ "ถ้าไม่มีป้ายคำสั่งก็ไสหัวไปซะ อย่ามาเกะกะขวางทางคนอื่น"

อวี้เสี่ยวกังจ้องมองยามรักษาการณ์ด้วยความโกรธกรุ่น เขาเป็นถึงคนรักของปี่ปี๋ตงนะ พวกมันกล้าดีอย่างไรถึงมาเสียมารยาทกับเขาเช่นนี้?

"ข้าคือคนรักของปี่ปี๋ตง ปล่อยให้ข้าเข้าไป"

"ฮ่าๆๆๆๆ"

เมื่อได้ยินคำพูดของอวี้เสี่ยวกัง ยามรักษาการณ์ทั้งสองก็กลั้นขำไม่อยู่และระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น

พวกเขาย่อมรู้ดีว่าปี่ปี๋ตงคือใคร แต่ที่พวกเขาหัวเราะก็เพราะอวี้เสี่ยวกังต่างหาก

คนพรรค์นี้น่ะหรือกล้าอ้างตัวว่าเป็นคนรักของท่านสตรีศักดิ์สิทธิ์ ท่านสตรีศักดิ์สิทธิ์จะไปชายตามองคนแบบนี้ได้อย่างไร?

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าว่าที่คนรักของท่านสตรีศักดิ์สิทธิ์ควรจะมีรูปโฉมหล่อเหลาเอาการเลย อย่างน้อยที่สุดเขาก็ต้องเป็นถึงอัจฉริยะล่ะน่า

ทว่าชายที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาผู้นี้ แม้หน้าตาจะพอดูได้ แต่ด้านอื่นๆ กลับดูจืดชืดไร้ความโดดเด่นเสียเหลือเกิน คนพรรค์นี้จะคู่ควรกับท่านสตรีศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร?

หมอนี่เห็นได้ชัดว่ากำลังฝันกลางวัน มันก็แค่คนวิกลจริตคนหนึ่งเท่านั้น

เมื่อคิดได้เช่นนั้น ยามรักษาการณ์ก็ยิ่งหมดความอดทน "รีบไสหัวไปซะ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าพวกข้าไม่เกรงใจ คนอย่างเจ้าน่ะหรือจะคู่ควรกับท่านสตรีศักดิ์สิทธิ์? ว่าที่คนรักของท่านสตรีศักดิ์สิทธิ์น่ะ ต่อให้ไม่ได้หน้าตาหล่อเหลา แต่อย่างน้อยก็ต้องแข็งแกร่งมีฝีมือล่ะวะ"

เมื่อถูกปฏิบัติเช่นนี้ อวี้เสี่ยวกังก็โกรธจัดเป็นฟืนเป็นไฟ ก่อนจะสะบัดหน้าหันหลังเดินจากไป

เขาลอบสาบานในใจว่า หากเขาได้พบปี่ปี๋ตงเมื่อไหร่ เขาจะฟ้องนางเรื่องนี้ และให้นางลงโทษยามสองคนนี้อย่างหนักให้จงได้

หาว่าเขาหน้าตาไม่ได้เรื่องงั้นหรือ? ชัดเจนเลยว่าพวกมันตาบอด หน้าตาอย่างเขาจะไม่ได้เรื่องได้อย่างไร?

ผ่านไปครู่ใหญ่ ปี่ปี๋ตงและซูเผิงก็เดินออกมาจากสำนักศึกษา

ปี่ปี๋ตงหันไปมองซูเผิงที่อยู่ข้างๆ แล้วเอ่ยถาม "เสี่ยวเผิง เจ้าคิดเห็นอย่างไรบ้าง?"

ซูเผิงตอบว่า "ข้าคิดว่าก็ดีนะขอรับ เพียงแต่มีหลายเรื่องเลยที่ข้าไม่ค่อยเข้าใจ"

เนื้อหาส่วนใหญ่ในตอนแรกเขาพอจะเข้าใจอยู่บ้าง เพราะเป็นความรู้พื้นฐานทั่วไปเกี่ยวกับวิญญาจารย์ แต่เมื่อเข้าสู่เนื้อหาเชิงลึก เขาก็เริ่มจับต้นชนปลายไม่ถูกและอดไม่ได้ที่จะสัปหงก

ปี่ปี๋ตงลูบหัวซูเผิงเบาๆ "แค่นั้นก็เก่งมากแล้ว ตอนที่ข้าอายุเท่าเจ้า ข้าก็ไม่เข้าใจเรื่องพวกนั้นเหมือนกัน"

หลังจากที่ได้ร่วมสนทนากับเหล่าอาจารย์เป็นเวลานาน ตอนนี้นางก็มองความสามารถของอวี้เสี่ยวกังออกอย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว

เมื่อหวนนึกถึงช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกับอวี้เสี่ยวกัง ทฤษฎีต่างๆ ที่เขาเล่าให้นางฟังล้วนแต่เป็นเพียงความคิดที่เพ้อเจ้อไร้ขอบเขต หากต้องการพิสูจน์ว่าความคิดเหล่านั้นใช้ได้จริง ก็คงต้องสังเวยอนาคตของผู้คนไปมากมายนับไม่ถ้วน

อวี้เสี่ยวกังอ้างว่าหากเขารับอัจฉริยะมาเป็นศิษย์ เขาจะสามารถพิสูจน์ได้ว่าแนวคิดของเขานั้นถูกต้อง ทว่าอัจฉริยะที่ไหนจะโง่เขลาเบาปัญญาพอที่จะยอมตกเป็นศิษย์ของอวี้เสี่ยวกังกันล่ะ?

เมื่อเห็นปี่ปี๋ตงเดินออกมาจากสำนักศึกษา ยามรักษาการณ์ก็รีบเอ่ยเรียก "ท่านสตรีศักดิ์สิทธิ์ โปรดรอก่อนขอรับ"

ปี่ปี๋ตงมองยามรักษาการณ์ด้วยความประหลาดใจ อยากรู้ว่าเขามีเรื่องอะไร

ยามรักษาการณ์อีกคนถึงกับอยากตบหน้าตัวเอง ลอบเสียดายอยู่ในใจว่าหากเขาเป็นฝ่ายชิงพูดก่อน เขาอาจจะได้รับรางวัลไม่น้อยเลยเชียว

ยามรักษาการณ์กล่าวอย่างนอบน้อม "ท่านสตรีศักดิ์สิทธิ์ เมื่อครู่นี้มีชายผู้หนึ่งมาอ้างตัวว่าเป็นคนรักของท่าน แต่ข้าน้อยได้ไล่มันไปพ้นๆ แล้วขอรับ"

เมื่อรู้ว่ามีคนมาแอบอ้างเป็นคนรักของนาง ปี่ปี๋ตงก็นึกถึงอวี้เสี่ยวกังขึ้นมาทันที คงไม่มีใครหน้าไหนกล้ามาสวมรอยเป็นคนรักของนางหรอก เพราะพวกเขาย่อมรู้ดีว่าต้องเผชิญกับผลลัพธ์เช่นไร

การที่อีกฝ่ายคิดว่าอวี้เสี่ยวกังเป็นตัวปลอมนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก พรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียรของอวี้เสี่ยวกังนั้นย่ำแย่เกินทน หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลใหญ่ การที่เขาจะบรรลุถึงระดับมหาวิญญาจารย์ได้ในตอนนี้ก็ถือเป็นปาฏิหาริย์มากแล้ว

จบบทที่ บทที่ 5: อวี้เสี่ยวกังถูกหยามเกียรติ

คัดลอกลิงก์แล้ว