เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17 ส่งวิทยานิพนธ์!

ตอนที่ 17 ส่งวิทยานิพนธ์!

ตอนที่ 17 ส่งวิทยานิพนธ์!


ตอนที่ 17 ส่งวิทยานิพนธ์!

ลู่โจวกำลังทำอะไรงั้นเหรอ?

เห็นได้ชัดว่าเขากำลังหลับ

หลังจากทำงานมาทั้งคืน โทรศัพท์เขาก็แบตหมด เขากลับมาที่หอพักตอนเจ็ดโมงเช้า เขาชาร์จแบตแล้วล้มตัวลงบนเตียง

ลู่โจวตื่นขึ้นมาตอนบ่าย ไม่มีใครอยู่ในห้องเลย

เขารู้สึกท้องร้อง เขาขยี้ตาแล้วปีนลงบันไดเดินไปล้างหน้า จากนั้นเขาก็ใส่เสื้อผ้าแล้วมุ่งหน้าไปโรงอาหาร

ลู่โจวสั่งข้าวผัดและนมถั่วเหลืองก่อนจะไปนั่งที่มุมๆ เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาและกำลังจะไถหน้าฟีดเพื่อน

อย่างไรก็ตามเมื่อลู่โจวเปิดโทรศัพท์ เขาก็เห็นเบอร์ออฟฟิศของศาสตราจารย์ถังโทรมาหลายครั้ง

"บางทีเขาอาจแก้ไขวิทยานิพนธ์เสร็จแล้ว? ทำไม...ทำไมถึงมีสายไม่ได้รับเยอะขนาดนี้?"

ลู่โจวนึกไม่ออก ไม่นานเขาก็ทานข้าวเสร็จแล้วรีบเอาถาดไปเก็บ จากนั้นเขาก็เดินไปตึกวิจัย

.....

"อาจารย์โทรหาเธอทั้งวัน แต่เธอไม่รับสาย เธอมัวทำอะไรอยู่?" ศาสตราจารย์ถังนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานและตำหนิลู่โจว

ลู่โจวเกาหัวแล้วตอบ "เอ่อ โทรศัพท์ผมแบตหมด ผมลืมเปิดเครื่อง"

เขาไม่ได้ตั้งใจจะบอกศาสตราจารย์ว่าเขาทำงานมาทั้งคืน อย่างแรกกฏของมหาลัยห้ามไม่ให้นักศึกษาออกไปข้างนอกทั้งคืน อย่างสองเขาไม่อยากให้เรื่องนี้ไปถึงหูครูที่ปรึกษาที่อาจเอาเรื่องนี้ไปบอกพ่อเขาจนทำให้ครอบครัวเป็นกังวล

ขอบคุณพระเจ้าที่เฒ่าถังไม่ได้เซ้าซี้ถามอีก เขาถอดแว่นแล้วถอดUSBออกจากโน๊ตบุ๊ค จากนั้นเขาก็วางUSBไว้บนโต๊ะแล้วกล่าว "วิทยานิพนธ์ของเธอไม่เลว มันไม่มีอะไรที่ต้องแก้มากนัก ดังนั้นอาจารย์จะไม่ขอให้เธอเพิ่มชื่ออาจารย์เป็นนักเขียนร่วม"

"จะทำแบบนั้นได้ไง? ถ้าอาจารย์ไม่ช่วย..."

ถังจื้อเหว่ยโบกมือ เขาขัดจังหวะลู่โจวแล้วกล่าว "มันเป็นการตัดสินใจของอาจารย์ วิทยานิพนธ์ของเธอไม่ดีพอให้ฉันถังจื้อเหว่ยเซ็นชื่อร่วม การสอนเป็นความเชี่ยวชาญของฉัน อาจารย์ไม่สนใจว่าศาสตราจารย์คนอื่นจะทำอะไร อาจารย์ไม่สามารถปล่อยให้เธอเขียนชื่อของอาจารย์ได้ ถ้าเธออยากตอบแทน เธอต้องช่วยอาจารย์อย่างนึง"

พูดตามตรง คนระดับถังจื้อเหว่ยไม่สนใจการเซ็นชื่อร่วมในวิทยานิพนธ์SCIหรอก ส่วนลู่โจว การเป็นเจ้าของวิทยานิพนธ์คนเดียวนั้นมีค่ามาก การมีชื่อถังจื้อเหว่ยในวิทยานิพนธ์อาจทำให้ลู่โจวได้เปรียบในกระบวนการตรวจสอบ แต่มันไม่ได้ส่งผลดีต่อเขา

ลู่โจวกล่าวอย่างจริงใจ "ผมจะทำทุกอย่างที่อาจารย์อยากให้ผมช่วย"

"อ่า มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ เชื่ออาจารย์ มันดีต่อตัวเธอ" ถังจื้อเหว่ยกล่าว เขาพูดช้าๆ "เดือนกันยา มีการแข่งขันการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ระดับประเทศ สาขาของเราตัดสินใจร่วมมือกับสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และจัดตั้งทีมอัจฉริยะขึ้นมา อาจารย์คุยกับคณบดีหลู่ฟางผิงแล้ว และเธอเป็นคนที่ถูกเลือก"

การแข่งขันการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ระดับประเทศ?

ลู่โจวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

เขาเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน เห็นได้ชัดว่ามันมีความสำคัญสูงมาก มันสำคัญมากจนแผนกHRของบริษัทบางแห่งถึงกับต้องอ่านใบสมัครงานของคุณอีกครั้งถ้าคุณเข้าร่วมการแข่งขันประเภทนี้

เพียงแต่...

การแข่งขันแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ในตำนาน เขาแค่เคยได้ยินมาเท่านั้น

มันเดือนมิถุนาแล้ว เหลือเวลาแค่สามเดือนเท่านั้นกว่าจะถึงเดือนกันยายน

เวลาเตรียมตัวสามเดือน มันจะพอหรือ?

ลู่โจวกล่าวเสียงเบา "ผมขอคิดก่อนได้ไหม?"

ศาสตราจารย์ถังขมวดคิ้ว เขาเอื้อมมือไปจับUSBแล้วกล่าว "ขอคิดก่อน? นี่เป็นโอกาสอันดี! ได้ เธอกลับไปคิดได้ แต่USBต้องทิ้งไว้นี่ เธอจะเอากลับไปได้ก็ต่อเมื่อเธอคิดเสร็จแล้ว!"

เมื่อลู่โจวเห็นว่าศาสตราจารย์ถังทำตัวไร้เหตุผลแค่ไหน เขาก็ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี เขากล่าว "แต่ศาสตราจารย์ถัง ผมไม่เคยเข้าร่วมการแข่งขันประเภทนี้มาก่อน ถ้าอาจารย์บอกให้ผมเป็นตัวแทนของคณะไปเข้าร่วมการแข่งขันแล้วผมทำพลาด..."

การเข้าร่วมการแข่งขันนั้นไม่มีปัญหา...

ผมแค่ไม่อยากรับผิดชอบ!

"ไม่ต้องกังวล มีอะไรให้กังวลด้วย?" ถังจื้อเหว่ยกล่าวด้วยความโกรธ เขาชะงักไปชั่วครู่แล้วกล่าวเบาๆ "อย่าประเมิณการแข่งขันนี้สูงเกิน เข้าร่วมด้วยความมั่นใจก็พอ ความสามารถของเธอดีพอแน่นอน อาจารย์มั่นใจ"

ศาสตราจารย์ถังไหว้วานเขาขนาดนี้แล้ว ถ้าเขาไม่ยอมรับมันคงไร้เหตุผลเกินไป

อันที่จริงถ้าเขามาลองคิดดู การเข้าร่วมการแข่งขันนี้ไม่ได้มีข้อเสียอะไร สิ่งเดียวที่ทำให้ลู่โจวลังเลก็คือการฝึกฝนเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันนี้มันรบกวนเวลางานเขาและรบกวนการทำภารกิจของเขาด้วย

เขาวางแผนแล้วว่าจะเข้าเรียนซัมเมอร์แล้วรีบอัพระดับของระบบ อย่างน้อยเขาก็อยากอัพระดับคณิตศาสตร์เป็นระดับ 1 เพราะเมื่อเห็นเลขศูนย์เป็นแถวมันเจ็บปวดเหลือเกิน นอกจากทำภารกิจให้เสร็จ เวลาที่เหลือเขาจะเอาไปทำงาน เขาไม่เพียงต้องจ่ายเงินค่าเรียนซัมเมอร์เท่านั้น แต่เขายังต้องเก็บเงินไว้ใช้ตอนเรียนเทอมหน้าด้วย

ราวกับว่าศาสตราจารย์ถังรู้ความคิดของลู่โจว เขากล่าว "แม้ว่าการแข่งขันนี้จะไม่มีเงินรางวัล แต่มันก็มีรางวัลจากทางมหาลัย ทีมที่ได้เหรียญทองจะไม่ได้แค่เงินรางวัลหมื่นหยวนเท่านั้น พวกเขาจะได้รับความสำคัญในการประเมิณทุนการศึกษาด้วย"

"ศาสตราจารย์ถัง ผมคิดแล้ว ให้ผมเป็นตัวแทนของสาขาเข้าร่วมการแข่งขันนี้ด้วย!" ลู่โจวกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

ศาสตราจารย์ถังฝืนยิ้มแล้ววางถ้วยชา เขาโบกมือแล้วกล่าว "อาจารย์ใส่ชื่อเธอแล้ว ให้มาที่นี่เพื่อพบเพื่อนร่วมทีมของเธอตอนวันเสาร์ แค่นี้แหละ อย่าลืม"

"ครับ!" ลู่โจวกล่าวอย่างกระตือรือร้น

เงินรางวัลหมื่นหยวน! แบ่งสามส่วนก็ยังได้ประมาณสามพัน! บวกกับทุนการศึกษาอีกแปดพันหยวน นั่นเป็นเงินหมื่นกว่าหยวนเลยนะ!

เงินจำนวนนี้เป็นเงินเล็กน้อยสำหรับนักศึกษาที่ครอบครัวร่ำรวย แต่สำหรับคนอย่างลู่โจวที่มีเงินในบัญชีสามพันหยวน มันเป็นเงินจำนวนมหาศาล!

หลังจากขอบคุณศาสตราจารย์ถังอีกครั้ง ลู่โจวกับหยิบUSBแล้วกลับหอพัก

ตะวันลับขอบฟ้าแล้ว นอกจากหลิวรุ่ยที่ยังเรียนคณิตอยู่ในห้องเรียน สือช่างกับหวงกวงหมิงกลับมาแล้ว พวกเขากำลังนั่งเล่นเกมอยู่หน้าคอมพิวเตอร์อย่างเมามัน

แม้ว่าลู่โจวจะอยากผ่อนคลายกับพวกเขาบ้าง แต่เขารู้ว่าเขายังมีเรื่องต้องทำ สุดท้ายเขาก็ยอมแพ้ความคิดนี้ เขาถือโน๊ตบุ๊คไปที่เตียง ต่อไวไฟแล้วเริ่มอัพโหลดวิทยานิพนธ์

เขาครุ่นคิดมานานแล้ว สุดท้ายเขาก็เลือกวารสารจากCIMSของมหาลัยนิวยอร์ค วารสารทฤษฏีและการสื่อสารคณิตศาสตร์ประยุกต์

(ผู้แปล : CIMS = Courant Institute of Mathematical Sciences)

ส่วนเหตุผลนั้น มันเห็นได้ชัดเลย เพราะมันไม่มีค่าธรรมเนียมการส่ง

ในทางกลับกัน เขาอาจต้องรอเป็นเวลานาน

ลู่โจวเปิดเว็บไซต์ขึ้นมา ใส่ชื่อและอีเมลล์ แล้วใช้เวลาประมาณสิบนาทีเพื่อเติมข้อมูลจิปาถะ ในที่สุดเขาก็มาถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้วส่งวิทยานิพนธ์

สถานะที่แสดงคือ'ส่งไปยังกองบรรณาธิการ' ตอนนี้ทั้งหมดที่เขาต้องทำคือรอ เขาแค่รอให้บรรณาธิการสังเกตเห็นวิทยานิพนธ์อันจ้อยของเขา

ลู่โจวเหยียดหลังแล้วกำลังจะนอนบนเตียง ทันใดนั้นเองโทรศัพท์เขาก็สั่น

เขาคิดว่าเป็นเฉินยู่ซานโทรมาขอความช่วยเหลืออีกครั้ง แต่กลับกันเขาเห็นการแจ้งเตือนอีเมลล์แทน

ลู่โจวเห็นหัวข้ออีเมลล์แล้วอึ้ง

เขาคิดว่าเขาอ่านผิด เขาจึงอ่านอีกครั้ง

"...เป็นไปได้ไง?"

มันเป็นสัญญาที่ถูกส่งมาจากอเมริกา

ซึ่งมันบอกว่าวิทยานิพนธ์ของเขาเข้าสู่ขั้นตอน'ประเมิณ'แล้ว!

แม้ว่าวารสารต่างๆจะมีกฏต่างกัน แต่วารสารส่วนใหญ่จะส่งสัญญามาหลังจากยอมรับวิทยานิพนธ์แล้ว แถมกระบวนการจะใช้เวลาหนึ่งถึงสองสัปดาห์

ซึ่งมันกล่าวได้ว่าวิทยานิพนธ์ของเขาแซงคิวแล้วเข้าสู่คอมพิวเตอร์ของบรรณาธิการวารสารโดยตรง

บางทีนี่อาจเป็นพลังของระบบ?

ลู่โจวกลืนน้ำลาย เขาเปิดอีเมลล์แล้วดาวน์โหลดสัญญา เขาเซ็นสัญญาแล้วส่งไฟล์อิเล็กทรอนิกส์กลับไปยังที่อยู่ที่ระบุในอีเมลล์

หลังจากรอมาห้านาที เขาก็กดรีเฟรชหน้าส่งวิทยานิพนธ์

[ภายใต้การตรวจสอบ]

ลู่โจวรู้สึกว่าหัวใจเขาเต้นแรงมาก

นี่หมายความว่าวิทยานิพนธ์ของเขาผ่านการตรวจสอบจากบรรณาธิการด้านเทคนิคแล้ว อีกไม่นานมันก็จะถูกตรวจสอบโดยบรรณาธิการด้านวิชาการมืออาชีพ ซึ่งมันมีชื่ออีกอย่างคือพิชญพิจารณ์(peer review)!

คนทั่วไปจะติดตรงการตรวจสอบจากบรรณาธิการด้านเทคนิคสองสามครั้ง อย่างไรก็ตามเนื่องจากเฒ่าถังช่วยเขาแก้ไขวิทยานิพนธ์ เขาจึงผ่านในครั้งแรกเลย กระบวนการตรวจสอบต่อจากนี้เป็นขั้นตอนที่เข้มงวดที่สุดของการส่งวารสารSCIและมันยังเป็นขั้นตอนที่ช้าที่สุดเช่นกัน

โดยปกติแล้ว ผู้ประเมิณเชิงวิชาการก็เป็นนักวิจัยเช่นกัน การตรวจสอบเป็นงานที่ไม่ได้เงินและมันยังใช้ความพยายามอย่างมาก ดังนั้นหลังจากส่งผลงานของตนเข้าสู่โลกวิชาการ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับผู้ประเมิณเชิงวิชาการ ถ้าคุณพบผู้ประเมิณเจ้าอารมณ์หรือผู้ประเมิณที่ไม่ค่อยว่าง มันอาจจะใช้เวลาหนึ่งถึงสองเดือนเลยทีเดียว!

ลู่โจวรีเฟรชหน้าเว็บอีกครั้งหลังจากรอมาประมาณห้านาที

ครั้งนี้สถานะการส่งไม่ได้เปลี่ยนไป

ลู่โจวไม่รู้ว่าทำไม แต่เขารู้สึกสบายใจหลังจากเห็นแบบนี้

แม้ว่าพลังของระบบจะทำลายสามัญสำนึกของเขา แต่ดูเหมือนมันจะกลับมามีสามัญสำนึกในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด ผู้ประเมิณเชิงวิชาการจะไม่นั่งจ้องกล่องขาเข้าและรองานที่ไม่ได้ค่าจ้างตลอดทั้งวันแน่นอน

ดูเหมือนว่าระบบจะไม่สามารถจัดการพฤติกรรมของคนได้ ดูเหมือนมันจะมีพลังลึกลับบางอย่าง เพราะมันสามารถเร่งกระบวนการการส่งในกฏที่ยอมรับได้ บางทีมันอาจทำให้วิทยานิพนธ์ของเขาลัดคิวไปอยู่บนสุดในอีเมลล์ของผู้ประเมิณเชิงวิชาการ อย่างไรก็ตามพลังนี้ยังคงมีข้อจำกัดอยู่

ลู่โจวยังไม่แน่ใจว่าพลังนั้นเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตามไม่ว่ายังไงนี่ก็เป็นเรื่องดี

ถ้าระบบมีพลังมากพอที่จะควบคุมพฤติกรรมของคน มันคงจะน่ากลัวมาก

แม้ว่าเขาจะมีความสุขกับความรู้และความสะดวกสบายของระบบ แต่เขาก็ไม่อยากกลายเป็นหุ่นเชิดของระบบในสักวัน อิสรภาพทรงคุณค่าแม้แต่ในยามลำบาก

แน่นอนมันคงดีถ้าวิทยานิพนธ์ของเขาได้รับการยอมรับก่อนการสอบคณิตวิเคราะห์มาถึง

จบบทที่ ตอนที่ 17 ส่งวิทยานิพนธ์!

คัดลอกลิงก์แล้ว