- หน้าแรก
- กะว่าจะไม่รักใคร แต่กลับโดนรุ่นพี่สุดคูลตกเข้าอย่างจัง
- บทที่ 6 ฉันก็คือฉัน ไม่ขอร้องให้ใครมารัก
บทที่ 6 ฉันก็คือฉัน ไม่ขอร้องให้ใครมารัก
บทที่ 6 ฉันก็คือฉัน ไม่ขอร้องให้ใครมารัก
บทที่ 6 ฉันก็คือฉัน ไม่ขอร้องให้ใครมารัก
เวลาแห่งวันหยุดมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ วันหยุดยาวเจ็ดวันเดินทางมาถึงวันสุดท้ายโดยที่ไม่มีใครรู้ตัว
หลินอี้และลั่วชิงหานแทบไม่ได้ติดต่อกันเลย ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายไม่ได้กลับบ้านและยังคงอยู่ที่โรงเรียนตลอดช่วงวันหยุด
หลินอี้ช่วยปั๊มแรงก์ให้ไอดีของเหลียงซวงจนถึงแรงก์คิงแล้ว และยังช่วยแบกไอดีของหลี่เถี่ยฉุยกับเสิ่นหานจนทะลุ 30 ดาวในแรงก์คิงได้อย่างสวยงาม
เดิมทีหลินอี้แค่อยากจะเล่นต่ออีกสักสองสามตา—ก็แหงล่ะ ไอดีของเหลียงซวงมีสกินแทบจะครบทุกตัวเลยนี่นา—แต่ไม่นานเขาก็ต้องเสียใจ
เพราะพวกเขาชนะติดกันหลายเกมเกินไป ระดับฝีมือของคู่ต่อสู้ที่ระบบจับคู่ให้พวกเขาทั้งสามคนก็เลยสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ทว่าฝีมือของหลี่เถี่ยฉุยกลับไม่ได้พัฒนาขึ้นเลยสักนิด หมอนั่นยังคงห่วยแตกเหมือนเดิม
"โอ้โห! เลิกแจกได้ปะวะ?! ฉันยังคิลไม่ถึงสิบเลย แต่นายตายไปสิบกว่าตัวแล้วเนี่ย!"
ไม่กี่นาทีต่อมา พร้อมกับคริสตัลของพวกเขาที่ระเบิดตู้ม สภาพจิตใจของหลินอี้ก็ระเบิดตามไปด้วย
"โธ่เว้ย! ตกมาอยู่แรงก์ไดมอนด์อีกแล้ว!"
หลินอี้แทบจะกระอักเลือด "พอแล้ว พอๆ ถ้าขืนเล่นต่อ พวกนายได้ทำฉันหงุดหงิดจนต้องเข้าโรงพยาบาลแน่"
"แต่อาจารย์หลินบอกว่าจะช่วยปั๊มให้ถึงแรงก์คิงไม่ใช่เหรอ? แล้วตอนนี้ตกมาอยู่ไดมอนด์แล้วจะทำยังไงล่ะ?"
"คืนนี้ฉันจะกดโซโล่คิวเล่นเองสักสองสามตาก็แล้วกัน"
หลินอี้เอนหลังพิงเก้าอี้และชงชาดื่มเพื่อสงบสติอารมณ์
เมื่อเห็นดังนั้น เสิ่นหานและหลี่เถี่ยฉุยจึงเลิกเล่นและหันมาไถโทรศัพท์แทน
ช่วงค่ำ กัวไห่เดินเข้ามาในห้องด้วยชุดสุดเท่ "ลูกๆ คิดถึงพ่อกันไหมจ๊ะ?"
"..."
ทั้งห้องเงียบกริบ ไม่มีใครในสามคนนั้นสนใจกัวไห่เลยสักคน
กัวไห่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบเปลี่ยนน้ำเสียงทันที "เกิดอะไรขึ้น? โดนทิ้งพร้อมกันสามคนรวดเลยหรือไง?"
"เปล่า สภาพจิตใจของพวกฉันแค่บอบช้ำจากการโดนโทรลในเกมนิดหน่อย พวกนี้คงแค่เบื่อที่จะเล่นแล้วล่ะมั้ง"
"อ๋อ งั้นก็ช่างเถอะ"
กัวไห่พูดจบ เสิ่นหานก็โพล่งขึ้นมา "พวกนายดูในกลุ่มคลาสยัง? คืนนี้มีงานเลี้ยงต้อนรับเด็กปีหนึ่งตอนหนึ่งทุ่มนะ บังคับให้เด็กปีหนึ่งทุกคนต้องเข้าร่วมด้วย"
พอได้ยินแบบนั้น หลี่เถี่ยฉุยก็เริ่มบ่นทันที "เดี๋ยวนะ พวกนี้มีปัญหาอะไรปะเนี่ย? อยากจัดงานก็จัดไปดิ ทำไมต้องบังคับกันด้วยวะ?"
"ก็คงกลัวว่าถ้าไม่บังคับก็จะไม่มีใครไปล่ะมั้ง"
หลินอี้ตอบอย่างไม่ใส่ใจ เขาเองก็ไม่ได้สนใจงานเลี้ยงอะไรนี่เหมือนกัน
เสิ่นหานพูดต่อ "แต่ได้ยินมาว่าดาวมหาลัยปีหนึ่งจะขึ้นแสดงในงานนี้ด้วยนะ คนสวยที่ชื่อลู่อี้หรงช่วงฝึกทหารไง คนที่ร้องเพลงตอนใส่ชุดทหารน่ะ"
"ขอดูหน่อย ขอดูหน่อย"
"จริงด้วย! งั้นพวกเราก็ต้องไปดูแล้วล่ะ!"
พอพูดถึงสาวสวย ความสนใจของหลี่เถี่ยฉุยก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที
ทว่ากัวไห่สังเกตเห็นว่า ตอนที่หลินอี้ได้ยินชื่อนั้นเมื่อกี้ ชะงักมือที่กำลังดื่มน้ำไปชั่วครู่
กัวไห่เดาว่าต้องมีเรื่องราวอะไรแอบแฝงอยู่แน่ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาจึงถามหลินอี้ "นายรู้จักผู้หญิงที่ชื่อลู่อี้หรงด้วยเหรอ? คราวที่แล้วตอนที่เธอร้องเพลงช่วงฝึกทหาร ฉันเห็นนายเอาแต่หันหลังให้เธอด้วยท่าทางไม่สนใจใยดีเลยนะ"
"รักแรกน่ะ"
หลินอี้ไม่ได้พยายามปิดบัง เขาเล่าเรื่องความสัมพันธ์ในอดีตกับลู่อี้หรงออกมาตรงๆ
คำพูดนั้นทำให้เสิ่นหานและหลี่เถี่ยฉุยที่กำลังถกเถียงกันอย่างเมามันต้องหุบปากฉับทันที
"หลินอี้ อย่าโกรธนะเว้ย ฉันไม่ได้ตั้งใจ"
กัวไห่รีบขอโทษทันที
"ไม่ต้องขอโทษหรอก มันก็แค่เรื่องจริง การที่ฉันกล้าพูดออกไปตรงๆ ก็แสดงว่าฉันไม่แคร์อะไรแล้วไง"
หลินอี้พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับเวลาปกติที่เขากำลังยุ่งอยู่ "อย่าคิดมาก อยากถามอะไรก็ถามมาเถอะ ถือซะว่าเป็นหัวข้อสนทนาก็แล้วกัน"
หลินอี้จิบชาแล้วมองไปที่ทั้งสามคน
ในเมื่อหลินอี้เปิดทางให้ขนาดนี้ ทั้งสามคนจึงเอ่ยถามสิ่งที่ค้างคาใจออกมา
"อาจารย์หลิน ผู้หญิงที่ชื่อลู่อี้หรงทิ้งนายไปหาไอ้เด็กแว้นหัวสีทองนั่นจริงๆ เหรอ? คบกันมาตั้งสองปีกว่าไม่ใช่เหรอ?"
หลี่เถี่ยฉุยเป็นคนแรกที่ถาม เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้หญิงสวยๆ แบบนั้นจะทำเรื่องพรรค์นี้ลง
"โกหกพวกนายแล้วฉันจะได้กินข้าวฟรีหรือไง ส่วนเรื่องที่ว่าหลังจากนั้นเธอกับไอ้เด็กแว้นนั่นเป็นยังไงต่อ ฉันก็ไม่รู้ และก็ไม่จำเป็นต้องรู้ด้วย"
น้ำเสียงของหลินอี้แฝงไปด้วยความรังเกียจขณะที่พูด
"โอเค ภาพลักษณ์ของเธอพังทลายลงไปในใจฉันเรียบร้อยแล้ว 'สาวสวย' บ้าบออะไรกัน ทิ้งอาจารย์หลินไปหาไอ้กุ๊ยข้างถนนเนี่ยนะ!"
หลี่เถี่ยฉุยโมโหจนควันออกหู สมองอันน้อยนิดของเขาไม่อาจเข้าใจได้เลยว่าไอ้เด็กแว้นหัวสีทองมันจะไปดีกว่าหลินอี้ตรงไหน
หลินอี้แค่นหัวเราะเย็นชา "พวกเด็กแว้นน่ะตามแฟชั่นกว่าฉันเยอะ รู้จักหยอด รู้จักเล่นสนุก ไม่เหมือนคนทื่อๆ อย่างฉันที่เอาแต่อยู่แต่ในห้องแล้วก็เล่นเกมไปวันๆ"
"อาจารย์หลิน ฉันไม่อนุญาตให้นายดูถูกตัวเองแบบนี้นะ!"
หลี่เถี่ยฉุยยิ่งโมโหหนักกว่าเดิม
"ฉันไม่ได้ดูถูกตัวเอง นั่นมันคำพูดของเธอ ไม่ใช่ของฉัน ฉันก็ยังเป็นฉัน ยังเป็น 'คนทื่อๆ' แบบที่เธอว่านั่นแหละ"
รอยยิ้มของหลินอี้กว้างขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูแคลน
"สมกับเป็นอาจารย์หลิน! พูดได้ดีมาก! ฉันก็คือฉัน ไม่ได้ขอร้องให้เธอมาชอบสักหน่อย!"
พอหลี่เถี่ยฉุยพูดจบ ก็ถึงตากัวไห่ถามบ้าง "หลินอี้ โรคกระเพาะกับเรื่องที่นายสูบบุหรี่... ก็เป็นเพราะเธอใช่ไหม?"
"อืม"
หลินอี้พยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม ใบหน้าไร้ซึ่งความเศร้าหมอง "มันเป็นเรื่องที่โง่เง่าที่สุดในชีวิตฉันเลยล่ะ ถ้าฉันย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะต้องตบหน้าตัวเองในอดีตสักสองสามฉาดแน่ๆ!"
"เฮ้อ... ไม่คิดเลยว่าเมื่อก่อนอาจารย์หลินจะเป็นเด็กหนุ่มผู้ใสซื่อบริสุทธิ์ขนาดนี้ ถึงได้ถูกผู้หญิงทำร้ายจิตใจเอาซะยับเยินเลย"
กัวไห่เข้าใจแล้วว่าทำไมหลินอี้ถึงได้ต่อต้านการมีความรักนัก
ความสัมพันธ์สองปีครึ่งที่เขาคิดว่าไม่มีวันพังทลาย กลับกลายเป็นสิ่งที่ไร้ค่า
โรคกระเพาะของหลินอี้ก็เหมือนมีดที่ปักอยู่กลางใจ คอยย้ำเตือนเขาเสมอว่าจะไม่หวนกลับไปเดินบนเส้นทางสายเดิมอีก
กัวไห่รู้สึกหดหู่เล็กน้อย แต่หลินอี้กลับเป็นฝ่ายปลอบใจเขาแทน "อย่าทำเสียงเศร้าขนาดนั้นสิ พูดก็พูดเถอะ ฉันควรจะขอบคุณเธอด้วยซ้ำ"
"เจ็บปวดหนึ่งครั้ง ก็ฉลาดขึ้นหนึ่งระดับไง!"
"ฉันเรียกนายว่าอาจารย์หลินไม่ได้แล้วสิ ต้องเรียกว่าปรมาจารย์หลินแล้วล่ะ! ฉันต้องขอฝากตัวเป็นศิษย์ปรมาจารย์หลินแล้วล่ะ"
หลี่เถี่ยฉุยกล่าวอย่างมุ่งมั่น
"เฮ้ย! อย่ามาเอาอย่างฉันเลย พวกนายควรจะมีความรักในตอนที่ควรจะมี ฉันรอไปกินเหล้าในงานแต่งพวกนายอยู่นะเว้ย คงไม่ได้ให้ฉันไปงานแต่งของพี่ไห่แค่คนเดียวหรอกใช่ไหม?"
หลินอี้พูดกลั้วหัวเราะ
"นายไม่ได้ชอบรุ่นพี่คนที่ไปวิ่งตอนเช้าทุกวันนั่นจริงๆ เหรอ? ได้ช่องทางติดต่อมาหรือยัง?"
หลินอี้ถือโอกาสเปลี่ยนเป้าหมายการสนทนาไปที่หลี่เถี่ยฉุย
"ยังเลย ฉันยังไม่รู้ชื่อพี่เขาด้วยซ้ำ"
"อะไรนะ? พี่ฉุยของฉันมีคนที่ชอบแล้วเหรอ? เรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมฉันถึงไม่รู้เรื่องเลยล่ะเนี่ย?"
กัวไห่และเสิ่นหานเกิดความสนใจขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น
"อย่าพูดจาเหลวไหลน่า เรายังไม่เคยคุยกันต่อหน้าเลย นับประสาอะไรกับเรื่องอื่น"
นี่เป็นครั้งแรกที่หลี่เถี่ยฉุยพูดด้วยความเขินอายต่อหน้ารูมเมต
"พี่ฉุย ความกล้าหาญของนายไปไหนหมดวะ! ทำตัวให้แมนๆ หน่อยดิ! พรุ่งนี้เช้าฉันจะไปวิ่งเป็นเพื่อนนาย จะได้ไปขอคอนแทคพี่เขาไง!"
จู่ๆ กัวไห่ก็ตื่นเต้นขึ้นมา ตั้งใจจะช่วยหลี่เถี่ยฉุยพิชิตใจสาวให้ได้
"อาจารย์หลิน นายเคยเห็นผู้หญิงคนนั้นนี่ มีรูปพี่เขาไหม?"
"ฉันไม่มีหรอก แต่ในเพจสารภาพรักน่าจะมีอยู่นะ!"
เมื่อได้ยินดังนั้น กัวไห่ก็เปิดเพจสารภาพรักของมหาวิทยาลัยซูเฉิงทันทีโดยไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง พอเปิดเข้าไป ก็เจอกับโพสต์สารภาพรักที่เรียงรายกันอย่างสะเปะสะปะ
ครึ่งหนึ่งเป็นการสารภาพรักกับลั่วชิงหานและลู่อี้หรง ส่วนที่เหลือก็เป็นของหนุ่มหล่อสาวสวยคนอื่นๆ
"คนนี้ไง!"
หลินอี้เคยสบตากับเหยียนอวี่โหรวมาก่อน เขาจึงจำเธอได้
"เชี่ยเอ๊ย! โลลิไซส์มินิแต่หุ่นเซ็กซี่! พี่ฉุย รสนิยมดีนี่หว่า!"
กัวไห่แสดงความชื่นชมในรสนิยมของหลี่เถี่ยฉุยทันที
แต่เสิ่นหานกลับตั้งข้อสงสัย "ดูจากรูปถ่ายไกลๆ นี่ ผู้หญิงคนนี้สูงไม่ถึง 160 เซนติเมตรด้วยซ้ำใช่ไหมเนี่ย? ใช่เด็กมหาลัยเราจริงๆ เหรอ? ดูเหมือนเด็กเลยนะ"
"เธอแค่ตัวเล็กนิดหน่อยเองน่า! อีกอย่าง เด็กที่ไหนจะมีหุ่นดีขนาดนั้นวะ?"
หลี่เถี่ยฉุยรีบเถียงเพื่อปกป้องสาวในฝันของเขาทันที
หลินอี้ก็ช่วยเสริม "เธอเป็นรุ่นพี่ปีสามน่ะ"
"เชี่ย! อาจารย์หลิน ข้อมูลของนายแม่นยำขนาดนั้นเลยเหรอ? นายรู้ได้ไงวะ?"
"ฉันรู้จักรุ่นพี่ปีสามคนนึง คราวที่แล้วผู้หญิงคนนี้ก็เดินมากับรุ่นพี่คนนั้นแหละ"
หลินอี้ยังคงไม่คิดจะเปิดเผยความสัมพันธ์ของเขากับลั่วชิงหาน
"รุ่นพี่อีกแล้ว! ไอ้น้อง นายนี่มีความลับปิดบังพวกเราเยอะจริงๆ นะ! ตกลงรุ่นพี่คนนั้นเป็นใครกันแน่!"
เสิ่นหานและหลี่เถี่ยฉุยเริ่มรุมซักไซ้หลินอี้
ทันใดนั้น กัวไห่ก็ตะโกนขึ้นมา "เชี่ยเอ๊ย! อาจารย์หลิน มีคนมาขอช่องทางติดต่อของนายในเพจสารภาพรักด้วยว่ะ!"
"หา???"
หลินอี้งงเป็นไก่ตาแตก "นายคงดูผิดแล้วล่ะมั้ง ฉันเป็นพวกหมกตัวอยู่แต่ในหอพักทั้งวัน จะมีใครมาขอช่องทางติดต่อของฉันได้ไง?"
"ทำไมจะไม่ได้ล่ะ? นายหน้าตาดีออกขนาดนี้ ถ้าแต่งหญิงขึ้นมาคงดูไม่ออกเลยว่าเป็นผู้ชาย ไม่แปลกหรอกที่ผู้หญิงจะชอบนายน่ะ"
กัวไห่โชว์โทรศัพท์ให้หลินอี้ดู "ดูเอาเองสิ มีคนแอบถ่ายรูปนายตอนไปวิ่งเมื่ออาทิตย์ที่แล้วด้วย"
"มุมกล้องใช้ได้เลยนะเนี่ย ถ่ายให้เห็นหน้าด้านข้างของนายด้วย"
หลินอี้มองดูแล้วก็พบว่าเป็นตัวเองจริงๆ ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไร...
...คอมเมนต์หนึ่งก็เด้งขึ้นมาใต้โพสต์สารภาพรักนี้
อาจารย์หลินลูกพ่อ: "หนุ่มหล่อคนนี้ชื่อหลินอี้ อยู่ปีหนึ่งห้องซอฟต์แวร์สี่ QQ: 329*****"
"ไอ้เด็กบ้า! ลบคอมเมนต์เดี๋ยวนี้เลยนะ!"
หลินอี้กระโจนเข้าไปแย่งโทรศัพท์ของหลี่เถี่ยฉุยมา แล้วลบคอมเมนต์นั้นทันที
"อาจารย์หลิน นายจะหัวเสียไปทำไมวะ? ฉันแค่กำลังช่วยเป็นพ่อสื่อให้นายกับคนสวยอยู่นะ มีสาวสวยมาทอดสะพานให้ถึงที่ไม่ดีหรือไง?"
หลินอี้โยนโทรศัพท์คืนให้หลี่เถี่ยฉุยแล้วถลึงตาใส่ "อย่าเที่ยวเอาช่องทางติดต่อของฉันไปแจกให้ใครซี้ซั้วสิวะ ฉันปฏิเสธคำขอเป็นเพื่อนจากคนแปลกหน้าทุกคนแหละ"
"ไปเถอะ ได้เวลากินข้าวแล้ว กินเสร็จก็ไปงานเลี้ยงต้อนรับเด็กปีหนึ่งกันเลย"
ทั้งสี่คนจัดการเก็บกวาดหอพักแล้วเดินออกไป
ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของหลี่เถี่ยฉุยก็มีแจ้งเตือนคำขอเป็นเพื่อนเด้งขึ้นมา: 'คุณแม่คนนี้ไม่ใช่เด็กนะ' ขอเพิ่มคุณเป็นเพื่อน
เขาตอบรับคำขอทันทีโดยไม่ทันได้คิดอะไร
คุณแม่คนนี้ไม่ใช่เด็กนะ: "สวัสดี นายเป็นรูมเมตของหลินอี้เหรอ?"
หลี่เถี่ยฉุยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับไปว่า: "ใช่ครับ คุณคือใครครับ?"
คุณแม่คนนี้ไม่ใช่เด็กนะ: "ฉันคือรุ่นพี่ที่ไปขอช่องทางติดต่อของหลินอี้ในเพจสารภาพรักไง ทำไมเขาถึงไม่ยอมรับคำขอเป็นเพื่อนของฉันล่ะ?"
หลี่เถี่ยฉุยตื่นเต้นขึ้นมาทันทีและกำลังจะบอกหลินอี้ แต่เขาก็นึกขึ้นได้ว่าหลินอู้อาจจะโกรธ เขาจึงยั้งปากเอาไว้
เขาพิมพ์ตอบเธอกลับไปบนโทรศัพท์ด้วยความตื่นเต้นสุดขีด: 'อาจารย์หลิน เดี๋ยวฉันจะช่วยนายสืบดูพี่เขาก่อนก็แล้วกัน วันหลังนายต้องขอบคุณฉันแน่ๆ'
ทางด้านหอพักหญิง เหยียนอวี่โหรวกำลังพิมพ์ข้อความบนโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว
มุมปากของเธอยกสูงขึ้นเรื่อยๆ: 'คุยกับรูมเมตก็ได้เหมือนกัน ฉันจะได้รู้เรื่องของหลินอี้ผ่านเขาได้มากขึ้น'
"อวี่โหรว เธอกำลังแชทกับใครอยู่น่ะ? ยิ้มกว้างจนปากจะฉีกถึงรูหูอยู่แล้ว"
ลั่วชิงหานที่กำลังเตรียมตัวจะไปทำหน้าที่พิธีกรงานเลี้ยงที่หอประชุมของมหาวิทยาลัย อดไม่ได้ที่จะถามเมื่อเห็นท่าทางของเหยียนอวี่โหรว
"ไม่มีอะไรๆ รีบไปทำงานเถอะ"
หลังจากลั่วชิงหานเดินออกจากห้องพักไป เหยียนอวี่โหรวก็กลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่อู่ "ฮ่าฮ่าฮ่า! ชิงหาน วันหลังเธอต้องขอบคุณฉันแน่ๆ!"