- หน้าแรก
- กะว่าจะไม่รักใคร แต่กลับโดนรุ่นพี่สุดคูลตกเข้าอย่างจัง
- บทที่ 1 รูมเมตอกหัก แต่ผมดันได้แอดเฟรนด์รุ่นพี่สาวสวยซะงั้น
บทที่ 1 รูมเมตอกหัก แต่ผมดันได้แอดเฟรนด์รุ่นพี่สาวสวยซะงั้น
บทที่ 1 รูมเมตอกหัก แต่ผมดันได้แอดเฟรนด์รุ่นพี่สาวสวยซะงั้น
บทที่ 1 รูมเมตอกหัก แต่ผมดันได้แอดเฟรนด์รุ่นพี่สาวสวยซะงั้น
【นางเอกคนเดียว, แนวโรแมนติกรุ่นพี่ดาวมหาลัย หากคุณเป็นสายพระเอกหล่อเท่แบบเผิงอวี้เยี่ยนล่ะก็ อย่าลืมกดติดตามและกดแจ้งเตือนเพื่อรออัปเดตนะ~】
【หากมีข้อเสนอแนะใดๆ ทิ้งคอมเมนต์ไว้ได้เลย นักเขียนตัวน้อยคนนี้อ่านทุกข้อความ】
【สายอู๋เยี่ยนจู่กับเผิงอวี้เยี่ยนทั้งหลาย มารวมกันตรงนี้เลย!】
"อาจารย์หลิน! รีบมาช่วยเสิ่นหานที! หมอนั่นจะตายอยู่แล้ว!"
หลินอี้เพิ่งจะเลิกงานพาร์ตไทม์และกลับมาถึงหอพัก ก็ได้รับสายจากหลี่เถี่ยฉุย รูมเมตของเขา โทรมาขอร้องให้ไปช่วยคน
ส่วนเหตุผลที่เขาถูกเรียกว่า "อาจารย์หลิน" ก็เพราะเจ้าพวกตัวแสบสามคนในหอพักรู้ว่าเขาทำงานเป็นติวเตอร์พาร์ตไทม์อยู่ข้างนอก
"หมอนั่นเป็นอะไรไป? เมื่อเย็นยังเห็นโม้เรื่องจะไปเดตอยู่เลยไม่ใช่หรือไง? โดนทิ้งมาแล้วเหรอ?"
"เออว่ะ อาจารย์หลิน รีบแต่งหญิงแล้วออกมาเลย ถ้าเสิ่นหานเห็นนาย หมอนั่นต้องได้สติกลับมาแน่"
หลี่เถี่ยฉุยเสนอไอเดียให้หลินอี้
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนในหอพักพูดเรื่องนี้
ก็ช่วยไม่ได้นี่นา หลินอี้หน้าตาดีมาก แถมยังมีโครงหน้าและรูปร่างที่เกิดมาเพื่อแต่งหญิงชัดๆ
โชคไม่ดีที่หลินอี้ยืนกรานหัวเด็ดตีนขาด ยังไงก็ไม่ยอมแต่งหญิงเด็ดขาด
"ไปกินขี้ไป! ต่อให้ให้เงินฉันสักหมื่นหยวน วันนี้ฉันก็ไม่มีทางแต่งหญิงหรอก!"
"อ๋อ เข้าใจละ นายต้องการเงินมากกว่านี้สินะ!"
"..."
"พูดเป็นเล่นไป ตอนนี้พวกนายอยู่ที่ไหนกัน?"
"หน้าตึกเรียนคณะเรานี่แหละ"
"รอเดี๋ยว ฉันกำลังไป"
หลินอี้วางกระเป๋าเป้ลงแล้วเดินออกไปอีกครั้ง
สัปดาห์ที่แล้ว หลินอี้และนักศึกษาปีหนึ่งคนอื่นๆ เพิ่งผ่านการฝึกทหารมาหมาดๆ ในช่วงวัยที่เต็มไปด้วยจินตนาการถึงความรักอันแสนโรแมนติก คนส่วนใหญ่ต่างก็ออกไปตามหาคู่กันทั้งนั้น
มีเพียงหลินอี้ที่ยกให้ตัวเองเป็น 'ปลาเค็ม' ผู้ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไปวันๆ ไร้ซึ่งความสนใจในการมีความรัก เขาเอาแต่หางานพาร์ตไทม์เป็นติวเตอร์และทำตัวให้ยุ่งอยู่ทุกวี่ทุกวัน
ตามคำพูดของเขา การมีความรักมีแต่จะเสียเวลา เสียเงิน และเสียแรง สู้หาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองยังจะเข้าท่ากว่า
ยิ่งไปกว่านั้น หลินอี้เพิ่งถูกรักแรกหักอกมาเมื่อสามเดือนก่อน ทำให้เขายิ่งต่อต้านความคิดที่จะมีความรักเข้าไปอีก
แน่นอนว่าถ้ามีสาวสวย—แถมยังเป็นเศรษฐีนี—มาเสนอตัวให้ถึงที่ หลินอี้ก็คงไม่ปฏิเสธหรอก
แต่เรื่องแบบนั้นมันก็เกิดขึ้นแค่ในความฝันเท่านั้นแหละ ในนั้นทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ
แม้หลินอี้จะไม่ได้มีความรักด้วยตัวเอง แต่เขาก็สนับสนุนเพื่อนร่วมห้องให้มีแฟนกันอย่างเต็มที่
เมื่อมาถึงตึกเรียน หลินอี้ก็เห็นเสิ่นหานในสภาพหดหู่สิ้นหวัง
พอเห็นหลินอี้มาถึง หลี่เถี่ยฉุยก็รีบวิ่งเข้ามาหาและกระซิบว่า "อาจารย์หลิน นายไอเดียเยอะนี่ รีบไปปลอบใจเสิ่นหานที หมอนั่นไม่ปริปากพูดอะไรมาเป็นชั่วโมงแล้ว"
"ขอฉันคิดดูก่อน..."
หลินอี้เอามือเท้าคางครุ่นคิด และไม่นานก็ปิ๊งไอเดีย "พาเสิ่นหานไปที่ห้องแนะแนวและให้คำปรึกษาทางจิตวิทยากันเถอะ"
"ไปที่นั่นทำไม? ห้องแนะแนวมันช่วยอะไรได้จริงดิ?"
"พวกนายไม่ได้บอกเหรอว่าดาวมหาลัย ลั่วชิงหาน เป็นผู้ช่วยอาจารย์อยู่ที่นั่นน่ะ? ไม่ว่าจะเจอเรื่องเศร้าใจแค่ไหน แค่ได้มองคนสวยๆ อารมณ์ก็ดีขึ้นทันตาเห็นแล้ว"
"จริงดิ? ฉันยิ่งเรียนมาน้อยอยู่นะ อย่ามาหลอกกันล่ะ"
"ผู้ที่เชื่อในตัวฉันจะได้รับชีวิตนิรันดร์"
"การมองคนสวยช่วยให้อายุยืนยาวนะเว้ย มีหลักการทางวิทยาศาสตร์รองรับด้วย"
ถ้าเป็นเรื่องแถสีข้างถลอกล่ะก็ หลินอี้คือมืออาชีพเลยล่ะ
"งั้นฉันขอไปดูด้วยคนสิ จะได้ต่ออายุขัยให้ตัวเองบ้าง"
หลินอี้และหลี่เถี่ยฉุยพยุงเสิ่นหานผู้กำลังโศกเศร้าอย่างหนักมุ่งหน้าไปยังห้องแนะแนว
ภายในห้องที่แสงไฟสลัว ลั่วชิงหานกำลังเก็บของเตรียมตัวจะกลับ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูสามครั้งขัดจังหวะการเคลื่อนไหวของลั่วชิงหาน
"เชิญค่ะ"
ทั้งสามคนผลักประตูเดินเข้าไป เมื่อเห็นเพียงลั่วชิงหาน หลินอี้ก็เอ่ยถาม "อาจารย์หลินไม่อยู่เหรอครับ?"
คำถามนี้ทำเอาหลี่เถี่ยฉุยงงเป็นไก่ตาแตก "ก็นายไม่ใช่เหรอ อาจารย์หลินน่ะ?"
"หุบปากไปเลยไอ้บ้า! อาจารย์แนะแนวก็แซ่หลินเหมือนกันเว้ย"
ลั่วชิงหานอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ เมื่อได้ยินบทสนทนาของพวกเขา สองคนนี้เป็นคณะตลกหรือยังไงนะ?
"อาจารย์หลินมีธุระก็เลยกลับไปก่อนน่ะ ฉันเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ ถ้าไม่รังเกียจ รุ่นน้องคุยกับฉันก็ได้นะ"
ลั่วชิงหานส่งยิ้มและพูดกับเสิ่นหานที่กำลังหดหู่
ก่อนที่เสิ่นหานจะทันได้รับปาก หลี่เถี่ยฉุยก็ดันเขาไปนั่งบนโซฟาและตอบแทนให้เสร็จสรรพ "เขายินดีครับ"
จากนั้นเขาก็ถอยกลับมาอยู่ข้างหลินอี้และกระซิบ "ลั่วชิงหานก็ไม่ได้ดูเย็นชาเหมือนในข่าวลือเลยนี่นา"
"ตอนนี้พี่เขารับบทเป็นคนให้คำปรึกษาอยู่นี่ ก็ต้องมีรอยยิ้มประดับใบหน้าเป็นธรรมดาสิ"
"ก็มีเหตุผลว่ะ"
หลินอี้และหลี่เถี่ยฉุยยืนอยู่ในมุมสลัว เฝ้ามองลั่วชิงหานให้คำปรึกษากับเสิ่นหาน
นานเข้า สายตาของทั้งคู่ก็จับจ้องไปที่ลั่วชิงหานเพียงจุดเดียว
"หลินอี้ ทำไงดีวะ? ฉันก็อยากไปคุยกับลั่วชิงหานบ้างอะ พี่เขาสวยชะมัด!"
ไม่ใช่แค่หลี่เถี่ยฉุยที่รู้สึกแบบนั้น หลินอี้เองก็คิดเหมือนกัน
ลั่วชิงหานมีเรือนผมสีดำขลับยาวสลวยปล่อยตามธรรมชาติ ใบหน้าเรียบเฉยของเธอประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ เผยให้เห็นถึงความงามที่เป็นผู้ใหญ่และดูทรงภูมิปัญญา
แม้ไฟในห้องจะสลัว แต่ก็ไม่อาจบดบังใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติของเธอได้เลย
ถึงอย่างนั้น ในสายตาของหลินอี้ เธอแค่เป็นคนสวยคนหนึ่ง และเขาก็ไม่ได้มีความคิดอื่นใดแอบแฝง
แต่เขาก็ยังสนับสนุนลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่างหลี่เถี่ยฉุยให้จีบเธออยู่ดี
"เอาเลย! พอเสิ่นหานคุยเสร็จ ก็ตาตายนายแล้ว!"
หลินอี้สนับสนุนหลี่เถี่ยฉุยเต็มที่ "นายก็บอกไปเลยว่าปัญหาทางใจของนายคือการชอบพี่เขา แต่ไม่กล้าสารภาพรัก"
"ฉันกลัวพี่เขาจะเตะโด่งฉันออกมาน่ะสิ"
หลี่เถี่ยฉุยก็ดีแต่ปากเท่านั้นแหละ พอถึงเวลาต้องไปคุยกับผู้หญิงจริงๆ หมอนั่นก็คงใบ้รับประทาน พูดไม่ออกสักคำ
"กลัวอะไรวะ? บุกเข้าไปอย่างกล้าหาญเลย! พ่อเชื่อในตัวลูกนะเว้ย!"
"พ่อมึงสิ กูเป็นปู่มึงต่างหาก"
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังกระซิบกระซาบกัน ลั่วชิงหานเองก็กำลังให้คำปรึกษาเสิ่นหานอยู่ แต่ไม่นานเธอก็ต้องยอมแพ้
ลั่วชิงหานพบว่าเสิ่นหานเป็นพวก 'คลั่งรัก' ขั้นสุด!
แบบนี้จะให้เธอให้คำปรึกษายังไงล่ะ?
ถอดสมองคลั่งรักทิ้งแล้วเอาอันใหม่ใส่เข้าไปแทนเหรอ?
เมื่อต้องรับมือกับพวกคลั่งรัก ลั่วชิงหานก็รู้สึกว่าความพยายามของเธอมันเปล่าประโยชน์ จึงทำได้เพียงบอกให้เสิ่นหานมาหาอาจารย์ในวันพรุ่งนี้
"นี่คือช่องทางการติดต่อของอาจารย์ฉันค่ะ พรุ่งนี้เช้าแปดโมงอาจารย์จะเข้ามา ถึงตอนนั้นนายค่อยมาคุยกับอาจารย์อีกทีนะ"
"โอเคครับ ขอบคุณครับรุ่นพี่"
หลังจากกล่าวขอบคุณ เสิ่นหานก็ลุกขึ้นเตรียมตัวกลับ เขาเดินผ่านหน้าหลินอี้ไปดื้อๆ "ฉันจะกลับไปอาบน้ำก่อนนะ"
หลินอี้กับหลี่เถี่ยฉุยไม่ได้เดินตามไป ในสภาพแบบนั้นปล่อยให้เสิ่นหานอยู่คนเดียวไม่ไปรบกวนจะดีกว่า
"พวกนายสองคนต้องการคำปรึกษาด้วยไหม? ถ้าไม่ ฉันจะได้เตรียมปิดห้องแล้ว"
ลั่วชิงหานเอ่ยถามทั้งสองคน
"เอาครับ เอาครับ เอาเลย!"
ด้วยความคิดแบบคนชอบดูเรื่องสนุก หลินอี้เตรียมจะดันตัวหลี่เถี่ยฉุยออกไปข้างหน้า
แต่กลายเป็นว่า ก่อนที่หลินอี้จะทันได้ลงมือ หลี่เถี่ยฉุยก็เป็นฝ่ายดันเขาออกไปซะก่อน "รุ่นพี่ครับ หลินอี้ต้องการคำปรึกษาทางจิตวิทยาครับ"
"หา???"
เมื่อลั่วชิงหานได้ยินชื่อของหลินอี้ สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย : เขาคือหลินอี้งั้นเหรอ?
เขาสวยจัง
ถูกต้องแล้ว ความประทับใจแรกของลั่วชิงหานเมื่อได้พิจารณาหลินอี้อย่างใกล้ชิดก็คือเขาสวย ไม่ใช่หล่อ!
หลินอี้มีผิวพรรณขาวสะอาดและเครื่องหน้าที่ละเอียดอ่อน เขามีความสวยงามในแบบของตัวเองจริงๆ แค่จับแต่งตัวสักหน่อย รับรองว่าจะต้องกลายเป็นสาวงามระดับแนวหน้าอย่างแน่นอน
ในขณะเดียวกัน หลินอี้ก็เบิกตากว้าง เขานั่งลงบนโซฟาด้วยสีหน้ามึนงงสุดขีดหลังจากถูกหลี่เถี่ยฉุยผลักออกมา
"รุ่นพี่ครับ สภาพจิตใจของหลินอี้ไม่ปกติ หมอนี่วางแผนจะครองตัวเป็นโสดไปตลอดชีวิตครับ"
"???"
หลินอี้คิดว่าหน้าตัวเองหนาพอแล้วนะ แต่คาดไม่ถึงเลยว่าหลี่เถี่ยฉุยจะหน้าด้านหน้าทนกว่า เพียงเพราะอยากดูเรื่องสนุกเท่านั้น
หลังจากทิ้งระเบิดลูกนั้นเสร็จ หลี่เถี่ยฉุยก็ชิ่งหนีไปทันที ปล่อยให้หลินอู้นั่งหน้าเจื่อนอยู่บนโซฟาด้วยความกระอักกระอ่วน
หลินอี้ยิ้มแห้งๆ ให้ลั่วชิงหานแล้วเตรียมตัวจะลุกหนี "รุ่นพี่ครับ ผมไม่รบกวนแล้วดีกว่า นี่ก็ดึกมากแล้วด้วย"
ทว่าลั่วชิงหานกลับรั้งเขาไว้ "ไม่เป็นไรหรอก ยังเหลืออีกตั้งสามนาทีกว่าห้องแนะแนวจะปิด ถึงนายจะกลับไปก่อนก็ไม่มีอะไรให้ทำอยู่ดี"
"อีกอย่าง ฉันก็รู้จักนายด้วยนะ"
ลั่วชิงหานดูเหมือนจะสนใจในตัวหลินอี้อยู่บ้าง
"รุ่นพี่ครับ เราเคยเจอกันด้วยเหรอ?"
หลินอี้จำไม่ได้เลยว่าเคยเจอกับลั่วชิงหาน เขาเคยเห็นเธอแค่บนกำแพงสารภาพรักของมหาวิทยาลัยเท่านั้น
"เปล่าหรอก"
"ฉันแค่รู้ว่ามีนักศึกษาชายชื่อหลินอี้ จากห้องซอฟต์แวร์สี่ ที่ชอบยื่นใบลาขอไม่เข้าเรียนช่วงค่ำทุกวี่ทุกวัน"
ลั่วชิงหานหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วเปิดรายชื่อคนลางานในช่วงเรียนค่ำของวันนี้ให้หลินอี้ดู
เธอเป็นรองประธานองค์การนักศึกษา และบันทึกการเข้าเรียนช่วงค่ำของเด็กปีหนึ่งก็จะถูกส่งมารายงานให้เธอทราบทุกคืน
"อ่า คือว่า..."
หลินอี้ไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะถูกรุ่นพี่จดจำด้วยวิธีแบบนี้
"ช่วงค่ำผมต้องไปทำงานพาร์ตไทม์น่ะครับ ก็เลยต้องยื่นใบลาเอาไว้หมดเลย"
การเรียนช่วงค่ำในรั้วมหาวิทยาลัยเป็นอะไรที่เสียเวลาสุดๆ แต่นักศึกษาส่วนใหญ่ก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเข้าเรียน
"แอดเฟรนด์ฉันมาสิ วันหลังส่งใบลามาให้ฉันโดยตรงก็พอ เดี๋ยวฉันจะบอกให้พวกเขาไม่ต้องเช็คชื่อนายตอนเรียนช่วงค่ำอีก จะได้ลดภาระงานของพวกเขาด้วย"
ลั่วชิงหานยื่นคิวอาร์โค้ดเพิ่มเพื่อนไปตรงหน้าหลินอี้
"โอเคครับ! ขอโทษที่ต้องรบกวนรุ่นพี่ด้วยนะครับ"
"ไม่เป็นไรหรอก"
หลังจากแอดเฟรนด์กันเสร็จสรรพ เวลาก็ล่วงเลยมาถึงสามทุ่มครึ่งพอดี ลั่วชิงหานและหลินอี้จึงแยกย้ายกันหลังจากเดินออกมาจากห้องแนะแนว
หลังจากเดินไปได้สิบก้าว ลั่วชิงหานก็หันกลับมามอง
เธอเคยเห็นผู้ชายหล่อๆ มาก็เยอะ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ลั่วชิงหานได้เห็นเด็กผู้ชายที่หน้าตาสวยขนาดนี้
เมื่อนึกถึงท่าทางตลกๆ ของหลินอี้ในห้องแนะแนวเมื่อครู่ ลั่วชิงหานก็อดไม่ได้ที่จะคลี่ยิ้มบางๆ "รุ่นน้องคนนี้น่าสนใจดีแฮะ"