- หน้าแรก
- จักรพรรดิกระบี่ไร้พ่าย สยบสุสานเทพ ทลายโลงศพเซียน
- บทที่ 420 ตำหนักหลิงซวี!
บทที่ 420 ตำหนักหลิงซวี!
บทที่ 420 ตำหนักหลิงซวี!
เฉินเฟิงยิ้มบางเบา เขารวบนิ้วเข้าด้วยกัน รังสีกระบี่สายหนึ่งก็ทะลวงผ่านห้วงมิติไปอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
เพียงชั่วอึดใจมันก็ปรากฏขึ้นที่ใต้ลำคอของหนึ่งในชายวัยกลางคน พร้อมกับแผ่รังสีอำมหิตและจิตสังหารอันเย็นเยียบออกมา
การลงมือเช่นนั้นไร้สุ้มเสียงราวกับภูตผี ยากที่จะป้องกันได้!
เมื่อชายวัยกลางคนสัมผัสได้ถึงปราณกระบี่อันเย็นเยียบใต้ลำคอ ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างมาก ร่างของเขารีบถอยร่นออกไปทันที
ทว่าใครจะรู้ เฉินเฟิงกลับยื่นสองนิ้วออกไปในอากาศอีกครั้ง ห้วงมิติด้านหลังชายวัยกลางคนถูกฉีกทึ้งอย่างสมบูรณ์ประดุจแผ่นกระดาษ
ฟุ่บ!
ความเร็วของชายวัยกลางคนไม่อาจเทียบได้กับความเร็วของคมกระบี่ที่พุ่งเข้ามา เพียงชั่วอึดใจ ศีรษะของเขาก็หลุดกระเด็นออกไปในอากาศราวกับลูกบอล
"ลงมือข้ามมิติ เป็นไปได้อย่างไร"
ชายวัยกลางคนอีกคนเห็นว่าภายในเวลาไม่ถึงสามลมหายใจ ยอดฝีมือระดับขอบเขตหมื่นมรรคาขั้นสูงสุดผู้หนึ่งกลับถูกตัดหัวไปอย่างง่ายดาย ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความตื่นตะลึง
การลงมือข้ามมิติคือทักษะที่มียอดฝีมือระดับขอบเขตอมตะเท่านั้นที่สามารถทำได้ ไอ้เด็กเมื่อวานซืนขอบเขตกักเก็บเทพคนหนึ่งจะทำได้อย่างไร!
ทว่าในวินาทีต่อมาเขาก็สังเกตเห็นว่า ระหว่างสองนิ้วของเฉินเฟิงมีตราประทับสีฟ้าครามอันลึกลับปรากฏอยู่ พลังแห่งมิติอันไร้สิ้นสุดแผ่ซ่านออกมาจากมันและส่งผลกระทบต่อฟ้าดินแห่งนี้
"ตราประทับเทวะธาตุท้องฟ้าอย่างนั้นหรือ" ชายวัยกลางคนหรี่ตาลง ในที่สุดเขาก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด
ตราประทับเทวะธาตุท้องฟ้าสามารถใช้ลงมือข้ามมิติในระยะใกล้ได้ เขาคาดไม่ถึงเลยว่าเฉินเฟิงจะมีตราประทับเทวะธาตุท้องฟ้าอยู่ในครอบครอง
"ไอ้เด็กเวร คิดไม่ถึงเลยว่าจะถูกเจ้าลอบกัด!"
ชายวัยกลางคนไม่กล้าประมาทอีกต่อไป พลังปราณรอบกายปะทุออกมาอย่างบ้าคลั่ง มันกลายเป็นม่านแสงป้องกันครอบคลุมร่างกายของเขาเอาไว้
จากนั้นเขาก็ก้าวออกไปหนึ่งก้าว ฟ้าดินสั่นสะเทือน พลังปราณอันบ้าคลั่งไร้เทียมทานกวาดล้างพาดผ่านท้องฟ้าดังกึกก้อง
เขาเปิดฉากโจมตีเต็มกำลัง!
พลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวจนไม่อาจบรรยายได้สั่นสะเทือนห้วงมิติ ราวกับจะทำให้มิติโดยรอบแตกร้าวเป็นรอยกระจกแตก
สภาวะนั้นช่างยิ่งใหญ่ตระการตายิ่งนัก
จากนั้นในดวงตาของชายวัยกลางคนก็สาดประกายจิตสังหาร เขากระโจนเข้าหาเฉินเฟิงราวกับพยัคฆ์ลงเขา ดาบใหญ่ในมือร่ายรำพร้อมกับสายฟ้าที่แลบแปลบปลาบ เขาฟาดฟันลงมาที่ศีรษะของเฉินเฟิง
"ตายซะเถอะ!"
ตู้ม
รังสีดาบยังมาไม่ถึง ทว่าพลังงานอันบ้าคลั่งและน่าสะพรึงกลัวได้กวาดล้างสิ่งก่อสร้างในรัศมีร้อยจั้งจนราบเป็นหน้ากลอง
ความคมกริบอันทรงพลังราวกับจะฉีกทึ้งร่างของเฉินเฟิงให้ขาดสะบั้น
ภายใต้แสงสายฟ้าที่สาดส่อง เสื้อผ้าของเฉินเฟิงปลิวไสว นัยน์ตาสีดำขลับยังคงแฝงรอยยิ้มบางเบา "แค่ขอบเขตหมื่นมรรคา ยังกล้ามาอวดดี!"
ทันใดนั้นเฉินเฟิงก็ก้าวออกไป เขตแดนกระบี่อันทรงพลังที่มองไม่เห็นขยายออกไปสี่ทิศแปดทางราวกับเขตแดนอาคม เปลวเพลิงอันร้อนแรงร่วงหล่นจากภายในเขตแดนกระบี่ แสงอันเจิดจรัสร้อนระอุราวกับลูกไฟหลายลูกรวมตัวกัน
เฉินเฟิงชักกระบี่ออก
ฟุ่บ!
แสงกระบี่ดุจสายฟ้าทะลวงผ่านความมืดมิด
เปลวเพลิงสาดส่องเต็มฟ้า ห้วงมิติบิดเบี้ยว!
ภายใต้วิวัฒนาการของเจตนากระบี่อันลึกลับ ภูตผีปีศาจนับไม่ถ้วนรายล้อมโลงศพวีรชนโบราณ ปรากฏขึ้นอย่างเก่าแก่และกลายเป็นนิมิตฟ้าดินที่ล่องลอยขึ้นมา!
"เคร้ง!"
ดาบและกระบี่ปะทะกัน เสียงดังกึกก้องกังวานราวกับระฆังในยามค่ำคืน รังสีดาบและรังสีกระบี่อันบ้าคลั่งปะทะกันอย่างรุนแรง คลื่นพลังปราณแผ่กระจายออกไปจากจุดศูนย์กลางในลักษณะรูปพัด
พลังแห่งวิถีกระบี่อันกว้างใหญ่ไพศาลดั่งมหาสมุทรปะทุออกมาจากโลงศพวีรชนโบราณ ประกายแสงเต็มท้องฟ้า แสงดาวอันไร้สิ้นสุดร่วงหล่นลงมาราวกับดอกไม้หยก ประกายแสงดาวแต่ละดวงราวกับถูกขโมยมาจากนอกอวกาศ แฝงไปด้วยพลังประหลาดที่หนักอึ้งดั่งขุนเขา มันกดทับรังสีดาบนั้นเอาไว้อย่างสมบูรณ์!
ฟู่ ฟู่
เพียงชั่วพริบตา มือที่จับดาบใหญ่ของชายวัยกลางคนก็สั่นสะท้านอย่างบ้าคลั่ง เมื่อประกายแสงดาวเหล่านั้นร่วงหล่นลงมา เขารู้สึกราวกับร่างกำลังจะแหลกสลาย ร่างกายปวดร้าวอย่างทนไม่ได้
"เจ้า ... เจ้าเป็นใครกันแน่" ชายวัยกลางคนมีสีหน้าหวาดผวา ไอ้เด็กเมื่อวานซืนขอบเขตกักเก็บเทพผู้หนึ่ง จะสามารถปลดปล่อยพลังวิถีกระบี่สะท้านฟ้าเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร!
"คนที่มาเอาชีวิตเจ้าไง!" เฉินเฟิงยกมุมปากขึ้นยิ้ม
ทันใดนั้น เฉินเฟิงรวบนิ้วเข้าด้วยกันและทะลวงผ่านห้วงมิติ แสงกระบี่สาดประกายเจิดจรัส มันทะลวงผ่านรังสีดาบอันเฉียบคมนั้นไปอย่างดุจทำลายไม้ผุ กลายเป็นหอกแห่งความตายพุ่งทะลวงเข้าที่ลำคอของเขา
"ฟุ่บ!" เสียงแสงสายฟ้าฉีกกระชากความมืดมิดดังขึ้น ในวินาทีต่อมา ศีรษะอีกหัวก็หลุดกระเด็นออกไปในอากาศ!
เลือดสดๆ สาดกระเซ็น ย้อมค่ำคืนนี้ให้กลายเป็นสีแดงฉาน!
ชายวัยกลางคนผู้นั้นเบิกตากว้าง ศีรษะแยกออกจากร่าง สิ้นใจตายในทันที!
"ทำไมต้องรนหาที่ตายด้วยนะ ... "
เฉินเฟิงเก็บกระบี่ เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองพวกมันด้วยซ้ำ เขาเดินข้ามศพของพวกมันไปด้วยความเฉยเมย
เดิมทีเขาไม่อยากก่อเรื่อง!
แต่ก็มีคนรนหาที่ตายเอง!
...
ณ ตำแหน่งที่ห่างออกไปประมาณร้อยจั้ง บนยอดหอคอยแห่งหนึ่ง!
สายลมพัดเอื่อย
ชายชราชุดเขียววัยหกสิบกว่าปียืนหลังค่อม เขาลูบเคราสีขาวพลางใช้ดวงตาที่กลับคืนสู่ความเรียบง่ายแต่เป็นประกายจ้องมองมายังทิศทางที่อยู่ห่างออกไป ใบหน้าอันเหี่ยวย่นเผยให้เห็นถึงความประหลาดใจ
เหตุการณ์ที่เฉินเฟิงสังหารยอดฝีมือขอบเขตหมื่นมรรคาขั้นสูงสุดสองคนเมื่อครู่นี้ ล้วนตกอยู่ในสายตาของเขาอย่างชัดเจน
การใช้ระดับพลังขอบเขตกักเก็บเทพขั้นเก้าสังหารยอดฝีมือขอบเขตหมื่นมรรคาขั้นสูงสุด นี่มันเป็นเรื่องที่ไร้เหตุผลสิ้นดี!
ยิ่งไปกว่านั้น เฉินเฟิงไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย ท่าทางของเขาดูผ่อนคลายและสงบนิ่งเป็นอย่างมาก นั่นยิ่งทำให้ชายชรารู้สึกตกตะลึง!
"เสี่ยวเจีย เจ้าคิดเห็นเช่นไร" ชายชราเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม
ข้างกายชายชราวัยหกสิบกว่าปีมีหญิงสาวหน้าตาสงบเสงี่ยมถือร่มกระดาษสีขาวผู้หนึ่งยืนอยู่ นางดูเหมือนจะอยู่ในวัยที่งดงามที่สุด ผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะ สวมชุดกระโปรงสีขาวพลิ้วไหว ราวกับเทพธิดาบนสรวงสวรรค์ที่ร่วงหล่นลงมาสู่โลกมนุษย์ งดงามจนไม่อาจละสายตา
"ท่านปู่ เขาใช้ประโยชน์จากพลังของตราประทับเทวะธาตุท้องฟ้า ลอบจู่โจมและสังหารยอดฝีมือขอบเขตหมื่นมรรคาขั้นสูงสุดไปหนึ่งคนก่อน เขาถึงสามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดายเช่นนี้!"
"หากยอดฝีมือขอบเขตหมื่นมรรคาขั้นสูงสุดสองคนร่วมมือกัน เขาก็คงไม่ได้มีท่าทีผ่อนคลายและสงบนิ่งอย่างตอนนี้หรอก!"
หญิงสาวชุดขาวกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"เจ้านี่นะ เห็นได้ชัดว่าในใจไม่ยอมรับ เด็กคนนี้ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้วนะ!"
ชายชราหัวเราะ
จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นมองเฉินเฟิงที่ค่อยๆ เดินจากไป ดวงตาอันลึกล้ำฉายแววสนใจ
"ตอนกลางคืนไม่มีอะไรทำ ข้าก็แค่ตั้งใจจะออกมาเดินเล่นยืดเส้นยืดสายเสียหน่อย คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้เจอเรื่องสนุกเช่นนี้!"
"ตราประทับเทวะธาตุท้องฟ้าและตราประทับเทวะธาตุปฐพี กลับตกไปอยู่ในมือของเด็กคนนี้ทั้งหมด โชคของเด็กคนนี้ช่างดีเสียจริง!"
"ข้าจะลองทดสอบดูอีกสักครั้ง หากเด็กคนนี้มีความสามารถพิเศษจริงๆ ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะรับเขาเป็นศิษย์!"
ชายชรายิ้มบาง
"ท่านปู่ ท่านจะรับเขาเป็นศิษย์หรือ"
หญิงสาวชุดขาวอ้าปากค้าง คนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่ในฐานะหลานสาว นางรู้ดีที่สุดว่าปู่ของนางมีความสามารถระดับใด!
เขาก่อตั้งตำหนักหลิงซวีด้วยมือของเขาเอง มีศิษย์เจ็ดคนภายใต้สังกัด ล้วนเป็นอัจฉริยะที่มีชื่อเสียงในดินแดนเสินโจวภาคกลางทั้งสิ้น
แม้ว่าตำหนักหลิงซวีของนางจะยังเทียบไม่ได้กับขุมกำลังขนาดใหญ่อย่างสำนักเทวะอวี่ฮว่า แต่หากมองดูทั่วทั้งดินแดนเสินโจวภาคกลางแล้ว ก็ถือเป็นขุมกำลังที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว!
"ไม่ได้ ข้าไม่ยอมรับ การที่เขาเข้ามาก็มีแต่จะสิ้นเปลืองทรัพยากรของตำหนักหลิงซวีพวกเราเท่านั้น!"
"เว้นเสียแต่ ... เว้นเสียแต่เขาจะยอมยกตราประทับเทวะให้เป็นข้อแลกเปลี่ยน ข้าถึงจะยอมให้เขาเข้าสู่ตำหนักหลิงซวี!" หญิงสาวชุดขาวกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
แม้ศิษย์ในตำหนักหลิงซวีจะมีน้อย แต่ทรัพยากรกลับมีมากมายมหาศาล เพราะปู่ของนางก็เคยเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในดินแดนเสินโจวภาคกลางมาก่อน ทรัพยากรที่เขาครอบครองอยู่นั้นมีไม่น้อยเลยทีเดียว!
การสละตราประทับเทวะหนึ่งชิ้นเพื่อแลกกับสิทธิ์ในการเข้าสู่ตำหนักหลิงซวี สำหรับนางแล้วมันคือเรื่องที่สมเหตุสมผลที่สุด!
ยิ่งไปกว่านั้น เฉินเฟิงก็ยังถือว่าได้กำไรก้อนโตอยู่ดี เพราะในดินแดนเสินโจวภาคกลางไม่รู้ว่ามีอัจฉริยะกี่คนที่ใฝ่ฝันอยากจะฝากตัวเป็นศิษย์ของตำหนักหลิงซวี!
"สละตราประทับเทวะหนึ่งชิ้นอย่างนั้นหรือ ... " ชายชราครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและรู้สึกว่ามันมีเหตุผล
เพราะศิษย์ที่สามารถเข้าสู่ตำหนักหลิงซวีได้ในอดีต ล้วนเป็นผู้ที่เคยสร้างผลงานอันโดดเด่นมาแล้วทั้งสิ้น หากเขาเดินตัวเปล่าเข้ามา ก็อาจจะทำให้ศิษย์คนอื่นๆ รู้สึกไม่พอใจได้!