- หน้าแรก
- ระบบรายได้หมื่นล้าน
- บทที่ 761 ช่วยแนะนำแฟนให้หน่อยสิ?
บทที่ 761 ช่วยแนะนำแฟนให้หน่อยสิ?
บทที่ 761 ช่วยแนะนำแฟนให้หน่อยสิ?
ต้าเหว่ยถึงกับมึนตึ้บ
เมื่อกี้เขาก็แค่พูดโพล่งออกไปตามความรู้สึก เขาคิดว่างานพนักงานทำความสะอาดน่าจะเป็นงานที่พวกป้าๆ ทำกัน ตัวเขาเองยังหนุ่มยังแน่นจะไปทำงานแบบนั้นได้อย่างไร?
แต่การแนะนำตัวของสาวงามพวกนี้มันทำเอาเขาแทบสติหลุด
จบจากชิงหัว แถมยังเป็นมหาบัณฑิต... ไม่สิ เป็นสาวงามระดับมหาบัณฑิตที่มาสมัครงานพนักงานทำความสะอาดเนี่ยนะ? คิดอะไรกันอยู่เนี่ย?
ในขณะที่เขายังตกตะลึงจนพูดไม่ออก สองคนข้างหลังก็ยิ่งทำให้เขาเพลียหนักกว่าเดิม:
"เหอะ ฉันยังมีประสบการณ์การทำงานที่โชกโชนเลยนะ งานล่าสุดของฉันคือรองประธานบริษัทโฆษณาที่มียอดรายได้ต่อปี 200 ล้านเชียวนะ——"
คำพูดของหล่อนดึงดูดความสนใจของต้าเหว่ยได้สำเร็จ
สาวสวยวัยทำงานระดับผู้บริหาร วิ่งมาสมัครงานพนักงานทำความสะอาด?
อีกคนก็เอาด้วย: "หึ ฉันน่ะระดับด็อกเตอร์เลยนะ แถมยังเป็นลูกศิษย์ของหลี่ต้าเซี่ย ปรมาจารย์ระดับตำนานในวงการ AI ด้วย!"
ต้าเหว่ยยอมสยบ เขาได้แต่ส่ายหัว: "ฉันไม่เชื่อพวกเธอเลยสักนิด..."
พูดจบเขาก็ถอยออกมา คนขิงเก่งๆ น่ะเขาเจอมาเยอะแล้ว แต่ไอ้พวก "ขิงแบบย้อนศร" แบบนี้ เขาเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก!
"ต้าเหว่ย ข้างในเขาทำอะไรกันน่ะ?" เมื่อกี้ต้าเหว่ยยืนขวางประตูไว้ แม่ของเขาที่อยู่ข้างนอกได้ยินเสียงคนคุยกันแต่ฟังไม่ถนัด
"กลุ่มผู้หญิงน่ะครับ กำลังขิงกันยกใหญ่เลย!"
น้าสองชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า: "เดี๋ยวเจอเหอฉิง ต้องบอกหล่อนหน่อยนะ ว่าเรื่องรับสมัครพนักงานต้องระวังหน่อย อย่ารับคนมั่วซั่วเข้ามา"
หลังจากออกจากหน้าห้องพักผ่อน ทั้งคู่ก็ใช้ช่วงเวลาที่เหอฉิงยังประชุมไม่เสร็จเดินวนดูรอบๆ อีกครั้ง——
"ข้างหน้าเหมือนจะมีสวนหย่อมกลางแจ้งนะ ไปดูกันเถอะ!" น้าสองชี้ไปยังพื้นที่สีเขียวที่อยู่หลังประตูกระจกไม่ไกล
นี่คือสวนลอยฟ้าบนชั้น 28 พื้นที่ไม่ใหญ่โตนัก มีไว้เพื่อให้พนักงานได้พักผ่อนชั่วคราว ย่อมเทียบไม่ได้กับสวนลอยฟ้าบนชั้นดาดฟ้าที่ราวกับแดนเทพนิยาย
แต่นี่ก็คือสวนลอยฟ้าที่ออกแบบมาอย่างประณีต ต้นไม้เขียวขจีร่มรื่น เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของพนักงาน
ทั้งคู่เพิ่งเดินมาถึงประตู ก็เห็นชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ดูเนี้ยบ ยืนตัวตรงแหน่วกำลังคุยโทรศัพท์อยู่
น้าสองปรายตามองลูกชายตัวดำผอมของตัวเองโดยสัญชาตญาณ ในใจพลันบังเกิดความภาคภูมิใจแปลกๆ:
"อย่างน้อย ลูกชายฉันก็ไม่ตกต่ำถึงขั้นไปเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย..." เธอพึมพำเสียงเบา "นั่นมันงานหนักนะ แดดเผาลมเป่า แถมรายได้ยังน้อยอีก"
ต้าเหว่ยก็มองไปที่พนักงานคนนั้น ความรู้สึกเหนือกว่าที่เพิ่งถูก "ทีมแม่บ้านนางฟ้า" ถล่มจนยับเยินเริ่มกลับมาอีกครั้ง ใช่แล้ว ยังไงเขาก็เป็น "บัณฑิตปริญญาตรี" จะให้ไปทำงานเป็น รปภ. ได้ยังไง? มันเสียราคาตายเลย ยิ่งตอนนี้หาแฟนยากๆ อยู่ด้วย ถ้าไปเป็น รปภ. มีหวังชีวิตนี้คงหาคู่ไม่ได้ชัวร์!
สองแม่ลูกลังเลอยู่ครู่หนึ่ง กะว่าจะรอให้พนักงานคนนั้นคุยโทรศัพท์เสร็จก่อนค่อยเข้าไป จะได้ไม่รบกวนเขา
ทว่า เสียงที่ชัดเจนและแฝงไปด้วยรอยยิ้มอย่างอ่อนใจของพนักงานคนนั้นกลับลอยมาตามลมเข้าหูพวกเขา:
"แม่ครับ! พวกแม่สื่อพวกนั้นจะขยันอะไรกันนักหนาเนี่ย? ผมก็บอกไปแล้วไงว่าตอนนี้ผมไม่ขาดแคลนแฟน! ไม่ขาดแคลน! ผมไม่ไปดูตัวทั้งนั้นแหละ——"
ต้าเหว่ยชะงักไปทันที ก่อนจะมองไปที่พนักงานคนนั้นอีกครั้ง
เขารู้สึกว่าตัวเองดูดีกว่าหมอนี่ตั้งเยอะ แต่เขายังหาแฟนไม่ได้เลย ส่วนหมอนี่บอกว่าไม่ขาดแคลนแฟน? แถมยังมีแม่สื่อรุมตอมจะแนะนำสาวให้อีก?
โลกนี้มันเป็นอะไรไปแล้ว?
คำพูดต่อมาของพนักงาน รปภ. ยิ่งเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางหัวของต้าเหว่ยจนอึ้งกิมกี่:
"อะไรนะ? ไม่เอาสินสอด? แถมยังจะให้เบนซ์ E-คลาส เป็นของหมั้นฝ่ายหญิงอีกเหรอ?" น้ำเสียงพนักงานคนนั้นฟังดูขำไม่ออกบอกไม่ถูก "งั้นก็ไม่เอาอยู่ดี! มันไม่ใช่เรื่องเงินครับแม่!"
เขาเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงแฝงความรำคาญที่ดูมีความสุข:
"ไม่ไปเจอจริงๆ ครับ! ตอนนี้ผมคุยกับเสี่ยวเม่ย แฟนคนปัจจุบันอยู่ ทางบ้านเขาบอกแล้วว่าไม่เอาสินสอด! พร้อมจดทะเบียนได้ทุกเมื่อเลย!"
ดูเหมือนเขาจะกลัวแม่ไม่เชื่อ เลยทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงมาอีก:
"แถมยังบอกว่าจะให้บ้านหนึ่งหลังกับพื้นที่ร้านค้าใต้ตึกแถวอีกหนึ่งห้องเป็นของขวัญวันแต่งด้วยนะ!"
ต้าเหว่ยที่ก้าวขาเข้าไปข้างหนึ่งรีบชักกลับทันที "แม่ครับ เราไปเถอะ เจอพวกขิงเก่งอีกคนแล้ว"
ประเด็นคือไอ้หมอนี่ขิงจนเขาเจ็บปวดกระดองใจเหลือเกิน!
เดินมาได้ไม่กี่ก้าว น้าสองถึงพูดขึ้นว่า: "ต้าเหว่ย ถ้าต่อไปแกได้มาทำงานที่นี่ มีโอกาสก็ทำความรู้จักกับคนเมื่อกี้ไว้บ้างนะ ไปขอคำชี้แนะจากเขาดู... เฮ้อ เรื่องแฟนเนี่ยนะ พวกแห้งแล้งก็ตายซาก พวกน้ำท่วมก็น้ำมิดหัวจริงๆ!"
"แม่ยังจะไปเชื่อหมอนั่นอีกเหรอ?" ต้าเหว่ยรู้สึกอึดอัดใจจะตายอยู่แล้ว วันนี้เจอแต่เรื่องประหลาดๆ ด็อกเตอร์กับผู้บริหารมาสมัครงานแม่บ้าน ส่วนสาวสวยรวยทรัพย์ก็ดันมารุมจีบพนักงาน รปภ.
น้าสองยังไม่ทันได้ตอบ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมา เมื่อหันไปมองก็พบว่าเป็นเสี่ยวไฉ่ ผู้ช่วยของเหอฉิงนั่นเอง!
เธอตระหนักได้ทันทีว่าเหอฉิงน่าจะประชุมเสร็จแล้ว...
เธอรีบดึงแขนต้าเหว่ย "ไปเร็ว ไปหาน้องสาวแก"
การมาเจียงโจวครั้งนี้ เป้าหมายหลักคือให้เหอฉิงหาทางสว่างในอาชีพการงานให้ต้าเหว่ย ตอนนี้พอรู้ว่าธุระทางนั้นจบลง เธอก็อยากจะเหาะไปให้ถึงตัวหลานสาวในวินาทีเดียวเลย
"ผู้ช่วยไฉ่! เหอฉิงประชุมเสร็จแล้วใช่ไหม? เร็วครับ! รีบพาพวกเราไปหาเธอที!"
เสี่ยวไฉ่ชะงักไปก่อนจะเข้าใจว่าน้าสองเข้าใจผิด "ขอโทษด้วยค่ะ ประธานเหอยังประชุมไม่เสร็จค่ะ ดิฉันกำลังจะไปเอาข้อมูลที่แผนกการเงินเพื่อมาสรุปเอกสารให้เธอเพิ่มน่ะค่ะ"
น้าสองมีสีหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด——
เสี่ยวไฉ่เห็นท่าทางนั้นจึงบอกว่า: "เอาอย่างนี้ไหมคะ พวกคุณไปนั่งรอที่โต๊ะทำงานของดิฉันก่อน พอประธานเหอประชุมเสร็จ พวกคุณจะได้เจอเธอเป็นคนแรกเลย ไม่อย่างนั้น——"
ไม่อย่างนั้น?
"มีอะไรเหรอ?"
เสี่ยวไฉ่ตอบว่า: "มีคนต่อคิวรอรายงานงานกับประธานเหออีกหลายคนเลยค่ะ ดิฉันเกรงว่าถ้าพวกนั้นเข้าไปก่อน พวกคุณจะต้องรอนานกว่าเดิม"
ก็จริง น้าสองกับต้าเหว่ยจึงไปยืนรอเสี่ยวไฉ่ที่หน้าห้องการเงิน เพื่อจะไปรอที่โต๊ะทำงานของเธอพร้อมกัน
"ต้าเหว่ย น้องสาวแกนี่ราศีจับจริงๆ นะ ขนาดคนจะรายงานงานยังต้องต่อคิวรอเลย"
ต้าเหว่ยกระซิบเบาๆ: "[มูลนิธิการกุศลจุนเซียว] ดังมากเลยนะแม่ เมื่อไม่นานมานี้ผมได้ยินว่าพวกเขาบริจาคเงินตั้ง 5 ล้านหยวนไปสร้างโรงเรียนประถมในตำบลหลังเขาบ้านเราด้วย!"
น้าสองร้องโอ้โห "แม่เจ้าโว้ย 5 ล้านเชียวเหรอ ถ้าเงินก้อนนั้นยกให้แก แกคงไม่ต้องกลัวว่าจะหาแฟนไม่ได้แล้วล่ะ!"
บนโซฟานุ่มตัวใหญ่ เฉินเซียวเพิ่งจะจบเกมไปหนึ่งตา เขาโยนโทรศัพท์ทิ้งไว้ข้างตัวอย่างไม่ใส่ใจ
ประตูห้องพักผ่อนถูกผลักเปิดออก เหอฉิงเดินออกมาโดยมีหวังผิงคอยพยุง ท่าทางการเดินของเธอดูโงนเงนและสั่นเทาเล็กน้อย บนแก้มขาวผ่องยังมีรอยแดงจางๆ ที่ยังไม่หายดี แววตาฉ่ำน้ำ ริมฝีปากบวมแดงนิดๆ ทั้งร่างแผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายของความเกียจคร้านและเย้ายวนหลังจากถูกปรนเปรออย่างหนักหน่วง
หวังผิงแอบชำเลืองมองเฉินเซียวที่นั่งท่าทางสบายใจอยู่บนโซฟา สลับกับมองเหอฉิงที่ดูอ่อนระโหยโรยแรงข้างกาย ในใจก็ได้แต่ลอบอุทาน:
โหดมาก! บอสโหดจริงๆ!
เธอนึกถึงตอนที่เหอฉิงต้องรับมือกับ "พายุอารมณ์" ของเฉินเซียวเพียงลำพังเมื่อก่อน ถ้ามาเทียบกับตอนนี้แล้ว ตอนนั้นมันก็แค่การ "ปรานีต่อเหอฉิง" ชัดๆ! ถ้าเจอศึกหนักแบบวันนี้เมื่อก่อน มีหวังเหอฉิงคงวิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้ว!
เหอฉิงตั้งสติครู่หนึ่ง จัดแต่งปอยผมที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่ เตรียมจะเดินไปที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่ดูภูมิฐานของเธอ
"มานี่สิ" เฉินเซียวตบที่ว่างบนโซฟาข้างตัว น้ำเสียงแฝงไปด้วยความอ่อนโยนที่ไม่อาจปฏิเสธ "พักผ่อนสักหน่อยเถอะ จะห่วงงานอะไรขนาดนั้น?"
เหอฉิงหันกลับมาค้อนให้เขาวงใหญ่ แต่ที่มุมปากกลับประดับด้วยรอยยิ้มหวานหยด:
"นี่มันธุรกิจของคุณนะ ฉันตั้งใจทำงานมันผิดตรงไหนล่ะคะ?"
พูดไปงั้นแหละ แต่เธอก็ยอมเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย
เฉินเซียวคว้ามือนุ่มนวลของเธอแล้วดึงเบาๆ เหอฉิงก็ถลันเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของเขาดุจผีเสื้อแสนสวย เขาโอบเอวของเธอไว้ ปลายคางเกยอยู่ที่กลุ่มผมบนศีรษะของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความรัก:
"ตอนที่ให้คุณมาดูแลมูลนิธินี้ ก็เพราะผมไม่อยากให้คุณเหนื่อยเกินไป"
เขาบีบเนื้อนุ่มๆ ที่เอวเธอเบาๆ:
"งานนี้ไม่มีการประเมินกำไรขาดทุน มีหน้าที่แค่ใช้เงินอย่างเดียว มันจะไปเหนื่อยตรงไหนกัน?"
น้ำเสียงของเขาแฝงความเผด็จการและความห่วงใย:
"ถ้ามันทำให้คุณเหนื่อยจริง ผมจะไปจ้างผู้จัดการมืออาชีพมาคุมแทน ส่วนคุณน่ะ เอาเวลามาอยู่กับผมและเซียงจิ๋นให้มากๆ จะดีกว่านะ"
ในใจของเหอฉิงหวานล้ำราวกับอาบน้ำผึ้ง เธอรู้ว่าเขาห่วงใยเธอจริงๆ เธอเงยหน้าขึ้นและประทับจูบเบาๆ ลงบนริมฝีปากที่ได้รูปของเฉินเซียวอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงออดอ้อน:
"ทราบแล้วค่ะ... ฉันจะหาเวลาพักผ่อนนะคะ"
ทั้งสองพลอดรักกันต่ออีกพักใหญ่ จนเหอฉิงรู้สึกว่าเวลาล่วงเลยมาพอสมควรแล้ว
"พวกซีชินใกล้จะมาถึงแล้วใช่ไหมคะ? ฉันต้องจัดระเบียบตัวเองหน่อยแล้ว" เธอผลักเฉินเซียวเบาๆ
เฉินเซียวถึงยอมปล่อยวงแขนออกมาอย่างอาลัยอาวรณ์
เหอฉิงลุกขึ้นยืน จัดกระโปรงราคาแพงที่ถูกเฉินเซียวขยำจนยับให้เข้าที่ พลางหยิบโทรศัพท์ภายในบนโต๊ะทำงานขึ้นมา:
"เดี๋ยวฉันบอกเสี่ยวไฉ่ก่อน ให้เลื่อนนัดของวันนี้ทั้งหมดไปเป็นพรุ่งนี้แทน"
"เสี่ยวไฉ่..."
"ใครนะ? น้าสองของฉันเหรอ?" เหอฉิงหลุดอุทานออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ และนั่นดึงดูดความสนใจของเฉินเซียวและหวังผิงทันที
เหอฉิงรีบวางสาย "น้าสองของฉันมาค่ะ——" เธอขยี้หน้าผากเบาๆ บอกเฉินเซียวกับหวังผิงประโยคหนึ่งแล้วรีบเดินออกไปข้างนอก
"หา——" หวังผิงก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน "มาแบบไม่บอกล่วงหน้าเลยเหรอ?"
น้าสองของเหอฉิง หวังผิงเองก็รู้จักดี ช่วงหลายปีที่เรียนอยู่ที่หยูเฉิง เธอแวะไปบ้านเหอฉิงบ่อยมาก ญาติๆ ของเหอฉิงแทบทุกคนรู้จักเธอดี
นั่นน่ะสิ! นี่มันการบุกจู่โจมสายฟ้าแลบชัดๆ! ประเด็นคืออีกเดี๋ยวเฉินเซียวตั้งใจจะจัดเลี้ยงต้อนรับพวกซีชินที่นี่ด้วยสิ
เฉินเซียวยิ้มพลางกล่าวว่า: "คุณรีบไปเถอะ อย่าให้น้าสองเขารู้สึกว่าคุณวางมาดใหญ่โต ปล่อยให้ผู้ใหญ่รอข้างนอกมันไม่ดี" พูดไปพลางเขาก็ลุกขึ้นยืนตาม
เหอฉิงมีสถานะพิเศษในใจเขา สำหรับญาติผู้ใหญ่ของเธอ เฉินเซียวย่อมให้ความเคารพประหนึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่ของตัวเองเช่นกัน
เหอฉิงเดินจ้ำไม่หยุดจนถึงห้องทำงานของผู้ช่วย และได้เห็นน้าสองกับลูกพี่ลูกน้องต้าเหว่ยที่นั่งรออยู่จริงๆ
"น้าสอง! พี่ต้าเหว่ย!" บนใบหน้าของเหอฉิงปรากฏรอยยิ้มสดใสทันทีขณะเดินเข้าไปต้อนรับ
"เหอฉิง!" น้าสองเมื่อเห็นเหอฉิงที่ดูสวยสง่าและมีราศีจับ ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที! เธอรีบก้าวเข้าไปคว้ามือหลานสาวไว้พลางมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า ปากก็อุทานไม่หยุด:
"โอ้โห! สวยขึ้นเป็นกองเลยนะเนี่ย! ดูราศีนั่นสิ! เห็นปุ๊บก็รู้เลยว่าเป็นคนมีบุญ มิน่าล่ะถึงได้เป็นเจ้าคนนายคนขนาดนี้!" เธอไม่ได้ปิดบังความทึ่งและความภาคภูมิใจที่ได้เกาะชายกระโปรงหลานสาวเลยสักนิด
"เร็วค่ะ เข้าไปนั่งในห้องทำงานฉันก่อน!" เหอฉิงจูงมือน้าสองพานำเข้าไปในห้องทำงานของตัวเอง ตอนนี้เธอไม่ใช่เด็กสาวขี้อายที่เคยทำตัวไม่ถูกต่อหน้าเฉินเซียวอีกต่อไปแล้ว ท่วงท่ากิริยาของเธอเปี่ยมไปด้วยความสุขุมสง่างามในฐานะนายหญิงของบ้าน
น้าสองและต้าเหว่ยเดินตามเหอฉิง ก้าวเข้าสู่ห้องทำงานที่เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจสูงสุดของมูลนิธิ
ทันทีที่ประตูเปิดออก และสายตาของน้าสองกับต้าเหว่ยกวาดไปทั่วห้องทำงาน——
เวลาในตอนนั้นคล้ายจะหยุดนิ่ง!
ความตกตะลึงอันยิ่งใหญ่ถาโถมเข้าใส่พวกเขาราวกับคลื่นยักษ์สึนามิ!
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือความสง่างามแบบจีนที่แฝงไว้ด้วยความหรูหราอย่างมีระดับ!
โต๊ะทำงานไม้โรสวู้ดสีเข้มดูเคร่งขรึมและทรงพลัง บนโต๊ะจัดวางเครื่องเขียนสี่สิ่งสำหรับนักปราชญ์และที่ทับกระดาษหยกไว้อย่างประณีต บนผนังแขวนภาพวาดโบราณของจริงที่สื่อถึงอารมณ์อันลุ่มลึก ตู้หนังสือขนาดใหญ่เต็มผนังอัดแน่นไปด้วยคัมภีร์โบราณและหนังสือปกแข็งสมัยใหม่ มองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่คือเส้นขอบฟ้าของเมืองที่รุ่งเรืองราวกับภาพวาดขนาดมหึมา ที่มุมห้องมีแจกันพอร์ซเลนลายครามปักดอกกล้วยไม้ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ พื้นที่ทั้งหมดดูสงบ หนักแน่น และเปี่ยมไปด้วยภูมิฐาน ราวกับย้อนเวลากลับไปยังห้องทรงพระอักษรขององค์ฮ่องเต้ในสมัยโบราณ!
น้าสองอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างยิ่งกว่าเดิม เธอสูดลมหายใจเข้าลึก และหลุดอุทานออกมาด้วยสำเนียงท้องถิ่นที่ดังสนั่นไปทั่วห้องทำงานอันเงียบสงัด:
"พระเจ้าช่วยกล้วยทอด! เหอฉิง! นี่... ห้องทำงานแกเนี่ย... มันคือ [ห้องทรงพระอักษร] หรือไงกัน?!"
ส่วนต้าเหว่ยนั้นแข็งทื่อกลายเป็นหินไปแล้ว ถึงขั้นลืมหายใจ ห้องทำงาน "รองประธาน" ในฝันของเขา พอนำมาเทียบกับห้องนี้แล้ว มันยิ่งกว่าส้วมซะอีก
"น้าสอง พี่ต้าเหว่ยคะ นี่เฉินเซียว แฟนของฉันค่ะ"
การแนะนำของเหอฉิง ทำให้น้าสองและต้าเหว่ยเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าในห้องยังมีคนอื่นอยู่ด้วย
แฟน?
น้าสองและต้าเหว่ยหันไปมองเฉินเซียวที่ยืนยิ้มให้พวกเขาอยู่พร้อมกัน
ดูเป็นคนสุภาพและหล่อเหลาดี แต่ไม่รู้ว่าจะเหมาะสมกับหลานสาว (ลูกพี่ลูกน้อง) ที่เป็นถึงผู้จัดการทั่วไปคนนี้หรือเปล่า
"สวัสดีครับน้าสอง สวัสดีครับพี่ต้าเหว่ย——"
เฉินเซียวกล่าวทักทายพร้อมรอยยิ้ม
"เสี่ยวเฉิน นั่งเถอะ นั่งๆ——" แม้น้าสองจะรู้สึกว่าหลานสาวรีบมีแฟนเร็วไปหน่อยจนดูเหมือนจะลาดเลาไม่ดี!
ด้วยฐานะอย่างเหอฉิงในตอนนี้ ในสายตาของน้าสอง การจะหาแฟนสักคนมันต้องคัดตัวระดับโลกเชียวนะ
"หวังผิงก็อยู่ด้วยเหรอเนี่ย——" น้าสองไม่แปลกใจที่เห็นหวังผิง เพราะเธอรู้ดีว่าหวังผิงกับเหอฉิงน่ะตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋
ทุกคนนั่งลง น้าสองทำตัวตามสบายเหมือนอยู่บ้านตัวเอง เธอหันไปพูดกับเหอฉิงว่า: "น้าถามแม่แกเรื่องมีแฟนหรือยัง แม่แกก็อึกๆ อักๆ ไม่ยอมบอก... น้าดูเสี่ยวเฉินแล้วก็หน้าตาดีมีราศีนะ ไม่ได้ขี้เหร่จนควงออกงานไม่ได้สักหน่อย"
เหอฉิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองเฉินเซียว โชคดีที่เขาไม่ได้โกรธ
"น้าสองคะ——" เธอเริ่มไม่พอใจ พูดจาทำไมถึงไม่มีหูรูดเอาซะเลยนะ?
น้าสองเริ่มรู้สึกไม่สบอารมณ์ โบราณว่าไว้ผู้หญิงแต่งออกก็เหมือนสาดน้ำทิ้งท่าจะจริง หลานสาวคนนี้แค่มีแฟนเข้าหน่อย น้าสาวจะแซวเล่นนิดเดียวก็ไม่ได้เสียแล้ว เฮ้อ——
ต้าเหว่ยเริ่มให้ความสำคัญกับเฉินเซียวขึ้นมาบ้าง เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาส่งให้
เฉินเซียวโบกมือปฏิเสธ: "ผมไม่สูบบุหรี่ครับ..."
พูดจบเขาก็ปรายตามองเหอฉิง "เธอก็ไม่ชอบคนสูบบุหรี่ด้วยครับ..."
พอได้ยินแบบนั้น ต้าเหว่ยก็ไม่กล้าสูบต่อ เขาเก็บมวนบุหรี่กลับไปด้วยความเก้อเขิน ก่อนจะเย้าเล่นว่า: "เฉินเซียว นายเป็นคนดีนะเนี่ย... มิน่าล่ะถึงเป็นที่รักของสาวๆ"
คำพูดนี้ก็ไม่ได้ผิดอะไร เพราะผู้หญิงที่ยอดเยี่ยมอย่างเหอฉิงยังมอบใจให้เขาเลย
ส่วนน้าสองพอได้ยินคำนี้ จู่ๆ ก็นึกถึงเรื่องที่เธอเฝ้ากังวลมาตลอด จึงรีบพูดกับเฉินเซียวทันที: "เสี่ยวเฉิน พี่ชายของเหอฉิงน่ะป่านนี้ยังไม่มีแฟนเลยนะ ถ้าเธอรู้จักผู้หญิงดีๆ ก็ช่วยแนะนำให้ต้าเหว่ยสักคนสิ!"
เฉินเซียว: "."
(จบบท)