เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 ขัดเกลากายาระดับห้า

บทที่ 6 ขัดเกลากายาระดับห้า

บทที่ 6 ขัดเกลากายาระดับห้า


บทที่ 6 ขัดเกลากายาระดับห้า

หนึ่งเดือนให้หลัง

ลานฝึกยุทธ์หลังสำนักยุทธ์หินยักษ์

"ขัดหนังคือขั้นแรกของการขัดเกลากายา ประกอบด้วยกระบวนท่าสามสิบหกท่าที่ผสานเข้ากับการสูดลมปราณเฉพาะตัว"

หยวนเทาเปลือยท่อนบน ผิวพรรณขึ้นสีทองแดงสะท้อนประกายวาววับดุจโลหะ จังหวะการสูดลมปราณแปรเปลี่ยนตามท่วงท่าที่ขยับเขยื้อนอย่างต่อเนื่อง

เมื่อร่ายรำกระบวนท่าชุดหนึ่งเสร็จสิ้นลงอย่างไหลลื่นดุจเมฆาคล้อยวารีไหล เขาก็รวบรวมลมปราณยืนตระหง่าน ก่อนจะปรายตาเล็งมองไป๋ตงหลินที่กำลังตั้งใจฟังอยู่ด้านข้างแล้วเอ่ยขึ้นว่า

"ระดับขัดเกลากายานั้นฝึกฝนได้ง่ายที่สุด เพราะสามารถอาศัยการกระตุ้นจากภายนอกเพื่อเร่งการฝึกให้เร็วขึ้นได้ เพียงใช้ของแข็งไร้คมทุบตีผิวหนัง แล้วแช่ในสมุนไพรสูตรเฉพาะ ก็จะเห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็วเป็นเท่าทวี!"

เมื่อกล่าวถึงตรงนี้หยวนเทาก็แย้มยิ้ม รายได้หลักของสำนักยุทธ์อย่างพวกเขาก็มาจากการขายโอสถสมุนไพรสำหรับขัดเกลากายานี่เอง

"ขัดเกลากายาระดับที่สอง คือระดับกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น! กล้ามเนื้อเปรียบเสมือนต้นกำเนิดแห่งพลังในกายมนุษย์! เมื่อกำลังวังชามากล้น พลังทำลายย่อมแข็งแกร่งตามไปด้วย!"

สิ้นคำ เขาก็เริ่มร่ายรำวิชาอีกชุดหนึ่ง ทุกย่างก้าวและท่วงท่าทำให้กล้ามเนื้อทั่วร่างพองขยายจนตัวดูใหญ่ขึ้นหนึ่งเท่าตัว เมื่อเท้าข้างหนึ่งกระทบพื้น แผ่นหินชิงสือที่แข็งแกร่งก็แตกเป็นเสี่ยง ๆ!

"ระดับที่สาม ระดับอวัยวะภายใน!"

หยวนเทาไม่ได้หยุดพักหลังจบวิชาหมัด เขาทิ้งตัวลงสี่ขา หมอบราบไปกับพื้นดุจคางคกตัวหนึ่ง

เขาสูดลมหายใจเข้าอย่างแรงจนแผ่นอกพองโต! ไป๋ตงหลินที่เฝ้าดูอยู่ด้านข้างรู้สึกอึดอัดจนแทบจะขาดใจ ราวกับว่าอากาศรอบกายถูกหยวนเทาสูบหายไปจนสิ้น

"กว๊าบ! กว๊าบ!"

เสียงร้องอันทึบพร่าดังสะท้อนตามแรงกระเพื่อมของทรวงอก สั่นสะเทือนจนฝุ่นผงบนพื้นฟุ้งกระจาย

คิ้วของไป๋ตงหลินกระตุกวูบ แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้เห็น แต่ภาพที่ปรากฏต่อหน้านี้ก็ยังทำให้เขารู้สึกคันฟันยุบยิบอยู่ดี

"ระดับที่สี่ ขัดเกลากระดูก!"

หยวนเทาที่เพิ่งเลียนแบบคางคกเสร็จกลับพลิกกายหมอบลงประดุจพยัคฆ์ร้ายที่โจนทะยานลงจากเขาสูง กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งแน่น เมื่อเขาสูดลมปราณ ก็มีเสียงฟ้าร้องคำรามแว่วเบา ๆ ออกมา

หลังจากสาธิตครบสี่ระดับแรก หยวนเทาก็รวบรวมพลังแล้วสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะหันมากล่าวกับไป๋ตงหลินว่า

"ระดับสุดท้ายคือการผลัดเปลี่ยนโลหิต ซึ่งเป็นวิชาสายสงบ เคล็ดลับสำคัญเจ้าเองก็คุ้นเคยดีอยู่แล้ว ขอเพียงขัดเกลากระดูกจนสำเร็จ พลังปราณย่อมสามารถทะลวงเข้าไปถึงไขกระดูก กระตุ้นให้สร้างโลหิตใหม่ขึ้นมา เมื่อเลือดใหม่เข้าแทนที่เลือดเก่า ทุกอย่างก็จะไหลลื่นดุจกาลเวลาที่ขัดเกลาหินให้มน"

"เมื่อการผลัดเปลี่ยนโลหิตสิ้นสุดลง สมรรถภาพทุกส่วนของร่างกายจะพุ่งทะยานขึ้นอย่างมหาศาล!"

ทั้งสองกลับมายังห้องโถง จิบน้ำชาพลางสนทนากันต่อ การถามตอบดำเนินไปจนกระทั่งล่วงเข้าสู่ยามราตรี

"คุณชาย กำหนดเวลาหนึ่งเดือนมาถึงแล้ว หยวนผู้นี้ได้สอนวิชายุทธ์พื้นฐานทั้งหมดให้แก่ท่านตามสัญญาที่ให้ไว้ ไม่ทราบว่าหลังจากนี้ท่านมีความคิดอ่านประการใด?"

ไป๋ตงหลินจิบน้ำชาคำหนึ่ง ก่อนจะประสานมือคารวะหยวนเทาแล้วเอ่ยว่า

"ขอบคุณเจ้าสำนักหยวนที่สั่งสอนอย่างไม่ปิดบัง ตัวข้านั้นได้รับประโยชน์ล้ำค่ามากมาย ทว่าข้าจากบ้านมานานวัน ถึงเวลาที่ควรจะกลับเสียที"

ช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมาเขาขี้เกียจเดินทางไปกลับ จึงส่งข่าวบอกท่านแม่ใหญ่แล้วขอเข้าพักอยู่ในสำนักยุทธ์แห่งนี้

ในเมื่อเป้าหมายสำเร็จลุล่วงแล้ว ไป๋ตงหลินจึงเตรียมตัวบอกลา เขาแทบจะรอไม่ไหวที่จะกลับไปเริ่มฝึกฝน!

"ฮ่า ๆ ๆ คุณชายเกรงใจเกินไปแล้ว หยวนผู้นี้เพียงรับค่าตอบแทนมาทำงานให้ลุล่วงตามหน้าที่เท่านั้น มิอาจรับบุญคุณนี้ไว้ได้หรอก"

ทั้งสองกล่าวทักทายกันพอเป็นพิธี หยวนเทาจึงสั่งให้คนนำตำราไม่กี่เล่มมามอบให้ไป๋ตงหลินพร้อมกล่าวว่า

"ในตำราเหล่านี้มีบันทึกความเข้าใจจากการฝึกฝนของข้าอยู่ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อคุณชายบ้าง หากคุณชายเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วต้องการจะฝึกวิชาลับเหล่านี้จริง ๆ สามารถมาหาซื้อสมุนไพรขัดเกลากายาได้ที่ข้าเสมอ!"

ไป๋ตงหลินรับตำราทั้งสี่เล่มมา อันประกอบด้วย ระดับขัดเกลากายา "วิชาคนทองแดง", ระดับกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น "หมัดวัวมารทรงพลัง", ระดับอวัยวะภายใน "เคล็ดสูดลมปราณคางคก" และระดับขัดเกลากระดูก "เสียงอัสนีบาตพยัคฆ์ดาว"!

ส่วนระดับผลัดเปลี่ยนโลหิตนั้น อาศัยเพียงเทคนิคการใช้พลังปราณ จึงไม่มีตำราฝึกฝนแยกออกไปต่างหาก

เมื่อได้ยินหยวนเทาพยายามขายสมุนไพร ไป๋ตงหลินก็ทำเพียงยิ้มรับโดยไม่เอ่ยคำใด

หัวใจสำคัญของการขัดเกลากายามิใช่เคล็ดวิชา แต่เป็นตัวยาสมุนไพรที่ต้องใช้คู่กัน!

หากไร้ซึ่งสมุนไพรก็ใช่ว่าจะฝึกไม่ได้ แต่มันจะล่าช้าจนน่าเหลือเชื่อ อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการเกิดอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่มองไม่เห็น เพราะร่างกายมนุษย์นั้นซับซ้อนและละเอียดอ่อนยิ่งนัก หากปราศจากตัวยามาช่วยบำรุง ย่อมยากที่จะประสบความสำเร็จ!

ตั้งแต่โบราณกาลมามีคำกล่าวว่า ผู้ยากไร้เรียนบุ๋น ผู้มั่งมีเรียนบู๊ สมุนไพรนั้นล้ำค่ายิ่ง คนทั่วไปจึงมิอาจเอื้อมถึงเส้นทางแห่งยุทธ์

ทั้งสองสนทนากันต่ออีกครู่หนึ่ง ไป๋ตงหลินก็บอกลาจากไป หยวนเทาเดินมาส่งถึงหน้าประตูด้วยความนอบน้อมยิ่ง

หยวนเทามองดูรถม้าที่ค่อย ๆ ลับตาไป พลางส่ายหน้ายิ้มขื่นแล้วพึมพำกับตนเอง

"เฮ้อ ในที่สุดก็ส่งบรรพบุรุษน้อยผู้นี้ไปได้เสียที หวังว่าฮูหยินท่านนั้นจะพึงพอใจนะ"

ไป๋ตงหลินนั่งอยู่บนรถม้า พลิกดูตำราลับอย่างไม่ใส่ใจนัก เขารู้แจ้งในทุกสรรพสิ่งของระดับขัดเกลากายาอยู่แล้ว ที่เปิดดูตอนนี้ก็เพียงต้องการมองหาเทคนิคบางอย่างที่พอจะนำมาปรับใช้ได้เท่านั้น

ส่วนเหตุผลที่เขาใช้นามแฝงนั้น ก็เพียงเพราะนึกสนุกและเป็นรสนิยมส่วนตัวที่ออกจะพิลึกไปเสียหน่อย

มิได้จงใจปกปิดฐานะอันใด แม้จะถูกเปิดโปงก็หาได้ใส่ใจไม่ เมื่อความสามารถตื่นขึ้นมาแล้ว เรื่องพวกนี้ในสายตาเขาก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวธุลีที่ไร้สาระเท่านั้น

สิ่งสำคัญเร่งด่วนในตอนนี้คือการเริ่มฝึกยุทธ์ เขาแทบจะอดรนทนรอไม่ไหวแล้ว

เมื่อกลับมาถึงเรือนไม้ลี้ลับ เขาจัดการเก็บข้าวของให้เข้าที่ เปลี่ยนมาสวมชุดที่รัดกุมคล่องตัว แล้วจึงมุ่งหน้าไปยังเขาเสี่ยวหุยทันที!

เรือนไม้ลี้ลับตั้งอยู่บริเวณชายขอบด้านนอกสุดของจวนไป๋ ส่วนเขาเสี่ยวหุยที่อยู่ติดกันนั้นถือเป็นพื้นที่รอบนอกยิ่งกว่า เรียกได้ว่าแทบจะมิได้อยู่ในเขตจวนไป๋แล้วก็ว่าได้

เขาเสี่ยวหุยมิได้สูงชันนัก มีความสูงเพียงสี่ห้าร้อยเมตรเท่านั้น ทว่าหากข้ามเขาเสี่ยวหุยไปก็จะถึงเขาต้าหุย ซึ่งเป็นหนึ่งในขุนเขาที่สูงที่สุดในอวิ๋นโจว

ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา นอกจากจะไปยังสำนักยุทธ์หินยักษ์แล้ว เขาก็เอาแต่ครุ่นคิดถึงวิธีที่จะใช้ประโยชน์จากพลังของตนเองให้ได้มากที่สุด

จนในที่สุดเขาก็พบสถานที่อันยอดเยี่ยมบนเขาเสี่ยวหุย ซึ่งเหมาะแก่การฝึกวิชายิ่งนัก!

บนฟากฟ้ามีดวงจันทร์ดวงใหญ่หนึ่งดวงและดวงเล็กอีกสองดวงทอแสงกลมโตสว่างไสว ทว่าภายในป่ายามราตรีกลับยังคงบรรยากาศวังเวงน่าสะพรึงกลัว

แต่ไป๋ตงหลินหาได้มีความรู้สึกหวาดกลัวแม้แต่น้อย นับตั้งแต่พลังตื่นขึ้นมา เขารู้สึกว่าตนเองใจกล้าบ้าบิ่นขึ้นทุกที แม้แต่ความตายยังไม่กลัว แล้วจะมีสิ่งใดให้ต้องขลาดเขลาอีก?

เพียงไม่นานเขาก็มาถึงบริเวณยอดเขา เมื่ออ้อมไปด้านหลัง กลับพบว่าด้านหลังของภูเขาเป็นหน้าผาชันที่ดิ่งลงไปเป็นเส้นตรง!

เขาสำรวจมาตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อนแล้ว หน้าผาแห่งนี้ลึกกว่าร้อยจั้ง เบื้องล่างเต็มไปด้วยหินสีเขียวเนื้อแกร่งที่ทั้งแตกหักและคมกริบ!

ไป๋ตงหลินพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ที่นี่เดิมทีเป็นเขตเขาด้านหลังของตระกูลไป๋ ไร้ร่องรอยผู้คนสัญจร อีกทั้งยังอยู่ห่างไกลจากตัวจวนพอสมควร จึงนับว่าลึกลับเพียงพอ

เขาถอดเสื้อผ้ากางเกงออก ไป๋ตงหลินยืดอกบริหารร่างกายเพื่ออบอุ่นเครื่องเล็กน้อย ก่อนจะกระโจนลงจากหน้าผาทันที!

ภายใต้แรงดึงดูดที่ทวีความเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ความเร็วในการร่วงหล่นก็ยิ่งฉุดกระชาก ไม่มีสิ่งใดผิดคาด ศีรษะของไป๋ตงหลินกระแทกพื้นเข้าอย่างจัง หินสีเขียวที่แข็งแกร่งถึงกับปริร้าว เศษสมองขาวโพลนกระเด็นไปไกลถึงเจ็ดแปดเมตร!

ไป๋ตงหลินสิ้นชีพแล้ว!

ทว่าสองวินาทีให้หลัง เขาก็ลุกขึ้นยืนใหม่อีกครั้ง มีเพียงซากสารสีขาวที่ไม่กระจ่างชัดบนพื้นดินเท่านั้นที่เป็นเครื่องยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่มิใช่ภาพหลอน

เขาลองขยับแข้งขาไปมา การตายในชั่วพริบตามิได้กระตุ้น "พลิกผันความเสียหาย"

อีกทั้งเพราะตายไวเกินไป จึงไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด และไม่มีผลในการขัดเกลาเจตจำนงแต่อย่างใด

เขาจึงตั้งชื่อให้ความสามารถนี้อย่างเรียบง่าย

พลิกผันความเสียหาย!

อมตะไม่ดับสูญ!

นี่คือสิ่งที่ไป๋ตงหลินใช้เป็นที่พึ่งพิง

เขาเดินไปยังริมหน้าผาแล้วเริ่มปีนป่ายขึ้นไป เมื่อปีนไปได้ราวเจ็ดแปดเมตร มือเกิดลื่นไถลจนร่วงหล่นลงมา

"ปัก!" เสียงกระแทกดังสนั่น

ขาซ้ายหัก กระดูกซี่โครงแตกหักไปเกินครึ่ง อวัยวะภายในฉีกขาดและตกเลือดอย่างหนัก! ความเจ็บปวดอันรุนแรงทำเอาเขาถึงกับต้องสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหนาวเหน็บ!

บาดแผลที่คนปกติย่อมไม่มีทางรอดชีวิต กลับหายเป็นปลิดทิ้งทันทีที่ไป๋ตงหลินลุกขึ้นยืน

เขารู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังเสริมความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย ไป๋ตงหลินรีบปรับลมหายใจและฝึกฝน "วิชาคนทองแดง" ทันที เมื่อเคล็ดวิชาเริ่มหมุนเวียน พลังงานเหล่านั้นก็ค่อย ๆ ไหลซึมเข้าสู่ผิวหนัง

หลังจากร่ายกระบวนท่าครบชุด เขาสัมผัสได้ว่าผิวหนังเริ่มเหนียวแน่นและแข็งแกร่งขึ้น

ผลลัพธ์เช่นนี้ดียิ่งกว่าการกินยาหม้อหลายเท่าตัวนัก พลังงานที่ไร้ที่มานั้นบริสุทธิ์ถึงขีดสุด และส่งผลดีต่อกายาอย่างมหาศาล

ไป๋ตงหลินแย้มยิ้ม ทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ การโดดหน้าผาคือแรงโน้มถ่วงที่กระทำ "งาน"! คือแรงดึงดูดที่สร้างความเสียหายให้แก่เขา! (มันคือ งาน ในทางฟิสิกส์ นั่นแหละ ตกจากที่สูงแค่ปล่อยตัวลงมา แรงโน้มถ่วงจะดึงลงมาเอง เป็นแรงภายนอก แต่ถ้าทิ่มตัวเองเป็นแรงจากแขนไม่ใช่แรงภายนอก)

การกระตุ้น "พลิกผันความเสียหาย" จึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลยิ่งนัก

ตอนนี้เขาเข้าใจพลังนี้อย่างถ่องแท้แล้ว ตราบใดที่มิใช่ "งาน" ที่เกิดจากการทำร้ายตนเอง ย่อมกระตุ้นพลังนี้ได้ทั้งสิ้น!

เช่น การตบหน้าตนเอง การใช้มีดแทงตนเอง หรือการระเบิดตัวเอง เป็นต้น

"งาน" ที่ใช้สร้างความเสียหายแก่ตนเองเหล่านี้ถือเป็นพลังงานของเขาเอง!

ดังนั้นจึงไม่อาจย้อนกลับมาดูดซับได้!

ก็เหมือนกับที่มนุษย์ไม่อาจยกตัวเองขึ้นได้ และเครื่องจักรนิรันดร์ที่ไม่มีอยู่จริงนั่นเอง

กฎเกณฑ์ของพลังนี้ช่างชัดเจน เรียบง่าย และน่าอุ่นใจยิ่งนัก!

ไป๋ตงหลินบิดเอวเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มปีนหน้าผาต่อ

ตลอดทั้งคืนนั้น บนเขาเสี่ยวหุยมีเสียง "ปัง ปัง ปัง" อันแปลกประหลาดดังก้องอยู่ไม่ขาดสาย

จบบทที่ บทที่ 6 ขัดเกลากายาระดับห้า

คัดลอกลิงก์แล้ว