- หน้าแรก
- ระบบไม่ปลื้ม: ผมใช้บัคอัปเกรดของฟรีจนเป็นเทพ
- บทที่ 470 - คุณลักษณะหายนะที่เหมาะสมที่สุด!
บทที่ 470 - คุณลักษณะหายนะที่เหมาะสมที่สุด!
บทที่ 470 - คุณลักษณะหายนะที่เหมาะสมที่สุด!
บทที่ 470 - คุณลักษณะหายนะที่เหมาะสมที่สุด!
ด้วยฟังก์ชันนี้ ขอเพียง [ยานซิงฉยง] สามารถเร่งความเร็วไปจนถึงขีดสุดได้ ซูมู่ไป๋ก็สามารถกระโดดข้ามมิติไปมาได้อย่างอิสระภายในขอบเขตของหนึ่งโลกขนาดใหญ่!
ข้อจำกัดเพียงอย่างเดียวของ [ยานซิงฉยง] ก็คือพลังงานนั่นเอง
ซูมู่ไป๋หรี่ตามองหน้าจอโฮโลแกรม
ชาร์จพลังงานจนเต็มต้องใช้แก่นเทวะตั้งหนึ่งร้อยชิ้นเชียวหรือ
นี่คือสิ่งที่เกิดจากการยกระดับคริสตัลวิญญาณอย่างนั้นหรือ
ซูมู่ไป๋เลิกคิ้ว เขาพลิกมือหยิบคริสตัลวิญญาณออกมาหนึ่งชิ้นก่อนจะขยับความคิด
[หายนะ]!
[เป้าหมาย: คริสตัลวิญญาณ]!
[คำแนะนำ: โปรดเลือกการเลื่อนขั้น (ขั้นหนึ่ง/ขั้นสอง/ขั้นสาม) หรือเพิ่มคุณลักษณะหายนะให้กับเป้าหมาย] (คลิกเพื่อดูรายละเอียด)
ตัวเลือกที่หนึ่ง: เลื่อนขั้นเป็น "เพชรวิญญาณ" ไม่มีค่าใช้จ่าย
ตัวเลือกที่สอง: ยกระดับเป็น "คริสตัลเทพ" ใช้คริสตัลวิญญาณหนึ่งหมื่นก้อน
ตัวเลือกที่สาม: กลายสภาพเป็น "แก่นเทวะ" ใช้พลังวิญญาณหนึ่งแสนหน่วย
ตัวเลือกที่สี่: เพิ่มคุณลักษณะหายนะให้มันเพียงอย่างเดียว ใช้พลังวิญญาณ 0.01 หน่วย (อัตราขั้นต่ำ)
"พลังวิญญาณหนึ่งแสนหน่วยงั้นหรือ"
เมื่อเห็นค่าใช้จ่ายในการทำให้กลายเป็นแก่นเทวะ ซูมู่ไป๋ก็อดที่จะเบิกตากว้างไม่ได้
หมายความว่าการเติมพลังงานให้ [ยานซิงฉยง] จนเต็มหนึ่งครั้ง ต้องใช้พลังวิญญาณถึงสิบล้านหน่วยเลยอย่างนั้นหรือ!
ค่าใช้จ่ายระดับนี้สำหรับยานอวกาศระดับจ้าว จ้าวแห่งกฎเกณฑ์ส่วนใหญ่คงไม่มีปัญญาจ่ายแน่นอน
แต่ซูมู่ไป๋คือผู้เล่นสายโปรนี่นา เรื่องหาเงินสำหรับเขาถือเป็นเรื่องกล้วยๆ
"เลื่อนขึ้นหนึ่งขั้น"
เมื่อขยับความคิด ซูมู่ไป๋ก็เลือกใช้สิทธิ์เลื่อนขั้นฟรีทันที คริสตัลวิญญาณในมือส่องแสงริบหรี่ก่อนจะค่อยๆ หดตัวลง และแปรสภาพเป็นเพชรสีม่วงดำอันเจิดจรัสในที่สุด
[เพชรวิญญาณ]: สิ่งล้ำค่าที่อาจจะถือกำเนิดขึ้นเป็นบางครั้งบางคราวภายในเหมืองคริสตัลวิญญาณ พลังงานที่อัดแน่นอยู่ในแต่ละเม็ดเทียบเท่ากับคริสตัลวิญญาณหนึ่งร้อยก้อน
"ของที่ให้กำไรหนึ่งร้อยเท่าโผล่มาอีกแล้ว"
ซูมู่ไป๋เลิกคิ้ว นึกถึงคริสตัลวิญญาณกว่าสี่หมื่นล้านก้อนในบัตรธนาคารของดีแลน มุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
ทว่าการเติมพลังงานให้ [ยานซิงฉยง] นั้น ซูมู่ไป๋ไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรใดๆ เลยแม้แต่น้อย
เพราะเขาคือผู้เล่นสายโปรของแท้!
เขาเก็บ [เพชรวิญญาณ] เข้าไปในแหวนมิติอย่างลวกๆ สายตาของซูมู่ไป๋ก็ไปหยุดอยู่ที่คุณลักษณะหายนะของ [ยานซิงฉยง]
ก่อนที่จะใช้สิทธิ์เลื่อนขั้นฟรี เขายังแอบคิดว่าคุณลักษณะหายนะข้อนี้ดูไร้ประโยชน์ไปสักหน่อย
แต่พอกลับมาดูตอนนี้ถึงได้รู้ว่าสายตาของตัวเองนั้นสั้นตื้นเกินไปแล้ว
[คุณลักษณะหายนะ]: พลังงานไร้ขีดจำกัด ยานซิงฉยงจะอยู่ในสถานะพลังงานเต็มเปี่ยมตลอดกาล
แม้คุณลักษณะหายนะของ [ยานซิงฉยง] จะมีเพียงข้อเดียวที่ดูแสนจะธรรมดานี้ แต่ต้องยอมรับเลยว่าโปรแกรมโกงก็คือโปรแกรมโกงอยู่วันยังค่ำ
และนี่ก็คือคุณลักษณะหายนะที่เหมาะสมกับ [ยานซิงฉยง] มากที่สุดแล้ว!
"ขึ้นยาน!"
ซูมู่ไป๋โบกมือ [ยานซิงฉยง] ก็สาดลำแสงสีขาวลงมา ดึงรั้งร่างของทุกคนเข้าไปภายในห้องโดยสารทันที
แม้กระทั่งสองพี่น้องเทวทูตที่ถูกห่อหุ้มอยู่ใน [รังไหมแห่งความโกลาหล] ก็ไม่เว้น
พื้นที่ภายในห้องโดยสารไม่ได้กว้างขวางขึ้นมากนัก แต่มันดูหรูหรากว่าเดิมมาก
ยานอวกาศทั้งลำแผ่ซ่านความผันผวนของมิติออกมาอย่างเข้มข้น ซูมู่ไป๋ถึงกับรู้สึกว่าขอเพียงเขาสงบสติอารมณ์และใช้เวลาสักพัก เขาก็จะสามารถทำความเข้าใจกฎเกณฑ์มิติได้อย่างแน่นอน
"นายท่านผู้ทรงเกียรติ ต้องการเดินทางไปยังอ่าวโจรสลัดที่ใกล้ที่สุดต่อไปหรือไม่คะ"
ทันทีที่ขึ้นมาบนยาน เสียงสอบถามจากระบบ AI อัจฉริยะของ [ยานซิงฉยง] ก็ดังขึ้น
ซูมู่ไป๋กำลังจะตอบกลับ ทว่า [รังไหมแห่งความโกลาหล] ข้างกายกลับส่งคลื่นความผันผวนบางอย่างออกมา
หึ่ง!
รังไหมแสงสีขาวดำเริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ ก่อนจะสาดแสงสว่างเจิดจ้าออกมาจากพื้นผิว
พวกปิงซวงและไบรอันที่กำลังเตรียมตัวจะเข้าห้องพักก็หยุดฝีเท้าลง พากันหันกลับมามองรังไหมแสง
สถานการณ์แบบนี้ต่อให้เป็นไบรอันที่ผ่านโลกมามากก็ยังไม่เคยเห็นมาก่อน
ดังนั้นทุกคนจึงต่างอยากรู้อยากเห็นกันมากว่าสองพี่น้องเทวทูตจะเกิดความเปลี่ยนแปลงเช่นไรหลังจากออกจากรังไหมแสง
"หืม"
ดวงตาของซูมู่ไป๋สาดประกายสีทอง ภายใต้การเสริมพลังของ [เนตรเซวียนเทียน] สายตาของเขาทะลุผ่าน [รังไหมแห่งความโกลาหล] เข้าไปเห็นความเปลี่ยนแปลงที่อยู่ภายใน
สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือ โยวหลานและหลิงอวี่ที่เปลือยเปล่ากอดกันกลมได้อันตรธานหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้!
และสิ่งที่เข้ามาแทนที่ คือกลุ่มก้อนแสงรูปร่างคล้ายมนุษย์ที่มีสีดำสลับขาว แถมยังมีประกายสีทองหม่นและสีม่วงสว่างแทรกซึมอยู่
หึ่ง!
วินาทีต่อมา [รังไหมแห่งความโกลาหล] ก็สลายตัวไปอย่างสมบูรณ์ เผยให้เห็นเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นแก่สายตาของทุกคน
เธอสวมชุดเกราะรัดรูปที่ขับเน้นสัดส่วน เค้าโครงใบหน้ามีความคล้ายหลิงอวี่ห้าส่วน คล้ายโยวหลานห้าส่วน รูปร่างยิ่งเป็นการผสมผสานข้อดีทั้งหมดของทั้งสองสาวเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ มอบความรู้สึกทั้งบริสุทธิ์และยั่วยวนไปพร้อมๆ กัน
ปีกสี่คู่ขยับไหวแผ่วเบาอยู่เบื้องหลัง เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงสถานะเทวทูตแปดปีกของเธอ และบ่งบอกถึงระดับพลังที่บรรลุถึงระดับศักดิ์สิทธิ์ทำลายล้างขั้นสิบ
เพียงแต่ปีกเทวทูตที่อยู่ด้านหลังของเธอนั้น ช่างแตกต่างจากเทวทูตแสงศักดิ์สิทธิ์และเทวทูตตกสวรรค์อย่างสิ้นเชิง!
ปีกของเผ่าเทวทูตนั้นเป็นสิ่งที่มีอยู่จริงทางกายภาพ ทว่าปีกของคนตรงหน้านี้กลับเป็นพลังงานที่ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง!
ปีกสี่ข้างทางซ้ายมีสีดำสนิทเป็นสีหลัก แต่บริเวณใกล้กับปลายปีกกลับกลายเป็นสีขาวบริสุทธิ์ ทั้งสองสีไม่ได้ดูตัดกันจนน่าเกลียดแต่อย่างใด กลับไล่ระดับสีกันอย่างเป็นธรรมชาติสุดๆ
นอกจากนี้บนปีกพลังงานฝั่งซ้ายยังมีลวดลายพลังงานสีทองหม่นประดับอยู่ ทว่ามันไม่ได้หยุดนิ่ง แต่กลับไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา!
ส่วนปีกสี่ข้างทางขวากลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง สีหลักคือสีขาวบริสุทธิ์ ก่อนจะค่อยๆ ไล่ระดับไปจนกลายเป็นสีดำสนิทที่บริเวณปลายปีก
ลวดลายพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ก็ไม่ใช่สีทองหม่น แต่เป็นสีม่วงสว่าง
เมื่อปีกทั้งแปดขยับไหวแผ่วเบา ประกายแสงดาวก็ปรากฏขึ้นและร่วงหล่นลงมาช้าๆ
วินาทีที่แสงดาวหลุดออกจากปีก มันก็กลายสภาพเป็นขนนกสีทองหม่นหรือสีม่วงสว่าง ปลิววนรอบกายของเทวทูตหนึ่งรอบ ก่อนจะหลอมรวมกลับเข้าไปในปีกอีกครั้ง
เทวทูตตนนี้ที่เกิดจากการหลอมรวมกันของหลิงอวี่และโยวหลาน มอบความรู้สึกที่สับสนปนเปให้แก่ผู้พบเห็น
บริสุทธิ์ ตกต่ำ แสงสว่าง ความมืด สูงส่ง ย้อนแย้ง...
ดูเหมือนทุกคำศัพท์จะสามารถนำมาใช้บรรยายตัวเธอได้ แต่ก็ไม่มีคำไหนที่สามารถบรรยายได้อย่างสมบูรณ์แบบ
"นี่มัน... เทวทูตอะไรกันเนี่ย"
ไบรอัน ปิงซวง และสามพี่น้องไฟจราจรขยี้ตาตัวเอง จ้องมองเทวทูตที่เดินออกมาจาก [รังไหมแห่งความโกลาหล] ด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ในความรู้ของพวกเขา หมื่นภพไม่เคยมีตัวตนเช่นนี้ปรากฏขึ้นมาก่อนเลย
"ขอบพระคุณนายท่านที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ! หลานอวี่จะจดจำพระคุณนี้ไว้ในใจตลอดไป!"
เทวทูตคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าซูมู่ไป๋ ทว่าศีรษะยังคงเชิดขึ้น สายตาแน่วแน่จับจ้องมาที่เขา
เฉกเช่นเดียวกับรูปลักษณ์ภายนอก น้ำเสียงของเธอก็มอบความรู้สึกที่น่าอัศจรรย์ใจเช่นเดียวกัน
น้ำเสียงนั้นราวกับล่องลอยลงมาจากปุยเมฆอันห่างไกล ว่างเปล่าและกระจ่างใส ดุจดั่งแสงจันทร์อันเย็นเยียบที่ทอประกายอยู่กลางดึก ตัดขาดจากโลกกีย์
ทว่าเมื่อลองฟังให้ดี ภายใต้ความว่างเปล่านั้นกลับซุกซ่อนความเย้ายวนอันแสนอันตรายเอาไว้อย่างเบาบาง ประหนึ่งดอกฝิ่นที่กำลังผลิบาน แม้จะรู้ดีว่าอันตราย แต่กลับยากที่จะต้านทาน
"ลุกขึ้นเถอะ"
ซูมู่ไป๋ยกมือขึ้นเบาๆ ปราณมรณะม้วนตัวเข้าไปพยุงร่างของ "หลานอวี่" ให้ลุกขึ้น
หลังจากกวาดตามอง "หลานอวี่" ขึ้นลงสองรอบ ซูมู่ไป๋ก็เตรียมจะเปิดดูข้อมูลสเตตัสของเธอ ทว่าร่างของ "หลานอวี่" กลับค่อยๆ เลือนลางลง
วินาทีต่อมา ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน แสงสีดำขาวก็สว่างวาบขึ้นรอบกายของ "หลานอวี่" ก่อนที่เธอจะแยกตัวกลับกลายเป็นโยวหลานและหลิงอวี่เหมือนเดิม!
ภาพนี้ทำเอาพวกปิงซวงถึงกับเบิกตาค้าง
รวมร่างกันแล้วยังแยกออกจากกันได้อีกหรือเนี่ย
นี่มันวิชาอาคมอะไรกัน!
"นายท่าน ต่อไปพวกเราก็สามารถช่วยเหลืองานของท่านได้แล้วนะคะ!"
หลิงอวี่ยิ้มอย่างซุกซน ส่วนในดวงตาของโยวหลานที่อยู่ข้างๆ ก็มีประกายแห่งความตื่นเต้นพาดผ่าน
"ด้วยความช่วยเหลือจากนายท่าน ตอนนี้พวกเราได้กลายเป็นตัวตนที่มีเพียงหนึ่งเดียวในหมื่นภพแล้ว!"