เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 420 - บัคนี้ยิ่งใช้ยิ่งบานปลาย!

บทที่ 420 - บัคนี้ยิ่งใช้ยิ่งบานปลาย!

บทที่ 420 - บัคนี้ยิ่งใช้ยิ่งบานปลาย! 


บทที่ 420 - บัคนี้ยิ่งใช้ยิ่งบานปลาย!

เมื่อคิดได้ดังนั้น ซูมู่ไป๋ก็รีบล็อกเป้าไปที่ช่องอัญเชิญที่ยังหลอมรวมไม่เสร็จสมบูรณ์ในใจทันที พร้อมกับรวบรวมสมาธิ

[หายนะ]!

[แจ้งเตือน: สิ่งนี้กำลังอยู่ในสภาวะไม่เสถียร โปรดรอให้มันเสถียรเสียก่อนจึงจะสามารถใช้ทักษะหายนะได้]

"ใช้ได้จริงๆ ด้วย!!!"

ซูมู่ไป๋กำหมัดแน่น นัยน์ตาสาดประกายวาบ

แม้จะยังใช้ทักษะหายนะไม่สำเร็จ แต่นั่นเป็นเพราะช่องอัญเชิญยังอยู่ในสภาวะไม่เสถียรต่างหาก

ตอนที่ลองใช้ทักษะหายนะคราวก่อน มันไม่มีปฏิกิริยาบ้าอะไรตอบกลับมาเลยด้วยซ้ำ!

เมื่อรับรู้ถึงความคืบหน้าในการหลอมรวม ซูมู่ไป๋ก็ทำได้เพียงข่มความตื่นเต้นในใจ แล้วหยิบอุปกรณ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ทำลายล้างที่ดรอปจากชาร์ลีออกมา

อุปกรณ์ชิ้นนี้กำหนดเลเวลขั้นต่ำไว้สูงถึง 180 หากเทียบแค่พลังป้องกัน มันก็เป็นรอง [เกราะมารแห่งจุดจบ] ของซูมู่ไป๋เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

แต่ไอ้นี่มันเป็นแค่ปลอกแขน การที่พลังป้องกันของมันไล่เลี่ยกับเสื้อเกราะอย่าง [เกราะมารแห่งจุดจบ] ได้ ก็พอจะบ่งบอกได้แล้วว่ามันสุดยอดแค่ไหน

ทว่าสำหรับซูมู่ไป๋ในตอนนี้ เขาเห็นอุปกรณ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ทำลายล้างมาจนชินชาแล้ว

มูลค่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอุปกรณ์ชิ้นนี้ ก็คือการที่เขาสามารถเลื่อนขั้นฟรีให้มันกลายเป็นอุปกรณ์ระดับกฎเกณฑ์ได้ต่างหาก!

ซูมู่ไป๋เพียงแค่กวาดตามองค่าสถานะของ [สนับแขนกระดูกมรณะพิทักษ์] คร่าวๆ ก่อนจะรีบร้อนเปิดใช้งานพรสวรรค์

[หายนะ]!

[เป้าหมาย: สนับแขนกระดูกมรณะพิทักษ์]!

ทว่าข้อความแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอโฮโลแกรม กลับทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป

[แจ้งเตือน: ต้องการเผาผลาญพลังวิญญาณ 9 จุด เพื่อเสริมคุณลักษณะหายนะเดี่ยวๆ หรือไม่]

???

เดี๋ยวนะ?

ที่นี่ไม่ใช่ดินแดนต้องห้ามแห่งทวยเทพนะเว้ย ไม่มีข้อจำกัดอะไรเลยแท้ๆ ทำไมถึงมีให้เลือกแค่ตัวเลือกเดียวล่ะ?!

เมื่อกี้ตอนที่เลื่อนขั้นของวิเศษระดับศักดิ์สิทธิ์ทำลายล้างชิ้นนั้นยังผ่านฉลุยอยู่เลย ทำไมตอนนี้ถึงทำไม่ได้แล้วล่ะ

ซูมู่ไป๋ขมวดคิ้วมุ่น กดยกเลิก [หายนะ] ทันที จากนั้นก็ลองเปิดใช้งานใส่ [สนับแขนกระดูกมรณะพิทักษ์] ดูอีกรอบ

ทว่าข้อความแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอโฮโลแกรม ก็ยังคงเหมือนเดิมเป๊ะ ไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่เครื่องหมายวรรคตอนเดียว

"ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะเนี่ย..."

ซูมู่ไป๋มองดูสนับแขนโลหะในมือ พึมพำออกมาอย่างลืมตัว

ตั้งแต่เข้าเกมมา เขายังไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนเลย

ตอนที่อยู่ในดินแดนต้องห้ามแห่งทวยเทพ ต่อให้ระดับศักดิ์สิทธิ์ทำลายล้างจะเป็นจุดสูงสุด มันก็ยังมีข้อความแจ้งเตือนบอก

เว้นเสียแต่ว่า...

ซูมู่ไป๋เงยหน้าขึ้นขวับ ในใจเกิดข้อสันนิษฐานบางอย่างขึ้นมา

ขณะเดียวกัน ปิงซวงก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย "เจ้านาย เป็นอะไรไปหรือครับ"

"พอเป็นจ้าวแห่งกฎเกณฑ์แล้ว ก็ไม่มีอุปกรณ์สวมใส่ให้ใช้แล้วใช่ไหม"

ซูมู่ไป๋เอ่ยถามช้าๆ หวังจะได้คำตอบจากปิงซวง

ฝ่ายหลังชะงักไปเล็กน้อย ไฟวิญญาณในเบ้าตาวูบไหว เห็นได้ชัดว่ากำลังค้นหาข้อมูลจากความทรงจำที่สืบทอดมา

หลังจากวิวัฒนาการเป็นสิ่งมีชีวิตระดับครึ่งเทพ แม้จะยังคงเป็นจักรพรรดิมังกรดับสูญอยู่ แต่ความทรงจำสืบทอดของมันก็มีข้อมูลเพิ่มขึ้นมาอีกมาก

ครู่ต่อมา ปิงซวงก็อธิบายว่า "เจ้านายเดาถูกแล้วครับ อุปกรณ์สวมใส่ที่เกมหมื่นภพสร้างขึ้นมานั้น จุดสูงสุดของมันก็คือระดับศักดิ์สิทธิ์ทำลายล้าง..."

จากคำอธิบายของปิงซวง ซูมู่ไป๋จึงได้เข้าใจว่าทำไม [สนับแขนกระดูกมรณะพิทักษ์] ถึงไม่สามารถใช้ทักษะหายนะยกระดับต่อไปได้

นั่นเป็นเพราะในเขตแดนหมื่นภพ อุปกรณ์สวมใส่ไม่ว่าจะสร้างจากวัสดุอะไร ก็ไม่อาจเสริมพลังให้กับกายาเทพได้เลย

แม้แต่ [คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์แห่งความตาย] หากซูมู่ไป๋ทะลวงขึ้นเป็นจ้าวแห่งกฎเกณฑ์ขั้น 11 เมื่อไหร่ มันก็จะไม่สามารถช่วยเพิ่มพลังแห่งจ้าวให้เขาได้อีกต่อไป

ไม่เพียงแค่นั้น อุปกรณ์ชิ้นเดียวกัน หากนำไปสวมใส่ให้สิ่งมีชีวิตที่ต่างกัน ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะแตกต่างกันอย่างมหาศาลด้วย

ยกตัวอย่างเช่น อุปกรณ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ทำลายล้างชิ้นหนึ่ง สามารถเพิ่มค่าสถานะบางอย่างให้ผู้เล่นเผ่ามนุษย์ได้ถึง 100% แต่พอนำไปให้เผ่าพันธุ์ระดับท็อปอย่างปิงซวงสวมใส่ มันกลับแทบจะไม่ช่วยเพิ่มค่าสถานะอะไรให้เลย

"ถ้าพูดแบบนี้ อุปกรณ์สวมใส่ก็คือสิ่งที่เกมหมื่นภพเอาไว้ใช้สร้างสมดุลลดช่องว่างระหว่างเผ่าพันธุ์งั้นสิ"

ซูมู่ไป๋หรี่ตาลงเล็กน้อย

"ถูกต้องครับ แต่ต่อให้เผ่าพันธุ์ทั่วไปจะใส่สุดยอดอุปกรณ์เต็มสูบ ก็ยังยากที่จะลบช่องว่างที่มีกับเผ่าพันธุ์ระดับท็อปอยู่ดี"

ได้ยินดังนั้น ซูมู่ไป๋ก็อดพยักหน้าเห็นด้วยไม่ได้

เรื่องนี้ดูได้จากความห่างชั้นของค่าสถานะ ปิงซวงเลเวล 200 พลังชีวิตทะลุ 40 ล้านล้านไปแล้ว

แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นผู้เล่นเผ่ามนุษย์ เลเวล 200 ก็เพิ่งจะอยู่แค่คลาส 7 อีปิกเท่านั้น ต่อให้เป็นสายแทงก์ที่มีสุดยอดอุปกรณ์ครบเซ็ต พลังชีวิตอย่างมากก็คงอยู่แค่หลักหมื่นหรือสองหมื่นล้าน

ส่วนซูมู่ไป๋น่ะเหรอ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ขีดจำกัดพลังชีวิตของเขา... จนป่านนี้ก็ยังคงมีแค่หนึ่งจุดอันแสนน่าเวทนาเท่านั้น

ตามความทรงจำสืบทอดของปิงซวง เมื่อสิ่งมีชีวิตใดๆ ก็ตามสามารถหล่อหลอมกายาเทพได้สำเร็จ โบนัสจากอุปกรณ์สวมใส่ก็จะกลายเป็นศูนย์ทันที

แล้วพวกสกิลที่ติดมากับอุปกรณ์สวมใส่ล่ะ

สำหรับจ้าวแห่งกฎเกณฑ์แล้ว ของพรรค์นั้นนอกจากจะดูหรูหราอลังการ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย

เมื่อก้าวไปถึงระดับนั้นแล้ว การจะเอาชนะคู่ต่อสู้ในระดับเดียวกันได้ ต้องพึ่งพาการทำความเข้าใจและการประยุกต์ใช้กฎเกณฑ์ล้วนๆ

มีเพียงของวิเศษที่เกิดจากการควบแน่นของพลังแห่งกฎเกณฑ์เท่านั้น ถึงจะมีประโยชน์กับจ้าวแห่งกฎเกณฑ์ขั้น 11 ได้

"ถ้าเป็นแบบนั้น แล้วอุปกรณ์เซ็ตของ [จ้าวแห่งความตาย] จะมีความหมายอะไรอีกล่ะ"

ซูมู่ไป๋ขมวดคิ้ว พลิกข้อมือ ลูกแก้วกลมเกลี้ยงสีดำทมิฬก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ นัยน์ตาแฝงความครุ่นคิด

เมื่อได้ยินดังนั้น ปิงซวงก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง

"เจ้านาย สำหรับเผ่าพันธุ์ระดับล่างแล้ว อุปกรณ์สวมใส่ถือเป็นสารอาหารชั้นเลิศในการหล่อหลอมกายาเทพเลยล่ะครับ"

"หมายความว่าไง"

ซูมู่ไป๋ขมวดคิ้ว ไม่ใช่เพราะปิงซวงบอกว่าเขาเป็นเผ่าพันธุ์ระดับล่าง แต่เป็นเพราะเขาไม่เข้าใจจริงๆ

คำพูดประโยคต่อมาของปิงซวง ช่วยไขข้อข้องใจในใจของเขาทันที

"การจะทะลวงขึ้นเป็นจ้าวแห่งกฎเกณฑ์ขั้น 11 กลายเป็นตัวตนระดับเทพแท้จริงได้นั้น ต้องบรรลุเงื่อนไขสองข้อครับ"

"ข้อแรก ต้องทำความเข้าใจในเส้นทางแห่งกฎเกณฑ์สายใดสายหนึ่งอย่างถ่องแท้สมบูรณ์"

"ข้อสอง ต้องหล่อหลอมกายาเทพ!"

พูดถึงตรงนี้ ปิงซวงก็หยุดไปครู่หนึ่งเพื่อเรียบเรียงคำพูด ก่อนจะเอ่ยต่อ

"สำหรับเผ่าพันธุ์ระดับท็อป การหล่อหลอมกายาเทพไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร แต่สำหรับเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอมาตั้งแต่เกิดอย่างเผ่ามนุษย์ การจะหล่อหลอมกายาเทพได้นั้น ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากอุปกรณ์สวมใส่ครับ"

"เมื่อถึงเวลานั้น พลังทั้งหมดจากอุปกรณ์สวมใส่ทั้งชุด จะถูกดูดซับไปเป็นพลังหนุนในการหล่อหลอมกายาเทพ"

"ยิ่งอุปกรณ์แกร่ง กายาเทพที่หล่อหลอมออกมาก็ย่อมแข็งแกร่งตามไปด้วย!"

"แต่จะสามารถดึงพลังจากอุปกรณ์มาได้มากน้อยแค่ไหนนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับความสามารถส่วนบุคคลด้วย โดยทั่วไปแล้ว ยอดฝีมือที่สามารถหล่อหลอมกายาเทพได้ อย่างน้อยก็ดึงพลังมาได้สัก 40% แต่สัดส่วนนี้ก็ยากที่จะทะลุเกิน 60% ไปได้"

"อย่างนี้เองสินะ"

ซูมู่ไป๋พยักหน้า เริ่มเข้าใจนิยามของอุปกรณ์สวมใส่ในเกมหมื่นภพได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

เมื่อสายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่ [ลูกแก้วมารรัตติกาลมรณะ] ประกายแห่งความปิติยินดีก็วาบขึ้นในดวงตา

บางที... การที่อุปกรณ์ในเขตแดนหมื่นภพสุดทางแค่ระดับศักดิ์สิทธิ์ทำลายล้าง อาจจะไม่ใช่ข่าวร้ายสำหรับเขา มิหนำซ้ำยังมีประโยชน์มหาศาลซะด้วยซ้ำ!

นั่นก็เพราะอุปกรณ์เซ็ตของ [จ้าวแห่งความตาย] ไม่ได้ประกอบขึ้นจากอุปกรณ์สวมใส่ที่เป็นชิ้นเป็นอัน

แต่มันเกิดจากการให้ [ลูกแก้วมารรัตติกาลมรณะ] กลืนกินอุปกรณ์สวมใส่เข้าไป แล้วเผาผลาญ [ของเหลวมารรัตติกาลมรณะ] เพื่อเนรมิตมันขึ้นมาต่างหาก!

[ลูกแก้วมารรัตติกาลมรณะ] ไม่ใช่อุปกรณ์สวมใส่ แต่เป็นไอเทมพิเศษ!

ถ้าเขาใช้ทักษะหายนะยกระดับไอ้นี่ให้กลายเป็นระดับกฎเกณฑ์ หรือแม้แต่ระดับทำลายกฎเกณฑ์ล่ะ

แบบนั้นเขาก็สามารถเนรมิตอุปกรณ์เซ็ตในสองระดับนี้ออกมาได้น่ะสิ?!

ต่อให้มันจะไม่มีผลโบนัสเพิ่มค่าสถานะให้กับกายาเทพ แต่ถ้าเขาได้สวมใส่อุปกรณ์เซ็ตสุดยอดแบบนี้ ตอนที่ทะลวงระดับ กายาเทพที่หล่อหลอมออกมาจะทรงพลังขนาดไหนกันเชียว

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ลมหายใจของซูมู่ไป๋ก็เริ่มหอบถี่ขึ้นมา

นึกไม่ถึงเลยว่าการฆ่าผู้เล่นเผ่าอันเดดระดับศักดิ์สิทธิ์ทำลายล้างขั้นต้นไปสองคน จะนำพาสุดยอดเซอร์ไพรส์มาให้เขาถึงสองเรื่อง

บัคของเกมนี้ ยิ่งเล่นก็ยิ่งบานปลายซะแล้ว!

ซูมู่ไป๋เลิกคิ้วขึ้น สายตาจับจ้องไปที่ [ลูกแก้วมารรัตติกาลมรณะ] แล้วรวบรวมสมาธิ!

[หายนะ]!

จบบทที่ บทที่ 420 - บัคนี้ยิ่งใช้ยิ่งบานปลาย!

คัดลอกลิงก์แล้ว