- หน้าแรก
- ลิขิตรักนางฟ้าเกาหลี
- บทที่ 23: แรงบันดาลใจและเดิมพันครั้งใหญ่
บทที่ 23: แรงบันดาลใจและเดิมพันครั้งใหญ่
บทที่ 23: แรงบันดาลใจและเดิมพันครั้งใหญ่
ขณะที่เดินไปรินน้ำ ฮันกาอินก็นึกถึงเรื่องที่คุยกันในโทรศัพท์ก่อนหน้านี้ขึ้นมาได้ เธอจึงเปลี่ยนทิศทางเดินตรงไปยังห้องทำงานแทน
"ก๊อก ก๊อก!"
นิ้วเรียวเคาะลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้าชายหนุ่ม เถียนเหิงเจี้ยนถอดหูฟังออกก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง
"ที่คุณพูดในสายเมื่อกี้ว่าอีกไม่นานเขาก็จะดิ้นไม่หลุดแล้ว มันหมายความว่ายังไงกันแน่คะ?"
"อ้อ พอดีผมมีเพื่อนในวงการสื่อบอกมาว่าเขาเก็บภาพเด็ดๆ ไว้ได้น่ะ ตอนนี้ผมกำลังเร่งปั่นบทอยู่ ต้องส่งภายในวันจันทร์นี้แล้ว"
เถียนเหิงเจี้ยนพยักหน้าตอบ ทว่าคิ้วของเขายังคงขมวดมุ่น การเปลี่ยนแปลงบนหน้าเว็บไซต์ปริศนากำลังทำให้เขาปวดหัวอย่างหนักจนไม่มีอารมณ์จะพร่ำเพ้อในตอนนี้
"แหม ฉันว่าคุณนั่นแหละที่เป็นคนวางแผน แล้วนี่กำลังเขียนบทอยู่จริงๆ เหรอกะ?"
ฮันกาอินโน้มตัวลงไปจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์พลางเบ้ปาก "ถามจริงเถอะ มีสาวสวยระดับฉันมายืนอยู่ตรงหน้า แต่คุณกลับนั่งจ้องเว็บไซต์ประเภทนี้เนี่ยนะ?"
"ผมกำลังหาแรงบันดาลใจอยู่น่ะสิ เวลาแบบนี้สมองผมจะแล่นเป็นพิเศษ เข้าใจไหม?"
เถียนเหิงเจี้ยนโบกมือไล่เชิงบอกไม่ให้เธอรบกวน เพราะเขากำลังจมดิ่งอยู่ในความคิด
"เหอะ อย่ามาอ้างดีกว่า ฉันไปเตรียมกับข้าวแล้ว คุณก็เชิญปั่นแรงบันดาลใจของคุณต่อไปเถอะ!"
ฮันกาอินหมุนตัวเดินจากไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลง หากเธอไม่ได้เห็นกับตาว่าเขากำลังเปิดเว็บไซต์หน้าตาประหลาดนั่นอยู่ เธอคงจับทั้งคนทั้งคอมพิวเตอร์ทุ่มลงโถส้วมแล้วกดชักโครกทิ้งไปนานแล้ว สุดท้ายเธอก็ได้แต่คิดว่านี่คงเป็นรสนิยมส่วนตัวที่พิลึกพิลั่นของเขา
เมื่อเห็นว่าใกล้จะค่ำแล้ว หากไม่รีบลงมือทำอาหารตอนนี้คงจะดึกเกินไป
'ให้ตายเถอะ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? นี่มันโปรโมชั่นจำกัดเวลาหรือไง?'
เถียนเหิงเจี้ยนไล่เช็คชื่อภาพยนตร์บนเว็บไซต์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนในที่สุดเขาก็สังเกตเห็นว่ามีเพียงภาพยนตร์จากแดนกิมจิเท่านั้นที่กำลังลดราคา
เขามั่นใจว่าอีกไม่นานราคามันต้องดีดกลับไปเท่าเดิมแน่นอน เพราะตามสไตล์ของเว็บไซต์นี้ หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้น มันย่อมถูกแก้ไขอย่างรวดเร็วไปนานแล้ว
ตอนนี้เขาต้องเลือกระหว่างเงินสามแสนในมือ จะซื้อหนังเกรดเอที่ได้รับคำชมล้นหลามเพียงเรื่องเดียว หรือจะกวาดหนังเกรดรองลงมาหลายๆ เรื่องเพื่อเก็บไว้สร้างต่อเนื่องกันดี? อย่างหลังจะช่วยให้เขามีบทในมือพร้อมใช้งานและประหยัดงบได้มากกว่า
ทันใดนั้น เถียนเหิงเจี้ยนก็พบความผิดปกติอีกอย่าง ไม่ใช่หนังเกาหลีทุกเรื่องที่ลดราคา มีเพียงเรื่องที่มีนักแสดงนำเป็นผู้หญิงเท่านั้นที่ลดราคาเป็นพิเศษ ส่วนเรื่องที่มีแต่ตัวประกอบหญิงหรือใช้นักแสดงชายล้วนยังคงราคาเดิม
การค้นพบนี้ทำให้เขานึกถึงฮันกาอินขึ้นมาทันที
เขาเร่งค้นหาภาพยนตร์ที่ฮันกาอินเคยแสดง และก็เป็นไปตามคาด ภาพยนตร์เรื่อง 'นักเรียนบ้า ดีเดือด' ที่ฉายเมื่อปีกลาย ซึ่งได้คะแนนสูงถึง 7.6 ถูกขึ้นสถานะว่าฟรี และสามารถดาวน์โหลดบทประพันธ์ได้ทันที
แต่เถียนเหิงเจี้ยนยังไม่กล้ากด เพราะหากหนังเรื่องนี้มีความเชื่อมโยงกับฮันกาอินและมีโอกาสดาวน์โหลดได้เพียงครั้งเดียว เขาจะขาดทุนมหาศาลหากราคามันดีดกลับไปเท่าเดิม
นอกจากเรื่องนั้น เขายังเจออีกเรื่องคือ 'รักแรกในความทรงจำ'
เขาต้องไล่ดูไปกว่าสามสิบหน้ากว่าจะหาเจอ เพราะการจัดหมวดหมู่ของเว็บไซต์นี้ชวนสับสนสิ้นดี มันดูเหมือนจะเรียงตามยุคสมัยแต่ก็ไม่ถูกต้องเสียทั้งหมด หนังเรื่องนี้ก็เปิดให้ดาวน์โหลดฟรีเช่นกัน แถมได้คะแนนสูงถึง 7.5
หลังจากใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง เขาจึงตัดสินใจไปถามความเห็นจากฮันกาอินโดยตรง ในเมื่อความเปลี่ยนแปลงของเว็บไซต์ดูจะเกี่ยวข้องกับเธอ การฟังมุมมองของเธอน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ฮันกาอินในชุดผ้ากันเปื้อนกำลังฮัมเพลงพลางเตรียมมื้อค่ำอยู่ในครัว เมื่อเห็นเถียนเหิงเจี้ยนเดินเข้ามาเธอก็เลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย คงไม่ใช่ว่าดูหนังในเว็บนั่นจนคึกแล้วจะมาขอให้เธอช่วยหรอกนะ? ตอนนี้เธอไม่มีอารมณ์จะเล่นด้วยหรอก เพราะกล้ามเนื้อบนหน้ายังล้าไม่หายเลย
"คุณจะทำอะไรคะ?"
ฮันกาอินรู้สึกได้ถึงอ้อมกอดอุ่นๆ ที่สวมกอดมาจากทางด้านหลังอย่างแผ่วเบา ทว่ามือไม้ของเขายังคงนิ่งสงบ
"คุณว่าระหว่างสร้างหนังระดับตำนานที่ทั้งทำเงินและกวาดรางวัลได้แค่เรื่องเดียว กับการสร้างหนังกระแสหลักติดต่อกันสามสี่เรื่องเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ก่อน แบบไหนจะดีกว่ากัน?" เถียนเหิงเจี้ยนถามพลางเกยคางลงบนไหล่ของเธอ
"ก่อนอื่นบอกฉันหน่อยสิว่า หนังระดับตำนานที่ว่านั่นมันเป็นยังไง?"
ฮันกาอินนึกขำในใจ บทยังไม่มีในมือเลยแท้ๆ แต่กล้าพูดเรื่องกวาดรางวัลและทำเงินมหาศาลเสียแล้ว นี่เขาไปเอาความมั่นใจมาจากไหน หรือว่าเป็นแค่ความเพ้อฝันของคนทำงานศิลปะกันแน่? แต่ก็นั่นแหละ คนสร้างสรรค์ผลงานทุกคนก็คงมีความมั่นใจในงานของตัวเองทั้งนั้น
"เอาใหม่ ผมหมายความว่า ตอนนี้ผมมีโอกาสจะได้ทำหนังเรื่องหนึ่ง คุณว่าผมควรเลือกหนังศิลปะที่ตราตรึงใจจนคนดูต้องหลั่งน้ำตาแต่อาจจะต้องรออีกนานกว่าจะได้ทำเรื่องต่อไป หรือจะเลือกทำหนังตามกระแสสักสองสามเรื่องเพื่อสร้างชื่อให้ตัวเองก่อนดี?"
เถียนเหิงเจี้ยนต้องอธิบายใหม่เมื่อได้ยินน้ำเสียงล้อเลียนของเธอ เขาไม่ได้กลัวที่จะบอกความจริง เพียงแต่อยากเลี่ยงคำว่า 'ซื้อหนังลดราคา' เพราะมันฟังดูเหมือนเขากำลังคุ้ยถังขยะของเซลล์อยู่
"แม้ฉันจะไม่รู้เนื้อหาในบทของคุณ แต่ฉันพอจะเข้าใจความคิดคุณนะ"
ฮันกาอินยิ้มบางๆ "เปรียบเหมือนเวลาฉันไปเดินห้าง ถ้าเจอร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดังกำลังลดราคาอยู่ แม้ราคาที่ลดแล้วจะยังสูงอยู่บ้าง แต่หากไปเทียบกับร้านข้างทางที่เงินจำนวนเท่ากันซื้อได้หลายชุด ฉันก็เลือกแบรนด์เนมอยู่ดี เพราะถ้าจะลงทุนทั้งที ก็ควรเลือกสิ่งที่มีชื่อเสียงและคุณภาพที่คนยอมรับ แม้จะจ่ายแพงกว่าแต่มันคุ้มค่าแน่นอนค่ะ"
อันที่จริงเธออยากจะสื่อว่า แทนที่จะเขียนบทดาดๆ ตามกระแสออกมาเป็นพรวน สู้ทุ่มเทสร้างผลงานชิ้นเอกเพียงชิ้นเดียวดีกว่า ในเกาหลีมีหนังเข้าฉายปีละนับไม่ถ้วน แต่จะมีสักกี่เรื่องที่คนจะจดจำไปตลอดกาล?
"คุณนี่เข้าใจผมจริงๆ! สมกับเป็นผู้หญิงที่ผมเลือกจริงๆ เลย ตั้งใจทำกับข้านะครับ!"
เถียนเหิงเจี้ยนดีใจจนอดไม่ได้ที่จะหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ แถมยังแอบตีบั้นท้ายงามงอนเบาๆ ก่อนจะรีบวิ่งกลับเข้าห้องทำงาน
นี่สิถึงจะเรียกว่าเคมีตรงกัน! เขาเป็นกังวลแทบตายว่าจะอธิบายให้เธอฟังยังไง แต่เธอกลับพูดสิ่งที่อยู่ในใจเขาออกมาได้ตรงเป๊ะ จะไปหาผู้หญิงที่เพียบพร้อมแบบนี้ได้จากที่ไหนอีก ทั้งเป็นหน้าเป็นตาให้เขาได้ ทั้งทำอาหารเก่ง และที่สำคัญคือให้ความอบอุ่นแก่เขาในยามค่ำคืนได้เป็นอย่างดี
เมื่อกลับมาหน้าคอมพิวเตอร์ เถียนเหิงเจี้ยนมองดูรายชื่อหนังตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น ของล้ำค่าขนาดนี้แต่กลับราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ สองแสนดอลลาร์! เพียงสองแสนดอลลาร์เท่านั้น! มือของเขาสั่นน้อยๆ ขณะกดปุ่มดาวน์โหลดอย่างแรง
ทันใดนั้น มีตัวเลือกปรากฏขึ้นมาถามว่าต้องการดาวน์โหลดข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ เถียนเหิงเจี้ยนรู้ดีว่านี่คือข้อมูลแบบครบวงจร ทั้งการตัดต่อ การพากย์เสียง หรือแม้แต่คู่มือการถ่ายทำแบบเข้าใจง่าย
ในเมื่อจ่ายไปสองแสนแล้ว เขาไม่ลังเลที่จะทุ่มอีกหนึ่งแสนเพื่อความสมบูรณ์แบบ เพราะนี่คือหนังคลาสสิกที่เขาไม่อยากให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้นแม้แต่นิดเดียว ในฐานะที่นี่เป็นการกำกับครั้งแรกของเขา เขาต้องการจะเปิดตัวให้สั่นสะเทือนไปทั้งวงการ
หลังจากนั้น หน้าต่างบริจาคเพื่อการกุศลก็เด้งขึ้นมา เขาเลือกบริจาคให้โครงการอาหารโลกอีกครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้นห้าแสนดอลลาร์พอดี
เมื่อยืนยันการทำรายการผ่านโทรศัพท์และธนาคารเรียบร้อยแล้ว เขาก็พึมพำกับตัวเอง "ขอให้สำเร็จเถอะ ไม่อย่างนั้นคงได้เจ๊งกันทั้งคู่แน่ๆ!"
เถียนเหิงเจี้ยนเลิกจ้องหน้าจอดาวน์โหลดแล้วเดินไปดูว่าฮันกาอินทำอะไรอยู่ เพราะเงินสามแสนที่เขาเพิ่งจ่ายไปนั้นเป็นเงินของเธอนั่นเอง
"มีอะไรให้ผมช่วยไหม?" เขากระซิบถามที่ประตูครัวด้วยความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ยังหลงเหลืออยู่ เงินสามแสนหายวับไปกับตา รวมทั้งหมดคือห้าแสนดอลลาร์ ซึ่งในโซลนั้นสามารถซื้อตึกในทำเลทองได้สบายๆ
"ไม่ต้องค่ะ คุณไปเขียนบทเถอะ แต่ตกลงกันก่อนนะ ต้องเก็บบทเด่นๆ ไว้ให้ฉันด้วย!" ฮันกาอินตอบพร้อมรอยยิ้มสดใส
"เฮ้อ ถ้าครั้งนี้ล้มเหลวเกลี้ยงกระเป๋า ผมคงต้องหอบข้าวของกลับสิงคโปร์แน่ๆ"
เถียนเหิงเจี้ยนรู้สึกซึ้งใจในตัวเธอจริงๆ เธอให้เขาหมดทั้งใจ ทั้งเงินทอง ทั้งแรงกาย แถมยังคอยมอบความอบอุ่นให้ทุกคืน
"งั้นเหรอคะ? จะขอแต่งงานต้องคุกเข่านะรู้ไหม! ฉันยังไม่เคยไปสิงคโปร์เลย อยากรู้เหมือนกันว่าที่นั่นเป็นยังไง" ฮันกาอินหันมาหยอกเย้า
"ตกลงครับ ผมไปปั่นบทต่อละ เสร็จแล้วเรียกกินข้าวนะ!"
เขาต้องไปพิมพ์บทจริงๆ เพราะไฟล์ที่ดาวน์โหลดมามันไม่สามารถคัดลอกได้โดยตรง เขาต้องมานั่งเคาะทีละตัวอักษรเพื่อใช้สื่อสารกับนักแสดง แถมครั้งนี้ยังมีข้อมูลเสริมแบบครบถ้วน เขาอยากรู้เหมือนกันว่ามันจะวิเศษขนาดไหน โดยเฉพาะเรื่องการตัดต่อและดนตรีประกอบ ซึ่งหากจัดการส่วนนี้ได้ งานที่เหลือก็แค่ส่งให้บริษัทจัดการต่อ
ส่วนไอ้ 'คู่มือการถ่ายทำฉบับคนโง่' นั่นน่ะ... เขาคงไม่จำเป็นต้องใช้หรอก ระดับบัณฑิตจากโรงเรียนศิลปะภาพยนตร์ชื่อดังของอเมริกาอย่างเขา จะต้องการของพื้นฐานแบบนั้นไปทำไม?
ความเร็วในการดาวน์โหลดนั้นไวกว่าที่คิด ราวกับข้อมูลเหล่านี้ถูกเตรียมไว้รอเขาอยู่แล้ว เพียงครึ่งชั่วโมงทุกอย่างก็เสร็จสิ้น
เมื่อเขาลองรีเฟรชหน้าเว็บดูอีกครั้ง ราคาทั้งหมดก็กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน
'โชคดีที่ฉันไม่กดมั่วซั่ว' เขาลูบอกตัวเองด้วยความโล่งใจ หากตอนนั้นเขาเผลอไปกดโหลดเรื่องอื่นมาคงได้นั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งแน่ๆ ตอนนี้เขาต้องพิสูจน์คุณค่าของตัวเองให้ได้เสียก่อน
หลังจากท่องเว็บอยู่ครู่ใหญ่ ฮันกาอินก็ชะโงกหน้าเข้ามา "ที่รัก กินข้าวได้แล้วค่ะ!"
"ไปเดี๋ยวนี้แหละ!"
เถียนเหิงเจี้ยนละจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ไปที่โต๊ะอาหาร มื้อค่ำดำเนินไปท่ามกลางความเงียบงันที่ไม่ใช่ความอึดอัด แต่เป็นเพราะเขากำลังขบคิดว่าอะไรคือเงื่อนไขที่ทำให้เว็บไซต์เปิดช่วงโบนัสพิเศษ หากบอกว่าเป็นเรื่องผู้หญิง ฮันกาอินก็ยังไม่เคย 'ลึกซึ้ง' กับเขาเสียหน่อย หรือจะมีเงื่อนไขอื่นที่เขาคาดไม่ถึง?
ฮันกาอินคอยคีบอาหารให้เขาอย่างเงียบๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอตั้งใจทำอาหารให้ผู้ชายทานอย่างเป็นทางการ แม้จะไม่ได้ยินคำชมจากปากเขา แต่เพียงแค่เห็นเขาทานอย่างเอร็ดอร่อย เธอก็มีความสุขล้นปรี่อยู่ในหัวใจแล้ว