เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1668 (790) อิชิดะ โอโนะ (ตอนฟรี)

บทที่ 1668 (790) อิชิดะ โอโนะ (ตอนฟรี)

บทที่ 1668 (790) อิชิดะ โอโนะ (ตอนฟรี)


บทที่ 1668 (790) อิชิดะ โอโนะ

การสอบปากคำเฉิงฮ่าวไท่ดำเนินไปอย่างราบรื่นผิดคาด เรียกได้ว่าเกินกว่าที่จี้เฟิงคาดการณ์ไว้มาก

ตอนแรกเขาคิดว่าเฉิงฮ่าวไท่ น่าจะมีกระดูกสันหลังอยู่บ้าง อาจจะเป็นตอที่เคี้ยวยาก จนเขาอาจต้องตัดสินใจใช้พิษทำลายประสาท เพื่อบีบให้หมอนี่คายความจริงออกมา

แต่ภายหลังเขาถึงได้พบว่าเขาคิดผิด และผิดมหันต์เลยทีเดียว

ในตัวของเฉิงฮ่าวไท่คนนี้ ดูเหมือนจะไม่เคยมีสิ่งที่เรียกว่า ‘ศักดิ์ศรี’ อยู่เลยแม้แต่นิดเดียว

แค่ถูกฮั่นจงซ้อมอย่างหนักไปยกหนึ่ง เฉิงฮ่าวไท่ก็ไม่กล้าคิดคดอะไรอีก หลี่ลู่หนานถามอะไรเขาก็ตอบอย่างนั้น จะมีก็แค่ตอนที่พูดถึงความรับผิดชอบของตัวเองเท่านั้น ที่จะแอบกั๊กไว้นิดๆหน่อยๆ เพราะเขากลัวว่าจะต้องได้รับบทลงโทษ ที่ทรมานยิ่งกว่าเดิม

จี้เฟิงรู้สึกสะอิดสะเอียนอยู่ลึกๆ แต่พอมาคิดดูอีกทีเขาก็ทำใจยอมรับได้ เพราะความจริงแล้วเขาประเมินเฉิงฮ่าวไท่สูงเกินไปตั้งแต่แรก ถ้าเฉิงฮ่าวไท่มีศักดิ์ศรีจริงๆ เขาคงไม่แปรพักตร์ไปอยู่กับคนญี่ปุ่น และยอมทำตัวเป็นหมารับใช้หรอก

ดังนั้นจี้เฟิงจึงไม่คิดอะไรมากอีก ไม่ว่าเฉิงฮ่าวไท่จะเป็นยังไงก็ไม่เกี่ยวกับเขา สิ่งที่เขาต้องการมีเพียงข้อมูลที่เฉิงฮ่าวไท่รู้เท่านั้น

ส่วนตัวเฉิงฮ่าวไท่เอง จี้เฟิงไม่อยากจะข้องแวะกับคนประเภทนี้อีกเป็นอันขาด!

หลังจากนั้นเฉิงฮ่าวไท่ก็สารภาพ รายชื่อคนในกลุ่มเล็กๆของเขาออกมาอย่างว่าง่าย รวมถึงเรื่องชั่วๆที่พวกเขาเคยทำในจีน ใครเป็นคนจีน ใครเป็นคนญี่ปุ่น เขาก็แจกแจงออกมาอย่างชัดเจน

แต่สิ่งที่จี้เฟิงสนใจที่สุด ก็คือชายที่ชื่ออิชิดะ โอโนะ

ทว่าน่าเสียดายที่เฉิงฮ่าวไท่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับอิชิดะ โอโนะ ไม่มากนัก ตามที่เขาบอก เขาได้รู้จักกับอิชิดะ โอโนะ ที่ญี่ปุ่น แต่เรื่องครอบครัวหรือที่มาที่ไปของอีกฝ่าย เขาไม่ได้รู้ลึกซึ้งอะไรมากมาย

มารู้ภายหลังเพียงว่าอิชิดะ โอโนะ เป็นพนักงานของไป่เหลียนกรุ๊ป แล้วจากนั้นพวกเขาก็เริ่มคบค้าสมาคมกัน

เรื่องนี้ทำให้จี้เฟิงรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง แต่เขาก็เข้าใจดีว่าคนที่รู้จักกันในสังคม น้อยนักที่จะบอกเรื่องครอบครัวให้คนอื่นฟัง โดยเฉพาะอิชิดะ โอโนะ ที่เห็นชัดว่า มาพร้อมกับจุดประสงค์บางอย่าง เขายิ่งไม่มีทางพูดออกมา หรือต่อให้พูดออกมา ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องจริง!

เมื่อเห็นว่าไม่ได้ข้อมูลสำคัญอะไรจากปากเฉิงฮ่าวไท่แล้ว จี้เฟิงก็ได้แต่ส่ายหน้า เฉิงฮ่าวไท่พูดออกมาได้ขนาดนี้ก็ถือว่าโอเคแล้ว ข้อมูลที่มากกว่านี้คงต้องไปถามจากตัวอิชิดะ โอโนะ เอง

หลี่ลู่หนานเองก็เห็นว่าถามอะไรไม่ได้อีก จึงจบการสอบสวน

“เป็นยังไงบ้าง นายได้อะไรบ้างไหม?” หลี่ลู่หนานเดินเข้ามาในห้องควบคุมข้างๆแล้วถามขึ้น

“เขาไม่ได้โกหก!” จี้เฟิงยิ้มบางๆ

“เขายังกล้าโกหกอีกเหรอ!” หลี่ลู่หนานค้อนขวับใส่เขา พวกนายสองคนเล่นซ้อมผู้ชายตัวโตๆ จนร้องไห้โฮขนาดนั้น ใครจะกล้าโกหกอีกล่ะ?

จี้เฟิงยิ้มและไม่เถียงเรื่องนี้กับเธอ แต่กลับถามแทนว่า “ต่อไปเธอจะสอบปากคำอิชิดะ โอโนะ เลยไหม?”

หลี่ลู่หนานรีบย้อนถามทันที “จะทำอะไร? นายยังอยากจะอัดเขาอีกสักรอบเหรอ?”

เมื่อเห็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มของจี้เฟิง หลี่ลู่หนานก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวเตือน “จี้เฟิงฉันขอเตือนนายนะ ตอนพวกนายจัดการเฉิงฮ่าวไท่ ฉันทำเป็นมองไม่เห็นได้ เพราะยังไงเราก็มีเหตุผลในการกักตัวเขาไว้ช่วงหนึ่ง และตอนนี้ก็มีหลักฐานเพียงพอแล้ว ต่อไปเขาไม่มีทางได้เดินออกไปจากที่นี่แน่ คุกคือที่ที่เขาต้องไป ดังนั้นการกระทำของพวกนายจะไม่มีใครรู้!”

จี้เฟิงถามยิ้มๆ “แต่อิชิดะ โอโนะ ไม่เหมือนกันงั้นเหรอ?”

“แน่นอนว่าไม่เหมือน!” หลี่ลู่หนานกล่าว

“อิชิดะ โอโนะ เป็นคนญี่ปุ่น ตำรวจเราจับเขามา เชื่อว่าทางญี่ปุ่นต้องรู้เรื่องในเร็วๆนี้แน่ ก่อนหน้านี้เอกอัครราชทูตของเขาก็ประท้วงมาครั้งหนึ่งแล้ว คราวนี้พวกเขาต้องส่งคนมาเยี่ยมอิชิดะ โอโนะ ไม่ก็ส่งทนายความมา หรือมาประท้วง... นายคิดดูสิ ถ้าคนของเขามาเห็นบาดแผลบนตัวอิชิดะ โอโนะ พวกเขาจะยอมจบง่ายๆเหรอ?”

ฮั่นจงอดไม่ได้ที่จะพูดแทรก “ก็ไม่ต้องให้พวกมันมาสิ อิชิดะ โอโนะ ทำความผิดในบ้านเรา ทำไมคนญี่ปุ่นต้องเข้ามาสอดด้วย?”

จี้เฟิงส่ายหน้ายิ้มๆ เรื่องมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น หากทางญี่ปุ่นร้องขอส่งคนมาเยี่ยม หรือส่งทนายความมาโดยตรง ตำรวจจีนก็ปฏิเสธได้ยากจริงๆ

มันไม่มีทางเลือก หากเรื่องบานปลายไป ผลกระทบมันจะไม่ดีนัก

นี่ไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่มันคือวิธีหลีกเลี่ยงความเสี่ยง หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ ต้องยึดหลักจริยธรรมที่ถูกต้องไว้ก่อน

ต้องรู้ว่าแม้แต่ในยามสงคราม พวกมหาอำนาจที่รุกรานประเทศอื่นยังต้องหาข้ออ้างสวยหรูเลย นับประสาอะไรกับยุคสันติภาพแบบนี้?

จี้เฟิงเข้าใจเรื่องนี้ดี แม้เขาจะเกลียดชังบางประเทศเข้ากระดูกดำ แต่เขาก็ไม่ใช่พวกหัวรุนแรงไร้สติ จุดไหนควรผ่อนก็ผ่อน จุดไหนควรแข็งก็แข็ง การรู้จักหนักเบานั้นไม่ใช่เรื่องน่าอาย

“ตกลง ฉันจะไม่ลงมือ” จี้เฟิงยิ้มบางๆ “ฉันแค่จะถามเขาสักสองสามคำ ถามจบแล้วฉันก็จะกลับ”

“จริงเหรอ?” หลี่ลู่หนานมองเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อน้ำหน้านัก

“ฉันรับรองกับเธอได้!” จี้เฟิงหัวเราะหึๆ “ฉันว่าคำรับรองของฉันก็น่าจะมีค่านะ?”

“...ก็ได้ งั้นพวกนายตามฉันมา แต่อย่าลืมนะ ห้ามลงมือ!” หลี่ลู่หนานเตือนซ้ำ “ต่อให้นายอยากจะลงมือจริงๆ ก็ให้อดทนไว้ก่อน เพราะคนญี่ปุ่นคงไม่ส่งคนมาเยี่ยม เขาทุกวันหรอกจริงไหม?”

จี้เฟิงถึงกับหลุดขำออกมา คำพูดของหลี่ลู่หนานกำลังบอกเป็นนัยว่า ถ้าอยากจะอัดอิชิดะ โอโนะ ก็อย่าเพิ่งรีบร้อน รอให้ผ่านช่วงลมพัดแรงนี้ไปก่อน โอกาสยังมีอีกเพียบ!

ซึ่งมันก็เป็นความจริง

ไม่ต้องพูดถึงตอนอิชิดะ โอโนะ ถูกส่งเข้าคุกไปแล้วซึ่งคนภายนอกจะเข้าถึงตัวยากขึ้น ต่อให้เป็นช่วงที่ถูกกุมขังชั่วคราวที่สถานกักกันก่อนคำพิพากษา การจะจัดการเขาก็ทำได้ง่ายมาก ไม่เห็นมีความจำเป็นต้องวู่วามลงมือในห้องสอบสวนนี้เลย!

“เข้าใจแล้ว!” จี้เฟิงพยักหน้าพลางยิ้ม

หลี่ลู่หนานกระแอมไอ “นายเข้าใจอะไร? ฉันไม่ได้พูดอะไรสักหน่อยนะ”

จี้เฟิงระเบิดหัวเราะเสียงดัง “ฉันไม่เข้าใจอะไรเลย และไม่ได้ยินอะไรด้วย โอเคไหม? ฮ่าๆๆ...”

เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างอารมณ์ดี แต่ไม่ใช่เพราะจะได้อัดคน แต่เป็นเพราะท่าทางของหลี่ลู่หนานมันน่าขัน

นิสัยของยัยนี่จริงๆแล้ว... ดูเหมือนเธอจะอดทนมานานเหมือนกันนะเนี่ย เชื่อเลยว่าถ้าไม่ได้เป็นหัวหน้าทีม หลี่ลู่หนานคงตบหน้าเฉิงฮ่าวไท่กับอิชิดะ โอโนะ ไปหลายฉาดแล้ว นิสัยอย่างเธอน่ะทนเห็นเรื่องโสโครกพวกนี้ไม่ได้หรอก

แต่ตอนนี้เป็นข้าราชการแล้ว ก็ต้องรู้จักรักษาภาพลักษณ์บ้าง

พอนึกถึงตอนที่หลี่ลู่หนานยังเป็นตำรวจจราจร ท่าทางดุดันสายลุยในตอนนั้น จี้เฟิงก็อดหัวเราะออกมาอีกไม่ได้ จนหลี่ลู่หนานถึงกับถลึงตาใส่

แม้เธอจะไม่รู้ว่าจี้เฟิงหัวเราะอะไร แต่ชัดเจนว่าไอ้หมอนี่ต้องไม่ได้คิดอะไรดีๆแน่

ภายใต้การนำของหลี่ลู่หนาน พวกเขามาหยุดที่หน้าห้องสอบสวนที่กักตัวอิชิดะ โอโนะ ไว้ จี้เฟิงกล่าวว่า “ฮั่นจงในเมื่อวันนี้ไม่มีโอกาสลงมือ นายรออยู่ตรงนี้ก่อนเถอะ ฉันจะเข้าไปถามไอ้เตี้ยนั่นสองสามคำ”

ฮั่นจงพยักหน้าเขาเข้าใจดี ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากที่เขาได้ทรมานเฉิงฮ่าวไท่ไปแล้วรอบหนึ่ง ความแค้นในใจก็เบาบางลงไปเยอะ ตอนนี้เขารู้สึกสบายใจขึ้นมาก ยังไงเสียโอกาสหน้าก็ยังมี ตราบใดที่ไอ้ญี่ปุ่นคนนี้อยู่ในคุกจีน ย่อมมีวิธีจัดการมันแน่ ไม่ต้องรีบร้อนตอนนี้

จี้เฟิงหันไปมองหลี่ลู่หนาน ซึ่งฝ่ายหลังรีบพูดทันที “เพื่อป้องกันไม่ให้นายใจร้อนจนทำให้อิชิดะ โอโนะ บาดเจ็บ ฉันจะขอยืนดูอยู่ในห้องควบคุม”

จี้เฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย สิ่งที่เขาจะถามอิชิดะ โอโนะ คือเรื่องเกี่ยวกับหวางฉาว การที่หลี่ลู่หนานอยู่ในห้องควบคุม เธอจะได้ยินและเห็นทุกอย่าง ซึ่งมันดูไม่ค่อยดีนักหากเธอรับรู้เรื่องพวกนี้ไป

“ฉันต้องดู!” หลี่ลู่หนานยืนยัน “ไม่งั้นนายก็ไปคุยกับท่านอธิบดีเจิ้งเองเลย!”

เมื่อเห็นจี้เฟิงขมวดคิ้ว หลี่ลู่หนานก็คิดทันทีว่าเขาอาจจะหาโอกาสจัดการอิชิดะ โอโนะ เธอจึงต้องคอยจับตาดูอยู่ใกล้ๆ

ต้องรู้นะว่านิสัยของจี้เฟิงไม่ใช่คนอ่อนแอ เขาพร้อมจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น!

จี้เฟิงชำเลืองมองเธอแล้วกล่าวว่า “ก็ได้ เธอจะดูอยู่ในห้องควบคุมก็ได้ แต่ฉันขอพูดไว้ก่อนนะ ไม่ว่าเธอจะได้ยินอะไร ห้ามทำเป็นเรื่องใหญ่เด็ดขาด และที่สำคัญห้ามมาตั้งคำถามกับฉัน ถ้าเธอทำได้เธอก็เข้าห้องควบคุมไปได้เลย ไม่งั้นฉันคงต้องโทรหาท่านอธิบดีเจิ้งจริงๆ”

“นายจะคุยอะไรกับอิชิดะ โอโนะ มันสำคัญมากเลยหรอ?” หลี่ลู่หนานมองจี้เฟิงด้วยสายตาประหลาดใจ แต่ก็เห็นว่าเขาวางสีหน้าเคร่งขรึมและจริงจังมาก

“ก็ได้ๆ งั้นตกลงตามนี้”

พูดจบหลี่ลู่หนานก็หมุนตัว เดินเข้าไปในห้องควบคุมที่อยู่ติดกัน เธอแอบพึมพำในใจว่า นึกไม่ถึงเลยว่าพอหมอนี่จริงจังขึ้นมา จะดูน่าเกรงขามขนาดนี้

เมื่อครู่ตอนที่จี้เฟิงพูดกับเธออย่างจริงจัง หลี่ลู่หนานรู้สึกถึงความกดดันอย่างบอกไม่ถูก เหมือนตอนที่พ่อของเธอกำลังพูดด้วยไม่มีผิด ความรู้สึกนี้ทำให้เธอแปลกใจและเริ่มทำตัวไม่ถูกอยู่ลึกๆ เพราะมันต่างจากจี้เฟิงที่ชอบหยอกล้อเธอในยามปกติอย่างสิ้นเชิง

ด้วยเหตุนี้หลี่ลู่หนานจึงรีบเข้าไปในห้องควบคุมทันที

จี้เฟิงไม่ได้สนใจเธอ เขาเพียงตบไหล่ฮั่นจงเบาๆ เป็นสัญญาณให้รออยู่ข้างนอก จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปในห้องสอบสวน

ทันทีที่จี้เฟิงก้าวเข้าไปในห้องสอบสวนและเห็นอิชิดะ โอโนะ ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ เขาก็ถึงกับชะงักไป

เมื่อเทียบกับเฉิงฮ่าวไท่แล้ว สภาพของอิชิดะ โอโนะ ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันนัก ในตอนนี้อิชิดะ โอโนะ นั่งอยู่บนเก้าอี้ แขนขาถูกยึดไว้แน่นเหมือนเฉิงฮ่าวไท่ไม่มีผิด แต่ที่ต่างออกไปคือ ในปากของอิชิดะ โอโนะ มีก้อนอะไรสีแดงๆอุดเอาไว้อยู่

แต่ไม่นานจี้เฟิงก็มองเห็นชัดเจน ก้อนสีแดงนั่นไม่ใช่ผ้าสีแดงอะไรหรอก แต่มันคือผ้าพันแผลที่ถูกย้อมไปด้วยเลือดสดๆ จากปากของอิชิดะ โอโนะ นั่นเอง!

ตอนที่จับกุมอิชิดะ โอโนะ เพื่อป้องกันไม่ให้เขาซ่อนเขี้ยวพิษไว้ในปาก ไป๋จูจึงลงมืองัดปากเขา โดยไม่มีการออมแรงแม้แต่นิดเดียว ฟันของเขาถูกงัดจนหลุดกระเด็นไปหลายซี่ และตอนนี้ริมฝีปากของเขาก็บวมเป่ง เหมือนกับไส้กรอกสองชิ้น...

....จบบทที่ 1668~

จบบทที่ บทที่ 1668 (790) อิชิดะ โอโนะ (ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว