- หน้าแรก
- เกิดใหม่วันสิ้นโลก: ระบบหัตถ์ช่วงชิงไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 33 โลลิกตัวน้อยในห้องลับ
บทที่ 33 โลลิกตัวน้อยในห้องลับ
บทที่ 33 โลลิกตัวน้อยในห้องลับ
บทที่ 33 โลลิกตัวน้อยในห้องลับ
ซอมบี้ร่างเล็กจิ๋วตัวนี้ ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ เธอมีโค้ดเนมว่า ลู่เวย
ความหมายของดอกลู่เวยคือความรักที่สวยงามดั่งเทพนิยาย แต่เมื่อมองดูสภาพของเธอในตอนนี้แล้ว มันช่างเป็นชื่อที่ประชดประชันชีวิตได้เจ็บแสบเหลือเกิน
ลู่เวยถือกำเนิดขึ้นในสถาบันวิจัยขององค์กรแบล็กเดท เด็กๆ ในลอตนั้นล้วนถูกตั้งชื่อตามชื่อของดอกไม้
เธอไม่เคยสัมผัสกับคำว่าชีวิตวัยเด็ก เพราะตั้งแต่จำความได้ เธอก็ถูกจับฉีดยาและสารเคมีแปลกประหลาดสารพัดชนิดเพื่อใช้เป็นหนูทดลองของมนุษย์มาโดยตลอด
เมื่อเพื่อนร่วมชะตากรรมของลู่เวยค่อยๆ ทยอยหายตัวไปต่อหน้าต่อตาทีละคน เธอจึงตัดสินใจหาทางหลบหนีออกจากขุมนรกแห่งนั้น
หลังจากนั้น ลู่เวยก็ต้องระหกระเหินเร่ร่อนไปตามครอบครัวอุปถัมภ์และสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหลายแห่ง
เธอผ่านการรับอุปการะมานับสิบครั้ง แต่ทุกครั้งก็จบลงด้วยการถูกส่งตัวกลับมาที่เดิมเสมอ
สำหรับเด็กกำพร้า การถูกรับไปเลี้ยงดูควรจะเป็นเรื่องที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังและแสงสว่าง
ทว่าสรีระร่างกายของลู่เวยกลับผิดปกติและเจริญเติบโตเกินวัยจนขัดกับใบหน้าจิ้มลิ้มไร้เดียงสาอย่างรุนแรง
สิ่งนี้กลายเป็นชนวนเหตุที่ทำให้พ่อบุญธรรมหลายคนเกิดความรู้สึกหื่นกระหายและคิดอกุศลกับเธอ
แต่ทุกครั้งพวกเขาก็จะถูกเธอต่อต้านและขัดขืนอย่างรุนแรงแบบไม่ยอมอ่อนข้อให้
ช่วงก่อนวันสิ้นโลก ในระหว่างที่เธอกำลังดิ้นรนขัดขืน เธอก็เผลอออกแรงบิดแขนของเจ้านายคนล่าสุดจนหักสะบั้น
ไอ้สารเลวนั่นจึงตัดสินใจส่งตัวเธอมาที่นี่ เพื่อขอให้ผู้อำนวยการช่วยจัดการดัดนิสัยและสั่งสอนให้เธอเชื่อง
ภาพตัดมาที่ปัจจุบัน ซอมบี้ลู่เวยปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบและกระโจนเกาะหมับเข้าที่แผ่นหลังของซูเยว่
เธออ้าปากกว้างเตรียมฝังเขี้ยวลงไป ซูเยว่สัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านขึ้นมาบริเวณลำคอ
ฉิบหายแล้ว
ประมาทไปหน่อย
เพิ่งจะรอดชีวิตมาได้แค่วันที่สาม ก็จะต้องไปคุยกับรากมะม่วงแล้วงั้นเหรอ
เขาไม่คิดฝันเลยว่าจะมีไอ้ตัวแสบมาแอบดักซุ่มรอโจมตีอยู่ที่นี่
หนีไม่ทันแล้ว ตอนนี้ซูเยว่มีสกิลเดียวที่พอจะงัดออกมาใช้ได้ทันท่วงที
[สกิลชี้เป็นชี้ตาย]
[ติ๊ง]
[ควบคุมซอมบี้สำเร็จ โปรดตั้งชื่อให้กับซอมบี้ที่ถูกครอบงำ]
ซูเยว่สะดุ้งโหยง เหงื่อเย็นเยียบไหลซึมเต็มแผ่นหลัง เขารีบคว้าคอซอมบี้ที่เกาะหนึบอยู่ด้านหลังแล้วเหวี่ยงมันลงไปกองกับพื้น
เขาใช้มือลูบคลำบริเวณลำคอที่โดนกัด สัมผัสได้เพียงผิวหนังที่เรียบเนียน ไร้ซึ่งร่องรอยบาดแผลใดๆ
"ฉันยังไม่โดนกัดใช่มั้ยเนี่ย"
ซูเยว่พบว่าที่มือของเขามีแต่คราบน้ำลายเหนียวเหนอะหนะเต็มไปหมด และที่หลังคอก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลยสักนิด
เขาเปิดดูหน้าต่างสถานะของตัวเองเพื่อเช็กความผิดปกติ เมื่อแน่ใจแล้วว่าปลอดภัยหายห่วง ความสงสัยก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
ไอ้เจ้านี่ มันยังเป็นแค่เด็กอยู่เลยไม่ใช่เหรอ
ภายใต้แสงไฟสลัวๆ สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าคือเด็กสาวผมสีเทามัดแกละสองข้าง ข้อมือและข้อเท้าถูกล่ามด้วยโซ่ตรวนหนาเตอะ
ใบหน้าของเธอหมดจดงดงาม ดูแล้วน่าจะอายุราวๆ สิบสามหรือสิบสี่ปีเท่านั้น
ดูจากสภาพแล้ว เธอคงเพิ่งถูกลักพาตัวมาที่นี่ได้ไม่นานก่อนที่วันสิ้นโลกจะปะทุขึ้น
เด็กสาวคนนี้ดูแตกต่างจากซอมบี้ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง แววตาของเธอขุ่นมัวไร้ประกายชีวิต เธอเอียงคอจ้องมองซูเยว่ตาแป๋วด้วยท่าทางเหม่อลอย
ถ้าไม่มองที่ปากซึ่งมีคราบเลือดติดอยู่ แทบจะดูไม่ออกเลยว่าเธอคือซอมบี้
ในจังหวะนั้นเอง กระดาษแผ่นหนึ่งก็ร่วงหล่นลงมาจากแฟ้มเอกสารที่อยู่ในมือของเขา
บนกระดาษแผ่นนั้นมีรูปถ่ายและประวัติส่วนตัวของเด็กสาวแนบอยู่
ชื่อ: ลู่เวย อายุ: 18 ปี
ที่ด้านล่างสุดมีลายมือเขียนกำกับไว้ตัวเล็กๆ ว่า: ลูกค้า VIP
ซูเยว่เอื้อมมือไปปัดผมม้าที่ปรกหน้าเด็กสาวออก อีกฝ่ายตอบสนองด้วยการขมวดคิ้วเข้าหากันตามสัญชาตญาณ
ซอมบี้เด็กสาวที่อยู่ตรงหน้านี้ ก็คือ ลู่เวย ที่เขียนเอาไว้ในเอกสารจริงๆ สินะ
แต่เดี๋ยวก่อน สภาพแบบนี้เนี่ยนะเพิ่งจะสิบแปด
ซูเยว่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความสับสน เขาไม่เชื่อเด็ดขาด
คุกชัดๆ แบบนี้มันไม่ได้เรียกว่าพรากผู้เยาว์แล้ว แต่นี่มันคุกซ้อนคุกต่างหาก
แต่เมื่อไล่สายตามองต่ำลงไปเรื่อยๆ ซูเยว่ก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองด่วนตัดสินเร็วเกินไปหน่อย
ที่มุมปากและเสื้อผ้าของเธอเต็มไปด้วยคราบเลือดแห้งกรัง ต้นขาขาวซีดที่ดูแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็งโผล่พ้นร่มผ้าออกมาให้เห็น
แม้จะสวมเสื้อฮู้ดตัวโคร่งที่ดูใหญ่เทอะทะ แต่มันก็ยังไม่สามารถปิดบังภูเขาไฟอันโอ่อ่าตระการตาที่ซ่อนอยู่ด้านในได้มิด
สัดส่วนเว้าโค้งของแม่หนูโลลิคนนี้มันคือผลงานศิลปะที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นมาอย่างแท้จริง นี่มันของแท้แม่ให้มาล้วนๆ ไม่ใช่พวกของเทียมเทคโนโลยีศัลยกรรมขั้นสูง หรือไอเทมเสริมพลังที่ไหนจะมาเทียบรัศมีได้เลย
"ตั้งชื่อว่า ลู่เวย"
ซูเยว่อ่านประวัติของลู่เวยอย่างละเอียดก่อนจะเอ่ยปากตั้งชื่อ
[ติ๊ง]
[ตั้งชื่อซอมบี้ว่า ลู่เวย สำเร็จ ลู่เวยจะเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของโฮสต์อย่างเคร่งครัดโดยไม่มีข้อแม้]
[ติ๊ง]
[ระบบกำลังสร้างหน้าต่างสถานะส่วนตัวให้กับลู่เวย]
สิ้นเสียงประกาศ หน้าต่างสถานะของลู่เวยก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าซูเยว่ทันที
ในขณะเดียวกัน บนกำไลข้อมือของซูเยว่ก็มีเมนูฟังก์ชันใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งช่อง
มันเป็นฟังก์ชันที่สามารถเก็บลู่เวยเข้าไปไว้ในมิติเก็บของส่วนตัวได้ คล้ายกับความสามารถของมอนสเตอร์ซัมมอนประเภทเติบโตได้อย่าง อัศวินวิญญาณมรณะ ของอาชีพลับในชาติก่อนไม่มีผิด
ภายในมิติเก็บของนี้ ซูเยว่สามารถจัดเก็บไอเทมต่างๆ ไว้ให้ลู่เวยใช้งานได้
และลู่เวยก็สามารถใช้เวลาอยู่ในนั้นเพื่อฝึกฝนพัฒนาฝีมือและค่อยๆ ฟื้นฟูร่างกายด้วยตัวเองได้อีกด้วย
ระบบนี้ทำเอาซูเยว่หวนนึกไปถึงเกมจีบสาวเรทอาร์สามมิติที่เคยฮิตเมื่อหลายสิบปีก่อนเลยทีเดียว
บอกได้คำเดียวว่า แจ่มแมวไปเลย
นี่มันเอามาปั้นเป็นสัตว์เลี้ยงผู้ช่วยสไตล์ฮันเตอร์ได้สบายๆ เลยนะเนี่ย
วินาทีต่อมา ซูเยว่ก็เปิดดูหน้าต่างสถานะของลู่เวย
ชื่อ: ลู่เวย
เลเวล: 4 (ระดับทั่วไป)
พละกำลัง: 40
จิตวิญญาณ: 5
ความทนทาน: 5
ความคล่องตัว: 5
ช่องสวมใส่อุปกรณ์: ว่างเปล่า
พรสวรรค์: พลังเทพแต่กำเนิด (ระดับ S), อุ้งมือไททัน (ระดับ S)
สกิล: พุ่งชน, กระหายเลือด
ซี้ด
ซูเยว่สูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง ค่าสเตตัสบนหน้าต่างนี่มันฉีกกฎเกณฑ์ทุกอย่างที่เขาเคยรู้จักมาจนหมดสิ้น
ถ้าไม่นับค่าพละกำลังที่โดดเด่นทะลุหลอดไปถึงสี่สิบแต้ม ซอมบี้เลเวลสี่ตัวนี้มีค่าจิตวิญญาณ ความทนทาน และความคล่องตัวเพียงแค่ห้าแต้มเท่านั้น
ซึ่งหมายความว่าพลังโจมตีเวทมนตร์ของเธอจะต่ำเตี้ยเรี่ยดิน พลังป้องกันก็เปราะบางราวกับกระดาษ แถมยังเคลื่อนไหวได้เชื่องช้าเป็นเต่าคลานอีกด้วย
เรื่องพวกนี้ยังพอทำเนา
แต่จากประสบการณ์ในชาติก่อนของซูเยว่ เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าซอมบี้ระดับทั่วไปจะมีสกิลและพรสวรรค์อะไรติดตัวมาด้วย นอกจากการข่วนและการกัดตามสัญชาตญาณ
แถมยังมีพรสวรรค์ระดับ S ติดตัวมาถึงสองอย่างเลยเนี่ยนะ
นี่มันอัปสเตตัสและสกิลมาเสียของชัดๆ
"เกิดมาฉันยังไม่เคยเห็นซอมบี้ที่อัปค่าพลังมาสุดโต่งด้านเดียวขนาดนี้มาก่อนเลย"
"มิน่าล่ะ ต่อให้มีสองพรสวรรค์ระดับ S กับอีกสองสกิลหายาก ก็ยังเป็นได้แค่ซอมบี้ระดับทั่วไปเท่านั้น"
"ยังดีนะที่ความคล่องตัวต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนี้ ไม่งั้นถ้าโดนกัดเข้าเต็มๆ เมื่อกี้ คอฉันคงหลุดกระเด็นไปแล้ว"
ซูเยว่แทบจะร้องไห้แต่ก็ไม่มีน้ำตา เขาไม่รู้ว่าจะจัดการกับแม่หนูโลลิสุดแปลกประหลาดคนนี้ยังไงดี
ด้วยค่าความทนทานและความคล่องตัวแบบนี้ แค่เดินออกจากดันเจี้ยนไปสะดุดก้อนหินล้ม ก็คงตัวแตกตายแล้วมั้ง
เดี๋ยวก่อนนะ สามารถสวมใส่อุปกรณ์ได้ด้วยงั้นเหรอ
ในวินาทีนั้น ซูเยว่ก็ค้นพบช่องโหว่ที่คาดไม่ถึง
ถึงแม้ว่าสเตตัสพื้นฐานของลู่เวยจะดูห่วยแตก แต่ถ้าเขารู้จักประยุกต์ใช้คุณสมบัติของอุปกรณ์สวมใส่ให้เป็นประโยชน์ล่ะ
แค่หาไอเทมมาอุดรอยรั่วสเตตัสที่ต่ำเตี้ยพวกนั้น เธอก็จะกลายเป็นอาวุธร้ายที่สมบูรณ์แบบได้ไม่ใช่หรือไง
ในจังหวะที่เขากำลังใช้ความคิด เสียงระบบแจ้งเตือนอันเย็นเยียบก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ เนื่องจากระบบคำนวณผลลัพธ์ของดันเจี้ยนเสร็จสิ้นแล้ว
[ติ๊ง]
[ขอแสดงความยินดีกับผู้รอดชีวิต หมาป่าเดียวดาย (คนเดินถนนหน้าตาธรรมดา) คุณได้รับคะแนนจากดันเจี้ยนลับ โรงพยาบาลซิงเฉิง 1,345 แต้ม คว้าอันดับหนึ่งไปครอง]
[ติ๊ง]
[ได้รับรางวัลอันดับ: เหรียญทอง 1,345 เหรียญ, ค่าประสบการณ์ 1,345 แต้ม]
[และคุณสามารถเลือกรับรางวัลพิเศษได้หนึ่งชิ้นจากรายการดังต่อไปนี้]
[1. แคปซูลสารพัดนึกบรรจุเสบียง 100 แคปซูล]
[2. หนังสือสุ่มสกิล 1 เล่ม]
[3. หีบสมบัติระดับประณีต 1 กล่อง]
ผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่ที่สามารถเอาชีวิตรอดจนถึงวินาทีสุดท้ายได้ มักจะเลือกรับแคปซูลบรรจุเสบียงเพื่อประทังชีวิต
แต่ทว่าสิ่งที่ซูเยว่ขาดแคลนน้อยที่สุดในตอนนี้ก็คือพวกเสบียงอาหารนี่แหละ
ส่วนหนังสือสุ่มสกิลงั้นเหรอ ซูเยว่ยอมรับเลยว่าเขาแอบหวั่นไหวกับตัวเลือกนี้อยู่เหมือนกัน
"ฉันเลือกหีบสมบัติระดับประณีต"
แต่สุดท้าย ซูเยว่ก็ยังคงหลงใหลในความรู้สึกของการได้ลุ้นระทึกตอนเปิดกล่องสมบัติมากกว่าอยู่ดี
ดูจากเวลาที่เหลืออยู่ ยังมีเวลาอีกหลายนาทีกว่าดันเจี้ยนจะปิดตัวลงอย่างเป็นทางการ
ที่นี่เป็นพื้นที่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ ซูเยว่จึงตัดสินใจว่าจะกดรับรางวัลจากการต่อสู้เมื่อครู่นี้ให้เรียบร้อยเสียก่อน
เริ่มจากการกดรับรางวัลจากการประกาศแจ้งเตือนระดับโลก
[กดรับรางวัลความสำเร็จ วีรบุรุษผู้โดดเดี่ยว: ค่าชื่อเสียง 1,000 แต้ม, เหรียญทอง 1,000 เหรียญ, ขยายช่องเก็บของในกำไลข้อมือเป็น 2 ลูกบาศก์เมตร ได้รับฉายา: ผู้บุกเบิก]
[ผู้บุกเบิก: ฉายาถาวรหนึ่งเดียวในโลก มอบให้ผู้รอดชีวิตคนแรกที่สามารถสังหารบอสระดับผู้นำได้ด้วยตัวคนเดียว]
[คุณสมบัติ: เพิ่มค่าสถานะทั้งหมด 5 แต้มถาวร เมื่อติดตั้งฉายานี้ ความเสียหายที่สร้างต่อซอมบี้ที่ระดับต่ำกว่าผู้นำจะเพิ่มขึ้น 20%]
เยี่ยมไปเลย ได้ค่าสถานะทุกอย่างเพิ่มขึ้นมาอีกห้าแต้มถาวรแล้ว
แต่ทว่าเมื่อนำไปเทียบกับฉายาผู้ถูกเลือกจากสวรรค์ที่เพิ่มทั้งพลังโจมตีและพลังป้องกันพร้อมๆ กันแล้ว
ฉายาผู้บุกเบิกนี้จะเน้นไปที่การเพิ่มพลังทำลายล้างเพียงอย่างเดียว แต่ช่างมันเถอะ ติดตั้งไปเลยก็แล้วกัน
ชาติก่อนเขาเล่นอาชีพนักเวท ชาตินี้หันมาเล่นอาชีพนักธนู ซึ่งทั้งสองอาชีพนี้ล้วนเป็นสายลอบโจมตีจากระยะไกลทั้งคู่ จะเอาพลังป้องกันไปทำซากอะไร
ถ้าปล่อยให้ศัตรูประชิดตัวได้ มันก็ไม่ต่างอะไรกับการยืนรอความตายอยู่ดีไม่ใช่หรือไง
[จบแล้ว]