- หน้าแรก
- ทุกอาชีพของผม พรสวรรค์เป็นระดับพระเจ้าทั้งหมดเลยหรือ
- บทที่ 96 - มหาผลเก็บเกี่ยว
บทที่ 96 - มหาผลเก็บเกี่ยว
บทที่ 96 - มหาผลเก็บเกี่ยว
บทที่ 96 - มหาผลเก็บเกี่ยว
༺༻
ภูเขามดพันทัพขนาดยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางถ้ำ
มันได้เริ่มผลิตมดดำออกมาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสายแล้ว
"ถ้าหากมันหลุดรอดจากผนึกออกไปได้จริงๆ ฉันจะเป็นคนมาฆ่ามันทิ้งเป็นคนแรกเอง"
"มอนสเตอร์ระดับล่มสลาย จะปล่อยให้พวกมันมาเดินเพ่นพ่านอยู่บนโลกนี้ไม่ได้เด็ดขาด"
ถ้ามันอยู่ในดันเจี้ยนก็ยังพอว่า แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ปล่อยให้พวกมันหลุดออกมาล่ะก็
คำว่า ล่มสลาย สองคำนั้น มันไม่ได้เป็นแค่ชื่อเรียกเท่ๆ หรอกนะ
"ครับ ผมเข้าใจครับ"
ลู่ชางสะบัดมือ ทะเลเพลิงและพุ่มไม้หนามหนาแน่นก็ปรากฏขึ้นรอบๆ ภูเขามด ล้อมรอบไว้เป็นวงกลม
ทันทีที่มดดำฟักออกมา พวกมันก็จะถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านไปในทันที
ต่อจากนี้ไป เขาก็จะสามารถมาเก็บเกี่ยวิญญาณที่นี่ได้ตลอดเวลาแล้ว
"ตอนนี้ว่ายังไงต่อล่ะ?" ชื่อเฉิงกอดท้ายทอยพลางถามด้วยรอยยิ้ม
"พี่ชื่อเฉิงมีแผนอะไรไหมครับ"
ชื่อเฉิงถกแขนเสื้อขึ้น: "ก็ต้องออกไปตะลุยดันเจี้ยนต่อสิ!"
"เมื่อกี้ตอนที่เดินออกมา ฉันแอบสำรวจภูมิประเทศรอบๆ มาด้วย ดันเจี้ยนขั้นสี่แถวๆ นี้ ฉันจำตำแหน่งไว้หมดแล้วล่ะ"
ลู่ชางยิ้มอย่างร่าเริง: "ตกลงครับ"
เมื่อปัญหาเรื่องวิญญาณถูกแก้ไขไปได้แล้ว ในใจเขาก็รู้สึกปลอดโปร่งขึ้นมามาก
ทั้งสองคนเดินออกมาจากถ้ำ หลังจากออกมาแล้วชื่อเฉิงก็โยนประตูเหล็กดำปิดทางออกไว้ แล้วก็หยิบม้วนคัมภีร์ออกมาแผ่นหนึ่งเพื่อทำการผนึกที่นี่ไว้
ม้วนคัมภีร์ของอิซนี่มันใช้ดีจริงๆ เลยแฮะ
ไอ้สิ่งที่เรียกว่าม้วนคัมภีร์เนี่ย มันทำให้คนที่ใช้เวทมนตร์ไม่เป็นสามารถปล่อยเวทมนตร์ออกมาได้
ส่วนพลังของม้วนคัมภีร์นั้น ก็จะขึ้นอยู่กับคนที่สร้างมันขึ้นมา
ม้วนคัมภีร์ที่อิซพารัลต์ทิ้งเอาไว้เนี่ย เกรงว่าต่อให้มีเงินก็คงจะหาซื้อตามท้องตลาดไม่ได้แน่นอน
หลังจากผนึกที่นี่ไว้อย่างแน่นหนาแล้ว
เขาก็ไปตะลุยดันเจี้ยนกับชื่อเฉิงต่ออีกหลายสิบแห่ง
เมื่อมีภูเขามดพันทัพเป็นทุนสำรอง ลู่ชางก็ทำการสังเวยได้อย่างใจป้ำมากขึ้นเยอะ จากเดิมที่มักจะกังวลว่าถ้าสังเวยมากเกินไป วิญญาณจะไม่พอใช้
ถึงแม้มอนสเตอร์ที่อ่อนแอก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
แต่มันก็ยังยากที่จะคุ้มทุนอยู่ดี
แต่ตอนนี้ เมื่อเจอเข้ากับดันเจี้ยนขั้น 4 แห่งหนึ่ง เขาก็สังเวยวิญญาณห้าหมื่นดวงในรวดเดียวไปเลย
จะลดทอนก็ลดทอนไปเถอะ ใจความสำคัญคือเขามีวิญญาณให้ใช้ถมถืด
ส่วนเรื่องการสังเวยวิญญาณหนึ่งแสนดวงนั้น ลู่ชางเคยลองไปครั้งหนึ่งแล้ว การลดทอนมันรุนแรงเกินไปจริงๆ
มันสร้างมอนสเตอร์ระดับล่มสลายออกมาได้เพียงสิบสองตัวเท่านั้น สังเวยเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว แต่กลับได้เพิ่มมาแค่สองตัว มันช่างไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย
การออกมากับชื่อเฉิงนับเป็นทางเลือกที่ถูกต้องจริงๆ
ถ้าหากเขาต้องลงมือสังหารมอนสเตอร์ระดับล่มสลายขั้น 4 พวกนั้นด้วยตัวเองล่ะก็ คงต้องเหนื่อยแทบตายแน่นอน
ตอนนี้มีนักรบเลเวล 6 มานำทีม
ลู่ชางมีหน้าที่แค่คอยตามหลังและคอยเก็บเงินก็พอแล้ว
คนหนึ่งเป็นคนเปิดแผนที่ อีกคนเป็นคนปั๊มเงิน
แบ่งงานกันได้อย่างชัดเจน
ผ่านไปไม่นาน ทั้งสองคนก็กวาดล้างดันเจี้ยนขั้นสี่ในแถบถ้ำพันคูหาสุดแดนจนเรียบเกือบหมดทุกแห่ง
พวกเขากวาดล้างดันเจี้ยนขั้นสี่ไปทั้งหมดห้าสิบหกแห่ง
วัสดุที่เก็บเกี่ยวมาได้ มีมูลค่ารวมกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบล้านเหรียญทอง……
ทั้งสองคนแบ่งคนละครึ่ง ก็ได้ไปคนละหกสิบล้าน
"พระเจ้าช่วย……"
ชื่อเฉิงมองดูพื้นที่เก็บของที่เต็มพิกัด มันคือวัสดุที่กองพูนกันเป็นภูเขาเลากาจริงๆ
"นี่มันรวยเละเทะไปแล้วนะเนี่ย"
ปกติเหนื่อยแทบตายออกไปหามาเป็นเดือนๆ ยังใช่ว่าจะเจอมอนสเตอร์ระดับล่มสลายสักตัวเลย
แต่ตอนนี้ รอบเดียวได้มาถึงสิบตัว
พวกพื้นที่รกร้างที่ไร้ผู้คนน่ะ มันอาจจะมีมอนสเตอร์ระดับสี่ระดับห้าเกิดขึ้นตามธรรมชาติก็จริง แต่ที่ถึงระดับราชาน่ะก็นับว่าหาได้ยากยิ่งแล้ว
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงระดับล่มสลายเลย
ถึงแม้จะบอกว่าระดับล่มสลายมันอันตรายต่อมนุษย์มาก แต่มันก็เป็นสิ่งที่หาเจอได้ยากยิ่งจริงๆ
ปกติพวกดันเจี้ยนขั้นห้าก็หายากอยู่แล้วด้วย
หลังจากนั้น ลู่ชางก็ไปยังดันเจี้ยนขั้นสาม และใช้วิญาณเพื่อทดลองความคิดใหม่ๆ ดูบ้าง
การสังเวยวิญญาณ ยังสามารถเสริมพลังให้มอนสเตอร์ได้โดยตรงด้วย
แต่ว่า หลังจากเสริมพลังแล้วมันก็ไม่ได้มาอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา และก็ไม่สามารถเพิ่มระดับขั้นหรือเกรดของอีกฝ่ายได้โดยตรง
ผลตอบแทนที่ได้ก็ไม่ได้เพิ่มมากขึ้น
มันเหมือนกับการร่ายเวทคลั่งใส่เฉยๆ ซึ่งดูแล้วตอนนี้มันยังไม่มีประโยชน์อะไร
นอกจากภูเขามดพันทัพแล้ว เขาก็ยังได้เจอมอนสเตอร์เฉพาะช่วงเดือนแห่งสงครามอีกสองสามตัว แต่พวกมันก็ไม่มีคุณลักษณะที่โดดเด่นเหมือนกับภูเขามดพันทัพเลยสักนิด
หลังจากการทดลองหลายต่อหลายรอบ ดวงตะวันก็เริ่มลาลับขอบฟ้าไปแล้ว
ถ้าจะให้นับจริงๆ นี่นับเป็นวันที่ชื่อเฉิงออกล่าได้สะใจที่สุดวันหนึ่งเลยทีเดียว
น่าเสียดาย ที่มันไม่ใช่เดือนแห่งการเก็บเกี่ยว!
ถ้าหากนี่เป็นเดือนแห่งการเก็บเกี่ยวล่ะก็ ผลตอบแทนคงจะต้องเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัวแน่นอน
ลู่ชางเองก็มีความรู้สึกเสียดายเช่นเดียวกับชื่อเฉิง
ความจริงเลยนะ พอได้สัมผัสกับเดือนแห่งการเก็บเกี่ยวมาแล้ว ก็ไม่สามารถลืมรสชาตินั้นได้ลงจริงๆ
"ฉลองกันหน่อยไหม?"
ลู่ชาง: "ไปกันเลยครับ"
"แต่ก่อนจะไป ขอแวะไปเก็บวิญญาณก่อนนะครับ"
ชื่อเฉิงพาลู่ชางกลับไปยังสถานที่ที่ผนึกไว้
ลู่ชางเปิดประตูผนึกออก
ตรงหน้า คือฝูงมดดำที่ดำมืดไปหมดที่พุ่งเข้าใส่
คลื่นอัคคีถูกผลักเข้าไปด้านในทันที ทะเลเพลิงแผ่ซ่านไปตามทุกซอกทุกมุมของปากถ้ำ และลุกลามเข้าไปแผดเผาด้านใน
วิญญาณพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
การสังเวยให้กับดันเจี้ยนขั้นสี่ห้าสิบหกแห่ง ใช้จ่ายวิญญาณไป 2.8 ล้านดวง
ตอนนี้เพียงชั่วพริบตาเดียวเขาก็เติมทุนคืนมาได้หมดแล้ว
[วิญญาณ——10,000,000]
[วิญญาณ——20,000,000]
[วิญญาณ——30,000,000]
[วิญญาณ——35,220,000]
……
ไม่นึกเลยว่าในช่วงเวลาสั้นๆ แค่นี้ จะมีมดดำฟักออกมาถึงสามสิบล้านกว่าตัวแล้ว
เจภูเขามดพันทัพนี่ มอนสเตอร์ระดับล่มสลายเนี่ยสมคำร่ำลือจริงๆ
ถ้าหากปล่อยมันไว้ข้างนอกให้เจริญเติบโตสักพักล่ะก็ คงจะเกิดกองทัพมดนับร้อยล้านตัวที่ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าและพื้นดินจนฆ่าไม่หวาดไม่ไหว และล่มสลายแผ่นดินอาณาจักรไปได้เลยจริงๆ
น่าเสียดาย ถึงแม้มดดำพวกนี้จะมีจำนวนมหาศาล แต่คุณภาพของพวกมันกลับอ่อนแอเกินไป
ตัวที่แข็งแกร่งที่สุดที่เกิดมาก็เป็นแค่ขั้น 3 เท่านั้นเอง
ก็นั่นแหละ ถ้าหากมันสร้างมดดำขั้นที่สูงกว่านี้ออกมาได้ล่ะก็ มันคงจะน่ากลัวเกินไปแล้ว
ความแข็งแกร่งของมอนสเตอร์ขั้น 4 กับขั้น 3 น่ะ มันต่างกันมากเกินไป
"แต่ว่านะ คลื่นมอนสเตอร์แถวนี้มันเจือจางลงอีกแล้วหรือเปล่า?"
ลู่ชางมองไปรอบๆ แล้วเอ่ยขึ้น
ชื่อเฉิงเองก็มองไปบนท้องฟ้า
"นั่นสินะ เจภูเขามดพันทัพนี่ถึงกับมีผลพลอยได้ที่ประหลาดแบบนี้ด้วยแฮะ"
ลู่ชาง: "บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้นะครับ"
ถ้าหากพื้นที่แห่งไหนมีคลื่นมอนสเตอร์หนาแน่นเกินไป เราก็สามารถเอาภูเขามดพันทัพไปวางไว้ที่นั่น เพื่อให้มันเปลี่ยนคลื่นมอนสเตอร์เหล่านั้นให้กลายเป็นมดดำระดับต่ำแทน
มันยังช่วยป้องกันไม่ให้คลื่นมอนสเตอร์ไปรวมตัวกันจนเกิดเป็นมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งขึ้นมาได้อีกด้วย
นี่มันเรียกว่าอะไรนะ? การควบคุมทางชีวภาพงั้นเหรอ?
แต่หลังจากที่คลื่นมอนสเตอร์เจือจางลง ความเร็วในการผลิตของภูเขามดพันทัพก็ช้าลงไปไม่น้อยเลย
แต่ยังดีที่นี่คือพื้นที่รกร้าง คลื่นมอนสเตอร์ก็เหมือนกับอากาศนั่นแหละ ความเร็วในการเติมเต็มนั้นรวดเร็วมาก
จึงไม่ต้องเป็นกังวลมากนัก
และตราบเท่าที่มันยังผลิตมดดำออกมาอย่างต่อเนื่อง ผลผลิตก็คงจะไม่ช้าลงไปเท่าไหร่หรอก
ในช่วงเวลาไม่กี่วันที่กำลังจะมาถึงนี้ การเก็บเกี่ยววิญญาณสักสองสามร้อยล้านดวงคงจะเป็นเรื่องง่ายๆ แล้วล่ะ
วิญญาณของพวก "มดดำ" เหล่านี้
ระดับขั้นคือ: จิตวิญญาณที่ว่างเปล่าราวกับหุ่นเชิด
ซึ่งน่าจะเป็นระดับที่ต่ำที่สุดแล้วล่ะมั้ง
ลู่ชางลองไม่เปิดใช้งานจิตวิญญาณอันสูงส่ง และใช้เพียงผลลัพธ์ของวิญญาณเดิมของพวกมันมาจุดชนวน "ระเบิดวิญญาณ"
ผลคือกลางอากาศไม่มีอะไรระเบิดออกมาเลยสักนิด
เทียบได้กับเสียงตดที่ไม่มีเสียงเลยด้วยซ้ำ แม้แต่แรงสั่นสะเทือนก็ยังไม่มี
แต่พอกดใช้ระเบิดวิญญาณ 1 ดวงด้วยจิตวิญญาณอันสูงส่ง กลับสามารถระเบิดกิ่งของต้นไม้ยักษ์จนหักสะบั้นได้โดยตรง
หากนับเฉพาะพลังทำลายแล้ว มันแข็งแกร่งกว่าเวทมนตร์ขั้นสองทั่วๆ ไปมากทีเดียว
แต่ถ้าหากใช้ 10 ดวง พลังทำลายกลับเป็นแค่ 5 เท่าของ 1 ดวงเท่านั้นเอง
ถ้า 100 ดวง พลังทำลายประมาณ 25 เท่าของ 1 ดวง
ถ้า 1,000 ดวง พลังทำลายประมาณ 75 เท่าของ 1 ดวง
และถ้า 5,000 ดวง พลังทำลายถึงจะเป็น 150 เท่า
ถึงแม้วิญาณยิ่งเยอะพลังทำลายจะยิ่งมาก แต่การลดทอนนั้นเห็นได้ชัดเลยว่ามันรวดเร็วมาก เกี่ยวกับการใช้งานวิญญาณนี้ ดูท่าคงยังมีรายละเอียดอีกมากที่ต้องศึกษากันต่อไป
ถ้าหากเป็นปุโรหิตแห่งความตายทั่วๆ ไปที่ต้องมาเสาะหาความลี้ลับนี้ด้วยตัวเองล่ะก็……
ไม่รู้ว่าต้องฆ่าคนไปตั้งเท่าไหร่ถึงจะเอามาทดลองได้ขนาดนี้กันนะ
……
เก็บวิญญาณ, ผนึก
รอจนถึงพรุ่งนี้ ค่อยมาเก็บวิญญาณชุดใหม่แล้วกัน
เมื่อกลับมาถึงเมืองวงแหวนแล้ว เขาก็ยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย
ช่างเป็นการเก็บเกี่ยวที่ยิ่งใหญ่จริงๆ……
༺༻