- หน้าแรก
- ยอดเซียนกระบี่ทะลวงสวรรค์
- บทที่ 640 - ข้าจะสอนเจ้าเอง!
บทที่ 640 - ข้าจะสอนเจ้าเอง!
บทที่ 640 - ข้าจะสอนเจ้าเอง!
ด้านล่างลานประลองเงียบกริบดั่งป่าช้า
ผู้คนที่เฝ้าจับตามองการต่อสู้ในครั้งนี้ ล้วนแต่สมองรวนทำอันใดไม่ถูกไปตามๆ กัน
"คุณชาย" คนของวังอวี้ซวีต่างพากันล้อมลานประลอง แทบอยากจะพุ่งตัวขึ้นไปใจจะขาด
"ไม่เป็นไร ข้าไม่เป็นไร" คุณชายอวี้ซวีรีบถอยร่นไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว หอบหายใจแฮ่ก รีบกลืนยาเม็ดรักษาบาดแผลลงไปหนึ่งเม็ด สายตาเย็นเยียบจ้องมองมู่หยวน "ข้าประมาทไปเอง ไม่คิดเลยว่ากระบี่ของเจ้าจะรวดเร็วและเฉียบคมถึงเพียงนี้ ทว่าน่าเสียดาย ท้ายที่สุดแล้วก็ถูกจำกัดด้วยระดับพลังฝึกตน เจ้าทำได้เพียงแค่สร้างบาดแผลภายนอกให้ข้าเท่านั้น คิดจะฆ่าข้าหรือ ฝันกลางวันไปเถอะ"
กล่าวจบ เขาก็ปล่อยมือ กระบี่อ่อนลอยคว้างขึ้นไปบนอากาศอย่างกะทันหัน ตัวกระบี่ยืดออกไปหลายจั้งในพริบตา ปราณกระบี่อันเจิดจรัสระเบิดออกมาราวกับน้ำพุ
"ถึงเวลาต้องเอาจริงแล้ว กระบี่นี้ จะต้องเด็ดหัวเจ้าให้หลุดจากบ่า"
โฮก
พลังงานมหาจักรพรรดิอันเบาบางแต่ละสายปรากฏขึ้นบนกระบี่อ่อนของเขา เลือนรางว่าสามารถได้ยินเสียงมังกรคำราม
"เคล็ดวิชากระบี่เทวะพันมังกรหรือ สวรรค์ช่วย คุณชายอวี้ซวีถึงกับงัดเอาท่าไม้ตายก้นหีบออกมาใช้แล้ว" ผู้คนส่งเสียงร้องอุทานเป็นระลอก
ยอดอัจฉริยะจำนวนมากที่เฝ้าจับตามองการต่อสู้ฝั่งนี้ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
"เปิดเผยไพ่ตายเร็วถึงเพียงนี้ แล้วหลังจากนี้เขาจะต่อสู้อย่างไร" ผู้ฝึกตนอิสระเหลยจิ้นแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ
"เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเปิดเผยไพ่ตาย การถูกผู้ฝึกตนขั้นแสวงมรรคคนหนึ่งทุบตีจนบาดเจ็บไปทั้งตัว ต่อให้จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ก็เสียหน้าไปหมดแล้ว หากไม่ใช้วิธีการอันเด็ดขาดเพื่อสังหารศัตรู แล้วจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด" เชียนจิ่วถงกล่าวเสียงเรียบ
"คนผู้นี้คือผู้ใดกัน ถึงกับทำให้เจ้าอวี้ซวีเสียเปรียบได้" เฟิงปู้เหมียนที่สวมชุดรัดกุมและสวมหน้ากากเอ่ยถามเสียงเย็น
เชียนจิ่วถงปรายตามองเขา แววตาเรียบเฉย "มู่หยวน"
"โอ้ ตัวตนที่ถูกสมาพันธ์การค้าเทียนเป่าของเจ้าออกประกาศจับผู้นั้นหรือ" เหลยจิ้นหัวเราะ "เขาถึงกับกล้ามาเข้าร่วมการประลองหมากนภา นี่มันแสดงให้เห็นชัดๆ ว่าไม่ได้เห็นสมาพันธ์การค้าเทียนเป่าของเจ้าอยู่ในสายตาเลยนี่นา"
"เขาคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานหรอก" เชียนจิ่วถงกล่าวอย่างสงบ
ในขณะที่สายตานับไม่ถ้วนกำลังจดจ้องไปที่ลานประลองหมายเลขสามสิบสอง การรวบรวมพลังของคุณชายอวี้ซวีก็บรรลุถึงจุดสูงสุดแล้ว
กระบี่อ่อนดั่งมังกร สั่นสะเทือนจนม่านพลังลานประลองกระเพื่อมอย่างรุนแรง คล้ายกับจะแตกสลายลง
แววตาของเขาดุดันขึ้น ไม่เก็บงำพลังอีกต่อไป ร่างกายแปรเปลี่ยนเป็นสายฟ้าสีเขียว คนและกระบี่ผสานเป็นหนึ่งเดียว พกพาเจตจำนงในการทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่าง พุ่งตรงเข้าหามู่หยวน
กระบี่ยังไม่ทันมาถึง เจตจำนงก็มาถึงก่อนแล้ว
นั่นคือกระบี่อันเจิดจรัสที่หาใดเปรียบ
และยังเป็นกระบี่ที่มีจิตสังหารท่วมท้นฟ้าดิน
ทุกคนต่างกลั้นหายใจ ไม่อาจบรรยายถึงขีดสุดและความทรงพลังของกระบี่นี้ได้
แต่ละคนราวกับมองเห็นภาพที่มู่หยวนกำลังจะถูกกระบี่นี้สับจนกลายเป็นหมอกเลือด
ราวกับว่าในยามที่กระบี่ถูกฟาดฟันออกไป ชะตาชีวิตก็ได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว
ในที่สุด กระบี่อันแหลมคมก็ร่วงหล่นลงมา ...
ติ๊ง
เสียงดังกังวานใสกระจ่างสะท้อนออกไป
ตามมาด้วย
ตู้ม
อานุภาพของกระบี่สั่นสะเทือนสวรรค์ระเบิดออกอย่างกะทันหัน ราวกับเกลียวคลื่นที่บ้าคลั่งกวาดล้างไปทั่วทั้งลานประลอง กลืนกินร่างของทั้งสองคนไปจนหมดสิ้น
สายตาของผู้คนถูกบดบัง ต่างก็พากันเขย่งเท้าชะเง้อมอง
"จบแล้วหรือ"
"น่าจะใช่"
"ไม่มีทางเป็นผลลัพธ์อื่นไปได้หรอก"
ผู้คนจ้องมองลานประลองที่พลังแห่งการทำลายล้างกำลังอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง ภายในใจก็สั่นสะท้าน ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเสียดายแทนมู่หยวน
การที่สามารถทำร้ายอวี้ซวีได้ ก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ของเขาแล้ว
ทว่าเขาไม่ควรอย่างยิ่งที่จะไปล่วงเกินยอดอัจฉริยะร้อยอันดับแรกผู้นี้
ตอนนี้ต้องมาทิ้งชีวิต ก็โทษผู้ใดไม่ได้แล้ว
สายตาของผู้คนค่อยๆ หันไปทางลานประลองอื่น
พวกเขาหมดความสนใจในการต่อสู้ครั้งนี้แล้ว
"เคล็ดวิชากระบี่เทวะพันมังกร ใช้ปราณวิญญาณฟ้าดินเป็นตัวนำ ใช้พลังวิญญาณมหาจักรพรรดิเทียมเป็นรากฐาน เป็นเคล็ดวิชากระบี่สังหารระดับสูงสุด คุณชายยิ่งดึงพลังงานมหาจักรพรรดิมาใช้ กระบี่นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้มหาจักรพรรดิเทียมบาดเจ็บสาหัสหรือถึงขั้นสิ้นชีพได้ ประสาอันใดกับเขาที่เป็นเพียงขั้นแสวงมรรคต่ำต้อย"
คนของวังอวี้ซวีที่เดิมทีรู้สึกตึงเครียด ต่างก็พากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ในขณะที่ทุกคนคิดว่าเรื่องราวได้จบลงแล้วนั้นเอง ในพายุแห่งการทำลายล้างที่กำลังอาละวาดอยู่กลางลานประลอง กลับมีเสียงที่ราบเรียบถึงขีดสุดดังขึ้นมากะทันหัน
"พันมังกรหรือ ข้าว่า ก็เป็นแค่เรื่องมังกรตายเท่านั้นแหละ"
เสียงไม่ดังนัก ทว่ากลับเหมือนเข็มน้ำแข็ง ทิ่มแทงเข้าไปในหูของทุกคน ทิ่มแทงเข้าไปในใจของทุกคน
ทุกคนสั่นสะท้านอย่างรุนแรง รีบหันไปมองยังลานประลองทันที
ภาพเหตุการณ์บนลานประลอง เปิดเผยสู่สายตานับหมื่นคู่ใหม่อีกครั้ง
จากนั้น เวลาก็หยุดนิ่ง
ทั้งบนลานประลองและด้านล่างลานประลอง ล้วนเงียบกริบดั่งป่าช้า ยิ่งกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก
ผู้คนได้เห็นฉากที่ไม่อาจลืมเลือนไปชั่วชีวิต
มู่หยวนยืนอยู่กับที่ ไม่ถอยร่นแม้แต่ครึ่งก้าว ใช้เพียงสองนิ้วของมือขวา ก็สามารถหนีบปลายกระบี่อ่อนที่กำลังอาละวาดอย่างบ้าคลั่งเอาไว้ได้
พลังวิญญาณ ปราณวิญญาณ พลังงานมหาจักรพรรดิทั้งหมด ล้วนหยุดชะงักลงในพริบตานี้
ไม่อาจก้าวไปข้างหน้าได้อีกแม้แต่ครึ่งเฟิน
"อะไรนะ" เหลยจิ้นลุกพรวดขึ้น เดินไปข้างหน้าหลายก้าวตามสัญชาตญาณ
เชียนจิ่วถงเพ่งสายตาจ้องมอง
แม้แต่เฟิงปู้เหมียนที่ไม่ค่อยใส่ใจสิ่งใดก็ยังอดไม่ได้ที่จะหันไปมอง
คุณชายอวี้ซวียังคงรักษากระบวนท่าฟันกระบี่เอาไว้ ทว่าตัวเขาในตอนนี้ บนใบหน้าไม่ปรากฏความดุร้ายและจิตสังหารอีกต่อไป แต่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกอันไร้ขอบเขต
"เป็นไปไม่ได้ ... นี่มันเป็นไปไม่ได้"
ไพ่ตายก้นหีบของตนเอง จะถูกคนรับเอาไว้ได้อย่างง่ายดายถึงเพียงนี้ได้อย่างไร
อีกทั้ง ยังถูกผู้ฝึกตนขั้นแสวงมรรครับเอาไว้
การโจมตีเช่นนี้ แทบจะทำให้กำแพงป้องกันทางจิตใจของเขาพังทลายลง
"ฆ่า" เขาดวงตาเบิกกว้าง คำรามลั่นพร้อมกับกระตุ้นพลังขึ้นมาอีกครั้ง
ทว่า ...
กระบี่อ่อนราวกับถูกคนบีบคอเอาไว้ ไม่ว่าพละกำลังทั่วร่างของตนเองจะพยายามขับเคลื่อนอย่างไร กลับไม่อาจส่งผ่านไปถึงตัวกระบี่ได้เลย
ชั่วพริบตานั้น คุณชายอวี้ซวีจู่ๆ ก็คล้ายกับสัมผัสได้ถึงสิ่งใดบางอย่าง
มู่หยวนเหลือบตาขึ้น ในดวงตามีประกายความผิดหวังสายหนึ่งวาบผ่าน "กระบี่ เขาไม่ได้ใช้กันแบบนี้หรอกนะ"
กล่าวจบ นิ้วก็บิดไป กระบี่อ่อนโค้งงออย่างกะทันหัน จากนั้นก็ปล่อยออก
ฟุ่บ
ตัวกระบี่พุ่งเข้ากระแทกคุณชายอวี้ซวีอย่างแรงตามแรงเหวี่ยง
ปัง
ร่างของเขากระเด็นลอยออกไปราวกับลูกปืนใหญ่ในพริบตา แม้แต่กระบี่ในมือก็ยังหลุดลอยไป
มู่หยวนอาศัยจังหวะนี้รับกระบี่อ่อนเอาไว้ มือหนึ่งไพล่หลัง มือหนึ่งถือกระบี่ ปรายตามองคุณชายอวี้ซวีที่ล้มอยู่บนพื้นด้วยสภาพเนื้อตัวปริแตก "ให้ข้าสอนเจ้าดีกว่า ว่ากระบี่เมื่อครู่นี้ ควรจะฟันออกไปอย่างไร"
เมื่อสิ้นเสียง มู่หยวนก็ขยับแขนตวัดเบาๆ
กระบี่อ่อนวาดภาพเงาแสงราวกับจันทร์กระจ่างกลางอากาศ ตัดขวางลานประลอง
การเคลื่อนไหวไร้ที่ติ ลื่นไหลประดุจสายน้ำ
อานุภาพของมัน พละกำลังของมัน รูปลักษณ์ของมัน เจตจำนงของมัน เมื่อเทียบกับคุณชายอวี้ซวีแล้ว ยิ่งควบแน่นกว่า ยิ่งบริสุทธิ์กว่า และยิ่งทรงพลังกว่า
คุณชายอวี้ซวีตกตะลึงไป "นี่มัน ... เคล็ดวิชากระบี่เทวะพันมังกรหรือ"
"จะเป็นไปได้อย่างไร นี่มัน ... นี่มันเคล็ดวิชากระบี่เทวะพันมังกรของวังอวี้ซวีของพวกเรานี่นา"
"คนผู้นี้ใช้มันได้อย่างไร"
คนของวังอวี้ซวีต่างก็หน้าถอดสีไปตามๆ กัน
การแย่งชิงอาวุธเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป ทว่ายังไม่เคยเห็นการแย่งชิงยอดวิชาไม้ตายก้นหีบของผู้อื่นมาก่อนเลย
อีกทั้ง ... ยังใช้ได้ดีกว่า ยอดเยี่ยมกว่า และดุดันกว่าคุณชายอวี้ซวีเสียอีก ...
"ดูเอาไว้ให้ดี" เขาพ่นคำพูดสามคำออกมาอย่างเรียบเฉย จากนั้น แขนก็ตวัดไปข้างหน้าเบาๆ
ไม่มีการรวบรวมพลังที่สั่นสะเทือนฟ้าดินเหมือนอย่างคุณชายอวี้ซวี ไม่มีการปะทุของปราณวิญญาณอันบ้าคลั่งและบาดตา หรือแม้แต่ จะไม่มีการเคลื่อนไหวที่เกินความจำเป็นแม้แต่น้อย
ดูธรรมดาสามัญ ราบเรียบดุจสายลมและก้อนเมฆ
ทว่า ...
โฮก
เสียงมังกรคำรามดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทุกสารทิศ
เห็นเพียงปราณกระบี่สีขาวซีดที่ควบแน่นถึงขีดสุดพุ่งทะลักออกมาจากปลายกระบี่ ตรงเข้าโจมตีคุณชายอวี้ซวี
คุณชายอวี้ซวีหน้าซีดเผือด รีบกระตุ้นของวิเศษป้องกันทุกชิ้นบนร่างอย่างบ้าคลั่ง
ในพริบตาที่ปราณกระบี่เข้าใกล้ มันก็ระเบิดออกอย่างกะทันหัน กลายสภาพเป็นมังกรคลั่งอันน่าสะพรึงกลัวเก้าตัว ดวงตามังกรเบิกกว้าง พุ่งเข้าสังหารอย่างโหดเหี้ยมและบ้าคลั่ง
"ไม่" คุณชายอวี้ซวีส่งเสียงร้องคำรามอย่างสิ้นหวัง
"อวี้ซวี กระตุ้นอาวุธจักรพรรดิ" ยอดฝีมือระดับสูงของวังอวี้ซวีที่อยู่ด้านล่างลานประลองแผดเสียงคำรามลั่น
ในยามวิกฤต คุณชายอวี้ซวีไหนเลยจะสนใจสิ่งใดได้อีก
อานุภาพของอาวุธจักรพรรดิอันไร้เทียมทานระเบิดออกในพริบตา
ทว่าในวินาทีต่อมา
มังกรทั้งเก้าก็พุ่งเข้าใส่ร่าง
ปัง ปัง ปัง ปัง ...
พลังเทวะแห่งการทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวและบ้าคลั่งปะทุขึ้นในทันที
คุณชายอวี้ซวีถูกกลืนกินไปในพริบตา
พลังแห่งการทำลายล้างอันแข็งแกร่งยิ่งฉีกทึ้งม่านพลังของลานประลองหมายเลขสามสิบสองจนขาดสะบั้น ...