- หน้าแรก
- ยอดเจ้าหน้าที่ความมั่นคงแห่งซีเหอหยวน เปิดฉากล้างบางอี้จงไห่
- บทที่ 26: ประกาศเกียรติคุณ?
บทที่ 26: ประกาศเกียรติคุณ?
บทที่ 26: ประกาศเกียรติคุณ?
บทที่ 26: ประกาศเกียรติคุณ? มีรางวัลพิเศษไหม?
เขาเองก็เคยเป็นทหาร และทุกคนต่างก็เป็นชาติทหารเหมือนกัน ในชีวิตประจำวันใครจะยอมก้มหัวให้ใครกันล่ะ?
เว้นเสียแต่ว่าความแข็งแกร่งของคนคนนั้นจะเหนือชั้นกว่าอย่างท่วมท้น แข็งแกร่งเสียจนทำให้ผู้อื่นรู้สึกสิ้นหวังเมื่อนำไปเปรียบเทียบ
เลขาจางมองอวี๋กั๋วเจี๋ยด้วยสายตาลึกล้ำ มิน่าล่ะเบื้องบนถึงได้ให้ความสนใจเขาเป็นพิเศษ เขามีคุณสมบัติที่เหนือธรรมดาจริงๆ
ผู้อำนวยการหยางยกระดับความสำคัญของอวี๋กั๋วเจี๋ยในใจเพิ่มขึ้นไปอีก
ทั้งมีเส้นสายและมีความแข็งแกร่ง ขอเพียงให้เวลาอีกสักหน่อย อีกฝ่ายจะต้องผงาดขึ้นสู่จุดสูงสุดได้อย่างแน่นอน!
เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าอีกฝ่ายจะพอใจกับบ้านที่จัดสรรให้เมื่อวานนี้หรือไม่ ควรจะเสนอค่าชดเชยอะไรเพิ่มเติมให้ดีไหมนะ?
รองผู้อำนวยการโรงงานหลี่หวยเต๋อยืนอยู่ด้านข้าง ลอบประเมินอวี๋กั๋วเจี๋ยอย่างละเอียด
เขาหมายตาตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายรักษาความปลอดภัยในโรงงานมาโดยตลอด
แม้ฝ่ายรักษาความปลอดภัยจะไม่มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการของโรงงานรีดเหล็ก แต่มันก็มีอำนาจในการบังคับใช้กฎหมาย
หากเขาสามารถส่งคนของตัวเองเข้ามานั่งตำแหน่งนี้ได้ มันจะเป็นกำลังสนับสนุนชั้นดีในการขับเคี่ยวกับหยางเว่ยกั๋ว
ทว่าเบื้องบนกลับส่งคนมาเสียบตำแหน่งนี้โดยตรง ทำให้แผนการของเขาพังทลายลง
แต่คนเจ้าเล่ห์อย่างหลี่หวยเต๋อไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆ ในมุมมองของเขา ตราบใดที่สามารถดึงตัวชายคนนี้มาเป็นพวกได้ เขาก็จะกลายเป็นคนของเขาอยู่ดี!
เลขาจางก้าวขึ้นไปบนเวที ดึงเอกสารออกจากซองกระดาษคราฟต์ แล้วเริ่มอ่านออกเสียง:
"เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ปี 1958 กลุ่มอันธพาลต่อต้านการปฏิวัติได้ใช้วิธีการอันเลวทรามต่ำช้า จี้รถไฟที่เต็มไปด้วยผู้โดยสาร เพื่อหมายจะสร้างโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญผู้คนทั้งในและต่างประเทศ อันเป็นการล้มล้างระบอบการปกครองของประชาชน!"
บรรยากาศในที่เกิดเหตุพลันหนักอึ้ง ทุกคนต่างมีสีหน้าโกรธแค้น
"หลังจากเกิดเหตุการณ์ ภายใต้การนำของสหายอวี๋กั๋วเจี๋ย... เขาเผชิญหน้ากับอันตรายอย่างไม่เกรงกลัว ปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญ และเข้าต่อสู้ชี้เป็นชี้ตายกับพวกอันธพาล! ปกป้องความปลอดภัยของขบวนรถไฟและประชาชนไว้อย่างสุดความสามารถ!"
"ในเหตุการณ์ครั้งนี้ สหายอวี๋กั๋วเจี๋ยและคณะได้แสดงให้เห็นถึงจุดยืนแห่งการปฏิวัติอันแน่วแน่ และจิตวิญญาณการต่อสู้อย่างกล้าหาญ!"
"พวกเขาสามารถตบหน้าความหยิ่งผยองของพวกต่อต้านการปฏิวัติได้อย่างชะงัด รักษาความปลอดภัยให้กับการคมนาคมทางรถไฟ และ... ได้รับคำสรรเสริญอย่างสูงจากประชาชน"
เลขาจางหยุดไปครู่หนึ่ง สูดลมหายใจเข้าลึก และน้ำเสียงก็ดังก้องขึ้นอีกระดับ
"เพื่อเป็นการยกย่องบุคคลดีเด่นและส่งเสริมความถูกต้องในสังคม... หลังจากการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วจึงมีมติว่า"
"ขอมอบเหรียญกล้าหาญชั้นที่หนึ่งให้แก่สหายอวี๋กั๋วเจี๋ย! และขอประกาศเกียรติคุณสดุดีวีรกรรมในครั้งนี้!"
"เราหวังว่าสหายทุกท่านจะยึดถือเป็นแบบอย่าง... และร่วมกันสร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ให้กับการสร้างสรรค์สังคมนิยมต่อไป!"
สิ้นเสียงประกาศ เสียงสูดลมหายใจด้วยความตกตะลึงก็ดังขึ้นระงมไปทั่วบริเวณ สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปยังอวี๋กั๋วเจี๋ยด้วยความเลื่อมใสศรัทธาขั้นสุด
แค่ได้รับเหรียญกล้าหาญชั้นที่หนึ่งก็ถือว่าน่าทึ่งมากพออยู่แล้ว นี่ยังได้รับการประกาศเกียรติคุณสดุดีอีก!
นั่นหมายความว่าวีรกรรมของเขาจะถูกประกาศให้ทราบโดยทั่วกันทั้งกองทัพหรืออาจจะทั่วทั้งประเทศเลยทีเดียว!
สมองของกู้ซานชวนอื้ออึงไปหมด อีกฝ่ายอายุเท่าไหร่กันเชียว? กลับมีเหรียญกล้าหาญชั้นที่หนึ่งประดับบารมีแล้วงั้นหรือ?
เขายังเพิ่งจะดูถูกและคิดจะสั่งสอนอีกฝ่ายอยู่แหม็บๆ พอมานึกดูตอนนี้ กู้ซานชวนแทบอยากจะตบหน้าตัวเองสักฉาด!
เว่ยเจิ้นซานลอบกลืนน้ำลายลงคอ
พระช่วย การประกาศเกียรติคุณสดุดีนั้นออกโดยหน่วยงานระดับผู้นำสูงสุด นับเป็นเกียรติยศขั้นสูงส่ง
ผู้ที่ได้รับเกียรติยศนี้มักจะถูกขนานนามว่า "วีรบุรุษสงคราม"!
แม้ว่าการได้รับการประกาศเกียรติคุณสดุดีจะไม่เทียบเท่ากับการเป็นวีรบุรุษสงครามโดยตรง แต่มันก็เป็นหลักฐานรับรองที่ทรงพลังและทรงอิทธิพลที่สุด ทั้งยังเป็นก้าวสำคัญบนเส้นทางสู่การเป็นวีรบุรุษสงครามอีกด้วย
ผู้อำนวยการหยางตกตะลึงจนพูดไม่ออก อวี๋กั๋วเจี๋ยเพิ่งจะเข้ารับตำแหน่ง หนังสือประกาศเกียรติคุณก็ถูกส่งตามหลังมาติดๆ
นี่มันเป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนเลยไม่ใช่หรือไงว่าเบื้องบนกำลังหนุนหลังอีกฝ่ายอยู่?
เขามองอวี๋กั๋วเจี๋ยด้วยสายตาลึกล้ำ ดูเหมือนว่าความเข้าใจที่เขามีต่อเพื่อนร่วมงานคนใหม่นี้จะยังตื้นเขินเกินไปสินะ
หลี่หวยเต๋อมองอวี๋กั๋วเจี๋ยด้วยนัยน์ตาเป็นประกาย ทั้งแข็งแกร่งและมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา
ที่สำคัญที่สุดคือ พวกเขาไม่ได้อยู่ในสายงานเดียวกันและไม่ต้องมาแข่งขันแย่งชิงผลประโยชน์กัน ชายคนนี้จึงเป็นผู้ที่เหมาะสมที่สุดที่จะมาเป็นพันธมิตร!
หลี่หวยเต๋อยิ่งมุ่งมั่นที่จะดึงตัวอวี๋กั๋วเจี๋ยมาเป็นพวกให้จงได้
ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม แม้จะไม่สามารถดึงมาเป็นพวกได้ แต่อย่างน้อยเขาก็ต้องทำให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะไม่ออนเอียงไปเข้าข้างหยางเว่ยกั๋ว
หลังจากเงียบสงัดไปครู่หนึ่ง เสียงปรบมือก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ!
สายตาของทุกคนที่มองไปยังอวี๋กั๋วเจี๋ยเต็มเปี่ยมไปด้วยความคลั่งไคล้และชื่นชม
ทหารในยุคนี้มีสถานะทางสังคมที่สูงส่งอยู่แล้ว และตอนนี้วีรบุรุษสงครามตัวเป็นๆ กำลังยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา—นั่นคือจุดสูงสุดของชาติทหารเลยนะ! จะไม่ให้พวกเขารู้สึกตื่นเต้นได้อย่างไร!
ตรงกันข้ามกับฝูงชน อวี๋กั๋วเจี๋ยกำลังมองเลขาจางด้วยสีหน้างุนงง
เนื่องจากเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับวิศวกรที่เดินทางกลับประเทศ เขาจึงต้องเซ็นสัญญาปกปิดความลับตอนที่ออกจากเกสต์เฮาส์
เขาตั้งใจจะฝังความลับนี้ไว้ในใจไปตลอดชีวิต แล้วทำไมตอนนี้เรื่องนี้ถึงถูกประกาศป่าวร้องให้คนอื่นรับรู้ซะดังลั่นขนาดนี้ล่ะ?
หรือว่าโลกนี้มันหมุนเร็วเกินไปจนเขาตามไม่ทันแล้วงั้นหรือ?
เลขาจางส่งสายตาบอกให้อวี๋กั๋วเจี๋ยใจเย็นๆ จากนั้นก็หันไปมองผู้อำนวยการหยาง
"ผู้อำนวยการหยาง ผมขอยืมตัวเขาสักครู่นะ คงไม่ว่าอะไรใช่ไหม?"
หยางเว่ยกั๋วจะไปมีข้อกังขาอะไรได้อีกล่ะ? ตอนนี้เขาแทบจะอุ้มอวี๋กั๋วเจี๋ยขึ้นหิ้งบูชาอยู่แล้ว "ได้แน่นอนครับ"
อวี๋กั๋วเจี๋ยปล่อยหน้าที่ตรงนั้นให้กู้ซานชวนจัดการ แล้วเดินตามเลขาจางหลบมุมไป
ในหัวของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยคำถามมากมายและอยากจะรู้ต้นสายปลายเหตุให้ชัดเจน
แต่เลขาจางไม่เปิดโอกาสให้เขาอ้าปากพูดเลย "อีกไม่กี่วันจะมีนักข่าวมาสัมภาษณ์คุณ เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ"
"ห๊ะ?" อวี๋กั๋วเจี๋ยมองอีกฝ่ายด้วยความมึนงง
เลขาจางถลึงตาใส่ อวี๋กั๋วเจี๋ยจึงยกมือวันทยหัตถ์ตอบรับโดยสัญชาตญาณ "รับประกันว่าจะทำภารกิจให้สำเร็จครับ!"
เมื่อเห็นท่าทางขึงขังของอวี๋กั๋วเจี๋ย เลขาจางก็มีท่าทีอ่อนลง "อย่าไปคิดมากหรือกดดันกับเรื่องนี้เลย"
"ผลกระทบจากเหตุการณ์จี้รถไฟมันรุนแรงเกินไป แถมมีผู้โดยสารอยู่มากมายขนาดนั้น มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะควบคุมข่าวไม่ให้รั่วไหลออกไป"
"เบื้องบนกังวลว่าข่าวนี้จะถูกผู้ไม่ประสงค์ดีนำไปใช้ประโยชน์เพื่อสร้างกระแสในแง่ลบ"
"เบื้องบนก็เลยตัดสินใจผลักผมออกมารับหน้าแทนงั้นเหรอครับ?" อวี๋กั๋วเจี๋ยถามด้วยความสับสน
"ได้ผลประโยชน์แล้วอย่ามาทำเป็นบ่นหน่อยเลย!" เลขาจางดุ "มีตั้งกี่คนที่อยากได้โอกาสนี้แต่ก็ไม่ได้!"
อวี๋กั๋วเจี๋ยถามหยั่งเชิง: "ลุงจางครับ เรื่องนี้มันมีรางวัลพิเศษอะไรเพิ่มเติมไหมล่ะครับ?"
"เฮ้ย! นี่แกหน้าทนไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมเลยใช่ไหมเนี่ย?"
หืม? ดวงตาของอวี๋กั๋วเจี๋ยเป็นประกาย การที่อีกฝ่ายไม่ปฏิเสธออกมาตรงๆ แสดงว่ามีลุ้นสิ!
เขาตีหน้าเศร้าทำเสียงน่าสงสาร: "ตอนนี้ผมยากจนข้นแค้น ตัวเปล่าเล่าเปลือย ลุงต้องให้ผมหาเงินเก็บไว้แต่งเมียสักหน่อยสิครับ"
"เออๆ รู้แล้วน่า"
เลขาจางถลึงตาใส่อวี๋กั๋วเจี๋ยอย่างรำคาญ "ไว้กลับไปฉันจะลองถามเบื้องบนให้ก็แล้วกัน"
"งั้นผมขอขอบคุณล่วงหน้าเลยนะครับ"
อวี๋กั๋วเจี๋ยรีบฉวยโอกาสตีเนียน "ชาตินี้ผมจะมีเมียกับเขาได้ไหม ก็ขึ้นอยู่กับลุงแล้วนะครับ"
เลขาจางกำชับอีกสองสามประโยคก่อนจะเดินจากไป
ทันทีที่เลขาจางไป ฝูงชนก็กรูกันเข้ามาล้อมรอบอวี๋กั๋วเจี๋ย เขาจึงต้องงัดกฎการรักษาความลับมาใช้อย่างเสียไม่ได้เพื่อไล่ต้อนทุกคนให้กลับไป
หลังจากไปส่งผู้อำนวยการหยาง อวี๋กั๋วเจี๋ยซึ่งมีกู้ซานชวนคอยเดินนำทาง ก็เริ่มเดินตรวจตราดูแผนกต่างๆ ในฝ่ายรักษาความปลอดภัย
ฝ่ายรักษาความปลอดภัยมีอาคารสำนักงานแยกออกมาเป็นสัดส่วน
แผนกรักษาความสงบมีหน้าที่หลักในการดูแลความปลอดภัยภายในโรงงาน ซึ่งรวมถึงการเดินลาดตระเวนในพื้นที่โรงงาน และตรวจสอบยานพาหนะที่เข้าออกบริเวณโรงงาน
พวกเขาทำงานกันสามกะ กะละแปดชั่วโมง และยังเป็นแผนกที่มีจำนวนคนมากที่สุดในฝ่ายรักษาความปลอดภัยอีกด้วย
"แล้วหัวหน้าแผนกล่ะไปไหน?" อวี๋กั๋วเจี๋ยถามด้วยความแปลกใจ
เขามาอยู่ที่นี่ครึ่งค่อนวันแล้ว และก็มีแต่กู้ซานชวนที่คอยเป็นคนอธิบายเรื่องต่างๆ ให้ฟัง แต่เขายังไม่เห็นเงาหัวหน้าแผนกเลยสักคน