เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 420 - ตาเฒ่าใกล้ลงโลงสองคนนั้นออกจากด่านจำศีลแล้วรึ?

บทที่ 420 - ตาเฒ่าใกล้ลงโลงสองคนนั้นออกจากด่านจำศีลแล้วรึ?

บทที่ 420 - ตาเฒ่าใกล้ลงโลงสองคนนั้นออกจากด่านจำศีลแล้วรึ?


บทที่ 420 - ตาเฒ่าใกล้ลงโลงสองคนนั้นออกจากด่านจำศีลแล้วรึ?

พวกอวี๋มั่วทั้งสามคนกำลังจะตายงั้นรึ? สำนักเต้าอีเตรียมจะลากบรรพชนของสามสำนักใหญ่ที่เหลือไปลงนรกพร้อมกันก่อนตายงั้นรึ?

หลังจากฟังคำบอกเล่าของเฉินชิงอวี่ บรรพชนทั้งสองแห่งสำนักชิงอวิ๋นก็อึ้งไป ก่อนจะถามอย่างแคลงใจว่า

"เจ้าแน่ใจนะ?"

"เรียนบรรพชน เป็นความจริงร้อยเปอร์เซ็นต์เลยขอรับ ตั้งแต่พวกอวี๋มั่วทั้งสามคนออกจากด่านจำศีลมา พวกเขาก็ไม่ได้กลับไปปิดด่านอีกเลย แต่กลับไปปักหลักอยู่ที่เขาอสูรวานร ทั้งที่อายุขัยก็เหลืออยู่น้อยนิดแล้ว พฤติกรรมแบบนี้ ชัดเจนว่าตัวพวกเขาต้องมีปัญหาอะไรบางอย่างแน่ๆ ขอรับ"

เมื่อฟังเหตุผลนี้ บรรพชนทั้งสองก็ไม่ได้สงสัยอะไรอีก

พวกเขาและพวกอวี๋มั่วทั้งสามคนถือเป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกัน สถานการณ์ในตอนนี้ก็เรียกได้ว่าเหมือนกันทุกประการ

หากสมมติว่าอายุขัยใกล้จะหมดลงจริงๆ การใช้วิธีปิดด่านจำศีลเพื่อรักษายุขัยไว้ก็คงไม่ได้ผลอีกต่อไป มีแต่ต้องรอความตายเท่านั้น

และการที่จะยอมตายไปพร้อมกันศัตรูเพื่อขจัดเสี้ยนหนามให้สำนักก่อนตาย ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

โทสะในใจมลายหายไปเกินครึ่ง เฉินชิงอวี่เองก็ถือว่ารอบคอบดี และเมื่อต้องรับมือกับพวกอวี๋มั่วทั้งสาม ลำพังแค่พวกเขาก็คงเอาไม่อยู่จริงๆ

"ไปที่สถานศึกษาตงเหวินกันเลย"

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง บรรพชนท่านหนึ่งก็เอ่ยขึ้น ในเมื่อเป้าหมายของสำนักเต้าอีคือสถานศึกษาตงเหวิน ก็ไปประจันหน้ากันที่นั่นเลย

การเคลื่อนไหวของสำนักชิงอวิ๋นเป็นไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่พวกฉีสยงยังเดินทางไปไม่ถึง บรรพชนทั้งสองและเฉินชิงอวี่พร้อมกับเหล่ายอดฝีมือระดับอริยะก็เดินทางมาถึงก่อนแล้ว

เมื่อต้องเผชิญกับการปรากฏตัวของบรรพชนแห่งสำนักชิงอวิ๋น เหล่าผู้บริหารระดับสูงของสถานศึกษาตงเหวินย่อมต้องหวาดผวาและรีบออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง

พอรู้ว่ามาเพราะสำนักเต้าอี บรรดาผู้บริหารของสถานศึกษาตงเหวินก็รู้สึกขมขื่นใจยิ่งนัก

พวกเขาแค่ตั้งใจจะกู้หน้าและถือโอกาสกดข่มยอดเขาบัณฑิตของสำนักเต้าอีสักหน่อยเท่านั้นเอง

แต่ทำไมตอนนี้ถึงขั้นลากเอาตัวตนระดับบรรพชนออกมาได้ล่ะเนี่ย?

เมื่อต้องเผชิญกับการห้ำหั่นระหว่างสองขุมกำลังยักษ์ใหญ่อย่างสำนักชิงอวิ๋นและสำนักเต้าอี สถานศึกษาตงเหวินย่อมไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรเลย

แต่ที่ซวยก็คือ บ้าเอ๊ย สนามรบดันมาอยู่ที่นี่เสียนี่ นี่แหละที่ทำให้บรรดาผู้บริหารสถานศึกษาตงเหวินถึงกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

ในขณะเดียวกัน พวกม่ออวิ๋นที่อยู่ในสถานศึกษาตงเหวินก็ได้รับข่าวนี้อย่างรวดเร็วเช่นกัน

เดิมทียังดีใจที่ได้รับข้อความจากเสิ่นเซียนอยู่เลย

"เสิ่นเซียนบอกว่า พวกหงจุนกำลังเดินทางมาที่นี่แล้ว"

"ก็ดีสิ มีท่านประมุขหงจุนกับคนอื่นๆ มาช่วย ศิษย์สำนักชิงอวิ๋นแค่ไม่กี่คนนั้นก็ไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว"

"แน่นอนอยู่แล้ว"

ระหว่างที่กำลังคุยกัน ผู้ดูแลของยอดเขาบัณฑิตคนหนึ่งก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา สีหน้าดูซับซ้อนมาก

"ท่านประมุข เกิดเรื่องแล้วขอรับ"

หืม???

เมื่อได้ยิน ม่ออวิ๋นก็ชะงักไป ก่อนจะรีบถาม

"เกิดเรื่องอะไรขึ้น?"

"คนของสำนักชิงอวิ๋นมาแล้วขอรับ"

"สถานศึกษาตงเหวินไปเชิญมางั้นรึ?"

พวกเขาไปขอให้พวกหงจุนมาช่วย แต่คนที่โผล่มาก่อนดันเป็นคนของสำนักชิงอวิ๋น เรื่องนี้ทำให้ม่ออวิ๋นไม่ค่อยเข้าใจนัก

หรือว่าสถานศึกษาตงเหวินจะรู้เรื่องที่เสิ่นเซียนไปหาพวกหงจุนแล้ว?

"มีใครมาบ้าง?"

"ท่านประมุขเฉินชิงอวี่ แล้วก็ผู้อาวุโสระดับอริยะอีกหลายท่าน..."

ระดับประมุขสำนักมาเองเลยรึ? สำนักชิงอวิ๋นให้ความสำคัญขนาดนี้เชียว?

ม่ออวิ๋นรู้สึกว่าเรื่องนี้มันทะแม่งๆ แต่ประโยคถัดมาของผู้ดูแลคนนี้ กลับทำให้เขาถึงกับยืนอึ้งไปเลย

"แล้วก็... แล้วก็ยังมีบรรพชนระดับมหาอริยะของสำนักชิงอวิ๋นอีกสองท่านด้วยขอรับ"

หืม???

"เจ้าว่าอะไรนะ?"

"บรรพชนระดับมหาอริยะขอรับ"

"เฉินชิงอวี่ปลุกบรรพชนทั้งสองของพวกเขาให้ตื่นขึ้นมางั้นรึ?"

"ขอรับ"

คราวนี้ม่ออวิ๋นถึงกับสติแตกไปเลย พวกเราก็แค่มาร่วมงานชุมนุมกวีตงเหวิน เจ้าสำนักชิงอวิ๋นถึงขั้นต้องเชิญบรรพชนออกมาเลยงั้นรึ? นี่มันไม่ใช่งานชุมนุมกวีครั้งแรกซะหน่อย

ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความฉงน ต้องรู้ว่าบรรพชนระดับมหาอริยะเหล่านี้ ไม่ใช่ว่าจะปลุกขึ้นมาได้ง่ายๆ จะต้องเป็นช่วงเวลาที่อันตรายที่สุด ถึงจะนำออกมาใช้เป็นไพ่ตายได้

สำนักชิงอวิ๋นทำแบบนี้ มันจะไม่ดูเหมือนเด็กเล่นขายของไปหน่อยหรือ? หรือว่า... บรรพชนสองคนนั้นของพวกเขาเกิดเหงาขึ้นมา เลยอยากออกมาหาความตื่นเต้น?

เขางงเป็นไก่ตาแตกกับการกระทำของเฉินชิงอวี่ คิดยังไงก็คิดไม่ออก ว่าทำไมเฉินชิงอวี่ถึงต้องเชิญบรรพชนระดับมหาอริยะทั้งสองท่านออกมา

คิดไม่ตก ม่ออวิ๋นจึงติดต่อไปหาหงจุนทันที

จานค่ายกลเชื่อมต่อกัน แต่บนม่านแสง กลับไม่ใช่หงจุน แต่เป็นฉีสยงแทน

"ตาเฒ่าขี้... บ้าเอ๊ย ท่านประมุข?"

ก่อนหน้านี้เขาอยู่ข้างนอกมาตลอด เลยไม่ได้ติดต่อกับสำนัก จึงไม่รู้สถานการณ์ภายใน และไม่รู้ว่าฉีสยงอยู่กับหงจุนด้วย

เมื่อเห็นฉีสยง ม่ออวิ๋นก็ชะงักไป ส่วนฉีสยงก็พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

"ศิษย์น้องม่ออวิ๋น เป็นอะไรไป? เจอเรื่องยุ่งยากเข้าแล้วสิ? ไม่ต้องกลัวนะ พวกเรากำลังเดินทางไป อีกไม่เกินสองชั่วยามก็ถึงแล้ว"

"เอ่อ... ปัญหาน่ะมีแน่ขอรับ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เรื่องที่ข้าจะแก้ได้แล้วล่ะ"

"หืม? คำพูดของศิษย์น้องหมายความว่ายังไง?"

"คือว่า... เฉินชิงอวี่ปลุกบรรพชนทั้งสองของพวกเขาขึ้นมาแล้ว ตอนนี้อยู่ที่สถานศึกษาตงเหวินแล้วขอรับ"

"อะไรนะ?"

"บรรพชนทั้งสองของสำนักชิงอวิ๋น ตอนนี้อยู่ที่สถานศึกษาตงเหวินขอรับ"

เมื่อได้ยินคำพูดของม่ออวิ๋น ฉีสยงก็อึ้งไปเหมือนกัน เกิดอะไรขึ้น? บรรพชนสำนักชิงอวิ๋นออกจากด่านจำศีลแล้ว? แถมยังมาที่สถานศึกษาตงเหวินอีก?

"เจ้าแน่ใจนะ?"

"ความจริงแท้แน่นอนเลยขอรับ"

"ดี ศิษย์น้องอย่าเพิ่งใจร้อนไป รอพวกเราไปถึงแล้วค่อยว่ากัน"

"ขอรับ"

หลังจากวางสายจานค่ายกล ฉีสยงที่ขี่อยู่บนหลังของราชันปีศาจพยัคฆ์จันทรา ก็มีสีหน้าประหลาดใจ ส่วนหงจุน อวี๋มั่ว และคนอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ๆ ก็ได้ยินคำพูดของม่ออวิ๋นเช่นกัน

พวกอวี๋มั่วทั้งสามคนถามอย่างสงสัยว่า

"ตาเฒ่าใกล้ลงโลงสองคนนั้นออกจากด่านจำศีลแล้วรึ?"

"ดูเหมือนจะว่าอย่างนั้นนะขอรับ?"

"ทำไมล่ะ?"

"ไม่ทราบเหมือนกัน สำนักชิงอวิ๋นเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่าขอรับ?"

"คงไม่ใช่เพราะพวกเราหรอกมั้ง?"

หวังหม่านเดาถูกเผง แต่ประโยคถัดมาก็ถูกอวี๋มั่วปฏิเสธทันที

"จะเป็นไปได้ยังไง พวกเรามีเจ้าหนูฉางชิง เลยไม่ต้องปิดด่านจำศีล แล้วตาเฒ่าใกล้ลงโลงสองคนนั้นมีอะไรล่ะ? ออกจากด่านมารอวันตายหรือไง?"

"ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเรา แล้วจะเพราะอะไรล่ะขอรับ?"

"ใครจะไปรู้ ช่างเถอะ ออกจากด่านก็ออกจากด่านไปสิ ยังไงก็ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเราอยู่แล้ว"

ในสายตาของคนสำนักเต้าอี มันไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเขาจริงๆ นั่นแหละ พวกเขาไม่ได้ตั้งใจจะไปทำอะไรซะหน่อย

ที่ไปสถานศึกษาตงเหวิน ก็แค่ไปช่วยสนับสนุนให้กำลังใจศิษย์ร่วมสำนัก ต่อให้มีเรื่องกระทบกระทั่งกัน ก็คงไม่ถึงขั้นต้องลากตัวตนระดับบรรพชนเข้ามาหรอกมั้ง

งงจริงๆ ว่าสำนักชิงอวิ๋นกำลังคิดอะไรอยู่ อยู่ว่างๆ เลยปลุกบรรพชนขึ้นมาเล่นงั้นรึ? บรรพชน ลุกขึ้นมาเพื่อกลับไปนอนใหม่รึ? บ้าบอจริงๆ

และในขณะที่สำนักเต้าอีกำลังเข้าใกล้สถานศึกษาตงเหวินขึ้นเรื่อยๆ ทางฝั่งสถานศึกษาตงเหวิน บรรพชนสำนักชิงอวิ๋น รวมถึงเฉินชิงอวี่และคนอื่นๆ ก็เตรียมตัวรับมือไว้พร้อมแล้ว

ถึงขนาดมีคนเสนอว่า

"ศิษย์พี่ บรรพชน เราควรจะลงมือจัดการกับยอดเขาบัณฑิตก่อนดีไหมขอรับ? ทำแบบนี้เราจะได้..."

"ยังไม่ต้อง รอพวกอวี๋มั่วมาถึงก่อนแล้วค่อยว่ากัน"

การจะจัดการยอดเขาบัณฑิตนั้นง่ายนิดเดียว แต่สำหรับบรรพชนทั้งสองของสำนักชิงอวิ๋น พวกเขาไม่อยากทำแบบนั้น

อย่างน้อยก็จนกว่าจะแตกหักกันจริงๆ พวกเขาก็ไม่อยากจะไปสู้ตายกับพวกอวี๋มั่วทั้งสามคนหรอก

ยังไงซะพวกอวี๋มั่วก็เป็น "คนที่กำลังจะตาย" อยู่แล้ว ไปสู้ตายด้วยยังไงก็ไม่คุ้ม

หากสามารถเกลี้ยกล่อมให้สำนักเต้าอีเปลี่ยนเป้าหมายได้ นั่นจะเป็นผลดีที่สุดสำหรับสำนักชิงอวิ๋น

ถึงแม้บรรพชนของพวกเขาจะถูกปลุกขึ้นมา ทำให้เสียอายุขัยไปไม่น้อย แต่ถ้ากลับไปปิดด่านจำศีลตอนนี้ ก็ยังพอจะยื้อชีวิตอยู่ต่อได้อีกสักพัก ไม่มีความจำเป็นต้องมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่

เฉินชิงอวี่และคนอื่นๆ ก็เข้าใจความคิดของบรรพชนดี จึงไม่ได้คัดค้านอะไร และพยักหน้ารับคำ

ในตอนนั้นเอง ผู้ดูแลของสถานศึกษาตงเหวินก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา

"มาแล้ว สำนักเต้าอีมาแล้ว..."

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 420 - ตาเฒ่าใกล้ลงโลงสองคนนั้นออกจากด่านจำศีลแล้วรึ?

คัดลอกลิงก์แล้ว