- หน้าแรก
- ไม่อยากดังแต่ปังเฉย
- บทที่ 5 หลิวซือซือ: เธอคือสายฝนทันเวลาจริงๆ
บทที่ 5 หลิวซือซือ: เธอคือสายฝนทันเวลาจริงๆ
บทที่ 5 หลิวซือซือ: เธอคือสายฝนทันเวลาจริงๆ
"ท่อน้ำตันแล้วน้ำไม่ไหลเหรอ?"
"โอเค เข้าใจแล้ว เดี๋ยวผมส่งเบอร์นิติบุคคลไปให้"
"เอาแบบนี้ไหม เดี๋ยวผมแวะไปดูก่อน ถ้าซ่อมไม่ได้ค่อยเรียกนิติฯ"
"อืม"
หลังวางสาย จางหยางก็หยิบผ้าขนหนูมาซับเหงื่อตามร่างกายอย่างลวกๆ สวมเสื้อกล้ามรัดรูป ก่อนจะหยิบกุญแจแล้วเดินไปหานาจา
อันที่จริงผู้หญิงก็มีความหื่นกระหายไม่ต่างจากผู้ชายนักหรอก เพียงแต่ภายนอกพวกเธอจะดูสงวนท่าทีก็เท่านั้น เมื่อถึงคราวที่ผู้ชายต้องโชว์เรือนร่าง ก็ไม่เห็นจะต้องมามัวขวยเขิน
สายตาของผู้หญิงเวลาจ้องมองซิกซ์แพ็ก กล้ามเนื้อข้างลำตัว และวีเชปของผู้ชาย ก็ไม่ได้ร้อนแรงน้อยไปกว่าตอนที่ผู้ชายดูต้ามีมี่ในภาพยนตร์เรื่องเกาะระทึกขวัญเลย
"ติ๊งต่อง"
จางหยางมาถึงหน้าประตูห้อง 802 แล้วกดกริ่ง พร้อมกับส่งเสียงเรียก "นาจา ผมเองนะ"
ประตูถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว นาจาปรากฏตัวด้วยใบหน้าสดไร้เครื่องสำอาง ทว่ายังคงความสวยสะพรั่ง เธออยู่ในชุดนอนที่ห่อหุ้มเรือนร่างไว้อย่างมิดชิด
"รุ่น... รุ่นพี่?!"
ขณะที่นาจากำลังจะทักทายเขาอย่างเป็นกันเอง หัวใจของเธอกลับเต้นผิดจังหวะเมื่อสายตาปะทะเข้ากับท่อนบนของจางหยางที่สวมเพียงเสื้อกล้ามรัดรูป
เธอเผลอจ้องมองกล้ามอกกำยำที่แฝงความดุดันของชายหนุ่มอย่างลืมตัว รู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหูจนแทบไหม้ ถึงขั้นเผลอลอบกลืนน้ำลายลงคอ
เสียงกลืนน้ำลายนั้นดังฟังชัด ส่งผลให้ใบหน้าของเธอแดงก่ำลามไปจนถึงลำคอ
ทว่าจางหยางกลับทำเหมือนไม่สังเกตเห็นความเขินอายของเธอ เขาส่งยิ้มให้พร้อมเอ่ยว่า "เมื่อกี้ผมออกกำลังกายอยู่น่ะ เลยไม่ได้รับสาย ขอโทษทีนะ"
นาจารีบหลบตาด้วยความรู้สึกผิดในใจ ก่อนจะแสร้งตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ไม่เป็นไรค่ะ"
ตอนแรกที่โทรไม่ติดเธอรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อยจริงๆ แต่ตอนนี้ได้มาเห็นหุ่นแซ่บๆ แบบนี้ ถือว่าไม่ขาดทุนเลย
"ที่คุณบอกว่าท่อน้ำตัน อาการมันเป็นยังไงบ้าง?" จางหยางไม่อ้อมค้อมและเข้าเรื่องทันที
นาจานำทางเขาไปยังห้องน้ำพลางอธิบาย "ฉันกะจะอาบน้ำ แต่น้ำไม่ไหลเลยค่ะ"
"ผู้จัดการของฉันบอกว่าจ่ายค่าน้ำค่าไฟตรงเวลาตลอด ฉันเลยคิดว่าท่อน้ำน่าจะพังน่ะค่ะ"
เมื่อฟังที่นาจาพูด จางหยางจึงลองหมุนวาล์วฝักบัวดูก็พบว่าไม่มีน้ำไหลออกมาจริงๆ
เขาเดินไปที่อ่างล้างหน้าข้างๆ และลองเปิดก๊อกน้ำ ก็พบว่าน้ำไม่ไหลเช่นกัน
"ฉันรู้สึกว่ามันน่าจะตันหนักพอสมควรเลยนะคะ" นาจาพูดยืนกอดอกพิงกรอบประตู
สายตาของเธอยังคงแอบเหลือบไปมองกล้ามแขนและซิกซ์แพ็กของจางหยางอย่างเผลอไผล
แต่ด้วยความกลัวว่าเขาจะจับได้ เธอจึงรีบเสตามองไปทางอื่นราวกับคนมีชนักติดหลัง
จางหยางไม่ได้ตอบอะไร เขาเดินออกจากห้องน้ำ ตรงไปที่ห้องครัวแล้วลองเปิดก๊อกน้ำดู ซึ่งก็ไม่มีน้ำไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว
"เป็นอย่างที่คิดจริงๆ"
จางหยางหัวเราะหึๆ ในใจ เขาหันหลังเดินตรงออกไปข้างนอก ภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของนาจา ชายหนุ่มเปิดประตูช่องท่องานระบบแล้วเอื้อมมือไปหมุนวาล์วน้ำหลัก
"ซ่า!"
เพียงชั่วอึดใจ เสียงน้ำไหลก็ดังแว่วมาจากห้องน้ำด้านใน
"น้ำมาแล้ว!" นาจาร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ
"อืม" จางหยางเดินกลับมาหานาจา แววตาของเขาแฝงความหยอกล้อขณะเอ่ยว่า "วาล์วน้ำหลักยังไม่ได้เปิดน่ะ อาการหนักจริงๆ ด้วยแหละ ต่อให้คุณรื้อท่อน้ำทั้งบ้านทิ้ง น้ำก็คงไม่ไหลหรอก"
นาจาหน้าแดงก่ำอีกครั้ง "..."
ครั้งแรกรู้สึกเขินอาย แต่ครั้งนี้เป็นเพราะความอับอายขายหน้าล้วนๆ
มีหรือที่เธอจะฟังน้ำเสียงหยอกล้อของเขาไม่ออก?
"รุ่นน้องครับ เรื่องเรียบร้อยแล้ว งั้นผมขอตัวกลับไปอาบน้ำก่อนนะ"
จางหยางรู้จักพอดี เขาเลือกที่จะหยุดบทสนทนาไว้แค่นี้แล้วขอตัวกลับอย่างเด็ดขาด
ความจริงแล้วเขามีวิธีที่จะจีบนาจาต่อได้อีกตั้งหลายวิธี อย่างเช่นแกล้งทำเป็นลืมกุญแจไว้ในห้อง แล้วต้องรอนิติบุคคลมาเปิดประตูให้
ระหว่างรอ เขาก็อาจจะขอเข้าไปหลบในห้องของเธอก่อน ชายหญิงอยู่กันตามลำพังในห้องแคบๆ บรรยากาศเป็นใจจะตายไป
แต่เขาเลือกที่จะไม่ทำแบบนั้น
ยังมีเวลาอีกถมเถายังไงล่ะ!
"การที่นาจามาขอความช่วยเหลือจากเรา มันช่วยยืนยันข้อสันนิษฐานอย่างหนึ่งได้"
จางหยางนอนแช่น้ำในอ่างพลางครุ่นคิดอย่างจริงจัง
นาจาเป็นคนในวงการบันเทิง ดังนั้นการช่วยเธอแก้ปัญหาก็นับเป็นโอกาสในการดึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น แต่สมุดคู่มือโอกาสกลับไม่ได้แจ้งเตือนเรื่องนี้
นี่หมายความว่า สมุดคู่มือโอกาสอาจจะล่วงรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าเขาสามารถจัดการเรื่องนี้ได้ด้วยตัวเอง หรือไม่ก็ ตามเส้นทางเดิมแล้ว นาจาคงไม่ได้เจอกับปัญหาที่เธอแก้ไม่ตกแบบนี้
เมื่อลองทบทวนสถานการณ์ดู เขาก็รู้สึกว่าหากวันนี้ไม่ได้รับสมุดคู่มือโอกาสแห่งวงการบันเทิงมา ป่านนี้เขาก็คงกลับไปนอนที่หอพักแล้ว คงไม่ได้มาเจอนาจาที่อพาร์ตเมนต์ นับประสาอะไรกับการแลกเบอร์ติดต่อ จนทำให้เธอสามารถตามหาเขาได้เวลาที่มีปัญหา
ในเส้นเวลาเดิม นาจาอาจจะไม่เคยเจอปัญหานี้เลยด้วยซ้ำ
ในขณะเดียวกัน ระหว่างที่กำลังอาบน้ำ นาจาก็ส่งข้อความไปหาผู้จัดการส่วนตัวเพื่อเล่าเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น
อีกฝ่ายตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว "ที่หน้าประตูห้องของเธอมีใบแจ้งเตือนจากนิติบุคคลแปะอยู่นะ เขาเตือนให้เปิดวาล์วน้ำหลักก่อนใช้น้ำ"
นาจา "..."
ตอนที่กลับมาถึงห้องแล้วมัวแต่มองจางหยางเดินเข้าห้อง 801 ไป เธอเลยไม่ได้สังเกตประตูห้อง 802 ของตัวเองเลยสักนิด
เธอรีบอาบน้ำให้เสร็จ วิ่งไปที่หน้าประตู แล้วฉีกใบแจ้งเตือนนั้นทิ้งทันที
ถ้าจางหยางมาเห็นเข้า เธอคงได้อายม้วนจนแทบแทรกแผ่นดินหนีแน่ๆ
แม้ว่าเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันวันนี้จะแสนสั้น แต่จางหยางก็ทิ้งความประทับใจอันลึกซึ้งไว้ในใจเธอ
ทว่าความประทับใจนี้กำลังจะกลายเป็นความทรงจำที่นาจาจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต
"ไม่นะ อย่านะ!"
เช้าวันรุ่งขึ้น นาจาสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ
เมื่อมองไปรอบๆ ตัว เธอก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะบ้า
ผู้ชายที่เพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นาน กลับโผล่เข้ามาในความฝันของเธอซะงั้น
แม้ในฝันจะไม่ได้มีเรื่องราวอะไรลึกซึ้ง ซึ่งอาจเป็นเพราะเธออ่อนประสบการณ์ แต่มันก็น่ากลัวอยู่ดี
อีกด้านหนึ่งของกำแพง จางหยางหลับสนิทอย่างสบายใจตลอดทั้งคืน
เขาตื่นขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวอย่างเรียบร้อย แวะหาซาลาเปาทอดร้านเก่าแก่กินเป็นมื้อเช้า ก่อนจะนั่งรถไปที่หน้าบริษัท
ชายหนุ่มสวมหน้ากากอนามัย เดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ และซื้อผ้าอนามัยหลากหลายยี่ห้อหลายขนาดตามคำแนะนำของพนักงาน
หลิวซือซือต้องการแค่ผ้าอนามัยผิวสัมผัสนุ่มแบบใช้กลางวัน ขนาดความยาวระหว่าง 240 ถึง 350 มิลลิเมตรเท่านั้น แต่เขาไม่โง่พอที่จะเจาะจงซื้อแค่แบบนั้นหรอก ไม่อย่างนั้นมันจะดูจงใจและน่าสงสัยเกินไป
พนักงานแคชเชียร์ดูเหมือนจะชินกับการที่ผู้ชายมาซื้อผ้าอนามัยแล้ว เธอคิดเงินให้จางหยางอย่างคล่องแคล่วและรวดเร็ว โดยที่สีหน้าไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด
จางหยางลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะหอบอุปกรณ์ประกอบฉากกลับไปที่บริษัท แล้วเข้าไปนั่งรอเวลาในห้องพักของตัวเองอย่างเงียบๆ
ในขณะเดียวกัน หลิวซือซือก็นั่งรถตู้ส่วนตัวกลับมาถึงบริษัท และตรงดิ่งไปยังห้องทำงานของไช่อี้หนงทันที
ทั้งสองคนนั่งพูดคุยสัพเพเหระกันอยู่นาน ก่อนที่ไช่อี้หนงจะวกเข้าประเด็นหลัก "ซือซือ เธอไม่มีปัญหาใช่ไหมถ้าจะต้องประกบคู่กับเด็กใหม่?"
หลิวซือซือยิ้มบางๆ "ทุกคนก็เคยเป็นเด็กใหม่กันทั้งนั้น ฉันไม่มีปัญหาหรอกค่ะ"
ด้วยนิสัยเผด็จการของไช่อี้หนง ต่อให้เธอมีปัญหาไปก็เปล่าประโยชน์ อีกอย่าง เธอเองก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องพรรค์นี้อยู่แล้ว
"อืม" ไช่อี้หนงพอใจกับท่าทีของหลิวซือซือมาก อันที่จริงนี่ถือเป็นการทดสอบอำนาจในการควบคุมศิลปินของเธออย่างหนึ่ง
"ความจริงแล้ว เธอไม่จำเป็นต้องคู่กับเด็กใหม่ก็ได้นะ" ไช่อี้หนงเอ่ยต่อ "ลองไปเกลี้ยกล่อมให้หูเกอมาเล่นเป็นพระเอกดูสิ"
หลิวซือซือรู้ทันทีว่านี่คือจุดประสงค์ที่แท้จริงของไช่อี้หนง เธอยังไม่ยอมล้มเลิกความตั้งใจที่จะให้หูเกอมารับบทพระเอกสินะ
จังหวะที่เธอกำลังจะปฏิเสธอย่างสุภาพ จู่ๆ ก็รู้สึกหน่วงและปวดเกร็งที่ท้องน้อย ตามมาด้วยความรู้สึกถึงของเหลวอุ่นๆ ที่ไหลทะลักออกมา
เมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้วันที่เท่าไหร่ เธอถึงกับร้องแย่แล้วในใจ ก่อนจะรีบลุกขึ้นพรวดพราด "พี่เค ฉันเข้าใจแล้วค่ะ เดี๋ยวฉันจะลองเกลี้ยกล่อมเขาดูอีกที พอดีฉันมีธุระด่วน ขอตัวกลับไปที่ห้องพักก่อนนะคะ"
เมื่อได้รับคำตอบที่ต้องการแล้ว ไช่อี้หนงก็ย่อมไม่มีปัญหาอะไร
หลิวซือซือรีบจ้ำอ้าวกลับมาที่ห้องพักของตัวเอง พุ่งตรงเข้าไปในห้องน้ำ แล้วเอื้อมมือไปเปิดกล่องเก็บของข้างๆ ทว่ากลับพบแต่ความว่างเปล่า
"หมดเกลี้ยงเลย!" หลิวซือซือขมวดคิ้วมุ่นอย่างลืมตัว กำลังจะหยิบโทรศัพท์โทรเรียกผู้ช่วยส่วนตัวให้ไปซื้อมาให้ใหม่
แต่พออ้าปากจะสั่ง เธอก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเพิ่งอนุญาตให้ผู้ช่วยหยุดงานไป
"ซวยอะไรแบบนี้เนี่ย!"
หลิวซือซือตระหนักได้ว่าเธอต้องทนกับความไม่สบายตัวนี้แล้วออกไปจัดการด้วยตัวเอง
ขืนเดินไปขอร้องให้คนแปลกหน้าแถวนี้ช่วยไปซื้อให้ก็คงไม่ได้
เธอสวมคอนแทคเลนส์ ใส่หน้ากากอนามัย และสวมหมวกแก๊ป แล้วเดินออกจากห้องพักส่วนตัว ก่อนจะเห็นใครบางคนกำลังเดินสวนทางมา
เป็นคนที่เธอรู้จัก จางหยางนั่นเอง!
"พี่ซือซือ!"
เมื่อเห็นหลิวซือซือ ใบหน้าของจางหยางก็ฉายแววประหลาดใจ
จากนั้น เขาก็ทำท่าลุกลี้ลุกลน รีบซ่อนถุงพลาสติกใสในมือไว้ด้านหลัง
แต่ท่าทางแบบนั้นกลับยิ่งดึงดูดความสนใจของหลิวซือซือให้เพ่งมองมากขึ้น
พอเห็นของที่อยู่ในถุง แววตาของหลิวซือซือก็เปลี่ยนเป็นลึกซึ้งทันที
นี่มันเหมือนมีคนส่งหมอนมาให้ตอนที่กำลังง่วงนอนพอดิบพอดี จางหยางคือสายฝนที่ตกลงมาได้อย่างทันเวลาจริงๆ
"อาหยาง นายซื้อของพวกนี้มาทำไมเหรอ?"