- หน้าแรก
- ตำราชะตาพลิกดวง อ่านแล้วคุณจะโชคดี
- บทที่ 3 จะย้ายได้ยังไง
บทที่ 3 จะย้ายได้ยังไง
บทที่ 3 จะย้ายได้ยังไง
ประตูหอพักถูกผลักออก มวลอากาศขุ่นมัวที่ปะปนไปด้วยกลิ่นบุหรี่ กลิ่นเหงื่อ และความสิ้นหวังพุ่งปะทะเข้าหน้า
พี่ใหญ่เดินสบถด่าเข้าไป เตะขวดเหล้าเปล่าบนพื้นกระเด็นไปหนึ่งที
"บัดซบเอ๊ย!"
ขวดเหล้ากลิ้งไปชนมุมห้อง ส่งเสียงดังกังวานกลวงๆ แล้วก็หยุดนิ่งไป
ภายในห้องพักเหลือเพียงความเงียบสงัดที่ไร้ซึ่งชีวิตชีวา
เตียงสองเตียงว่างเปล่า เหลือเพียงแผ่นไม้กระดานโล้นๆ เครื่องนอนและข้าวของเครื่องใช้บางส่วนถูกคนที่มหาวิทยาลัยส่งมาจัดการเก็บกวาดไปก่อนแล้ว เหลือเพียงของใช้ส่วนตัวบางอย่างที่กองระเกะระกะอยู่ตรงมุมห้อง
เตียงของเจ้าสาม เตียงของเจ้าสี่
พื้นที่แคบๆที่เคยเบียดเสียดไปด้วยคนสี่คน ในตอนนี้กลับดูกว้างขวางจนน่าใจหาย
หวังเสี่ยวเลี่ยงและหลี่จวินไม่มีใครปริปากพูดอะไร ต่างคนต่างลงมือเก็บของเงียบๆ คนหนึ่งรับผิดชอบของเจ้าสาม อีกคนรับผิดชอบของเจ้าสี่
เสื้อผ้า หนังสือ ของใช้ในห้องน้ำ
ทีละชิ้น ทีละกอง
ข้าวของเหล่านี้เคยเต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของการใช้ชีวิต แต่ตอนนี้กลับหลงเหลือเพียงกลิ่นอายความตายที่เย็นเยียบ
หลี่จวินเก็บของไปก็บ่นพึมพำเสียงต่ำไป แต่เสียงนั้นเบาลงมาก ฟังดูคล้ายกับการละเมออย่างเลื่อนลอยเสียมากกว่า
หวังเสี่ยวเลี่ยงคลำเจอกระต่ายตุ๊กตาขนฟูตัวเล็กๆใต้หมอนของเจ้าสาม เป็นกระต่ายทำคอเอียง หูของมันยังมีรอยคราบแห้งกรังติดอยู่ เขาจำได้ว่า นี่คือของที่เจ้าสามไปต่อคิวอยู่นานสองนาน เพื่อแลกมาจากร้านฟาสต์ฟู้ด เพียงเพราะอยากจะเอาไปให้แฟนของเขา
เขายัดกระต่ายตัวนั้นใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วก็เก็บของต่อไปด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
ตอนบ่าย อาจารย์ที่ปรึกษาโทรมาบอกว่าพ่อแม่ของเจ้าสามมาถึงแล้ว ให้พวกเขาสองคนไปที่ห้องพักครู
ภายในห้องพักครู บรรยากาศอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
สามีภรรยาวัยกลางคนคู่หนึ่งนั่งตัวเกร็งอยู่บนโซฟา เสื้อผ้าบนตัวแม้จะสะอาดสะอ้าน แต่ก็ดูออกว่าเป็นแบบเก่าที่ใส่มานานหลายปีแล้ว ใบหน้าของผู้ชายเต็มไปด้วยริ้วรอยเหี่ยวย่น สองมือหยาบกร้าน ตามซอกเล็บมีคราบดินฝังลึกที่ล้างไม่ออก ผมของผู้หญิงหงอกขาวโพลน ตั้งแต่เจอพวกเขา น้ำตาก็ไม่เคยหยุดไหล ได้แต่ปล่อยให้มันไหลรินลงมาเงียบๆ แล้วใช้ปลายแขนเสื้อเช็ดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
พวกเขาคือพ่อแม่ของเจ้าสาม
อาจารย์ที่ปรึกษากับผู้บริหารคณะอีกท่านหนึ่งนั่งอยู่ข้างๆ คอยพูดจาตามหลักการ
"ทางมหาวิทยาลัยก็รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น..."
"พวกเราจะพยายามจัดการเรื่องราวหลังจากนี้ให้ดีที่สุด ขอให้คุณทั้งสองเข้มแข็งด้วยนะครับ..."
ริมฝีปากของพ่อเจ้าสามขยับไปมาอยู่หลายครั้ง ในที่สุดก็เอ่ยถามด้วยสำเนียงท้องถิ่นที่แหบพร่า "เขา...เขาทำแบบนั้นไปทำไมกันล่ะ"
ทุกคนในห้องต่างนิ่งเงียบ
ผู้บริหารคณะและอาจารย์ที่ปรึกษาสบตากัน
หลี่จวินอ้าปากค้าง เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่พอเห็นสายตาเตือนจากผู้บริหารที่ส่งมา ก็ต้องกลืนคำพูดเหล่านั้นกลับลงคอไป
หวังเสี่ยวเลี่ยงเพียงแค่เล่าเหตุการณ์ตอนเช้าที่พบว่าเจ้าสามกระโดดตึกให้ฟังคร่าวๆ พูดไปตามความจริง ไม่ได้เติมแต่งอะไรลงไปทั้งสิ้น
เขามองดูชายหญิงชราสองคนที่ดูสับสนและไร้ที่พึ่ง ในดวงตาอันขุ่นมัวของพวกเขาเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจและความโศกเศร้าอย่างแสนสาหัส พวกเขาไม่เข้าใจเลยว่า ลูกชายนักศึกษาที่พวกเขาอุตส่าห์ส่งเสียเลี้ยงดูมาด้วยความยากลำบาก ทำไมถึงเลือกใช้วิธีนี้ จากพวกเขาไปอย่างเด็ดเดี่ยว
หัวใจของหวังเสี่ยวเลี่ยงถูกบีบรัดอย่างแรง
เขานึกถึงพ่อแม่ที่อยู่ห่างไกลในบ้านเกิด หากคนที่นอนอยู่ตรงนั้นคือตัวเขาเอง...
ไม่สิ เขาไม่มีวันคิดสั้นเด็ดขาด
พ่อแม่ของเขาคงรับเรื่องแบบนี้ไม่ไหวแน่ๆ
หลังจากนั้นไม่นาน พ่อของเจ้าสี่ก็ตามมา
ชายคนนี้สวมชุดสูทเนี้ยบกริบ ผมหวีเรียบแปล้ไปด้านหลัง ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายความเหินห่างและเย่อหยิ่ง ซึ่งแตกต่างจากความต่ำต้อยและเรียบง่ายของพ่อแม่เจ้าสามอย่างสิ้นเชิง
เขามาเพียงคนเดียว ตั้งแต่ต้นจนจบ บนใบหน้ามีร่องรอยของความรังเกียจที่ปิดบังไว้ไม่อยู่
เขาไม่ได้ถามอะไรมากนัก เพียงแค่หลังจากที่ยืนยันเหตุการณ์ก่อนและหลังที่เจ้าสี่จะสติแตกแล้ว ก็ขอตัวไปดูที่หอพัก
เมื่อมาถึงหอพัก เขาก็เดินตรงดิ่งไปที่โต๊ะของเจ้าสี่ หยิบโน้ตบุ๊กเอเลี่ยนแวร์ราคาแพงระยับเครื่องนั้นขึ้นมา ตรวจดูความเรียบร้อย แล้วก็เก็บใส่กระเป๋า
"ของที่เหลือพวกนี้ พวกนายก็จัดการทิ้งไปซะ"
เขาทิ้งประโยคนี้ไว้ แล้วหันหลังเดินจากไปทันที ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเตียงนอนที่ว่างเปล่านั้นอีกเลย ราวกับว่าที่นั่นไม่ใช่ที่ที่ลูกชายของเขาเคยใช้ชีวิตอยู่ถึงสี่ปี แต่เป็นกองขยะที่ต้องรีบจัดการให้พ้นหูพ้นตา
หลี่จวินจ้องมองแผ่นหลังของเขา กำหมัดแน่นจนเกิดเสียงดังก๊อบแก๊บ รอจนกระทั่งชายคนนั้นเดินลับสายตาไปตรงสุดทางเดิน ถึงได้เค้นคำพูดออกมาจากไรฟันไม่กี่คำ
"มีพ่อแบบนี้ เจ้าสี่ไม่บ้าก็แปลกแล้ว!"
"อุตส่าห์เคยอิจฉาที่บ้านมันรวย ไม่เคยต้องมานั่งกลุ้มใจเรื่องเงินเลยแท้ๆ"
หลังจากที่ตกลงกันว่าทางมหาวิทยาลัยจะเป็นผู้รับผิดชอบจัดการเรื่องงานศพของเจ้าสามทั้งหมด
พ่อแม่ของเจ้าสามก็กลับไปพักที่โรงแรมที่ทางมหาวิทยาลัยจัดหาไว้ให้
ภายในห้องพัก กลับมาเงียบเหงาไร้ชีวิตชีวาอีกครั้ง
เตียงเหล็กว่างเปล่าสองหลัง กับชายหนุ่มที่นั่งเหม่อลอยสองคน
ดวงชะตาตกอยู่ในบ่วงกรงขังงั้นเหรอ
หวังเสี่ยวเลี่ยงนั่งอยู่บนเก้าอี้ของตัวเอง กระสับกระส่ายไปมา
เขารู้สึกว่าทุกอณูอากาศในห้องพักแห่งนี้ ล้วนอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย กดทับจนเขาแทบจะหายใจไม่ออก
เขาอยากจะหนีไปจากที่นี่
เดี๋ยวนี้ ตอนนี้เลย
เขาเปิดคอมพิวเตอร์ พิมพ์ที่อยู่เว็บไซต์ 58.com อย่างชำนาญ
ข้อมูลการเช่าบ้านเด้งขึ้นมาทีละบรรทัด ทั้งห้องเดี่ยว แชร์ห้องพัก ห้องแบบหนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น...
ทว่า ทันทีที่เขาเห็นค่าเช่ารายเดือนที่เริ่มต้นก็ปาเข้าไปเป็นพันๆ เปลวไฟกองเล็กๆที่เพิ่งจะจุดประกายขึ้นในใจ ก็ถูกน้ำเย็นสาดดับมอดลงในพริบตา
เขานึกถึงยอดเงินคงเหลือในวีแชท ตัวเลขที่เหลืออยู่น้อยนิดจนน่าสงสาร นั่นคือค่าครองชีพสำหรับครึ่งเดือนหลังของเขา
ย้ายออก จะเอาเงินที่ไหนไปย้าย
ความสิ้นหวังและความหงุดหงิดพลุ่งพล่านขึ้นมาในใจอีกครั้ง
คนย้ายก็รอด ต้นไม้ย้ายก็ตาย
ประโยคนี้วนเวียนอยู่ในหัวของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ในเมื่อร่างกายไม่สามารถย้ายออกจากสถานที่ที่เต็มไปด้วย'ความโสมม'แห่งนี้ได้ ถ้างั้น...การย้าย'ความโสมม'ออกไปจากที่นี่ จะถือเป็นการ'ย้าย'อย่างหนึ่งได้หรือเปล่า
ทำให้สภาพแวดล้อมที่สกปรก เสื่อมโทรม และเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายนี้ กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นมา ก็ไม่อาจหยุดยั้งได้อีกต่อไป
หวังเสี่ยวเลี่ยงลุกพรวดขึ้นยืน
"ลงมือ!"
หลี่จวินสะดุ้งตกใจ มองเขาอย่างงงๆ
หวังเสี่ยวเลี่ยงไม่ได้อธิบายอะไร คว้าไม้กวาดขึ้นมา แล้วเริ่มกวาดขยะบนพื้นทันที ทั้งขวดเหล้า ก้นบุหรี่ ซองขนม... เขากวาดอย่างรวดเร็วและออกแรงหนัก ราวกับต้องการจะกวาดเอาความหงุดหงิดและความขุ่นข้องหมองใจทั้งหมดในใจ ทิ้งไปพร้อมกับขยะพวกนี้
หลี่จวินมองดูแผ่นหลังที่กำลังง่วนอยู่กับการทำความสะอาด นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบไม้ถูพื้นอีกอันขึ้นมา แล้วลงมือทำความสะอาดด้วยความเงียบเชียบ
ทั้งสองคนไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไร มีเพียงเสียงทำความสะอาดดังสลับกันไป
พวกเขากวาดขยะทั้งหมดใส่ถุงขยะ แล้วยังลากเอาฝุ่นละอองและเศษของที่หมักหมมอยู่ใต้เตียงมานานหลายปีออกมาจนเกลี้ยง หยักไย่ตรงมุมห้องถูกปัดทิ้ง โต๊ะที่เต็มไปด้วยฝุ่นถูกเช็ดจนเงาวับสะท้อนเงาคนได้
สุดท้าย ก็มาถึงตาของหน้าต่าง
หน้าต่างบานนั้นที่เจ้าสามกระโดดลงไป
หวังเสี่ยวเลี่ยงปีนขึ้นไปบนขอบหน้าต่าง ถือผ้าขี้ริ้วเปียกน้ำ ค่อยๆเช็ดกระจกทีละนิด
เมื่อมองลงไปเบื้องล่าง รอยด่างสีอ่อนบนพื้นซีเมนต์นั้น ก็ปรากฏแก่สายตาของเขาอย่างชัดเจน
ตรงนี้แหละ
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
ความรู้สึกตอนที่กระโดดลงไปจากตรงนี้ มันจะเป็นยังไงนะ
ไร้น้ำหนัก เสียงลมพัดผ่าน แล้วก็...ปัง!
ทุกอย่างจบสิ้นลง
จู่ๆน่องของเขาก็เป็นตะคริว ร่างกายอ่อนยวบ หงายหลังล้มลง
"เสี่ยวเลี่ยง!"
ท่อนแขนข้างหนึ่งรัดเอวเขาจากด้านหลังอย่างแรง แล้วดึงเขากลับมาจนสุดตัว
เป็นหลี่จวิน
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
"ไอ้น้องชาย แกคงไม่ได้คิดสั้นเหมือนกันหรอกนะ"
หวังเสี่ยวเลี่ยงหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ หัวใจเต้นโครมคราม พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว
หลังจากผ่านการต่อสู้อย่างหนักหน่วงมาตลอดช่วงบ่าย หอพักทั้งห้องก็ดูใหม่เอี่ยมอ่อง
หวังเสี่ยวเลี่ยงถึงขนาดวิ่งไปซูเปอร์มาร์เก็ต ซื้อสเปรย์ปรับอากาศกลิ่นเลมอนมาหนึ่งขวด แล้วฉีดพ่นไปทั่วทุกซอกทุกมุม
กลิ่นเหม็นฉุนของบุหรี่และกลิ่นเหม็นเปรี้ยวของเหงื่อหายไป แทนที่ด้วยกลิ่นหอมสดชื่น พื้นห้องสะอาดไร้ฝุ่น โต๊ะเก้าอี้และเตียงนอนถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย หน้าต่างสว่างไสวเจิดจ้า
เมื่อยืนอยู่ในพื้นที่ที่ตนเองลงมือปรับโฉมใหม่ด้วยสองมือ หวังเสี่ยวเลี่ยงก็รู้สึกได้ว่าความอัดอั้นตันใจที่สุมอยู่เต็มอก ดูเหมือนจะเบาบางลงไปไม่น้อย
เขาถอดเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อออก หยิบเสื้อผ้าชุดใหม่และของใช้สำหรับอาบน้ำ เดินไปยังห้องน้ำที่อยู่ตรงข้ามหอพัก
ที่นี่เป็นทั้งห้องซักล้างและห้องอาบน้ำ มีก๊อกน้ำเรียงรายเป็นแถว พื้นเปียกแฉะอยู่ตลอดเวลา
เขาเปิดก๊อกน้ำอันหนึ่ง น้ำเย็นเฉียบไหลรดลงมาบนหัว ทำให้เขาสะดุ้งโหยง
เขาเอามือถูไคลบนร่างกายไปพลาง เท้าก็เหยียบย่ำเสื้อผ้าที่ส่งกลิ่นเหม็นตุๆไปพลาง
ในตอนนั้นเอง เขาก็เงยหน้าขึ้นไปมองเห็นกรอบประตูห้องน้ำที่ว่างเปล่า
ไม่มีบานประตู
ห้องน้ำห้องนี้ ตั้งตระหง่านอยู่ตรงข้ามกับประตูหอพักของพวกเขาพอดี
เสียงน้ำไหลที่ไม่เคยหยุดนิ่งตลอดทั้งปี และความชื้นที่อบอวลไม่ยอมจางหาย กำลังพวยพุ่งเข้าไปในห้องพักของพวกเขาอย่างไม่ขาดสาย
ข้อความใน ตำราชะตา ปรากฏขึ้นในหัวอีกครั้งอย่างชัดเจน
"อย่านอนใกล้ความโสมม อย่าอาศัยใกล้ความชื้น"
การนอนในที่มืดและอับชื้น จะทำให้ติดกลิ่นอายความโสมม บั่นทอนพลังหยาง
ห้องน้ำที่ไม่มีประตูบานนี้ ไม่ใช่แหล่งกำเนิดความชื้นและพลังหยินที่ใหญ่ที่สุดของหอพักหรอกหรือ
ไม่ได้การแล้ว
ต้องหาประตูมาติดให้ห้องน้ำห้องนี้ให้ได้