เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 337 - เจ้าแห่งหอเทียนเอิน

บทที่ 337 - เจ้าแห่งหอเทียนเอิน

บทที่ 337 - เจ้าแห่งหอเทียนเอิน


แคว้นต้าเหลียงเคยมีใจกว้างโอบรับคนทั่วหล้า ทว่าก็ยังคงระแวดระวังชนเผ่าต่างชาติอยู่เสมอ

ในยุคที่รุ่งเรืองที่สุด มหานครเสินตูแห่งต้าเหลียงอาจเรียกได้ว่าเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในใต้หล้า สามารถพบเห็นทูตานุทูตและพ่อค้าวาณิชจากประเทศราชรอบข้างเดินขวักไขว่ บางครั้งบนท้องถนนยังมีนักขับลำนำและจอมยุทธ์พเนจรจากแคว้นเพื่อนบ้านให้เห็นอีกด้วย

ทว่าคนเหล่านี้ส่วนใหญ่มักจะรวมตัวกันอยู่ที่ตลาดตะวันตกในอำเภอว่านกู่

สาเหตุที่เรียกว่าตลาดตะวันตก นอกจากจะตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของนครเสินตูแล้ว แท้จริงแล้วยังเป็นเพราะมีชาวหูปะปนอยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งส่วนใหญ่ยังมาจากดินแดนซีอวี้

ชาวต๋าต๋าทางตอนเหนือชอบเจรจาด้วยดาบโค้งบนหลังม้า ต่อให้ยอมสวามิภักดิ์ต่อต้าเหลียง ทว่าสัญชาตญาณโจรก็ยังคงฝังรากลึก ว่านอนสอนง่ายสู้พวกซีอวี้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ชาวซีอวี้หวาดเกรงความยิ่งใหญ่ของต้าเหลียงฝังอยู่ในสายเลือด อีกทั้งพวกเขารู้ดีว่าการใช้สินค้ามาเจรจากับต้าเหลียงนั้นได้ผลดีและคุ้มค่ากว่าการใช้ดาบโค้งมากมายนัก

ฝั่งตรงข้ามประตูทิศเหนือของตลาดตะวันตกก็คือชุมชนหวยเต๋อ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีชาวหูตั้งถิ่นฐานอยู่มากที่สุด

รถม้าสองคันแล่นตามกันไปบนถนนหยางกวนในชุมชนหวยเต๋อ พื้นถนนปูด้วยแผ่นหินสีเขียวเรียบเนียน รถม้าแล่นไปบนนั้นแทบไม่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนใดๆ

เจียวเหยียนเสนาบดีกรมการทูตกำลังนั่งอยู่ในรถม้าคันนั้น

"ห่างออกไปข้างหน้าไม่ไกลก็คือหอเทียนเอิน" เจียวเหยียนปล่อยม่านหน้าต่างรถม้าลง หันไปแย้มยิ้มกับเว่ยฉางเล่อที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม "เจ้าของหอมีนามว่าจ้าวผัวจวิ่น เป็นชาวแคว้นเยียนฉีในซีอวี้ ยามนี้ดำรงตำแหน่งติ้งซีป๋อแห่งแคว้นต้าเหลียงของเรา"

"ชาวหูได้รับบรรดาศักดิ์กันมากหรือไม่"

"ไม่มากหรอก จ้าวผัวจวิ่นถือเป็นบุคคลที่มีบรรดาศักดิ์สูงสุดในหมู่ชาวหูแล้ว" เจียวเหยียนลูบเคราพลางกล่าว "เดิมทีเขามีนามว่าลี่ผัวจวิ่น ฝ่าบาทพระราชทานแซ่ของราชวงศ์ให้ เขาจึงเปลี่ยนชื่อเป็นจ้าวผัวจวิ่น"

เว่ยฉางเล่อเอ่ยถาม "เจ้าแห่งหอเทียนเอินมีอำนาจหน้าที่อันใดบ้าง"

"หากก้าวออกจากชุมชนคนเถื่อน เจ้าแห่งหอเทียนเอินก็ไร้ซึ่งอำนาจใดๆ" เจียวเหยียนแย้มยิ้ม "ทว่าภายในชุมชนคนเถื่อนแห่งนี้ นอกเหนือจากโอรสสวรรค์แล้ว เกรงว่าอำนาจของเขาคงจะยิ่งใหญ่ที่สุด หลงเซียงเว่ย เจ้าลองคิดดูสิ แม้แต่สำนักตรวจสอบยังไม่อาจเข้ามาสืบสวนได้โดยตรง ทว่ากลับต้องให้เจ้ามาขอร้องข้าให้เป็นคนพาเข้ามาเจรจา เพียงเท่านี้ก็คงพอจะมองเห็นภาพรวมแล้วกระมัง"

เบื้องหลังของพระพุทธรูปทองคำมีความเกี่ยวพันกับชาวหู การที่หนูกู่ซือไปตายอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลฮว๋าถือเป็นเบาะแสที่สำคัญที่สุด หากสามารถสืบรู้ที่มาที่ไปของหนูกู่ซือได้ ย่อมสามารถสาวไส้ไปถึงความจริงเบื้องหลังได้อีกมากมาย

เดิมทีเว่ยฉางเล่อคิดว่าซินชีเหนียงจะสั่งการให้คนบุกเข้ามาสืบสวนในชุมชนคนเถื่อนโดยตรง ทว่าแม่นางซือชิงผู้งดงามกลับทำเพียงแค่ส่งคนแฝงตัวเข้ามาสืบข่าวอย่างลับๆ ไม่ได้ลงมือทำเรื่องเอิกเกริกแต่อย่างใด

ทว่าหลังจากไช่เชี่ยนอธิบายให้ฟัง เว่ยฉางเล่อถึงได้รู้ว่าแม้สำนักตรวจสอบจะวางหูตาไว้ในชุมชนคนเถื่อนบ้าง ทว่ากลับไม่มีอำนาจในการเข้ามาทำคดีที่นี่

ภายในชุมชนคนเถื่อนไม่เพียงแต่จะมีชาวหูที่ตั้งถิ่นฐานหรือพักอาศัยอยู่ชั่วคราว ทว่ายังมีที่พำนักของทูตานุทูตจากแคว้นต่างๆ ในซีอวี้รวมอยู่ด้วย

หลังจากเกิดกบฏนครเสินตู กองทัพต๋าต๋าก็กำเริบเสิบสานบุกรุกรานลงใต้ จักรวรรดิต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักทางตอนเหนือ ดังนั้นจึงพยายามอย่างยิ่งที่จะผูกมิตรและเอาใจประเทศราชรอบข้าง โดยเฉพาะแคว้นต่างๆ ในดินแดนซีอวี้ที่มีการค้าขายกับต้าเหลียงอย่างคึกคัก ซึ่งถือเป็นรายได้สำคัญของท้องพระคลัง อีกทั้งเพื่อเป็นการรับประกันความปลอดภัยทางชายแดนตะวันตกของจักรวรรดิ ราชสำนักจึงมอบสิทธิพิเศษมากมายให้แก่พ่อค้าชาวซีอวี้และชุมชนคนเถื่อน

ไม่เพียงแต่ลดหย่อนภาษีให้แก่พ่อค้าชาวหู ทว่ายังมอบสิทธิ์ในการปกครองตนเองให้แก่ชุมชนคนเถื่อนอีกด้วย ที่สำคัญที่สุดคือหากทางการต้องการเข้ามาสืบสวนคดีในชุมชนคนเถื่อน จะต้องมีการเจรจาแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเสียก่อน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักตรวจสอบที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นหลังจากกบฏนครเสินตู บรรดาผู้นำในชุมชนคนเถื่อนต่างร่วมกันลงชื่อทูลเกล้าถวายฎีกา ยืนกรานปฏิเสธไม่ให้สำนักตรวจสอบเข้ามาสอดส่องหรือทำคดีในพื้นที่ของพวกตนอย่างเด็ดขาด

แม้ขุนนางหลายคนในราชสำนักจะรู้สึกโกรธเคืองต่อข้อเรียกร้องอันไร้เหตุผลของชาวหู ทว่าในสถานการณ์ที่ตึงเครียดเช่นนั้น ท้ายที่สุดฮ่องเต้ก็ทรงตอบรับข้อเรียกร้องของชุมชนคนเถื่อน

ดังนั้นแม้สำนักตรวจสอบจะวางสายลับไว้ในชุมชนคนเถื่อน ทว่าในคดีพระพุทธรูปทองคำที่พัวพันถึงชาวหูในครั้งนี้ สำนักตรวจสอบกลับไม่อาจเข้ามาสืบสวนอย่างเปิดเผยได้

ซินชีเหนียงรู้ดีว่าเว่ยฉางเล่อมีความสนิทสนมกับเสนาบดีกรมการทูตเจียวเหยียนจากการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่อวิ๋นโจวด้วยกัน และกรมการทูตก็คือหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลกิจการต่างประเทศ โดยเฉพาะกับชุมชนคนเถื่อน ในบรรดาหน่วยงานทั้งหมดของราชสำนัก กรมการทูตมีการติดต่อกับชุมชนคนเถื่อนบ่อยครั้งที่สุด ในฐานะเสนาบดีกรมการทูต เจียวเหยียนย่อมเข้าใจสถานการณ์ในชุมชนคนเถื่อนดีที่สุด อีกทั้งยังมีเส้นสายที่กว้างขวางในพื้นที่นี้อีกด้วย

ดังนั้นการให้เว่ยฉางเล่ออาศัยเจียวเหยียนเป็นสะพานเชื่อมเพื่อเข้ามาเจรจากับชุมชนคนเถื่อน จึงเป็นการมาสืบหาเบาะแสร่วมกัน

เมื่อเจียวเหยียนรับทราบสถานการณ์ เขาก็ไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย ตอบตกลงรับคำขอร้องของเว่ยฉางเล่อทันที ซ้ำยังไม่รอช้า รีบพาเว่ยฉางเล่อเดินทางมาที่ชุมชนคนเถื่อนในทันควัน

เจียวเหยียนกล่าว "เมื่อสิบกว่าปีก่อน จ้าวผัวจวิ่นติดตามคณะทูตแคว้นเยียนฉีเดินทางมาที่นครเสินตู เขาได้แสดงระบำนักรบต่อหน้าพระพักตร์จนเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้และฮองเฮา เดิมทีฮ่องเต้ทรงมีพระประสงค์จะรั้งตัวเขาไว้ให้รับราชการในราชสำนัก ซึ่งถือเป็นเรื่องมงคลที่ชาวหูจากซีอวี้ต่างใฝ่ฝัน ทว่าน่าแปลกนัก จ้าวผัวจวิ่นผู้นี้กลับปฏิเสธความหวังดีของฝ่าบาท โดยให้เหตุผลว่าเขาได้ให้สัตย์สาบานต่อกษัตริย์เยียนฉีไว้ ว่าจะขอจงรักภักดีต่อแคว้นเยียนฉีไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ จึงมิกล้ารับตำแหน่งขุนนางของต้าเหลียง"

เว่ยฉางเล่อลูบคางพลางคิดในใจว่า จ้าวผัวจวิ่นผู้นี้ช่างมีความจงรักภักดีต่อแคว้นเยียนฉียิ่งนัก

"ทว่าจ้าวผัวจวิ่นก็ยินดีที่จะรั้งอยู่ในนครเสินตู เพื่อทุ่มเทแรงกายแรงใจกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองแคว้น" เจียวเหยียนกล่าว "ฝ่าบาททรงชื่นชมในความจงรักภักดีของเขา จึงพระราชทานแซ่ของราชวงศ์ให้ และโปรดให้ก่อตั้งหอเทียนเอินขึ้นในชุมชนคนเถื่อน โดยมอบหมายให้เขาเป็นผู้ดูแลหอเทียนเอินแห่งนี้"

"แท้จริงแล้วหอเทียนเอินมีไว้ทำสิ่งใดกันแน่"

เจียวเหยียนลูบเคราพลางกล่าว "ก่อนที่จะมีการก่อตั้งหอเทียนเอิน ในบรรดาชุมชนทั้งหนึ่งร้อยแปดแห่งของนครเสินตู สถานที่ที่สร้างความวุ่นวายใจให้ทางการมากที่สุดก็คือชุมชนหวยเต๋อและชุมชนฉวินเสียน แม้ในสายตาพวกเราคนที่อาศัยอยู่ที่นี่จะเรียกรวมๆ ว่าชาวหู ทว่าแท้จริงแล้วพวกเขามาจากหลายแคว้นที่แตกต่างกัน จึงไม่อาจหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้"

"แคว้นต่างๆ ในซีอวี้ย่อมต้องมีการแก่งแย่งชิงดีกันอยู่แล้ว" เว่ยฉางเล่อหัวเราะ "แม้จะอยู่ไกลถึงต้าเหลียง ทว่าความบาดหมางในอดีตก็ย่อมต้องตามมาด้วยอย่างแน่นอน"

"ความหมายก็ตามนั้นเลย" เจียวเหยียนหัวเราะร่วน "ดังนั้นการทะเลาะเบาะแว้งของชาวหูในชุมชนคนเถื่อนจึงกลายเป็นเรื่องปกติราวกับการกินข้าวและนอนหลับ ความขัดแย้งระหว่างพ่อค้าชาวหูในตลาดตะวันตกยังพอควบคุมได้ ไม่กล้าทำเรื่องรุนแรงนัก ทว่าภายในชุมชนคนเถื่อนแห่งนี้ หากเกิดเรื่องบานปลายก็อาจมีคนตายข้างถนนได้เลย เอาเป็นว่าในแต่ละปีมีชาวหูหายตัวไปอย่างลึกลับเป็นจำนวนมาก เรื่องพบศพกลางถนนก็มีให้เห็นแทบทุกเดือน"

เว่ยฉางเล่อเอ่ยถาม "หอเทียนเอินถูกตั้งขึ้นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในชุมชนคนเถื่อนงั้นหรือ"

"ที่ว่าการจิงจ้าวฟู่มักจะส่งคนเข้ามาทำคดีในชุมชนคนเถื่อนอยู่บ่อยครั้ง ทว่าคนพวกนั้นต่างก็อ้างว่าฝ่ายตนเป็นฝ่ายถูก ซ้ำยังมีคนใกล้ชิดคอยปกป้องให้การช่วยเหลือ ส่วนคนที่บาดหมางกันเมื่อเจอหน้าเจ้าหน้าที่ก็กล้าใส่ร้ายป้ายสีกันหน้าด้านๆ การทำคดีในสถานที่แห่งนี้จึงยากยิ่งกว่าปีนป่ายขึ้นสวรรค์เสียอีก" เจียวเหยียนเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง "ยิ่งไปกว่านั้นชาวหูเหล่านี้ล้วนมีแคว้นของตนหนุนหลังอยู่ หากผลการตัดสินของทางการทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ ก็จะถูกกล่าวหาว่าลำเอียงเข้าข้างทันที บางครั้งคนจากสถานทูตของแคว้นต่างๆ ก็จะออกมาร่วมวงโต้เถียงด้วย ซึ่งเรื่องเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างต้าเหลียงและแคว้นต่างๆ ได้ง่ายๆ"

เว่ยฉางเล่อพยักหน้าเล็กน้อย คิดในใจว่าเมื่อเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หลายสิ่งหลายอย่างก็ย่อมต้องมีความซับซ้อนยุ่งยาก

"ผู้ที่เข้าใจชาวหูดีที่สุดก็คือชาวหูด้วยกันเอง" เจียวเหยียนถอนหายใจ "ฝ่าบาททรงมีพระปรีชาญาณอย่างแท้จริง พระองค์ทรงโปรดให้ตั้งหอเทียนเอินขึ้น เพื่อให้เป็นตัวช่วยราชสำนักในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชุมชนคนเถื่อน จ้าวผัวจวิ่นได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ติ้งซีป๋อ แม้จะไม่ได้เป็นขุนนางของต้าเหลียง ทว่าก็มีบรรดาศักดิ์ของต้าเหลียงค้ำคออยู่ ประกอบกับเขาเป็นคนมีไหวพริบและมีความกล้าหาญ การมอบหมายให้เขาจัดการข้อพิพาทในชุมชนคนเถื่อน ถือเป็นหมากตานึงที่แยบยลยิ่งนัก"

"เป็นเช่นนี้นี่เอง" เว่ยฉางเล่อกระจ่างแจ้งในทันที

"จ้าวผัวจวิ่นเป็นคนตรงไปตรงมา และหากมีคนจงใจสร้างเรื่อง เขาก็ไม่เคยปรานี" เจียวเหยียนแย้มยิ้ม "ดังนั้นชายผู้นี้จึงสามารถสร้างบารมีในชุมชนคนเถื่อนได้อย่างรวดเร็ว เขาไม่เคยลำเอียงเข้าข้างชาวเยียนฉี ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียม ด้วยเหตุนี้เมื่อชาวหูมีข้อพิพาทกัน พวกเขาก็มักจะมาขอให้จ้าวผัวจวิ่นช่วยไกล่เกลี่ย ผลการตัดสินของเขามักจะทำให้ทุกคนยอมรับอย่างเต็มใจ สิบกว่าปีที่เขาดูแลชุมชนคนเถื่อน ความสงบเรียบร้อยที่นี่ก็ดีขึ้นมาก แทบจะไม่มีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นอีกเลย"

เว่ยฉางเล่อคิดในใจว่า มิน่าล่ะเจียวเหยียนถึงได้พาเขามาหาจ้าวผัวจวิ่นทันทีที่รู้ว่าจะต้องมาสืบสวนที่ชุมชนคนเถื่อน จ้าวผัวจวิ่นอยู่ที่ชุมชนคนเถื่อนมาสิบกว่าปี มีบารมีและเครือข่ายเส้นสายกว้างขวาง การจะสืบหาที่มาที่ไปของหนูกู่ซือ จ้าวผัวจวิ่นย่อมเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

รถม้าหยุดลง ทั้งสองก้าวลงจากรถ เบื้องหน้าคืออาคารที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบซีอวี้ เหนือประตูทางเข้ามีป้ายเขียนอักษรว่า 'หอเทียนเอิน'

คนขับรถม้าเดินเข้าไปหาทหารยามที่สะพายดาบยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู กระซิบกระซาบอยู่สองสามประโยค ทหารยามผู้นั้นก็รีบเข้าไปรายงานด้านในทันที

"หอเทียนเอินแห่งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นสถานที่สำหรับไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางแพ่งในชุมชนคนเถื่อน ทว่ายังเป็นจวนป๋อของติ้งซีป๋ออีกด้วย" เจียวเหยียนไพล่มือไว้ด้านหลัง "ทูตานุทูตจากซีอวี้ที่เดินทางมาถึงเมืองหลวง ล้วนต้องมาเข้าพบจ้าวผัวจวิ่นที่นี่ก่อน จากนั้นถึงจะไปติดต่อกับกรมการทูตของพวกเรา"

เว่ยฉางเล่อหันไปมองรถม้าอีกคันที่ตามมาด้านหลัง คนขับรถม้าก็คือปู้เหลียงเจี้ยงแห่งหน่วยหลิงสุ่ย โจวเหิง ทว่ายามนี้เขาปลอมตัวเป็นคนขับรถม้า

"ใต้เท้าเจียว!" รอเพียงไม่นาน ก็ได้ยินเสียงหัวเราะอย่างร่าเริงดังมาจากด้านใน "ท่านเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ทางเหนือ กลับมาพร้อมความสำเร็จและเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ ข้ารอคอยที่จะจัดงานเลี้ยงต้อนรับท่านมาโดยตลอด ทว่าหลายวันมานี้กลับไม่เห็นหน้าค่าตาท่านเลย นึกว่าท่านลืมข้าไปเสียแล้ว"

ท่ามกลางเสียงหัวเราะ ชายชาวหูอายุราวห้าสิบปีก็ก้าวออกมาต้อนรับ

ชายผู้นี้มีรูปร่างกำยำล่ำสัน ดูทะมัดทะแมงดุดัน มีหนวดเคราดกดำ โพกผ้าบนศีรษะ การแต่งกายก็ดูเรียบง่าย เป็นสไตล์ซีอวี้อย่างเห็นได้ชัด ที่นี่คือชุมชนคนเถื่อน การแต่งกายด้วยชุดซีอวี้ ย่อมทำให้รู้สึกสนิทสนมกับชาวหูมากขึ้น

อีกทั้งชายผู้นี้ยังพูดภาษาต้าเหลียงได้อย่างชัดเจนและเป็นธรรมชาติ หากไม่มองหน้า ก็คงคิดว่าเป็นชาวต้าเหลียงแท้ๆ เสียอีก

"ติ้งซีป๋อ ข้าไม่มีทางลืมท่านหรอก" ล้วนเป็นคนในแวดวงสังคม เจียวเหยียนจึงรีบเผยรอยยิ้มเป็นมิตร ประสานมือคารวะ "หากข้าลืมท่าน แล้วข้าจะไปหาไวน์องุ่นรสเลิศที่สุดได้จากที่ใดเล่า"

จ้าวผัวจวิ่นหัวเราะเสียงดังลั่น เดินตรงเข้าไปจับข้อมือเจียวเหยียน "รีบเข้าไปด้านในเถิด วันนี้ข้าเตรียมไวน์องุ่นไว้ต้อนรับท่านหนึ่งโอ่งใหญ่ หากท่านดื่มไม่หมด ก็เอาไปอาบน้ำได้เลย"

เจียวเหยียนก็หัวเราะร่วนเช่นกัน หันไปสบตาเว่ยฉางเล่อเป็นเชิงบอกใบ้ เว่ยฉางเล่อก็รีบเดินตามเข้าไปทันที

เมื่อเข้าไปในหอเทียนเอิน การตกแต่งภายในนั้นเรียบง่ายมาก แทบจะสู้ความหรูหราของบ้านเศรษฐีทั่วไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะจ้าวผัวจวิ่นมีนิสัยสมถะ หรือเพราะฐานะการเงินไม่ดีจริงๆ หรืออาจจะเป็นเพียงการสร้างภาพลักษณ์ให้ดูสมถะก็เป็นได้

"ติ้งซีป๋อ ข้าขอแนะนำคนผู้หนึ่งให้ท่านรู้จัก!" อาศัยช่วงที่บรรยากาศกำลังชื่นมื่น เจียวเหยียนก็หันไปแย้มยิ้มกับจ้าวผัวจวิ่นที่กำลังเกาะแขนเขาอยู่ "ทว่าพวกเราต้องตกลงกันก่อนนะ ท่านห้ามโกรธเด็ดขาด ต้องไว้หน้าข้าบ้าง"

"วันนี้ได้พบใต้เท้าเจียว ข้าดีใจจนเนื้อเต้น จะไปมีอารมณ์โกรธได้อย่างไร" จ้าวผัวจวิ่นมีไหวพริบดียิ่งนัก เขาหันไปมองเว่ยฉางเล่อที่เดินตามมา แย้มยิ้มพลางกล่าวว่า "คนที่ท่านอยากแนะนำคือสหายหนุ่มผู้นี้ใช่หรือไม่"

"ผู้น้อยเว่ยฉางเล่อ!" วันนี้มาขอความช่วยเหลือ เว่ยฉางเล่อจึงแสดงท่าทีอ่อนน้อม ประสานมือคารวะ "ขอคารวะติ้งซีป๋อ!"

จ้าวผัวจวิ่นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความยินดี "เจ้าก็คือเว่ยฉางเล่อที่สามารถจับเป็นอ๋องขวาแห่งต๋าต๋าผู้นั้นงั้นหรือ"

ดูเหมือนว่าวีรกรรมที่อวิ๋นโจว จะทำให้ชื่อเสียงของเขาโด่งดังไปทั่วนครเสินตูแล้วจริงๆ

"นี่คือหลงเซียงเว่ย ทายาทแห่งตระกูลเว่ยในเหอตง!" เจียวเหยียนหัวเราะ "ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ!"

"เจ้ามาเยือนถึงที่ ข้าดีใจยิ่งนัก" ทว่าจ้าวผัวจวิ่นกลับมีสีหน้าสงสัย "ทว่า ... ข้ากับตระกูลเว่ยในเหอตงไม่ได้ติดต่อกันเลย หลงเซียงเว่ยมาหาข้าในวันนี้ คงมีธุระสำคัญกระมัง"

เว่ยฉางเล่อพยักหน้า "ยามนี้ผู้น้อยทำงานอยู่ในสำนักตรวจสอบ รับคำสั่งให้ ... !"

"มาคน ส่งแขก!" ไม่รอให้เว่ยฉางเล่อพูดจบ จ้าวผัวจวิ่นก็เปลี่ยนสีหน้าทันที เอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงดุดัน

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 337 - เจ้าแห่งหอเทียนเอิน

คัดลอกลิงก์แล้ว