- หน้าแรก
- เลิกเป็นสายเปย์หน้าโง่ แล้วหันมาสร้างตำนานในวงการบันเทิง
- บทที่ 19 - ทะลุสองล้านดาวน์โหลด คว้าแชมป์เพลงใหม่ประจำเดือนมิถุนายน การแนะนำจากสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ และโลกออนไลน์ที่เดือดพล่าน
บทที่ 19 - ทะลุสองล้านดาวน์โหลด คว้าแชมป์เพลงใหม่ประจำเดือนมิถุนายน การแนะนำจากสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ และโลกออนไลน์ที่เดือดพล่าน
บทที่ 19 - ทะลุสองล้านดาวน์โหลด คว้าแชมป์เพลงใหม่ประจำเดือนมิถุนายน การแนะนำจากสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ และโลกออนไลน์ที่เดือดพล่าน
บทที่ 19 - ทะลุสองล้านดาวน์โหลด คว้าแชมป์เพลงใหม่ประจำเดือนมิถุนายน การแนะนำจากสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ และโลกออนไลน์ที่เดือดพล่าน
หลังจากที่ซูเยี่ยเดินไปส่งหลิวเหยียนซีถึงหอพักเรียบร้อยแล้ว เขาก็กลับมาที่หอพักของตัวเอง
เฉินจู้รีบเอ่ยปากถามเขาทันที
"พี่เยี่ย อาจารย์ที่ปรึกษาเรียกพี่ไปทำไมเหรอ"
อู๋ฮ่าวและจี้เจียที่กำลังเล่นเกมอยู่ก็หันมามองซูเยี่ยเพื่อรอฟังคำตอบเช่นกัน
ซูเยี่ยไม่ได้ปิดบังอะไร เขาตอบไปตามความจริง
"ทางมหาวิทยาลัยถามฉันว่าพอจะแต่งเพลงที่ให้กำลังใจและปลุกพลังบวกได้ไหม อยากให้ฉันเป็นตัวแทนไปเข้าร่วมการประชันของร้อยมหาวิทยาลัยน่ะ"
"หา การประชันของร้อยมหาวิทยาลัยเหรอ"
อู๋ฮ่าวร้องตะโกนด้วยความตื่นเต้นทันที
"เยี่ยจื่อ นายจะเข้าร่วมการประชันของร้อยมหาวิทยาลัยเหรอ"
อู๋ฮ่าวรู้จักกิจกรรมนี้ดี
นั่นก็เพราะว่าเขามีเพื่อนสนิทคนหนึ่งเรียนอยู่ที่วิทยาลัยดนตรีชวนอิน ซึ่งเรียนเกี่ยวกับดนตรีป๊อปโดยตรง แถมเพื่อนคนนี้ยังมีพรสวรรค์ทางดนตรีสูงมากอีกด้วย
ตอนนี้เรียนอยู่แค่ปีสาม แต่ก็เซ็นสัญญากับบริษัทบันเทิงไปเรียบร้อยแล้ว
แถมยังปล่อยซิงเกิลออกมาแล้วหลายเพลงด้วย
ตอนนี้มีผู้ติดตามบนเวยป๋อถึงห้าแสนคนแล้ว
เมื่อหลายวันก่อน ไอ้หมอนี่ยังมาคุยโวอวดเขาอยู่เลย ว่าเพลงที่มันแต่งเองถูกส่งไปประกวดในการประชันของร้อยมหาวิทยาลัย แถมยังโม้อีกว่าคว้าอันดับหนึ่งในสามมาครองได้สบายๆ แน่นอน
ด้วยเหตุนี้เอง
พอเขาได้ยินว่าเพื่อนร่วมห้องของตัวเองก็จะไปเข้าร่วมการประชันของร้อยมหาวิทยาลัยด้วย เขาก็เลยรู้สึกสนใจขึ้นมาทันที
ถ้าซูเยี่ยสามารถหักหน้าไอ้เพื่อนสนิทที่วิทยาลัยดนตรีชวนอินคนนั้นได้ก็คงจะดีไม่น้อย
"การประชันของร้อยมหาวิทยาลัยคืออะไรวะ" เฉินจู้และจี้เจียต่างก็ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน
ซูเยี่ยอธิบายให้ฟัง
"การประชันของร้อยมหาวิทยาลัยก็คือกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศร่วมกันจัดขึ้น โดยให้แต่ละมหาวิทยาลัยส่งผลงานเพลงที่แต่งขึ้นมาในหัวข้อให้กำลังใจและปลุกพลังบวกเข้าประกวด แล้วคัดเลือกสิบเพลงที่ดีที่สุดออกมา จากนั้นบัญชีทางการบนเวยป๋อของร้อยมหาวิทยาลัยก็จะช่วยกันโปรโมตเพลงพวกนี้"
"แถมยังจะได้รับการผลักดันผ่านช่องทางการโปรโมตระดับ B ในแอปพลิเคชันหัวเซี่ยมิวสิกอีกด้วย"
เมื่อเฉินจู้ได้ยินดังนั้น เขาก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที
เขาเอ่ยปากถาม
"พี่เยี่ย แล้วพี่ตกลงไหม พี่จะเข้าร่วมประกวดหรือเปล่า"
ซูเยี่ยพยักหน้ารับ
"เรื่องนี้ก็ต้องเข้าร่วมอยู่แล้วสิ"
"งั้นก็เยี่ยมไปเลย ฉันเชื่อว่าพี่เยี่ยต้องคว้าท็อปเท็นมาได้แน่ๆ อ้อ ไม่สิ ต้องคว้าแชมป์มาได้แน่นอน" เฉินจู้พูดด้วยความตื่นเต้น
อู๋ฮ่าวก็ช่วยพูดให้กำลังใจด้วย
"เยี่ยจื่อ นายต้องพยายามเข้านะ เอาอันดับดีๆ กลับมาให้ได้ ฉันจะได้เอาไปตอกหน้าไอ้เพื่อนสนิทที่วิทยาลัยดนตรีชวนอินสักหน่อย ช่วงนี้หมอนั่นมันทำตัวกร่างเกินไปแล้ว ฉันชักจะหมั่นไส้มันแล้วเนี่ย"
ซูเยี่ยหัวเราะ
"ฉันจะพยายามอย่างเต็มที่ก็แล้วกัน"
"จริงสิพี่เยี่ย พี่ต้องทายไม่ถูกแน่ๆ ว่าตอนนี้ยอดดาวน์โหลดเพลงใต้ท้องทะเลไปถึงไหนแล้ว แล้วตอนนี้อยู่อันดับที่เท่าไหร่ของชาร์ตเพลงใหม่" เฉินจู้นึกอะไรขึ้นมาได้ก็รีบพูดด้วยความตื่นเต้น
ซูเยี่ยตอบกลับอย่างใจเย็น
"รุ่นพี่เหยียนส่งข้อความมาบอกฉันตั้งแต่ตอนกินข้าวแล้วล่ะ ยอดดาวน์โหลดทะลุสองล้านครั้งไปแล้ว ตอนนี้ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งชาร์ตเพลงใหม่ประจำเดือนมิถุนายนเรียบร้อยแล้ว"
สาเหตุที่เพลงใต้ท้องทะเลสามารถกวาดยอดดาวน์โหลดไปได้กว่าสองล้านครั้ง และทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งของชาร์ตเพลงใหม่ประจำเดือนมิถุนายนได้ภายในเวลาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง นอกเหนือจากความยอดเยี่ยมของตัวบทเพลงเองแล้ว จดหมายขอบคุณของหวังเยว่ก็มีส่วนสำคัญอย่างมากที่ทำให้เกิดกระแสไวรัลนี้ขึ้นมา
จนทำให้เกิดปรากฏการณ์ยอดดาวน์โหลดถล่มทลายของเพลงใต้ท้องทะเล
"หา พี่รู้แล้วเหรอ"
เฉินจู้รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
"พี่เยี่ย พี่กินข้าวแล้วเหรอ พี่ไม่ได้ให้ฉันช่วยซื้อข้าวกล่องมาให้หรอกเหรอ"
ซูเยี่ยอธิบาย
"ตอนเดินกลับมาบังเอิญเจอเสี่ยวซีพอดี ก็เลยแวะไปกินข้าวด้วยกันน่ะ"
"ส่วนข้าวกล่องที่แกซื้อมา ก็เก็บไว้กินเป็นมื้อเย็นของแกก็แล้วกันนะ"
เมื่อเฉินจู้ได้ยินดังนั้น เขาก็รีบขยับเข้าไปใกล้ๆ ซูเยี่ย พร้อมกับส่งสายตาเป็นประกาย
"พี่เยี่ย พี่บอกฉันมาตามตรงเลยนะ พี่ตกลงคบกับเพื่อนสมัยเด็กคนนั้นแล้วใช่ไหม"
"ฉันเคยบอกพี่ตั้งนานแล้ว ว่าเพื่อนสมัยเด็กคนนี้ของพี่ดีกว่ายัยหลินซีอวี่เป็นร้อยเท่าพันเท่า"
"เพื่อนสมัยเด็กของพี่ทั้งหุ่นดี หน้าตาก็สวย ทิ้งห่างยัยหลินซีอวี่แบบไม่เห็นฝุ่นเลย"
อู๋ฮ่าวและจี้เจียก็หันมามองซูเยี่ยด้วยความอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน
ซูเยี่ยตอบกลับอย่างอารมณ์เสีย
"พวกแกอย่ามามองฉันด้วยสายตาแบบนี้สิวะ พวกแกก็รู้ว่าฉันกับเสี่ยวซีโตมาด้วยกัน ความสัมพันธ์ก็ต้องสนิทกันเป็นธรรมดา ไปกินข้าวด้วยกันแค่นี้มันจะมีปัญหาอะไร"
"อย่าคิดลึกสิวะ"
อู๋ฮ่าวพูดแย้งขึ้นมา
"เยี่ยจื่อ เพื่อนสมัยเด็กของนายคนนี้เป็นคนดีจริงๆ นะ นิสัยก็ดี รูปร่างหน้าตาก็ดี ที่สำคัญที่สุดคือ พวกเราทุกคนดูออกว่าเธอมีใจให้นาย"
"เพราะงั้น นายอย่าทำอะไรให้ตัวเองต้องมานั่งเสียใจทีหลังก็แล้วกัน"
จี้เจียก็ช่วยเสริมอีกแรง
"ใช่แล้ว เยี่ยจื่อ นายอย่าไปทำให้คนอื่นเขาต้องเสียใจอีกล่ะ"
"ฉันรู้ลิมิตตัวเองดีน่า ไอ้พวกโสดตั้งแต่เกิดที่ไม่เคยแม้แต่จะจับมือผู้หญิง ดันมาทำตัวเป็นกูรูสั่งสอนฉันซะงั้น" ซูเยี่ยสวนกลับอย่างไม่สบอารมณ์
ในขณะที่ซูเยี่ยกำลังหยอกล้ออยู่กับเพื่อนๆ ในหอพัก ทางด้านหลิวเหยียนซีก็กำลังนั่งถือสมุดจดอยู่ในห้องพัก และตั้งใจท่องเนื้อเพลง ปีกที่มองไม่เห็น อย่างเงียบๆ
เนื่องจากเธอเคยลงเรียนวิชาเลือกด้านดนตรีมาก่อน เธอจึงสามารถอ่านโน้ตเพลงบนบรรทัดห้าเส้นได้อย่างคล่องแคล่ว
ดังนั้น
ในขณะที่เธอท่องเนื้อเพลง เธอก็จะฮัมทำนองเพลงไปพร้อมๆ กันด้วยในใจ
ยิ่งเธอทำความคุ้นเคยกับเพลงนี้มากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกว่าเพลงนี้ถูกแต่งขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติจริงๆ
ความหมายของเพลงนี้มันช่างลึกซึ้งและไม่ธรรมดาเลย
เป็นเพลงที่ให้กำลังใจได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ
เป็นการปลุกพลังบวกที่สมบูรณ์แบบมาก
เธอมีลางสังหรณ์อย่างแรงกล้าว่า เพลงนี้จะต้องดังเป็นพลุแตกอย่างแน่นอน
พี่เยี่ยแต่งเพลงได้สุดยอดไปเลย
"เสี่ยวซี เธอถือสมุดจดท่องอะไรอยู่เหรอ" เสิ่นเชี่ยนที่กำลังไถโทรศัพท์มือถืออยู่บนเตียง บังเอิญเหลือบไปเห็นหลิวเหยียนซีกำลังนั่งถือสมุดจดและท่องอะไรบางอย่างอยู่เงียบๆ จึงเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย
"อ๊ะ อ๋อ ฉันกำลังท่องเนื้อเพลงอยู่น่ะ" หลิวเหยียนซีดึงสติกลับมาและตอบกลับไป
"หา ท่องเนื้อเพลงเหรอ เนื้อเพลงอะไรล่ะ"
"คือว่า"
"มันคือเพลงที่พี่เยี่ยแต่งให้ฉันน่ะ เขาให้ฉันท่องเนื้อเพลงให้ขึ้นใจ พรุ่งนี้จะได้ไปอัดเสียงที่สตูดิโอกัน"
ด้วยความที่เสิ่นเชี่ยนเป็นเพื่อนสนิท หลิวเหยียนซีจึงไม่ได้ปิดบังอะไร และเล่าความจริงให้ฟังทั้งหมด
"หา ซูเยี่ยแต่งเพลงให้เธอเหรอ พรุ่งนี้จะไปอัดเสียงกันด้วย"
เสิ่นเชี่ยนรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที เธอกระโดดลงมาจากเตียงของตัวเอง แล้วพุ่งเข้าไปหาหลิวเหยียนซีที่เตียงฝั่งตรงข้าม คว้าตัวเพื่อนสนิทมากอดไว้แน่น ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ พร้อมกับถามด้วยความตื่นเต้น
"มันคือเพลงอะไรเหรอ"
"ให้ฉันดูหน่อยได้ไหม"
ถึงแม้เสิ่นเชี่ยนจะอยากดูมากแค่ไหน แต่เธอก็ยังรักษามารยาทด้วยการเอ่ยปากขออนุญาตหลิวเหยียนซีก่อน
หลิวเหยียนซีตอบกลับ
"ได้สิ ดูได้อยู่แล้ว แต่เธอห้ามเอาไปบอกใครนะ"
เสิ่นเชี่ยนตบหน้าอกตัวเองเบาๆ เป็นการรับประกัน
"ปากฉันรูดซิปสนิทอยู่แล้วน่า"
"อ๊ะ ซูเยี่ยสมองทึบคนนั้นในที่สุดก็เบิกเนตรแล้วเหรอเนี่ย ถึงได้รู้จักแต่งเพลงมาเอาใจเธอเนี่ย"
"ไหนขอดูหน่อยสิว่าเป็นเพลงอะไร"
เสิ่นเชี่ยนชะโงกหน้าเข้าไปดูเนื้อเพลงในสมุดจด
"ปีกที่มองไม่เห็นงั้นเหรอ"
เสิ่นเชี่ยนกวาดสายตาอ่านเนื้อเพลงต่อไป
ยิ่งอ่าน สีหน้าของเธอก็ยิ่งเต็มไปด้วยความตกตะลึง
เพราะเนื้อเพลงนี้มันเขียนออกมาได้กินใจและยอดเยี่ยมมาก
ถึงแม้เธอจะไม่มีความรู้เรื่องดนตรีเลย แต่เธอก็ยังสัมผัสได้ถึงความพิเศษของเนื้อเพลงนี้
เป็นเพลงที่ให้กำลังใจและปลุกพลังบวกได้ดีมากๆ
เมื่ออ่านจบ เธอก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความทึ่ง
"โอ้โห เสี่ยวซี เพลงที่ซูเยี่ยแต่งให้เธอนี่ เนื้อเพลงมันลึกซึ้งและไม่ธรรมดาเลยนะ"
"ฉันไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะมีพรสวรรค์มากมายขนาดนี้"
หลิวเหยียนซีได้ยินคำชมจากเสิ่นเชี่ยน ก็เอ่ยถามขึ้นมาทันที
"เสี่ยวเชี่ยน เธอคิดแบบนั้นจริงๆ เหรอ"
"จริงสิ เนื้อเพลงนี้มันเขียนออกมาได้ดีมากๆ เลยนะ มันให้ความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและแรงบันดาลใจ เสี่ยวซี เธออ่านโน้ตเพลงเป็นไม่ใช่เหรอ เธอร้องให้ฉันฟังหน่อยสิ" เสิ่นเชี่ยนพูดด้วยความคาดหวัง
"หา มันจะดีเหรอ"
"มีอะไรไม่ดีล่ะ พรุ่งนี้เธอก็ต้องไปอัดเสียงแล้วไม่ใช่เหรอ ถือซะว่าให้ฉันช่วยเป็นหนูทดลองฟังผลงานของเธอก่อนไง"
"งั้นก็ได้ ถ้าฉันร้องเพี้ยนตรงไหน เธอช่วยบอกฉันด้วยนะ"
หลิวเหยียนซีสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อรวบรวมสมาธิ แล้วเริ่มเปล่งเสียงร้องออกมา
"ทุกครั้งครา"
"ต้องเข้มแข็งท่ามกลางความโดดเดี่ยวอ้างว้าง"
"ทุกครั้งครา"
"แม้จะต้องเจ็บปวดเจียนตาย"
"ก็จะไม่ยอมให้มีหยาดน้ำตา"
หลิวเหยียนซีตั้งใจร้องอย่างสุดความสามารถ โดยถ่ายทอดอารมณ์เพลงตามความเข้าใจของเธอเอง
เมื่อเสิ่นเชี่ยนได้ยินท่อนแรกที่หลิวเหยียนซีร้องออกมา เธอก็ถึงกับตัวสั่นสะท้านขึ้นมาทันที
เธอค้นพบว่าท่วงทำนองนี้ เมื่อนำมาผสานเข้ากับเนื้อเพลง มันช่างไพเราะและลงตัวอย่างน่าเหลือเชื่อ
แต่ทว่า
เธอไม่ได้ส่งเสียงขัดจังหวะ ปล่อยให้หลิวเหยียนซีร้องต่อไปจนจบ
หลิวเหยียนซีร้องเพลงจบลงอย่างราบรื่น
แต่เสิ่นเชี่ยนกลับเงียบกริบ ไม่ยอมพูดอะไรออกมาเลย
ปฏิกิริยาของเสิ่นเชี่ยนทำให้หลิวเหยียนซีเริ่มใจคอไม่ดี เธอจึงเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความกังวล
"เอ่อ เสี่ยวเชี่ยน เป็นยังไงบ้าง"
"อ๊าก"
"เพราะมาก เสี่ยวซี เธอร้องเพลงนี้ได้เพราะมากๆ เลย"
"เสี่ยวซี เพลงนี้ของเธอต้องดังระเบิดแน่นอน"
"มันเพราะมากจริงๆ แถมยังให้ความรู้สึกที่ปลุกพลังบวกมากๆ ขนาดฉันได้ฟังแค่เสียงร้องสดๆ ของเธอ ฉันยังสัมผัสได้ถึงพลังใจและความกล้าหาญที่จะก้าวเดินต่อไปเลย"
"เพลงนี้มันยอดเยี่ยมจริงๆ"
"เสี่ยวซี พรุ่งนี้ตอนที่เธอไปอัดเสียง ฉันขอตามไปด้วยคนได้ไหม ฉันอยากไปดูตอนเธออัดเสียงอ่ะ"
เสิ่นเชี่ยนตื่นเต้นและดีใจจนเนื้อเต้น
ถึงขั้นร้องตะโกนออกมาเสียงดังลั่นห้อง
"อ๊ะ เสี่ยวเชี่ยน อย่าส่งเสียงดังสิ คนอื่นเขานอนกลางวันกันหมดแล้วนะ" หลิวเหยียนซีรีบเอ่ยเตือนด้วยความเกรงใจเพื่อนร่วมหอพัก แม้ว่าในใจลึกๆ ของเธอจะรู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากก็ตาม
แต่คำยืนยันของเสิ่นเชี่ยนก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับเธอได้มากทีเดียว
จนทำให้ตลอดช่วงบ่าย เธอก็เอาแต่ตั้งใจฝึกซ้อมร้องเพลงนี้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ยิ่งเธอร้องบ่อยเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งเข้าใจและเข้าถึงอารมณ์ของบทเพลงมากขึ้นเท่านั้น
และเธอก็เริ่มมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ
พอตกค่ำ เธอก็ส่งข้อความไปหาซูเยี่ย
"พี่เยี่ย พรุ่งนี้เราจะไปกันกี่โมงคะ อ้อ จริงสิ ฉันมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งชื่อเสิ่นเชี่ยน เธออยากจะขอตามไปด้วยคน จะสะดวกไหมคะ"
"พรุ่งนี้เวลาแปดโมงครึ่ง ฉันจะไปรอเธอที่หน้าหอพักนะ ถ้าเพื่อนเธออยากจะไปด้วยก็ให้ตามมาสิ ไม่เป็นไรหรอก"
"ตกลงค่ะ งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะคะ"
"อืม พรุ่งนี้เจอกัน"
หลังจากซูเยี่ยตอบข้อความเสร็จ เขาก็กำลังจะล้มตัวลงนอน แต่จู่ๆ เฉินจู้ก็ร้องตะโกนขึ้นมาเสียงดังลั่นห้อง
"เวรเอ๊ย เวรเอ๊ย พี่เยี่ย เพลงของพี่ได้รับการแนะนำจากสถานีโทรทัศน์แห่งชาติแล้วเว้ย"
"พี่เยี่ย พี่กำลังจะดังระเบิดแล้ว"
คำพูดของเฉินจู้ ทำให้ทั้งอู๋ฮ่าวและจี้เจียรีบโพล่งถามขึ้นมาพร้อมกันด้วยความตกใจ
"เกิดอะไรขึ้นวะ"
"สถานีโทรทัศน์แห่งชาติแนะนำอะไรวะ"
เฉินจู้อธิบายอย่างรวดเร็ว
"พวกแกเปิดดูเวยป๋อสิ เพจสื่อหลักของสถานีโทรทัศน์แห่งชาติโพสต์แนะนำเพลงใต้ท้องทะเลของพี่เยี่ย ตอนนี้กระแสกำลังพุ่งทะยานจนทะลุปรอทไปแล้ว กระแสในอินเทอร์เน็ตกำลังเดือดพล่านเลยเว้ย"
พอได้ยินแบบนั้น อู๋ฮ่าวกับจี้เจียก็รีบเปิดแอปพลิเคชันเวยป๋อในโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาดูทันที
ซูเยี่ยเองก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย
สถานีโทรทัศน์แห่งชาติแนะนำเพลงของเขางั้นเหรอ
เขาเองก็อดไม่ได้ที่จะเปิดเวยป๋อขึ้นมาดูเหมือนกัน
และก็เป็นไปตามคาด
แฮชแท็กอันดับหนึ่งในตอนนี้คือ อิทธิพลของเพลงใต้ท้องทะเลที่ได้รับการกล่าวถึงโดยสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ
ซูเยี่ยกดเข้าไปดูรายละเอียดทันที
โพสต์แรกสุดที่ปรากฏขึ้นมาก็คือโพสต์จากบัญชีทางการของสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ
"ดนตรีคือพลังอันแสนวิเศษ มันมีพลังอำนาจในการเชื่อมโยงจิตใจและถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกอันลึกซึ้ง ดนตรีสามารถก้าวข้ามกำแพงของภาษาและวัฒนธรรม สามารถเข้าถึงก้นบึ้งของจิตใจ และก่อให้เกิดความรู้สึกร่วมกันได้อย่างน่าอัศจรรย์"
"และบทเพลง ใต้ท้องทะเล ที่ได้รับการขับร้องร่วมกันโดยคุณเหยียนมู่ซีและคุณซูเยี่ย ก็คือหนึ่งในบทเพลงที่มีพลังอันแสนวิเศษเหล่านั้น"
"มันสามารถดึงให้เรากล้าเผชิญหน้ากับความหวาดกลัวในจิตใจ และสามารถเอาชนะมันได้ในที่สุด มันมอบความหวังในการมีชีวิตอยู่ และมอบการชำระล้างจิตวิญญาณให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น"
"ขอแนะนำอย่างยิ่งสำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังตกอยู่ในวังวนแห่งความมืดมิดและสิ้นหวัง ลองเปิดใจรับฟังบทเพลงนี้ดูสิ บางทีคุณอาจจะได้รับพลังใจจากบทเพลงนี้ ซึ่งจะช่วยนำพาคุณก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาอันเลวร้ายไปได้"
"เฉกเช่นเดียวกับประโยคที่คุณซูเยี่ยได้กล่าวเอาไว้ว่า ชีวิตไม่ได้มีแค่ความยากลำบากที่อยู่ตรงหน้า แต่ยังมีบทกวีและดินแดนอันแสนไกล"
เมื่อซูเยี่ยได้อ่านโพสต์ของสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ เขาก็รู้สึกยินดีและตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
ต้องเข้าใจก่อนว่า
ก่อนหน้านี้ เพลงของเขาเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์และตั้งข้อสงสัยจากคนบางกลุ่มมาแล้ว
ถึงแม้ว่าในเวลาต่อมา เสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นจะค่อยๆ จางหายไป แต่ในแง่ของผลกระทบ มันก็ยังคงทิ้งร่องรอยเอาไว้บ้างไม่มากก็น้อย
แต่ทว่า ในตอนนี้
สถานีโทรทัศน์แห่งชาติกลับออกโรงมาแนะนำและชื่นชมเพลงของเขาด้วยตัวเอง
นี่มันคือการการันตีและล้างมลทินให้กับเขาอย่างเป็นทางการเลยนะ
ดังนั้น
เขาจึงรู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากๆ
ในขณะเดียวกัน
โลกออนไลน์ก็กำลังเดือดพล่านอย่างหนัก
"อ๊ากกก สถานีโทรทัศน์แห่งชาติถึงกับออกโรงมาแนะนำเพลง ใต้ท้องทะเล ด้วยตัวเองเลยเหรอเนี่ย คาดไม่ถึงเลยจริงๆ"
"การที่สถานีโทรทัศน์แห่งชาติออกมาแนะนำและชื่นชมเพลงนี้ ย่อมเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่าเพลง ใต้ท้องทะเล ยอดเยี่ยมและยิ่งใหญ่มากแค่ไหน"
"เพลง ใต้ท้องทะเล เป็นเพลงที่ดีมากจริงๆ อันนี้ไม่เถียงเลย วันนี้ฉันก็นั่งฟังวนไปวนมาทั้งวัน เพราะมากจริงๆ"
"ปกติแล้วสถานีโทรทัศน์แห่งชาติแทบจะไม่เคยแนะนำผลงานเพลงของใครเลยนะ แต่ครั้งนี้กลับออกมาแนะนำเพลง ใต้ท้องทะเล ของเหยียนมู่ซีและซูเยี่ยซะงั้น สงสัยว่าเพลงนี้คงจะดังเป็นพลุแตกแน่ๆ"
"เพื่อนๆ ครับ เพลง ใต้ท้องทะเล มันก็ดังระเบิดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ปล่อยออกมาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง ยอดดาวน์โหลดก็ทะลุสองล้านครั้งไปแล้ว คว้าแชมป์เพลงใหม่ประจำเดือนมิถุนายนไปครองอย่างสวยงาม แล้วตอนนี้ยังมีสถานีโทรทัศน์แห่งชาติมาช่วยดันหลังให้อีก ฉันล่ะไม่อยากจะคิดเลยว่ายอดดาวน์โหลดของเพลงนี้มันจะพุ่งไปหยุดอยู่ที่ตรงไหน"
"หึหึ พวกนายคิดว่าเพลงนี้จะมียอดดาวน์โหลดทะลุสิบล้านครั้ง และกลายเป็นเพลงฮิตระดับปรากฏการณ์ได้ไหม"
"เวรเอ๊ย ไม่จริงน่า เพลงนี้จะมียอดดาวน์โหลดทะลุสิบล้านครั้งได้จริงๆ เหรอ"
"ถ้าเพลงนี้ทะลุสิบล้านครั้งได้จริงๆ งั้นก็ต้องนับรวมเป็นผลงานเพลงของนักร้องสาวหน้าหวานเหยียนมู่ซีด้วยสิ ถึงแม้ว่าเธอจะแค่ร่วมร้องฟีเจอริ่ง แต่เธอก็ถือเป็นนักร้องนำคนหนึ่งของเพลงนี้นะ ถ้าทำได้จริง เธอก็จะมีเพลงฮิตระดับปรากฏการณ์ถึงเก้าเพลงเลยนะเนี่ย เส้นทางการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนักร้องตัวแม่ของเธอก็ยิ่งใกล้ความจริงเข้าไปอีกก้าวแล้ว"
"ฉันว่าคงเป็นไปได้ยากอยู่นะ การจะทำยอดดาวน์โหลดให้ทะลุสิบล้านครั้งมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยนะ ฉันว่าอย่างมากที่สุด เพลงนี้ก็น่าจะไปหยุดอยู่ที่ห้าหรือหกล้านดาวน์โหลดก็เก่งแล้วล่ะ"
"......"
ในขณะที่ชาวเน็ตกำลังถกเถียงกันอย่างเมามัน ทางด้านเหยียนมู่ซีก็เห็นข่าวนี้แล้วเช่นกัน เธอถึงกับกรีดร้องออกมาด้วยความดีใจสุดขีด
ตั้งแต่เธอเดบิวต์เข้าวงการมา เธอไม่เคยได้รับการแนะนำหรือชื่นชมจากสถานีโทรทัศน์แห่งชาติเลยสักครั้ง
แต่ตอนนี้ เธอได้รับการยอมรับและคำชมจากสถานีโทรทัศน์แห่งชาติแล้ว
นี่มันมีความหมายต่อเธอมากจริงๆ
......
[จบแล้ว]